อรึก อรึก อรึก
ยาพิษระดับ 3 จากสัตว์อสูรกระดกลงคอแล้วปล่อยให้ทักษะโลหิตสลายกระดูกดูดซับมัน การดูดซับยาพิษต่างจากดูดซับพลังวิญญาณ เพราะพิษจะซึมเข้าไปในจุดที่อวัยวะนั้นๆสัมผัส อย่างเช่นกระเพาะอาหาร แล้วร่างกายค่อยกระจายพิษไปทั่วร่างเพื่อทำให้ร่างกายทนทานต่อพิษชนิดที่ดูดซับเข้าไป
ส่วนพลังวิญญาณการจะดูดซับเข้าไปในร่างกายทำได้เพียงดูดซับผ่านจุดพลังบนร่างกาย ในร่างของมนุษย์มีการกล่าวเอาไว้ว่ามีจุดพลังวิญญาณทั้งหมด 108 จุด ยิ่งสามารถเปิดจุดได้ครบ 108 ยิ่งทำให้การดูดซับพลังวิญญาณทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
เมื่อพลังวิญญาณถูกดูดซับเข้าสู่ร่างกายพวกมันจะวิ่งไปตามจุดพลังวิญญาณทั้ง 108 มุ่งหน้าสู่ตันเถียนเพื่อสะสม หากไม่ถึงจุดๆหนึ่งร่างกายจะไม่นำพลังวิญญาณมาปรับเปลี่ยน ต่างจากพิษที่ปรับร่างกายเรื่อยๆที่รับเข้าไป
ทว่าตงฟางกลับยังไม่เห็นใครในเมืองหลงไห่ที่เปิด 108 จุดได้เหมือนหนิงเหอและพ่อของเขาที่ใช้ทักษะฝังเข็มตระกูลหลี่ พี่ซิงเยียนก็เปิดได้เพียงแค่ 45 จุดเท่านั้น ส่วนตัวเขาเปิดเองครบ 108 จุดแล้วด้วยการนำร่างกายตัวเองมาลองวิชาฝังเข็มตอน 5 ขวบ
“เอาล่ะ วาดต่อเลยแล้วกัน”
ตงฟางทุ่มสมาธิไปกับการพยายามเขียนยันต์ โดยข้างๆเขาตอนนี้มีกระดาษมากมายวางทิ้งเอาไว้ปะปนกับกล่องยาระดับ 4 ที่เขาลองหลอมตลอด 5 วันที่ผ่านมา เหลือเวลาอีกเพียง 2 วันการแข่งขันหลอมยาจะเริ่มขึ้น ตงฟางกลับยังไม่เริ่มหลอมยาระดับ 5 เลยสักเม็ด
เขาได้คำนวณความสามารถของตัวเองดูแล้วในตอนนี้ การจะหลอมยาระดับ 4 เขาต้องใช้พลังไปจนหมดตัวเพื่อให้ได้ยาระดับ 4 คุณภาพ 10 ส่วน ทั้งพลังจิตและพลังวิญญาณล้วนหายไปจากตัว ตงฟางจึงมุ่งเน้นการเขียนยันต์เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เขาหลอมยาระดับ 5 ให้มีคุณภาพมากกว่า 5 ส่วนได้
แม้ตอนนี้เขาจะยังไม่หลอมยาระดับ 5 ออกมาสักเม็ด ตงฟางรู้ว่าตัวเองสามารถหลอมมันได้ เพียงแต่ไฟของเขาที่ใช้ไม่ร้อนพอที่จะทำตามตำราของพ่อ ยาที่ออกมาคุณภาพของมันจึงต่ำกว่า 5 ไม่สามารถทำให้เขาชนะการประลอง เขาจึงต้องหาตัวช่วยคือการใช้ยันต์ มาวาดลงบนก้นเตาให้เขาประหยัดพลังวิญญาณมากกว่านี้
“พอจับทางได้แล้ว ส่วนพู่กันไม่จำเป็นต้องใช้ โยนทิ้งเลยแล้วกัน”
พู่กันทั้งหมดมีราคาตั้งแต่ 1 หินวิญญาณไปจนถึง 1 แสนหินวิญญาณที่ทางพี่ซิงเยียนนำมาให้ตงฟางใช้เขียนยันต์ เขาลองใช้พวกมันทุกๆด้าม จนเขาพบความลับในการเขียนอักษรให้น้ำหมึกและขนาดของตัวอักษรเท่ากันตลอดการเขียน
