แกนกลืนวิญญาณต้องห้าม

    ตอนที่ 55 นครรัตติกาลโลหิต : กฎของผู้แข็งแกร่ง

    สายฝนตกลงบนหลังคาไม้เก่าช้า ๆ


    เปลวตะเกียงสีส้มสั่นไหวตามแรงลม


    กลิ่นเลือด กลิ่นเหล้า และกลิ่นสมุนไพรเน่าเปื่อยลอยปะปนกันอยู่ในห้องแคบ ๆ แห่งนั้น


    เสี่ยวชวนนั่งพิงกำแพงเงียบ ๆ


    ผ้าพันแผลบนร่างยังมีเลือดซึมออกมาไม่หยุด


    ตั้งแต่ออกจากเทียนหลิง—


    เขายังไม่ได้นอนจริง ๆ เลยสักคืน


    เสียงกีบม้าตามล่า


    เสียงประกาศจับ


    เสียงผู้คนซุบซิบ


    เสียงผู้พิพากษาสวรรค์


    ทุกอย่างยังตามติดอยู่ในหัวเขาไม่หยุด


    ครืด…


    ประตูไม้ถูกเปิดออกช้า ๆ


    ชายร่างสูงในชุดดำเดินเข้ามา


    กลิ่นควันเถ้าจาง ๆ ลอยตามตัวเขามาด้วย


    ราชาเถ้าทมิฬ


    ดวงตาของชายผู้นั้นสงบนิ่งราวบ่อน้ำตาย


    เขาวางไหสุราลงบนโต๊ะไม้เก่าเบา ๆ


    ก่อนนั่งลงตรงข้ามเสี่ยวชวน


    เงียบ


    ไม่มีใครพูดอะไรอยู่พักใหญ่


    ได้ยินเพียงเสียงฝนตก


    กับเสียงไม้ในเตาผิงแตกดังเปรี๊ยะเบา ๆ


    ในที่สุด


    ราชาเถ้าทมิฬก็เอ่ยขึ้น


    “เจ้ารู้ไหม…”


    “คนแบบเจ้าตายง่ายที่สุด”


    เสี่ยวชวนเงยหน้ามอง


    ชายวัยกลางคนยกสุราขึ้นจิบช้า ๆ


    “พวกที่ยังลังเล”


    “พวกที่ยังแยกถูกผิด”


    “พวกที่ยังรู้สึกผิดเวลาฆ่าคน”


    เขาหัวเราะต่ำ ๆ


    “เมืองพวกนั้นอาจชอบคนแบบเจ้า”


    “แต่นครรัตติกาลโลหิตไม่ใช่”


    เปลวไฟในเตาผิงสะท้อนดวงตาของเสี่ยวชวนนิ่ง ๆ


    “นครรัตติกาลโลหิต…”


    เขาพึมพำช้า ๆ


    ราชาเถ้าทมิฬยิ้มบาง


    “เจ้าเคยได้ยินไหม”


    “เมืองที่ไม่มีพระอาทิตย์”


    ลมด้านนอกพัดแรงขึ้นทันที


    ฝนกระแทกหน้าต่างดังปึงปัง


    ชายชุดดำเอนหลังช้า ๆ


    ก่อนเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย


    “ที่นั่นไม่มีธงแคว้น”


    “ไม่มีราชา”


    “ไม่มีศาล”


    “ไม่มีคำว่าคุณธรรม”


    “และไม่มีใครสนว่าเจ้าเคยเป็นใคร”


    เขาใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ


    ตึก


    ตึก


    ตึก


    “ต่อให้เจ้าเคยเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่ง”


    “หรือเคยเป็นขอทานข้างถนน”


    “เมื่อเดินเข้าเมืองนั้น…”


    “ทุกอย่างเริ่มใหม่หมด”


    เสี่ยวชวนเงียบฟัง


    ราชาเถ้าทมิฬมองออกทันทีว่าเด็กหนุ่มตรงหน้า…เริ่มสนใจแล้ว


    เขาจึงพูดต่อช้า ๆ


    “เมืองนั้นถูกสร้างขึ้นจากศพ”


