“ข้ามีแผนการเ้าค่ะ” เหวยเหนียงกล่าว
“แผนการอะไรงั้นหรือ” แม่สามีรอฟัง
“ข้าคาดการณ์ว่าฮองเฮาทรงต้องส่งคนมาคอยจับตาดูพวกเราเป็แน่และที่สำคัญในโลกนี้ไม่มีใครหน้าไหนตัดเย็บเสื้อผ้าสามสิบตัวภายในหนึ่งวันได้หรอกเ้าค่ะข้าจำเป็ต้องใช้เล่ห์กลข้าจะลอบนำผ้าที่พระราชทานไปที่โรงเย็บผ้าเหลยฟุและจ้างพวกเขาตัดเย็บเสื้อผ้าให้เ้าค่ะ”เหวยเหนียงบอกแผน
“แต่นั่นเป็การหลอกลวงเบื้องสูงนี่ข้าไม่ทำเด็ดขาด” แม่สามีส่ายหน้า
“ท่านแม่เ้าคะ พวกเราจำเป็ต้องเอาตัวรอดไปก่อนเพื่อพวกเราจะได้มีชีวิตอยู่คอยเป็กำลังสำคัญกอบกู้บัลลังก์ต่อไปนะเ้าคะ”เหวยเหนียงพยายามกล่อม
“แต่ว่า ถ้าลูกข้ายังปกติอยู่เขาคงไม่ยอมเป็แน่ เขายึดถือความซื่อตรงมาทั้งชีวิตแล้วจะให้เขามีแม่ที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมได้อย่างไร” แม่สามีกังวล
“ในเวลานี้เบื้องสูง้ากำจัดครอบครัวของพวกเราโดยใช้วิธีมอบงานที่เกินกำลังที่มนุษย์คนเดียวจะทำได้ท่านจะทำให้พระองค์ทรงสมพระทัยหรือเ้าคะ” เหวยเหนียงกล่าว
“ก็ได้ เพื่อเอาตัวรอดข้าจะยอมทำตามแผนการของเ้า” แม่สามีคล้อยตาม
“ข้าจะเป่าขลุ่ยเรียกซุนหวินให้ปลอมเป็ข้าและทำทีว่ากำลังนั่งเย็บผ้าอยู่โดยท่านกับซูหลินก็คอยแสร้งตัดผ้าช่วยนาง ส่วนข้าจะนั่งรถม้าไปที่โรงเย็บผ้าเหลยฟุข้าจะพยายามกลับมาให้ทันเวลา แต่ถ้าไม่ทันก็ให้พวกท่านแสดงบทบาทว่าตัดเย็บชุดพระสนมเสร็จแล้วจากนั้นก็แสร้งนำพับผ้าสามสิบผืนขนเข้าไปในรถม้า ก่อนเข้าวังพวกเราค่อยสับเปลี่ยนรถม้ากันในตอนนั้น จากนั้นข้ากับซุนหวินก็สับเปลี่ยนตัวกันแล้วข้าก็นั่งรถม้าพร้อมกับท่านเดินทางเข้าวังเ้าค่ะ” เหวยเหนียงเล่าแผนการ
“หวังว่าแผนการของเ้าจะราบรื่นนะ”แม่สามียังคงกังวล
“แผนการทุกอย่างปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์เ้าค่ะ”เหวยเหนียงจำเป็ต้องใช้สติปัญญาเอาตัวรอด
“พวกเราจะหาอัฐที่ไหนไปจ่ายค่าจ้างเย็บผ้ากันล่ะ”แม่สามีคิดว่ามันต้องใช้อัฐจำนวนมหาศาล
“ข้าจะใช้การดูดวงเป็ค่าตอบแทนเ้าค่ะ”เหวยเหนียงกล่าว
“แล้วเขาจะยอมงั้นหรือ” แม่สามีสงสัย
