เมื่อเห็นว่าผู้เข้าสมัครทั้งหมดมารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา หนี่ซุนฉิงก็ไม่เสียเวลาและเข้าสู่การทดสอบในทันที “เนื่องจากว่าการทดสอบในครั้งนี้คือการทดสอบเพื่อต้องการสิทธิ์ผู้ติดตามของคุณหนูน้อยหนี่ซวง ฉะนั้นเกณฑ์การคัดเลือกจึงต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ และมีด้วยกันถึงสี่เงื่อนไข”
เขายกนิ้วชี้ขึ้นมาและพูดขึ้น “เงื่อนไขที่หนึ่ง ต้องมีความแข็งแกร่งในขอบเขตขัดเกลา 9 ดาวเป็นอย่างต่ำ หากผู้ใดมีความแข็งแกร่งไม่ถึงขอบเขตที่กำหนดจะถูกตัดสิทธิ์ทันที”
ใบหน้าของชายหนุ่มประมาณ 5 คนในกลุ่มแสดงออกถึงความผิดหวัง เห็นได้ชัดว่าความแข็งแกร่งของพวกเขายังไม่มากพอที่ตรงตามเงื่อนไขข้อที่หนึ่ง
ด้วยเหตุนี้ผู้สมัครจึงหลงเหลือเพียงแค่ 27 คนเท่านั้น
หนี่ซุนฉิงพยักหน้าเบาๆและยกนิ้วกลางขึ้นมาเทียบนิ้วชี้ “เงื่อนไขที่สอง ต้องเป็นผู้ที่มีความยืดหยุ่นและความแข็งแกร่งทางกายภาพที่มากพอในการต่อสู้จริง และนี่คือจุดเริ่มต้นของการทดสอบ…”
จากนั้นเขาก็ผายมือไปยังหนี่เหอและกล่าวขึ้น “หากพวกเจ้าคนใดสามารถรับกระบวนท่าของผู้เฒ่าเหอได้ครบสามกระบวนท่า คนผู้นั้นจะผ่านเข้าสู่รอบต่อไป”
การแสดงออกทางสีหน้าของชายหนุ่มทั้งหลายมืดลงในทันที
เห็นได้ชัดว่าการจะรับกระบวนท่าของผู้ที่แข็งแกร่งในระดับนี้ให้ครบสามกระบวนท่า คงเป็นเพียงแค่เรื่องเพ้อฝันเท่านั้น
พวกเขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดหนี่ซุนฉิงถึงได้มีการเน้นย้ำว่าการคัดเลือกในครั้งนี้เข้มงวดมากกว่าทุกๆครั้งที่ผ่านมา
เมื่อเห็นสีหน้าที่กระวนกระวายของชายหนุ่มทั้งหลาย หนี่ซุนฉิงยิ้มเล็กน้อยก่อนจะอธิบาย “พวกเจ้าไม่ต้องรีบวิตกไป ผู้เฒ่าเหอจะไม่ใช้พลังปราณและจิตวิญญาณยุทธ์ในการทดสอบ ขอแค่พวกเจ้ารับวรยุทธ์ของผู้เฒ่าเหอให้ครบสามกระบวนท่าได้ก็เป็นพอ และข้าอนุญาตให้พวกเจ้าใช้อาวุธได้ตามที่ต้องการ”
ครั้นได้ยินดังนั้นชายหนุ่มก็แสดงออกถึงความมีหวังขึ้นมาอีกครั้ง
ด้วยเหตุนี้หนี่เหอก็ค่อยๆก้าวออกมา และโบกมือสร้างขอบเขตวงกลมไว้ในระยะสิบก้าวโดยมีเขาเป็นจุดศูนย์กลาง “หากผู้ใดรับกระบวนท่าของข้าครบสามกระบวนท่าโดยไม่ออกจากขอบเขตนี้ จะได้รับสิทธิ์ในการเข้าสู่รอบต่อไปในทันที”
หนี่ซุนฉิงพยักหน้าเบาๆและหยิบแผ่นรายชื่อออกมาเรียกทีละคน “ฮั่วเฉิน ก้าวออกมาข้างหน้า”
ฮั่วเฉินชายหนุ่มร่างกายบึกบึนเดินออกมาจากแถว พลันประสานมือแก่หนี่เหออย่างนอบน้อม “ผู้อาวุโส ได้โปรดออมมือด้วย”
หนี่เหอยิ้มเล็กยิ้มน้อยขณะวางมือซ้ายไว้ด้านหลัง และมีมือขวาผายไปข้างหน้าอย่างเรียบง่าย “เตรียมรับมือ”
ฮั่วเฉินดึงกระบี่ออกจากฝักอย่างจริงจัง เขาถือกระบี่ในระดับหน้าอกและจ้องมองที่มือของหนี่เหอโดยไม่กระพริบตา
พรึ่บ!