    “พวกที่โลกภายนอกไม่ต้องการ”


    “พวกนักฆ่า”


    “พวกคนทรยศ”


    “พวกผู้ใช้วิชาต้องห้าม”


    “พวกที่ถูกตามล่า”


    “รวมถึง…”


    สายตาของเขาคมขึ้นเล็กน้อย



    “คนอย่างเจ้า”


    ห้องทั้งห้องเงียบลงอีกครั้ง


    เสี่ยวชวนกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว


    ราชาเถ้าทมิฬมองเห็น


    แต่ไม่ได้พูดอะไร


    เพียงยกสุราขึ้นดื่มอีกอึก


    “ที่นั่น…”


    “คนฆ่ากันกลางถนนเป็นเรื่องปกติ”


    “บางครั้งตอนเช้าเจ้าคุยกับใครสักคน”


    “ตกกลางคืน…หัวมันอาจแขวนอยู่หน้าโรงเตี๊ยมแล้ว”



    “เด็กสิบขวบพกมีด”


    “หญิงขายบุปผาอาจเป็นมือสังหาร”


    “ขอทานข้างถนนอาจเป็นคนขององค์กรใต้ดิน”


    “และคนที่ยิ้มให้เจ้า…”


    เขาหัวเราะเบา ๆ


    “มักอยากได้หัวเจ้ามากที่สุด”


    เปลวตะเกียงไหววูบ


    เงาของทั้งสองคนสั่นไหวบนกำแพง


    เสี่ยวชวนมองออกไปนอกหน้าต่าง


    ฝนยังตกหนัก


    เหมือนโลกทั้งใบกำลังเน่าเปื่อยลงช้า ๆ


    “แล้วเหตุใด…”


    เขาถามขึ้นในที่สุด


    “คนถึงยังไปที่นั่น”


    ราชาเถ้าทมิฬยิ้มทันที


    รอยยิ้มนั้นไม่ได้อบอุ่นเลย


    มันเหมือนคนเคยเห็นศพมากเกินไป


    “เพราะโลกภายนอก…”


    “ชอบตัดสินคน”


    “แต่นครรัตติกาลไม่ทำ”


    เขาโน้มตัวเข้าหาเสี่ยวชวนช้า ๆ


    เสียงต่ำลง


    “ที่นั่นไม่มีใครถามว่าเจ้าใช้พลังอะไร”


    “ไม่มีใครสนว่าเจ้าถูกกล่าวหาว่าเป็นปีศาจหรือไม่”


    “ไม่มีใครสนอดีตของเจ้า”


    “ขอแค่เจ้าแข็งแกร่งพอ…”


    “เจ้าก็อยู่ได้”


    คำพูดนั้นทำให้เสี่ยวชวนเงียบไปนาน


    เพราะตั้งแต่ออกจากเทียนหลิงมา


    ทุกคนเอาแต่ถามว่าเขาเป็นใคร


    ใช้พลังอะไร


    ควรถูกฆ่าหรือไม่


    แต่เมืองแห่งนั้น…


    ไม่สนเลย


    ราชาเถ้าทมิฬจ้องเขานิ่ง ๆ


    ก่อนพูดต่อช้า ๆ


    “แต่มันมีราคาของมัน”


    “เมืองนั้นจะค่อย ๆ กัดกินเจ้า”


    “เหมือนโคลนดูดคน”


    “ตอนแรกเจ้าอาจคิดว่าแค่เดินผ่าน”


    “แต่พอรู้ตัวอีกที…”


    “เจ้าจะเริ่มชินกับเลือด”


    “ชินกับการฆ่า”


    “ชินกับเสียงกรีดร้อง”


    “และวันหนึ่ง…”


    เขาหยุดเล็กน้อย


    ก่อนมองเข้าไปในดวงตาเสี่ยวชวนตรง ๆ


    “เจ้าจะเริ่มฆ่าคนโดยไม่รู้สึกอะไร”


    ลมหนาวพัดผ่านเข้ามาจากรอยแตกของหน้าต่าง


    เปลวไฟในเตาผิงสั่นไหวแรงขึ้น


    เสี่ยวชวนเงียบ


    ในหัวของเขา…


    เสียงเซวียนซาดังขึ้นเบา ๆ


    “ฟังดูไม่เลว…”