“ข้ากับท่านแม่เฒ่าเหลยฟุรู้จักกันมาก่อนท่านเหลยฟุยอมรับนับถือในตัวข้าว่าดูดวงแม่นเ้าค่ะ” เหวยเหนียงกล่าว
“หากมันไม่เป็ไปอย่างที่เ้าคิดล่ะ”แม่สามีไม่เชื่อ
“ข้าค่อยปรับเปลี่ยนแผนการเ้าค่ะ”เหวยเหนียงกล่าว
“ระวังตัวด้วยนะเหวยเหนียง”แม่สามีเดินเข้าไปกอดลูกสะใภ้
“เ้าค่ะ ข้าจะพยายามรีบไปรีบกลับ”เหวยเหนียงกอดตอบ
******************************
และแล้วทุกคนในครอบครัวซูเยี่ยนก็ทำตามแผนการของเหวยเหนียงโดยซุนหวินได้แปลงโฉมเป็เหวยเหนียงแม่สามีก็รีบนำม้วนผ้าที่คล้ายกับผ้าพระราชทานมาเพื่อแสร้งทำเป็ตัดเย็บตบตาสายลับที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่นอกบ้านซูหลินช่วยตัดผ้าอย่างขะมักเขม้นส่วนซุนหวินก็แสร้งนั่งจับเข็มที่ร้อยด้ายแล้วเย็บไปเย็บมาเพื่อความสมจริงส่วนซูเยี่ยนก็ขอตัวไปเล่นกับเพื่อนข้างบ้าน
“เวลาคับขันเช่นนี้แม่ว่าเ้าอยู่ในบ้านนี่แหละซูเยี่ยน” ท่านแม่กล่าว
“หากข้าไม่ออกไปเล่นกับเพื่อนๆเพื่อนของข้าจะมาหาข้าที่บ้านขอรับ และพวกเขาก็จะเล่นกับข้าในบ้านท่านแม่ไม่กลัวพวกเขาแอบเข้ามายุ่มย่ามและเล่นซนฉีกเสื้อผ้าหรือขอรับ” ซูเยี่ยนขู่
“ผู้ใหญ่นั่งอยู่ทั้งคน เด็กๆจะกล้าเล่นซนอย่างนั้นหรือ” ท่านแม่คิดว่านางคุมได้
“แล้วแต่ท่านแม่นะขอรับถ้าหากเกิดอะไรขึ้น อย่าต่อว่าข้านะขอรับ” ซูเยี่ยนพูดไว้ก่อน
“ก็ได้ ก็ได้ เ้าออกไปเล่นเถอะแล้วอย่ากลับค่ำนักล่ะ” ท่านแม่เองก็กลัว
“ขอรับท่านแม่” ซูเยี่ยนวิ่งออกไปนอกบ้านทันที
เมื่อเหวยเหนียงเห็นว่าทุกคนทำตามแผนการนางจึงปลอมตัวเป็ชาย แล้วขี่ม้าออกเดินทางมุ่งหน้าไปที่โรงเย็บผ้าเหลยฟุทันที
ความจริงนั้นซูเยี่ยนไม่ได้ออกไปเล่นกับเพื่อนๆแต่เขาแอบสวมชุดดำใช้กำลังภายในติดตามเหวยเหนียงเพื่อป้องกันภัยให้นางในระหว่างเดินทางหากมีโจรผู้ร้าย เขาจะได้จัดการพวกมันได้ทันการณ์
พอเหวยเหนียงเดินทางไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัยและเปลี่ยนชุดแปลงโฉมกลับมาเป็เหวยเหนียงซูเยี่ยนก็ใช้กำลังภายในรีบกลับไปที่บ้านเพื่อไม่ให้คนในบ้านพากันสงสัย
******************************
ณ บ้านของซูเยี่ยน
