พรกรัณย์ก้าวออกจากลิฟต์ เดินตรงมาที่ล็อบบี้ของโรงแรม ซึ่งล็อบบี้ของโรงแรมแห่งนี้ กว้างขวางหรูหรา มีโต๊ะที่นั่งมากพอสมควร อย่างที่พรกรัณย์ได้เห็นั้แ่ตอนแรกที่มาถึงที่นี่
ที่เธอต้องลงมาที่ล็อบบี้ของโรงแรม ก็เนื่องจากชาลิสานัดให้เธอลงมาเจอกันที่ล็อบบี้ เพื่อจะได้ออกไปกินอาหารเย็นที่ร้านอาหารกัน
ระหว่างที่เดินเข้ามาภายในบริเวณล็อบบี้ พรกรัณย์สอดส่ายสายตามองหาชาลิสา และเจอชาลิสานั่งอยู่โต๊ะมุม ซึ่งข้างกายของชาลิสามีผู้ชายหน้าตาดี สะอาดสะอ้าน หุ่นดี นั่งอยู่ด้วย ฝั่งตรงข้ามก็มีผู้ชายอีกคนหนึ่งอยู่ด้วยเช่นกัน ผู้ชายฝั่งตรงข้ามนั้นเธอคุ้น รูปร่างมาก แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะใช่หรือเปล่า
“นกฮูก”
ชาลิสามองมาเห็นพรกรัณย์เดินเข้ามา และกำลังมองมาที่โต๊ะ จึงยกมือขึ้นโบกไปมา พร้อมกับส่งยิ้มหวานให้ ส่วนผู้ชายทั้งสองคนที่นั่งกันอยู่ ต่างพร้อมใจกันหันมามองพรกรัณย์เป็ตาเดียวกัน จึงทำให้พรกรัณย์รู้ว่า ผู้ชายที่นั่งหันหลังให้เธอก็คือพลกฤต พี่ชายสุดที่รักของชาลิสานั้นเอง
พรกรัณย์เดินยิ้มหวานเข้ามาที่โต๊ะ เธอมองหน้าเพื่อน และเลยไปมองหน้าชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ กายเพื่อน ซึ่งไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคนนี้คือแฟนของเพื่อนอย่างแน่นอนเลยทีเดียว ถึงเธอจะไม่เคยเห็นหน้าค่าตาของเขามาก่อน แต่เธอก็ได้เห็นจากรูปภาพ ที่เพื่อนส่งมาให้ดูทางแอบพิเคชั่นไลน์
“นกฮูก นี่พี่นุแฟนฉัน”
“พี่นุ นี่ไงนกฮูกเพื่อนสนิทของน้ำชา สวยอย่างที่เคยบอกไว้ใช่ไหมล่ะ?”
ชาลิสาแนะนำชิตศนุให้พรกรัณย์ได้รู้จักกันอย่างเป็ทางการ ก่อนจะหันไปแนะนำพรกรัณย์ ให้ชิตศนุได้รู้จักอย่างเป็ทางการด้วยเช่นกัน ทั้งยังอวดสรรพคุณของเพื่อนไปในคราวเดียวกันด้วย เพราะชาลีสาเคยบอกชิตศนุเอาไว้ว่า พรกรัณย์เป็เพื่อนสนิทที่สวยน่ารักและจริงใจมาก
“สวัสดีค่ะพี่นุ ถึงนกฮูกจะสวยอย่างที่น้ำชาบอก แต่ยังไงเสียนกฮูกก็สวยไม่เท่าน้ำชาหรอก จริงไหมคะ?”
พรกรัณย์ได้ยินเพื่อนเอ่ยสรรเสริญเยินยอ ความสวยของเธอให้ชิตศนุฟัง ก็ส่งค้อนให้เพื่อนอย่างเขินอาย ก่อนจะหันไปกล่าวทักทายชิตศนุ พร้อมกับพูดสรรเสริญเยินยอความสวย ของชาลิสากลับบ้าง จะได้ไม่น้อยหน้ากัน
“สวัสดีครับนกฮูก... ทั้งนกฮูกและน้ำชาก็สวยทั้งคู่นั่นแหละ อย่าว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลยนะ หากให้พูด ในสายตาของพี่ แฟนพี่สวยที่สุด สวยกว่าใครอยู่แล้วล่ะ”
ชาลิสาได้ยินคำพูดของชิตศนุพูดมาอย่างนั้น ก็ทำให้ใบหน้าสวยๆ ของชาลิสาร้อนผะผ่าว หน้าแดงระเรื่อซับสีด้วยความเขินอาย ขึ้นมาทันทีทันใด แต่กระนั้นก็รู้สึกดีใจอยู่มิใช่น้อย ที่แฟนของตัวเอง เห็นตัวเองสวยที่สุดในสายตาของเขา
พรกรัณย์ยิ้มและขณะเดียวกันก็ส่งสายตาล้อเลียนไปให้ชาลิสาด้วย จึงถูกชาลิสาส่งค้อนมาให้วงใหญ่วงหนึ่ง ยิ่งชาลิสาหันไปมองหน้าพี่ชายสุดที่รัก ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ที่นั่งยิ้มและส่งสายตาล้อเลียนมาให้ด้วยอีกคน ก็ยิ่งเขินอายหน้าแดงมากยิ่งขึ้น จนทำหน้าไม่ถูกเอาเลย
“ไม่เอาแล้ว ยอกันไปยอกันมาอยู่นี่ คงไม่ได้ไปไหนกันพอดี เราไปกันดีกว่าค่ะ น้ำชาหิวจะแย่แล้ว”
ชาลิสาพูดบอกชายหนุ่มตัวโตทั้งสองคน แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จึงทำให้ชายหนุ่มตัวโตทั้งสองคนพากันลุกขึ้นตามๆ กัน และจากนั้นคนทั้งสี่ก็เดินกันออกไปยังหน้าตึกของโรงแรม เพื่อไปขึ้นรถตู้คันหรู ที่ตอนนี้คนขับรถได้นำรถตู้คันหรู มาจอดรออยู่ที่หน้าตึกเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
ทุกคนเดินมาถึงรถตู้คันหรู คนขับรถก็รีบเดินมาเปิดประตูรถอย่างเร็วไว ชายหนุ่มหญิงสาวทั้งสี่คน จึงพากันขึ้นไปนั่งภายในรถ โดยที่พรกรัณย์นั่งคู่ไปกับชาลิสาที่เบาะคู่ฝั่งขวา และส่วนพลกฤตก็นั่งคู่กับชิตศนุที่เบาะคู่ฝั่งซ้าย
“นี่น้ำชา เธออย่าบอกนะว่ากินข้าวกันแล้ว สองคนนี้ก็จะไปเที่ยวด้วยกันกับพวกเราด้วยน่ะ? ......”