    เสี่ยวชวนขมวดคิ้วทันที


    ราชาเถ้าทมิฬสังเกตเห็นสีหน้าเขาเปลี่ยน


    ชายชุดดำหรี่ตาลงเล็กน้อย


    ก่อนพูดเรียบ ๆ


    “เห็นไหม”


    “มันเริ่มพูดกับเจ้าอีกแล้ว”


    บรรยากาศทั้งห้องเย็นลงทันที


    มือของเสี่ยวชวนแตะกระบี่โดยสัญชาตญาณ


    แต่ราชาเถ้าทมิฬกลับไม่สะทกสะท้านเลย


    “ไม่ต้องระวังข้าหรอก”


    “คนที่เจ้าควรระวัง…”


    เขาเคาะนิ้วลงบนหน้าอกของเสี่ยวชวนเบา ๆ


    ตึก


    “อยู่ในนี้ต่างหาก”


    เงียบ


    เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง


    ราชาเถ้าทมิฬถอนหายใจบาง ๆ


    ก่อนเอนหลังพิงเก้าอี้


    “ผู้พิพากษาสวรรค์จะตามเจ้ามาแน่”


    “โลกภายนอกไม่ปล่อยคนใช้พลังกลืนวิญญาณไว้หรอก”


    “โดยเฉพาะหลังเจ้าฆ่าพวกมันไปแล้ว”


    สายตาของเสี่ยวชวนเย็นลงเล็กน้อย


    “แล้วท่านยังช่วยข้า”


    ราชาเถ้าทมิฬหัวเราะเบา ๆ


    “ข้าไม่ได้ช่วย”


    “ข้าแค่สนใจ”


    “คนอย่างเจ้ามีสองทางเท่านั้น”


    เขาชูสองนิ้วขึ้นช้า ๆ


    “กลายเป็นสัตว์ประหลาด”


    “หรือกลายเป็นตำนาน”


    “และบางครั้ง…”


    รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏบนใบหน้าเขา


    “มันอาจเป็นอย่างเดียวกัน”


    ด้านนอก


    เสียงฟ้าร้องดังสนั่น


    ฝนตกหนักกว่าเดิม


    เสี่ยวชวนนั่งเงียบอยู่ตรงนั้นนานมาก


    ก่อนถามขึ้นช้า ๆ


    “แล้วถ้าข้าไม่อยากเป็นทั้งสองอย่างล่ะ”


    ราชาเถ้าทมิฬมองเขาอยู่พักหนึ่ง


    จากนั้นจึงหัวเราะต่ำ ๆ


    หัวเราะเหมือนคนได้ยินเรื่องตลกเศร้าที่สุดในโลก


    “ถ้าอย่างนั้น…”


    “เจ้าคงมาผิดทางแล้ว เด็กน้อย”


    เปลวไฟในเตาผิงลุกขึ้นสูงชั่วขณะ


    สะท้อนเงาของชายสองคนบนกำแพงมืด


    คนหนึ่งเหมือนเด็กหนุ่มที่ยังพยายามเป็นมนุษย์


    อีกคน…


    เหมือนเงาของอนาคตที่กำลังรออยู่เงียบ ๆ


    ฝนตกหนักราวกับฟ้ากำลังเน่า


    หยดน้ำสีหม่นกระแทกพื้นหินดังซ่าไม่หยุด


    ถนนสายยาวทอดลึกเข้าไปในความมืด


    โคมแดงนับร้อยแขวนอยู่สองข้างทาง


    แสงสีเลือดไหววูบตามแรงลม


    ราวกับทั้งเมืองกำลังหายใจอยู่ช้า ๆ


    เบื้องหน้า—


    กำแพงเมืองสีดำสูงตระหง่าน


    ไม่มีธง


    ไม่มีตราแคว้น


    ไม่มีสัญลักษณ์ผู้ปกครอง



    มีเพียงประตูเหล็กมหึมา…ที่เปิดอ้าเหมือนปากสัตว์ร้าย


    เหนือประตูเมือง


    มีตัวอักษรสีแดงคล้ำสลักอยู่


    “นครรัตติกาลโลหิต”