“ไปเล่นอะไรมา เหงื่อโชกเชียวลูก”ท่านแม่กล่าวทักเมื่อเห็นลูกชาย
“เล่นชักเย่อขอรับข้าเหนื่อยมากเลย ขอตัวไปอาบน้ำนอนก่อนนะขอรับ” ซูเยี่ยนรีบพูดตัดบทเพราะเขาไม่อยากอธิบายมากกลัวว่าเขาจะโกหกไม่เนียน
“ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วรีบนอนได้แล้วลูก” ท่านแม่ไม่อยากให้ลูกชายนอนดึก
“ขอรับท่านแม่” ซูเยี่ยนรีบเข้าห้องเพื่ออาบน้ำนอนเพื่อที่ว่าวันพรุ่งนี้เขาจะได้มีแรงเดินทางไปที่โรงเย็บผ้าเหลยฟุเขาอยากคอยคุ้มกันฮูหยินในระหว่างที่นางเดินทางกลับ
หญิงทั้งสามก็ต้องนั่งหลังขดหลังแข็งแกล้งเย็บผ้าทั้งคืน
ซุนหวินเย็บไปก็บ่นไป “โอ๊ย!ปวดหลังจังเลย นี่ข้าต้องเย็บผ้าทั้งคืนอย่างนั้นหรือ”
“ลำบากเ้าจริงๆข้าต้องขอโทษเ้าด้วยนะ” แม่สามีของเหวยเหนียงรู้สึกผิด
“เอ่อข้าก็บ่นไปอย่างนั้นเองเ้าค่ะ อย่าถือสาข้าเลยนะเ้าคะ” ซุนหวินกล่าว
“เ้าลงทุนปลอมตัวเป็เหวยเหนียงและยอมอดหลับอดนอนเพื่อเย็บผ้าทั้งคืนแบบนี้เหวยเหนียงต้องจ้างเ้าแพงมากใช่หรือไม่” แม่สามีแอบถาม
“นางไม่ได้จ้างข้าหรอกเ้าค่ะข้าอาสาทำเอง ข้ากับเหวยเหนียงเป็สหายกันเ้าค่ะ” ซุนหวินกล่าว
“ทำไมเหวยเหนียงถึงมีเพื่อนดีแบบนี้ล่ะ”แม่สามีนึกไม่ถึง
“พวกเราเคยช่วยเหลือเกื้อกูลกันในยามทุกข์ยากเหวยเหนียงจึงถือว่าเป็เพื่อนแท้ของข้าเ้าค่ะ” ซุนหวินอธิบาย
“จริงสินะคนเราจะเห็นมิตรภาพที่แท้จริงในยามที่เราตกต่ำหรือทุกข์ยากนี่แหละ” แม่สามีกล่าวเสียงเศร้า
“ท่านอย่าน้อยเนื้อต่ำใจในชะตาชีวิตเลยนะเ้าคะหากมองในแง่ดีท่านจะได้รู้ว่าท้ายที่สุดใครกันที่รักและจริงใจต่อท่านอย่างแท้จริงในยามขาดแคลนเช่นนี้”ซุนหวินกล่าว
“จริงของเ้า” แม่สามีรู้สึกปลง
“น้ำซุปร้อนๆ เ้าค่ะ” ซูหลินยกถ้วยน้ำซุปมาสามถ้วย
“ขอบคุณมากซูหลิน” ซุนหวินยกถ้วยน้ำซุปขึ้นมาซด
“อ้าว! ข้าเห็นซูเยี่ยนแว๊บๆเขาไปไหนแล้วล่ะเ้าคะ ข้านำถ้วยน้ำซุปมาเผื่อเขาด้วย” ซูหลินมองไปรอบๆก็ไม่เจอ
“เขาเข้าไปนอนแล้วล่ะ” ท่านแม่กล่าว
“งั้นข้านำถ้วยน้ำซุปไปให้เขาซดดีกว่าเ้าค่ะ”ซูหลินกล่าว
“ไปเถอะซูหลินแล้วรีบกลับมานั่งหลังขดหลังแข็งเย็บผ้ากัน” ท่านแม่กล่าวยิ้มๆ