และในชั่วอึดใจเดียว ร่างของหนี่เหอก็หายไปอย่างกะทันหันราวกับเงาลวงตา ปรากฏขึ้นต่อหน้าฮั่วเฉินและกระแทกฝ่ามือเข้าที่หน้าอกของเขาอย่างสุดแรง
ปัง!
ร่างของฮั่วเฉินกระเด็นออกจากขอบเขตวงกลมราวกับว่าวเชือกขาด! เขากลิ้งไถลไปกับพื้นและสำลักเลือดออกมาเต็มปาก!
การแสดงออกที่ร้ายแรงปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้สมัครทั้งหลายในทันที
แม้จะมีการกล่าวอย่างชัดเจนว่าผู้เฒ่าหนี่เหอจะไม่ใช้พลังปราณและจิตวิญญาณยุทธ์ในการทดสอบ แต่ความเร็วของผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตหลอมรวมเป็นสิ่งที่ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตก่อกำเนิดไม่สามารถต้านทานได้อยู่ดี
ตราบใดที่ไม่สามารถตามความเร็วของหนี่เหอได้ทัน โอกาสที่จะได้เข้าสู่รอบต่อไปนั้นเท่ากับศูนย์!
หนี่เหอเพียงโบกมือเล็กน้อยและกลับไปอยู่ในตำแหน่งเดิม “คนต่อไป”
หนี่ซุนฉิงก้มลงอ่านรายชื่อและขานต่อไป “เกาต้าเฉียง ก้าวออกมาข้างหน้า”
เกาต้าเฉียงเดินออกมาจากแถวด้วยสีหน้าที่กล้าๆกลัวๆ แต่เขาก็เข้าสู่วงกลมและดึงกระบี่ออกมาถือไว้ด้วยสองมือที่สั่นเทา
“เตรียมรับมือ” เมื่อหนี่เหอกล่าวจบ ร่างของเขาก็ได้หายไปจากสายตาของทุกคนอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้หนี่เหอมาปรากฏตัวที่ด้านหลังเกาต้าเฉียง ก่อนจะกระชากคอเสื้อและเหวี่ยงร่างของเขาออกจากขอบเขตวงกลมในทันที
ปัง!