    หยดฝนไหลผ่านตัวอักษรช้า ๆ


    เหมือนเลือดกำลังไหลลงมา


    เสี่ยวชวนยืนอยู่หน้าประตูเมืองเงียบ ๆ


    เสื้อคลุมสีดำเปียกฝนจนแนบลำตัว


    กลิ่นเลือดยังติดอยู่บนตัวเขา


    ตั้งแต่ออกจากเทียนหลิงมา


    เขาฆ่าคนไปอีกแล้ว


    ผู้พิพากษาสวรรค์สองคน


    นักล่าวิญญาณอีกสาม


    รวมถึงพวกโจรที่คิดเอาหัวเขาไปแลกเงิน


    โลกภายนอกเริ่มไม่มีที่ให้เขาจริง ๆ แล้ว


    ลมหนาวพัดผ่านช้า ๆ


    เสียงเซวียนซาดังขึ้นในหัวเบา ๆ


    “ยินดีด้วย”


    “เจ้ามาถึงที่ของเจ้าแล้ว”


    เสี่ยวชวนขมวดคิ้วเล็กน้อย


    ก่อนก้าวเข้าไป


    ตึก


    ตึก


    ตึก


    เสียงฝีเท้าดังสะท้อนอยู่ใต้เงาฝน


    ยิ่งเดินเข้าเมืองลึกเท่าไร


    กลิ่นก็ยิ่งหนักขึ้น


    กลิ่นเลือด


    กลิ่นสุรา


    กลิ่นเนื้อไหม้


    กลิ่นศพ


    ทุกอย่างปะปนกันจนแทบหายใจไม่ออก


    ข้างถนน—


    มีศพชายคนหนึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่


    มีดสั้นเสียบกลางหลัง


    เลือดไหลลงร่องน้ำข้างทางช้า ๆ


    แต่ไม่มีใครสนใจ


    หญิงสาวในชุดแดงเดินข้ามศพไปเฉย ๆ


    พ่อค้าขายเนื้อยังตะโกนเรียกลูกค้า


    เด็กขอทานนั่งหัวเราะอยู่ตรงมุมกำแพง


    เหมือนนี่เป็นเรื่องปกติ


    เสี่ยวชวนหยุดมองศพนั้นครู่หนึ่ง


    ชายคนนั้นยังไม่ตายทันที


    นิ้วมือยังขยับอยู่เล็กน้อย


    เขาพยายามยื่นมือขอความช่วยเหลือ


    แต่ผู้คนรอบตัว…ไม่มีใครแม้แต่จะหันมอง


    จากนั้น—


    ฉัวะ


    เด็กขอทานคนนั้นเดินเข้ามา


    ใช้มีดเล็ก ๆ ปาดคอชายบาดเจ็บนิ่ง ๆ


    เลือดพุ่งออกมาอุ่น ๆ


    เด็กน้อยเช็ดเลือดบนหน้าอย่างรำคาญ


    ก่อนค้นกระเป๋าศพอย่างชำนาญ


    ผู้คนรอบข้างยังเดินผ่านต่อไป


    ไม่มีใครตกใจ


    ไม่มีใครหยุดดู


    เสี่ยวชวนมองภาพนั้นเงียบ ๆ


    ราชาเถ้าทมิฬพูดถูก


    เมืองนี้…ไม่มีคนดีจริง ๆ


    เสียงหัวเราะดังขึ้นจากด้านบน


    เขาเงยหน้ามอง


    บนระเบียงไม้เก่า ๆ ชั้นสอง


    หญิงสาวแต่งหน้าจัดกำลังสูบบุหรี่ยิ้มให้เขา


    “หน้าใหม่?”