“เ้าค่ะท่านแม่” ซูหลินคิดในใจว่า “ข้าก็อุตส่าห์อู้งานโดยเข้าครัวไปทำน้ำซุปท่านแม่ก็มารู้ทันข้า”
******************************
ณ โรงเย็บผ้าเหลยฟุ เวลาพลบค่ำพอดี
“มีอะไรให้ข้าช่วยอย่างนั้นหรือ”ท่านแม่เฒ่าเหลยฟุกล่าว
“ข้าอยากขอให้ท่านช่วยข้าเย็บชุดพระสนมจำนวน30 ชุดเ้าค่ะ ข้านำผ้ามาด้วย” เหวยเหนียงกล่าว
“แล้ว้าวันไหนล่ะ” ท่านแม่เฒ่าคิดว่าต้องเย็บเสื้อผ้าตั้งหลายชุดคงต้องใช้เวลานาน
“ต้องเสร็จไม่เกินเที่ยงของวันพรุ่งนี้เ้าค่ะ”เหวยเหนียงกล่าว
“อะไรนะ!ฝ่าาทรงมอบหมายให้เ้าทำคนเดียวอย่างนั้นหรือและทำไมถึงให้เวลาเพียงน้อยนิดอย่างนั้นล่ะ” ท่านแม่เฒ่าไม่เข้าใจ
“ข้าโดนกลั่นแกล้งเ้าค่ะ”เหวยเหนียงกล่าวเสียงเศร้า
“ข้ายอมช่วยเ้าก็ได้โชคดีที่คนงานที่นี่มีสามสิบคนพอดี คืนนี้ก็น่าจะเสร็จทัน” ท่านแม่เฒ่ากล่าว
“ค่าจ้างเท่าไหร่หรือเ้าคะ”เหวยเหนียงลองถามไปเช่นนั้นเอง ทั้งๆที่รู้ว่าท่านแม่เฒ่าไม่รับค่าจ้างเป็อัฐ
“เ้าดูดวงให้ข้าเป็สิ่งตอบแทนก็แล้วกัน”ท่านแม่เฒ่ากล่าว
“มันจะคุ้มกันหรือเ้าคะ”เหวยเหนียงสงสัย
“ข้ารู้ว่าเ้าไม่ใช่คนมีฐานะมั่งมีอะไรเ้าดูดวงให้ข้าดีกว่า” ท่านแม่เฒ่าเข้าใจเพราะรู้จักเหวยเหนียงมานาน
“ท่าน้าให้ข้าดูเื่อะไรหรือเ้าคะ”เหวยเหนียงรีบถาม
“ปีนี้ข้าแก่มากแล้วข้า้ายกตำแหน่งหัวหน้าโรงเย็บผ้าให้ลูกบุญธรรม นางมีนามว่า ชุนชิน เ้าช่วยดูให้หน่อยว่าดีหรือไม่หากนางสืบกิจการต่อแล้ว โรงเย็บผ้าของข้าจะเจริญรุ่งเรืองหรือเปล่า” ท่านแม่เฒ่ากล่าว
“ทำไมถึงเลือกนางล่ะเ้าคะ”เหวยเหนียงสงสัย
“ในระหว่างสามสิบคนชุนชินเป็คนที่มีฝีมือในการเย็บผ้าดีเยี่ยมที่สุดน่ะสิ” ท่านแม่เฒ่ากล่าวอย่างภูมิใจ
เหวยเหนียงจึงขอเวลาตกฟากของชุนชินก็ทำนายได้ว่า หากนางได้เป็หัวหน้าคอยคุมโรงเย็บผ้ากิจการจะขาดทุนย่อยยับถึงขั้นล้มละลายกันเลยทีเดียวแต่นางยังไม่กล้าบอกผู้าุโตรงหน้าก็เลยว่า “ดวงของชุนชินไม่ถูกโฉลกกับโรงเย็บผ้าเ้าค่ะ”
“แล้วจะให้ใครมาเป็หัวหน้าแทนล่ะ”ท่านแม่เฒ่าคิดไม่ออกเลย
“จัดการแข่งขันเย็บผ้าดีมั้ยเ้าคะโดยให้เย็บชุดพระสนมนี่แหละ” เหวยเหนียงรีบถือโอกาส