โดยสิ่งๆนั้นคือพลังวิญญาณของผู้เขียน เดิมทีเขานึกว่าการเขียนยันต์เพียงแค่เขียนตัวอักษรให้ได้ตามตำราก็สามารถใช้งานได้ มันกลับไม่ใช่ สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญของตัวอักษรเหล่านั้นคือพลังวิญญาณ ต่อให้เขาจะลายมือห่วยแตกแค่ไหน ขอให้มันอ่านออกแล้วก็มีพลังวิญญาณบรรจุอยู่ข้างในตัวอักษรนั้นก็พอแล้ว
สำหรับหมึกพิเศษมันช่วยในเรื่องการควบแน่นพลังวิญญาณในระหว่างการเขียนได้จริง เพียงแต่ว่าผู้เขียนจำเป็นต้องส่งพลังวิญญาณให้พู่กันเรื่อยๆแล้วต้องมีปริมาณเท่าๆกัน หากการส่งพลังวิญญาณเข้าไปในพู่กันเพิ่มลดไม่เท่ากัน พู่กันก็จะควบแน่นพลังพลังวิญญาณที่เขียนตัวหนังสือได้ไม่ดี
พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ พู่กันเป็นเครื่องทุ่นแรง หากไม่มีพู่กันจะต้องฝึกควบคุมพลังวิญญาณก่อนแล้วจึงฝึกควบแน่นพลังวิญญาณจนเชี่ยวชาญ ถึงค่อยสามารถเริ่มวาดยันต์ได้ แต่การสอนเขียนยันต์กลับข้ามขั้นไปให้พึ่งพู่กัน ไม่ให้ฝึกการควบแน่นพลังวิญญาณ ตงฟางจึงรู้ว่าคนที่สร้างพู่กันต้องการควบคุมปริมาณนักยันต์ไม่ให้มีเยอะเกินไป มันคงจะเป็นโลกของธุรกิจที่ไม่อยากให้ยันต์ราคาตก ด้วยการนำพู่กันออกมาขัดขวาง
โดยพู่กันทำหน้าที่เป็นเครื่องกรอง ผู้เขียนไม่ต้องทำอะไรมากนอกจากส่งพลังวิญญาณเข้าไปในพู่กันให้ได้ปริมาณสม่ำเสมอ ต่อจากนั้นพู่กันจะควบแน่นพลังวิญญาณให้เอง ต่อให้จะตวัดซ้ายขวา หรือว่าจะวาดวงกลม พลังวิญญาณจะถูกควบแน่นด้วยปริมาณที่สม่ำเสมอ จนเขียนยันต์ได้
“เอาล่ะ หวังว่าครั้งนี้มันจะได้นะ”
ตงฟางโยนพู่กันทิ้งแล้วใช้นิ้วของเขาแทนพู่กัน น้ำหมึกพิเศษเขาใช้พลังงานวิญญาณแทน เขาไม่จำเป็นต้องการเครื่องทุ่นแรงเหล่านี้ จากการทดลองเขียนยันต์มา 5 วันเขาจับทิศทางการฝึกได้แล้ว
โดยเขาจะใช้ปลายนิ้วที่เขียนยันต์เลียนแบบการทำงานของปากกาขนนกที่มีหมึกบรรจุอยู่เต็ม ทำให้การเขียนไม่มีการขาดช่วงของน้ำหมึก ส่วนน้ำหมึกพิเศษเขาจะเปลี่ยนไปเป็นพลังวิญญาณ เพราะผู้ใช้ยันต์ที่วาดยันต์ระดับสูง พวกเขาล้วนใช้พลังวิญญาณเขียนยันต์กันทั้งนั้น ตอนนี้เขาไม่สามารถทิ้งพลังวิญญาณให้กลายเป็นตัวอักษรเอาไว้บนอากาศ จึงจำเป็นต้องวาดลงไปบนกระดาษยันต์แทน
“ปากกาขนนก ปากกาขนนก”
ปลายนิ้วค่อยๆมีออร่าของพลังวิญญาณปรากฎจากนั้นตงฟางก็เริ่มปรับเปลี่ยนออร่าให้เป็นทรงกลมมีรูตรงกลางไม่ต่างจากปากกาขนนก เมื่อเขาได้ปากกาที่สร้างมาจากพลังวิญญาณแล้วเขาก็เริ่มวางนิ้วลงไปบนแผ่นกระดาษวาดอักษรลงไป ทุกๆการตวัดนิ้วเขาพยายามโฟกัสไปยังปลายนิ้วเพื่อส่งพลังวิญญาณจากการควบแน่นลงไปยังตัวอักษร ระหว่างเขียนเขาได้ดึงพลังวิญญาณออกมาจากตันเถียนมาต่อแถวเรียงบนมือ เพื่อส่งมันออกไปทางนิ้วที่กำลังวาด
[ไฟ ระเบิด]
วิ๊ง~!