เกาต้าเฉียงกระแทกกับพื้นอย่างแรงโดยมีฝุ่นควันฟุ้งกระจาย เขาส่งเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวด
ผู้สมัครถูกตัดสิทธิ์ไปถึงสองคนแล้ว! และทั้งสองไม่สามารถรับกระบวนท่าของหนี่เหอไว้ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว
ความพ่ายแพ้ของเกาต้าเฉียงเริ่มที่จะทำให้ความกล้าของชายหนุ่มหลายๆคนหายไป มีบางส่วนมองซ้ายมองขวาและอยากจะออกจากการทดสอบกลางคันด้วยซ้ำ
หนี่ซุนฉิงทำได้เพียงถอนหายใจด้วยความผิดหวัง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเรียกรายชื่อผู้สมัครต่อไป “หวู่ซุนฉาย ก้าวออกมาข้างหน้า”
“ข้าน้อยอยู่ที่นี่” หวู่ซุนฉายค่อยๆก้าวออกมาด้วยหอกสีทองที่ส่องประกาย
ขณะประสานมือใบหน้าของเขาเคร่งขรึมและดูเอาจริงเอาจังเป็นพิเศษ ซึ่งแตกต่างจากการแสดงออกที่หวาดกลัวของชายหนุ่มสองคนก่อนหน้านี้
“โอ้?” หนี่หุนลั่วที่ยืนมองจากริมระเบียงชั้นที่สามก็อุทานออกมาอย่างแปลกใจ “เจ้าหนูนี่ใจสู้ใช้ได้ หากเป็นเรื่องขวัญกำลังใจ เจ้าหนูคนนี้ดูเหมือนจะเหนือกว่าคนที่ผ่านๆมา”
หนี่เหิงเหยียนพยักหน้าเห็นด้วย “ผู้ที่เคยผ่านความยากลำบากเท่านั้นที่จะเผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งได้โดยไร้ซึ่งความกลัว ชายหนุ่มก่อนหน้านี้ล้วนแล้วแต่เป็นดอกไม้ในเรือนกระจกที่ไม่เคยเผชิญกับความยากลำบากในชีวิตมาก่อน คงเป็นเรื่องปกติที่เมื่อต้องพบกับผู้ที่แข็งแกร่งกว่า จิตใจของพวกเขาจะยอมรับความพ่ายแพ้ไปเอง”
หนี่เหอยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาที่มุ่งมั่นของหวู่ซุนฉาย “เตรียมรับมือ”
ด้วยการกระทืบฝีเท้าเบาๆ ร่างของเขาได้หายไปและทิ้งเงาติดตาไว้เบื้องหลัง
พรึ่บ!
หนี่เหอปรากฏตัวขึ้นด้านข้าง ซึ่งเป็นจุดบอดของปรมาจารย์หอก เขากระแทกฝ่ามือไปที่ใบหน้าของหวู่ซุนฉายสุดแรง
ทว่าหวู่ซุนฉายกลับตอบสนองได้ทันการณ์ และควงหอกเป็นแนวโค้งเข้าปะทะกับฝ่ามือของหนี่เหออย่างแม่นยำ
หว่อง!
การปะทะของฝ่ามือและหอกส่งผลให้ร่างของหวู่ซุนฉายถูกผลักกลับไปสามก้าว และเขาก็รู้สึกได้ถึงความปั่นป่วนที่ถูกส่งผ่านจากฝ่ามือเข้าสู่ร่างของเขา
พรึ่บ!
แต่ไม่ทันที่หวู่ซุนฉายจะได้ตั้งหลัก เงาของหนี่เหอก็ปรากฏขึ้นราวกับผีที่ไม่มีตัวตน ฝ่ามือขวาพลันปลดปล่อยแรงกระแทกเข้าที่ช่องท้องของหวู่ซุนฉายอย่างแรง
ปัง!
แต่ในคราวนี้หวู่ซุนฉายกลับไม่สามารถตอบสนองได้ทันการณ์ ร่างของเขากระเด็นออกจากขอบเขตวงกลมและสำลักเลือดออกมาเต็มปาก
หนี่เหอเพียงยิ้มมุมปาก เขากระโดดกลับไปสู่ใจกลางของวงกลมพลางกล่าวเบาๆ “คนต่อไป”
ความพ่ายแพ้ของหวู่ซุนฉายทำให้อาณาบริเวณโดยรอบเงียบสงัด แม้แต่ผู้สมัครที่รอเป็นคนต่อไปก็ยังต้องกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่
การทดสอบในปีนี้เข้มงวดเกินไป! หนี่เหอไม่ได้คิดจะออมมือเลยแม้แต่น้อย!
แล้วแบบนี้จะมีใครบางคนสามารถผ่านการทดสอบที่สองได้จริงๆหรือ?
หนี่หุนลั่วที่มองจากด้านบนพลันส่ายหน้าเบาๆ “แม้จะมีจิตใจที่กล้าหาญ แต่หากไม่มีความแข็งแกร่งที่เพียงพอ ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์อะไรได้”