ผมพึ่งกลับจากแถวๆรัชดา
เมื่อกี้นั่งรถเมสาย539จากอนุเสาวรีย์จะมาลงบ้าน เนื่องจากเป็ต้นสายทำให้ผมสามารถเลือกที่นั่งริมหน้าต่างได้ คนในรถขึ้นมาพอสมควร ทุกๆอย่างดูปรกติเรียบร้อยดี กำลังเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างดูคนเดินผ่านไปผ่านมา รู้สึกได้ว่ามีคนมานั่งข้างๆ สักพักกระเป๋ารถเมก็เดินมาเก็บเงินตามหน้าที่ ผมไม่ได้หันไปมอง เพราะสติยังติดอยู่กับเสียงคนขับะโคุยโทรศัพท์ทะเลาะกับเมีย รถเมเคลื่อนตัวอย่างช้าๆท่ามกลางการจราจรที่หนาแน่นแถวเส้นราชวิถี
ผมว่าผมตัวเล็กแล้วนะ ตัวก็อยู่ในส่วนเบาะของตัวเอง แต่ไอ้คนที่มานั่งข้างๆผมนี่สิ ไม่รู้จะเบียดอะไรนักหนา เอาแขนมาสีแขนผม แถมนั่งชิดอย่างกับเป็คนรู้จักกัน สักพักผมเริ่มทนไม่ไหว ด้วยความหงุดหงิดเลยกะจะหันไปเพื่อถามว่าเขยิบไปหน่อยได้ไหม มันเบียด แต่ยังไม่ทันได้อ้าปาก ผมเจอกับผู้หญิงคนนึง ผมยาว ผิวขาว เธอมาพร้อมกับกางเกงยีนปรกติทั่วไป บนตักมีกระเป๋าอยู่สองใบ เป็กระเป๋าถือกับกระเป๋าอะไรไม่แน่ใจ ผมเลยเก็บคำด่าไว้พลางคิดในใจ
"น่ารักว่ะ"
.
ผ่านมาสิบนาทีแขนเธอยังคงแนบติดอยู่ข้างแขนผม ผมรู้สึกได้ถึงการขยับเล็กน้อยจากการกดโทรศัพท์มือถือของเธอ ผมได้กลิ่นเหงื่ออ่อนๆผสมกับกลิ่นน้ำหอมจางๆ คาดว่าเธอคงกำลังกลับบ้านเหมือนกัน
ใจนึงผมก็อยากขยับแขนออก อีกใจนึงก็คิดว่าเดี่ยวเธอคงจะขยับแขนหลบไปเองหากผมลองขยับแขนข้างที่ติดกันสะกิดเธอดู แต่นั่นถือเป็ความผิดครั้งใหญ่หลวง
เธอไม่สนใจการรุกล้ำของผมแถมโต้ตอบด้วยการขยับขามาชิดขาผมจนรู้สึกได้ถึงเนื้อผ้ากางเกงยีน เธอโจมตีต่อด้วยการเขย่าขาตัวเองเล็กน้อย แต่นั่นก็เพียงพอจะทำให้ใจผมเต้นระส่ำไม่เป็จังหวะ ผมจึงละสายตาจากหน้าต่างหันมามองหน้าเธอเพียงแต่ถูกตอบโต้ด้วยการก้มหน้ากดโทรศัพท์ มือซ้ายอันบอบบางประคองสมาร์ทโฟนเครื่องใหญ่มือขวาปาดหน้าจอไปมาอย่างช้าๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พร้อมกันนั้นเธอขยับตัวเล็กน้อยทำให้เราสองคนหลุดจากสภาพไหล่ติดกัน ผมจึงหันกลับมองออกนอกหน้าต่างรถเมอีกครั้งพร้อมกลับสู่โลกความเป็จริงที่ว่าใครมันจะมาจีบกันบนรถเม บ้าไปแล้ว
.
ความรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าพร้อมกับบอกว่ามึงอย่าหลงตัวเอง ถ้าหน้าตาแบบพระเอกช่อง3ก็ว่าไปอย่างเค้าถึงจะได้อยากเอาไหล่มาเบียด หัวใจผมแหลกแต่ยังไม่สลายพลางคิดเข้าข้างตัวเองอีกครั้งว่า เค้าเขยิบไปก็ดีแล้วหนิจะได้นั่งสบายๆ
แต่ยังไม่ทันไรเธอคนนั้นก็ขยับไหล่เข้ามาชิดอีกครั้ง ผมรีบหันกลับไปแต่เธอยังคงกดโทรศัพท์มือถืออยู่ในท่าเดิม ผิดแต่ว่าครั้งนี้มือขวาของเธอกำลังเขี่ยผมเล่นอยู่ พร้อมเอียงคอมาทางผมเล็กน้อย หากเป็คู่รักเก่าที่เลิกกันไปนานคงได้อารมณ์ประมาณว่า ชั้นกลับมาแล้วค่ะที่รัก นั่นยิ่งทำให้อวัยวะตรงหน้าอกข้างซ้ายของผมเริ่มที่จะกลับมาต่อติดกันอีกครั้ง พร้อมความหวังอันเต็มเปี่ยม แต่ความสุขมักอยู่กับเราไม่นาน...
อีกป้ายเดียวจะถึงบ้าน!!!
ผมอุทานในใจเป็คำอะไรก็ได้ที่ทุกคนจะใช้ตอนโดน์กลั่นแกล้งวนไปวนมา นึกเสียใจในความสุขเล็กๆน้อยบนรถเมที่กำลังจะหมดไป รถกำลังวิ่งบนสะพานข้ามแม่น้ำตอนกลางคืน มองออกไปไร้วี่แววเรือสักลำ คนขับรถก็เลิกทะเลาะกับเมียทางโทรศัพท์พอดี ผมเหลือบมองเธอเป็ครั้งสุดท้ายก่อนเตรียมลุกจากที่นั่งไปกดกริ่งเพื่อลงรถ แต่ในตอนที่ผมยอมรับว่าเื่นี้กำลังจะจบนั้นเอง เธอลุกขึ้น หยิบกระเป๋า มือซ้ายขยับเอาผมทัดหูข้างขวา และ. . .
ครับ เราสองคนลงป้ายเดียวกัน