“เป็ความคิดที่ดี” ท่านแม่เฒ่าอยากเห็นฝีมือของช่างเย็บผ้าแต่ละคน
“เอ่อเพื่อให้ทุกคนยอมรับในฝีมือของชุนชิน สำหรับชุนชินนั้นให้ใช้ผ้าของโรงงานแทนเพื่อที่นี่จะได้เก็บผลงานของชุนชินไว้ไงเ้าคะ” เหวยเหนียงแนะนำ
“ก็ได้ว่าแต่หากชุนชินเป็ผู้ชนะล่ะ” ท่านแม่เฒ่าสงสัย
“ถึงดวงไม่ถูกโฉลกข้าก็พอจะช่วยแก้เคล็ดได้เ้าค่ะแต่สิ่งสำคัญก็คือต้องให้ทุกคนยอมรับในฝีมือของชุนชินเสียก่อน” เหวยเหนียงกล่าว
“เอาล่ะ ข้าจะลองเชื่อเ้าดูก็แล้วกัน”ท่านแม่เฒ่ายอมทำตาม
และแล้วท่านเหลยฟุก็ยอมทำตามคำแนะนำของหมอดูนางได้จัดให้มีการแข่งขันเย็บชุดพระสนมหากใครเป็ผู้ชนะจะได้เป็ผู้สืบทอดกิจการโรงเย็บผ้าแห่งนี้
ทั้งสามสิบคนนั่งเย็บผ้าห่างกันสองวาโดยให้นั่งเรียงแถวจำนวน 6 แถว ซึ่งแต่ละแถวนั่งต่อกันจำนวน 5 คน
“เพื่อให้ทุกคนเห็น ควรให้ชุนชินนั่งหน้าสุดนะเ้าคะ” เหวยเหนียงแนะนำ
“ชุนชินเ้ามานั่งข้างหน้าตรงนี้” ท่านแม่เฒ่าะโสั่ง
“เอ่อ ข้าอายข้าอยากนั่งด้านหลังมากกว่าเ้าค่ะ” ชุนชินกล่าว
“วันนี้เป็การแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งหัวหน้าคุมโรงเย็บผ้าเ้าควรแสดงฝีมือให้ทุกคนเห็น เ้าจะอายทำไม” ท่านแม่เฒ่ายังคงดึงดันให้ลูกบุญธรรมมานั่งข้างหน้า
“ก็ได้เ้าค่ะ” ชุนชินยอมทำตาม
ชุนชินเลยจำต้องมานั่งหน้าแถวตามคำสั่งของท่านเหลยฟุอย่างช่วยไม่ได้
“นั่นเ้าจะทำอะไรน่ะเหวยเหนียง”ท่านแม่เฒ่าสงสัยเมื่อเห็นเหวยเหนียงหยิบผ้าพระราชทานมาตัดเย็บเสื้อผ้าเช่นกัน
“เดี๋ยวข้าจะเย็บชุดพระสนมตัวที่สามสิบเองเ้าค่ะเพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลา” เหวยเหนียงอธิบาย
“เ้าเองก็เป็ช่างเย็บผ้าที่มีฝีมือข้านั้นอยากให้เ้าเป็ผู้สืบทอดของข้าจริงๆ” ท่านแม่เฒ่านึกเสียดาย
“ข้าแต่งงานมีสามีไปแล้วเ้าค่ะคงไม่เหมาะหรอก” เหวยเหนียงกล่าวยิ้มๆ
“งั้นเข้าสู่การแข่งขันเย็บผ้าได้”ท่านแม่เฒ่าะโบอกทุกคน
ทุกคนรวมถึงเหวยเหนียงต่างนั่งขะมักเขม้นเย็บผ้าอย่างประณีตมีเพียงชุนชินเท่านั้นที่อยู่ดีๆ ก็มีอาการปวดท้องขึ้นมา
“เ้าเป็อะไรไปน่ะชุนชิน”ท่านแม่เฒ่าสงสัย