แสงสีขาวเปล่งประกายออกมาจากกระดาษ ทันใดนั้นกระดาษก็เริ่มสลายหายไป จากการที่มันไม่สามารถรับพลังวิญญาณได้ ตงฟางที่รู้ว่าเขาสามารถวาดยันต์ลงกระดาษยันต์ได้แล้วก็เริ่มเปลี่ยนกระดาษ ตั้งแต่ฝึกเขาไม่เคยลองใช้กระดาษยันต์เลยสักครั้ง เขาใช้แค่กระดาษเปล่า
วูฟ~!
ปลายนิ้วตวัดลงไปบนกระดาษยันต์วาดอักษรขึ้นมาเป็นจำนวน 2 ตัวจนกระทั่งกระดาษเปล่งแสงสีขาวออกมาจางๆแล้วกลับไปเป็นกระดาษมีลวดลายของยันต์ ตงฟางถึงขั้นฉีกยิ้มกว้างเพราะตอนนี้ เขาสร้างยันต์ได้แล้ว
บรึ้ม~!
“ฮ่าๆๆ เหมือนที่เห็นมา”
การระเบิดของยันต์ระดับ 2 ทำตงฟางฉีกยิ้มกว้างหากเขาวาดตัวอักษรที่ 3 ลงไปมันจะต้องกลายเป็นยันต์ระดับ 3 แน่นอน เขาจึงไม่รอช้าเริ่มวาดยันต์อีกครั้งหนึ่ง ด้วยการใส่รูปแบบอาวุธที่เขาต้องการให้มันโจมตีออกไป เริ่มด้วยการเขียนคำว่าไฟ ต่อด้วยเผาไหม้และคำว่าดาบ ทันใดนั้นเขาก็เกิดความโลภอยากได้คำที่ 4 เขียนลงไปในกระดาษปรากฎว่าปลายนิ้วของเขาเริ่มสั่นไหว ไม่มีแรงมากพอจะเขียนตัวที่ 4
“ข้อจำกัดเป็นแบบนี้สินะ”
แม้ตัวอักษรทั้ง 3 จะมีการยกปลายนิ้วเพื่อเขียนแยกตัวอักษรเป็นส่วนๆ ทว่าพลังวิญญาณกลับไม่เป็นอย่างที่ตาเปล่าเห็นเพราะการใช้งานตาทิพย์ของตงฟาง มองเห็นพลังวิญญาณจากจุดที่เขายกปลายนิ้ว มันเชื่อมต่อกับจุดที่เขาจะเริ่มเขียนตัวอักษรใหม่ขึ้นมา ทำให้ตัวอักษรทั้ง 3 เชื่อมต่อกันด้วยพลังวิญญาณ
แต่การที่เขาจะเริ่มสร้างตัวอักษรที่ 4 พลังวิญญาณที่เชื่อมต่อตัวอักษรทั้ง 3 มันกลับฉุดเขาเอาไว้ ยิ่งเขาอยากจะเขียนอักษรตัวที่ 4 มากแค่ไหนพวกมันจะปลดปล่อยพลังออกมาขัดขวางให้เขาทำไม่สำเร็จ ด้วยสิ่งนี้จึงทำให้ตงฟางเข้าใจแล้ว ว่าทำไม จึงต้องมีระดับผู้ใช้ยันต์
ผู้ใช้ยันต์ระดับ 1 สามารถเขียนยันต์ได้เพียงแค่ 1 อักษรเท่านั้น เกิดเป็นยันต์ระดับ 1 ขึ้นมา
ผู้ใช้ยันต์ระดับ 3 สามารถเขียนยันต์ได้เพียง 3 ตัวอักษร เกิดเป็นยันต์ระดับ 3
ด้วยข้อจำกัดของระดับผู้ใช้ยันต์ผูกมัดกับตัวอักษรการเขียนยันต์ หากตงฟางไม่ทำให้ระดับพลังวิญญาณของเขาเพิ่มมากกว่านี้ จำนวนตัวอักษรเขียนยันต์ของเขาจะคงเป็น 3 ตลอดไป
“แล้วระดับไหนกัน ถึงจะเขียนยันต์บนอากาศได้”
ตงฟางลองเขียนยันต์ไปบนอากาศ ปรากฎว่าตัวอักษรที่เขาตวัดมันลอยห่างกันออกไป เหมือนไม่มีฐานรองรับพวกมัน แม้เขาจะพยายามควบคุมพลังวิญญาณ ตัวอักษรที่วาดกลับลอยหนีเขาไปจนไม่สามารถแสดงพลังออกมาได้
“งั้นก็แค่สร้างฐานให้มันก็พอแล้วหนิ”
พลังจิตก่อรูปร่างเป็นแผ่นกระดาษขาวใสไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ตงฟางจึงวาดนิ้วลงไปในตำแหน่งที่เขาบีบอัดพลังจิตให้เป็นแผ่นบางๆ กระทั่งเขาวาดตัวอักษรทั้ง 3 ลงไปบนพลังจิต เขาก็เริ่มย่นคิ้วเมื่อตัวอักษรทั้ง 3 ตัวเปล่งแสงออกมา
“หืม เรื่องจริง?”