    นางเลียริมฝีปากแดงช้า ๆ


    “ระวังตัวไว้ล่ะ”


    “เมื่อคืนมีคนหน้าแบบเจ้าถูกควักหัวใจไปขายนะ”


    เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบร้านทันที


    เสี่ยวชวนไม่ได้ตอบ


    เพียงเดินต่อไป


    ถนนเริ่มกว้างขึ้น


    ผู้คนมากขึ้น


    และอันตรายมากขึ้น


    นักฆ่าสะพายดาบเดินสวนกันเหมือนคนธรรมดา


    ชายตาบอดคนหนึ่งนั่งเล่นพิณอยู่มุมถนน


    แต่กลิ่นอายรอบตัวเขาเย็นจนคนไม่กล้าเข้าใกล้


    พ่อค้าทาสกำลังลากโซ่คนหลายสิบชีวิตผ่านถนน


    บางคนร้องไห้


    บางคนขอชีวิต


    บางคนหมดสติไปแล้ว


    แต่เสียงต่อรองราคายังดังขึ้นไม่หยุด


    “ผู้หญิงคนนี้มีสายเลือดหิมะ!”


    “เอาไปฝึกคู่บำเพ็ญได้!”


    “เด็กนี่มีแกนพลังตั้งแต่เกิด!”


    “ขายถูก!”


    เสี่ยวชวนกำมือแน่นเล็กน้อย


    เสียงเซวียนซาหัวเราะเบา ๆ


    “โกรธ?”


    “เจ้าเปลี่ยนโลกนี้ไม่ได้หรอก”


    ทันใดนั้น—


    พรึ่บ!


    ชายร่างใหญ่คนหนึ่งพุ่งชนเสี่ยวชวนจากด้านข้าง


    แรงมากพอให้คนทั่วไปล้ม


    แต่เสี่ยวชวนไม่ขยับแม้แต่นิด


    ชายคนนั้นชะงัก


    ก่อนหรี่ตามองเขา


    “โอ้…”


    “มีฝีมือ?”


    กลุ่มชายด้านหลังเริ่มหัวเราะ


    ทุกคนมีรอยสักรูปเขี้ยวดำที่คอ


    กลิ่นเลือดแรงมาก


    พวกมันคือ “หมาป่าราตรี”


    แก๊งอันธพาลระดับล่างในเมืองนี้


    และพวกมันชอบล่า “หน้าใหม่”


    ชายร่างใหญ่ยิ้มเยาะ


    “กฎของเมืองนี้…”


    “หน้าใหม่ต้องจ่ายค่าผ่านทาง”


    เขายื่นมือออกมา


    “หรือไม่ก็ทิ้งแขนไว้ข้างหนึ่ง”


    ผู้คนรอบถนนเริ่มหยุดมอง


    แต่ไม่มีใครคิดช่วย


    ตรงกันข้าม


    หลายคนเริ่มยิ้ม


    เหมือนกำลังรอดูความสนุก


    เสี่ยวชวนมองพวกมันเงียบ ๆ


    ก่อนถามเรียบ ๆ


    “ถ้าข้าปฏิเสธล่ะ”


    กลุ่มชายหัวเราะทันที


    “ปฏิเสธ?”


    “เด็กใหม่…”


    ชายร่างใหญ่เอียงคอช้า ๆ


    “ที่นี่ไม่มีใครถามว่าเจ้าคือใคร”


    เขาดึงขวานออกมาช้า ๆ


    แกร๊ก


    “ขอแค่เจ้าฆ่าคนได้…ก็พอ”


    ตูม!


    แรงกดดันลมปราณระเบิดออกทันที


    คนรอบข้างถอยห่างโดยสัญชาตญาณ


    ชายคนนั้นพุ่งเข้ามาแล้ว!