“ข้าปวดท้องเ้าค่ะสงสัยข้าจะท้องเสีย ขอตัวไปปลดทุกข์ก่อนนะเ้าคะ” ชุนชินมีสีหน้าซีดอย่างเห็นได้ชัด
“ให้ข้าเรียกหมอมาที่นี่ดีมั้ย”ท่านแม่เฒ่าเป็ห่วง
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะนอนพักสักหน่อยก็น่าจะหาย” ชุนชินกล่าว
“เ้าคงไม่มีวาสนางั้นตำแหน่งหัวหน้าคงต้องยกให้ผู้อื่นแล้ว” ท่านแม่เฒ่ายอมตัดใจเลือกคนอื่น
“ช้าก่อนเ้าค่ะขอข้าไปปลดทุกข์ให้เรียบร้อยก่อน ข้าจะกลับมาทำใหม่เ้าค่ะ” ชุนชินไม่ยอม
“รีบไปรีบมาเร็วเข้า” ท่านแม่เฒ่ากลัวลูกบุญธรรมจะไม่ได้ตำแหน่งหัวหน้า
สักพักตงฉู่ก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำเช่นเดียวกัน
ท่านแม่เฒ่าเหลยฟุรู้สึกเป็ห่วงลูกบุญธรรมมากนางกะว่าจะนำเกลือแร่ไปให้ชุนชินทาน แต่ทว่าท่านเหลยฟุกลับไปได้ยินความลับบางอย่าง
“ทำอย่างไรดีท่านแม่ก็รู้หมดน่ะสิว่าข้าเย็บผ้าไม่เป็ที่ผ่านมาข้าจ้างให้เ้าเย็บผ้าให้ข้ามาโดยตลอด” ชุนชินกล่าวอย่างกังวล
“ท่านมอบอัฐให้ข้าสองเท่ามั้ยล่ะข้าจะเย็บสองชุดในเวลาอันสั้น นำผ้าผืนใหม่ที่เหมือนกับผ้าของเ้ามาให้ข้าสิส่วนเ้าก็แกล้งทำท่าเย็บไป ท่านเหลยฟุจับไม่ได้หรอก” ตงฉู่บอกแผนการ
“ข้าอยากเป็หัวหน้าคุมโรงเย็บผ้าอย่างนั้นก็ได้ คราวนี้ข้าจะมอบอัฐให้เ้าสองเท่าตัว” ชุนชินยอมตกลง
“พวกเรารีบกลับไปที่ห้องเย็บผ้ากันเถอะเดี๋ยวมีใครมาเห็นพวกเราเข้า” ตงฉู่กลัวว่าจะมีคนจับได้
จากนั้นหญิงสาวทั้งคู่ก็เดินกลับเข้าไปในห้องเย็บผ้าเพื่อทำงานต่อ
ท่านเหลยฟุคิดในใจว่า “เ้าหลอกลวงข้าอย่างนั้นหรือชุนชินเสียแรงที่ข้ารักและเอ็นดูเ้าเหมือนลูกแท้ๆ ของข้า”
ดังนั้นเหลยฟุจึงแสร้งทำเป็เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นนางกลับเข้าไปในห้องเย็บผ้าเช่นเดิมแล้วคอยลอบสังเกตพฤติกรรมลูกเลี้ยงที่กำลังแสร้งตั้งใจเย็บผ้าแต่ท่านก็ดูออกว่าชุนชินนั้นยังจับเข็มไม่เป็เลยด้วยซ้ำนางถึงกับส่ายหน้าเพราะเอือมระอาช่างเย็บผ้าจอมปลอมที่วันๆ ต้องยืมจมูกคนอื่นหายใจคอยจ้างคนอื่นทำงานให้ตนตลอดเวลา ท่านคิดในใจว่า “ข้านี่ก็ช่างโง่เสียจริงที่ยอมปล่อยให้เ้าหลอกลวงข้ามานานเช่นนี้”