ฟิ้ว~!
ดาบสีแดงเพลิงพุ่งเข้าเสียบพื้นดิน สร้างความตกใจให้ตงฟางไม่น้อยที่ยันต์บนอากาศของเขาใช้งานได้ โดยไม่ต้องวาดลงไปบนกระดาษยันต์ ด้วยการใช้พลังจิตเป็นฐานแล้ววาดพลังวิญญาณ การใช้งานพลังวิญญาณบนอากาศของตงฟางก็สามารถใช้ได้ตอนที่เขาเป็นเพียงระดับก่อตั้งวิญญาณเท่านั้น
“นี่มัน ฮ่าๆๆ โกงได้อีกแล้ว”
รอยยิ้มฉีกจนเกือบจะถึงหู หลังจากพบความโกงของตัวเองอีกอย่าง แม้เขาจะเป็นระดับก่อตั้งวิญญาณเขากลับไม่ต้องพึ่งพู่กัน กระดาษยันต์แล้วก็หมึกพิเศษเหมือนคนอื่นๆ เขาเพียงแค่ต้องพึ่งพลังจิตเท่านั้นก็สามารถใช้งานยันต์ได้ไม่ต่างจากผู้ใช้ยันต์ระดับสูง มีสิ่งเดียวที่เขาเทียบกับผู้ใช้ยันต์ระดับสูงไม่ได้ตอนนี้คือ เขาเขียนตัวอักษรได้เพียงแค่ 3 เท่านั้น
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ
การเริ่มเขียนยันต์เกิดขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง ทุกความรู้ในหัวของตงฟางเกี่ยวกับยันต์ค่อยๆนำออกมาเขียนเป็นถ้อยคำ 3 ส่วน ไม่ว่าจะเป็น ดิน น้ำ ลม ไฟ ทอง ไม้ เขาให้พลังของยันต์แปลงพลังวิญญาณของเขาเป็นธาตุเหล่านี้ทั้งหมด จนเขาฉีกยิ้มหน้าบานไม่น้อยเพราะทุกอย่างเขาใช้งานได้ไม่มีติดขัด หลังจากทดลองยันต์โจมตีไปจนคิดว่าเพียงพอแล้วนั้น ตงฟางก็เริ่มใช้งานตัวอักษรสำหรับเขียนยันต์อำนวยความสะดวก
ซึ่งสิ่งที่เขาต้องการอำนวยความสะดวกในตอนนี้ก็คือ การทำให้เขาเพิ่มอุณหภูมิของเตาหลอมให้สูงที่สุด โดยใช้พลังงานวิญญาณน้อยกว่านี้ หากเขาทำไม่ได้เขาก็อยากคงสถานะความร้อนตอนนั้นให้ได้นานที่สุดเอาไว้เช่นกัน เพื่อให้ยาระดับ 5 ของเขามีคุณภาพมากกว่า 5 ส่วน
—------------------------------
“ท่านผู้อาวุโสฟู่ อีก 2 วันการแข่งขันหลอมยาจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว”
“หืม ใกล้แล้วสินะ เอาล่ะ ไปหาเหล้ามาเพิ่มอีก ขอผู้หญิงใหม่ด้วยข้าเบื่อสองคนนี้แล้ว”
“ดะ…ได้ๆ ข้าจะทำตามที่ท่านขอ”
“เดี๋ยวก่อน มีอีกอย่างที่ข้าอยากจะได้”
เจ้าของหอประมูลโคมกระจ้างกัดฟันแน่น แม้มันจะเกรงกลัวนักหลอมยาระดับ 5 ที่มันเรียกผู้อาวุโสฟู่ก็ตาม มันกลับเกรงกลัวในด้านความสามารถการหลอมยาเท่านั้น หากวัดเรื่องระดับตัวของมันมีมากกว่า แต่การจะกลายเป็นผู้หลอมยาระดับ 5 ในเมืองของมันมีไม่มาก มันที่เชิญมาจากเมืองหลวงจึงต้องต้อนรับอย่างดี จะไม่สร้างความขุ่นเคืองให้กระทบกับแผนการของมัน ที่ลงทุนลงแรงไปเป็นจำนวนมาก
“ข้าเห็นหอประมูลของเจ้ามีสมุนไพรระดับ 6 ที่ข้าต้องการ ไปนำมันมาให้ข้าสัก 2 ต้น ข้าต้องการหลอมพวกมันเป็นยา”
“ดะ…ได้เลยท่านผู้อาวุโสฟู่ ข้าจะรีบให้คนจัดเตรียมมาให้กับท่าน”