    ขวานฟาดลงตรงหัวเสี่ยวชวนอย่างโหดเหี้ยม


    เร็ว


    หนัก


    และตั้งใจฆ่าจริง ๆ


    แต่—


    เคร้ง


    เสียงโลหะดังแผ่วเบา


    ทุกอย่างหยุดนิ่ง


    ขวานถูกกระบี่สีฟ้าหยุดไว้ด้วยมือเดียว


    ดวงตาของชายร่างใหญ่เบิกกว้าง


    เขาไม่ทันเห็นด้วยซ้ำว่าเสี่ยวชวนชักกระบี่ตอนไหน


    “เจ้า—”


    ฉัวะ


    แสงสีฟ้าวาบผ่านถนนเปียกฝน


    เงียบ


    จากนั้น—


    เลือดพุ่งขึ้นกลางอากาศ


    หัวของชายร่างใหญ่กลิ้งตกลงบนพื้นช้า ๆ


    ตึก


    ตึก


    เลือดอุ่นไหลลงร่องน้ำรวมกับน้ำฝน


    ทั้งถนนเงียบไปชั่วขณะ


    ก่อนเสียงหัวเราะดังขึ้น


    “ฮ่าๆๆๆ!”


    “ดี!”


    “โคตรเร็ว!”


    “เด็กใหม่นี่ใช้ได้!”


    ไม่มีใครตกใจ


    ไม่มีใครกลัว


    ตรงกันข้าม—


    หลายคนเริ่มสนใจเขาทันที


    หญิงสาวบนระเบียงยิ้มกว้างขึ้น


    ชายตาบอดหยุดเล่นพิณ


    แม้แต่พ่อค้าทาสยังหันมามอง


    เพราะที่นี่…


    ความเมตตาไม่มีค่า


    แต่ความแข็งแกร่งมี


    กลุ่มหมาป่าราตรีถอยหลังทันที


    สีหน้าซีดเผือด


    เสี่ยวชวนสะบัดเลือดออกจากกระบี่ช้า ๆ


    ก่อนเดินผ่านศพไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


    ผู้คนหลีกทางให้เขาโดยอัตโนมัติ


    เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นทั่วถนน


    “หน้าใหม่คนนั้นเป็นใคร…”


    “กระบี่เมื่อกี้…เร็วชิบหาย”


    “กลิ่นอายไม่ธรรมดา”


    “เหมือนคนที่เคยฆ่ามาเยอะ…”


    เสี่ยวชวนเดินต่อไปเงียบ ๆ


    โคมแดงสะท้อนใบหน้าด้านข้างของเขาเป็นสีเลือด


    ฝนยังตกไม่หยุด


    แต่เขาเริ่มเข้าใจแล้ว


    เมืองนี้ไม่มีความยุติธรรม


    ไม่มีมิตรแท้


    ไม่มีความเมตตา


    มีเพียงกฎเดียว


    “อ่อนแอ…ก็ตาย”


    ทันใดนั้นเอง—


    เสียงระฆังต่ำ ๆ ดังขึ้นจากกลางเมือง


    กึงงงงงง—


    ผู้คนทั้งถนนหยุดทันที


    แม้แต่นักฆ่าหลายคนยังสีหน้าเปลี่ยน


    จากนั้น


    เสียงประกาศแหบต่ำก็ดังขึ้นทั่วเมืองผ่านพลังลมปราณ


    “คืนนี้…”


    “สนามประลองใต้ดินเปิดแล้ว”


    “ผู้ชนะจะได้หินวิญญาณหนึ่งพันก้อน”


    “ผู้แพ้…”


    เสียงหัวเราะเย็นยะเยือกดังแทรกขึ้น


    “ก็กลายเป็นอาหารของเมือง”


    ทั้งถนนเริ่มคึกคักทันที


    นักฆ่าหลายคนยิ้ม


    พวกนักล่าวิญญาณเริ่มเดินไปทางเดียวกัน


    กลิ่นอายบ้าคลั่งเริ่มปกคลุมทั้งนคร


    เสี่ยวชวนเงยหน้ามองไปยังใจกลางเมือง


    ที่นั่น—


    มีแสงสีแดงสว่างขึ้นกลางสายฝน


    เหมือนหัวใจปีศาจกำลังเต้นอยู่ในความมืด


    และโดยไม่รู้ตัว


    เขาก็กำกระบี่แน่นขึ้นช้า ๆ


    เพราะลึก ๆ แล้ว


    เขารู้ดี


    นครแห่งนี้…


    กำลังจะเปลี่ยนเขาไปตลอดกาล

    คล้ายกับเรื่องแกนกลืนวิญญาณต้องห้าม ที่คุณอ่าน

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577