“อืม!... ใช่สิ สองหนุ่มจะไปกับเราด้วย ไม่ใช่สิ ไม่ใช่แค่สองหนุ่ม แต่ยังมีพี่เจนด้วย เอ่อ...... พี่เจน เป็ผู้หญิงที่พี่กฤตกำลังคบหาดูใจกันอยู่น่ะ จะไปกับพวกเราด้วยอีกคน”
พรกรัณย์ได้ยินคำพูดของชาลิสา ที่พูดโต้กันไปมาเบาๆ พอให้ได้ยินกันแค่สองคน ก็อึ้ง โลกทั้งใบหยุดหนึ่งไปชั่วขณะหนึ่ง เพราะไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี จึงได้แต่กะพริบตาปริบๆ พยายามปรับสีหน้าให้ดูเป็ปกติที่สุด
ถึงแม้ว่าหัวใจของพรกรัณย์ในตอนนี้ จะรู้สึกเจ็บหน่วงๆ ที่รู้ว่าพลกฤตกำลังคบหาดูใจอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง แต่มันก็เป็ธรรมดาอยู่แล้วไม่ใช่หรือยังไง ที่พลกฤตจะมีคนคบหาดูใจ หรือจะมีแฟนเป็ตัวเป็ตนน่ะ ซึ่งก็คงมีแต่เธอนี่แหละที่แปลก ที่ยังเป็โสดอยู่ทุกวันนี้ ไม่มีแฟนกับใครเขาเลย
“นกฮูก เธอโอเคใช่ไหมอ่ะ?”
ชาลิสาจับสังเกตความผิดปกติของพรกรัณย์ได้ จึงยิ่งแน่ใจและมั่นใจในความคิดของตัวเอง ที่ว่าพรกรัณย์ยังคงแอบมีใจให้กับพี่ชายของตัวเองอยู่
ชาลิสาเป็ห่วงความรู้สึกของเพื่อนขึ้นมา จึงเอ่ยถาม หากว่าพรกรัณย์ไม่สบายใจ อึดอัดใจ เธอก็จะขอไปเที่ยวต่อกับพรกรัณย์เพียงแค่สองคน ไม่ใช่สิ ไม่ใช่สองแต่เป็สามคน เพราะต้องรวมชิตศนุด้วยอีกคน
“ฉันโอเค ไม่มีปัญหาอะไรเลยสักนิด ดีสิ ดีซะอีกไปกันเยอะๆ จะได้สนุก ว่าแต่ว่าเราจะไปกินข้าวกันที่ไหนอย่างงั้นเหรอ?”
พรกรัณย์ฝืนยิ้มหวาน เหมือนไม่ได้คิดอะไรเลยจริงๆนะ และก็พยายามปรับสีหน้าให้เป็ปกติที่สุด เพื่อไม่ให้เพื่อนรู้ว่าเธอกำลังรู้สึกยังไง และเพื่อไม่ให้เพื่อนคิดมาก พรกรัณย์ตัดบทสนทนาด้วยการเอ่ยถามไปเื่อื่น
“ก็น่าจะเป็อาหารซีฟู๊ดนี่แหละ ก็ไหนๆ เธอก็มาเที่ยวทะเลทั้งที เธอก็ต้องได้กินอาหารซีฟู๊ดสิ จะได้คุยกับเขารู้เื่ไง”
ชาลิสาเห็นพรกรัณย์ตัดบทการสนทนาไปอย่างนั้น จึงไม่คิดจะซักไซ้ไล่เลียงอะไรให้มากความ หากเพื่อนว่าโอเค ก็คือโอเค และก็ค่อยมาดูกัน ตอนที่พรกรัณย์เจอกับเจนสุดาก็แล้วกัน ดูสิว่าจะเป็ยังไง
๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