“เป็เช่นนั้นเอง…ชีวิตเ้าช่างน่าอดสูโดยแท้สาวน้อย…”
ซินหยานใช้เวลา 1 วันเต็มๆในการซึมซับความทรงจำทั้งหมดของเด็กสาวผู้นี้ นางเป็บุตรสาวคนโตของหัวหน้าตระกูลถังในทวีปัฟ้า ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับมารดาั้แ่ลืมตาดูโลกขึ้นมาก็เพียงแค่บิดาเท่านั้น แต่ด้วยความที่หัวหน้าตระกูลถังมีภรรยาถึง 4 คน ทำให้ความสัมพันธ์ของนางค่อนข้างห่างเหินจากบิดามากนัก
อีกทั้งยังโดนกลั่นแกล้งจากผู้คนในตระกูลเสมอเพียงแค่เพราะว่านางเป็บุตรที่เกิดขึ้นมาจากหญิงสาวที่ไม่ได้ตบแต่งเข้าตระกูลอย่างถูกต้อง มิหนำซ้ำยังโชคร้ายเกิดมาพร้อมกับเส้นชีพจรขาดสะบั้นไม่สามารถเป็ผู้ฝึกยุทธ์และกลายเป็จุดด่างพร้อยของตระกูลไป
“ในเมื่อข้าอาศัยร่างกายของเ้าอยู่ก็ถือว่าข้านั้นได้ติดหนี้บุญคุณเ้า…ขอให้เ้าจงพักผ่อนให้สบายในสถานที่อันห่างไกล…ส่วนปัญหาที่ยังค้างคาอยู่ข้าจะสานต่อให้เอง”
ถึงจะไม่ใช่ความตั้งใจของเขาเองที่จะมีชีวิตอยู่แต่ในเมื่อมีโอกาสได้มีชีวิตอีกครั้งซินหยานก็คิดว่ามันไม่เลวเลยทีเดียว ยังไงเสียนี้ก็นับว่าเป็ชีวิตที่ 3 ของเขาแล้วแถมมันยังแตกต่างจากที่เขาเคยผ่านมาอย่างสิ้นเชิง ดูแล้วก็เป็เื่น่าตื่นเต้นดีสำหรับซินหยาน
“แล้วเสียงปริศนาในตอนนั้นละเป็ของใครกัน?”
สิ่งเดียวที่ซินหยานยังไม่สามารถหาที่มาของมันได้ก็คือเสียงปริศนาที่เขาได้ยินก่อนจะมาโผล่ในร่างของสาวน้อยผู้นี้ ถ้าการคาดเดาของเขาไม่ผิดเื่ราวทั้งหมดต้องเป็ฝีมือของมันอย่างแน่นอน แต่เขาก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่ามันทำไปเพื่ออะไรกันแน่…
“คุณหนู…ท่านหัวหน้าตระกูลให้ข้ามาเรียกท่านเ้าค่ะ”
ขณะเดียวบริเวณหน้าประตูทางเข้าจวนของซินหยานก็มีสาวใช้นางหนึ่งะโเรียกเขาด้วยท่าทางที่รีบร้อน ซินหยานจึงเก็บความสงสัยของตัวเองลงและเตรียมที่จะหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาใส่ แต่เขาก็ต้องหยุดชะงักไปเล็กน้อยเขารู้สึกว่าเสื้อผ้าที่มีสีชมพูแบบนี้ไม่ค่อยเข้ากับเขาเท่าไหร่นักเขาจึงตัดสินใจที่จะเปลี่ยนมัน
“ตัวนี้ก็สวย…ตัวนี้ก็ดี…แต่ว่าอย่างข้าก็คงเป็ต้องเป็ตัวนี้”
ซินหยานไม่ค่อยมีประสบการณ์ในการเลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่มากนัก ปกติแล้วเขาหยิบตัวไหนได้ก็มักจะใส่ตัวนั้น แต่ตอนนี้เขาทำแบบนั้นไม่ได้แล้วในเมื่อร่างกายตอนนี้เป็สตรีเพศก็ต้องคงไว้ซึ่งความงดงามและเรียบร้อยมิเช่นนั้นเ้าของเก่าคงรู้สึกโกรธแค้นเขาเป็แน่
สุดท้ายแล้วชุดที่ซินหยานเลือกมันก็คือชุดฮั่นฝูสีม่วงที่มีลวดลายสีทองให้ความรู้สึกดูลึกลับจากสีม่วงและดูยิ่งใหญ่จากสีทอง ในบรรดาเสื้อผ้าทั้งหมดที่มีตัวนี้แลดูจะเป็ตัวที่เ้าของร่างเก่าใส่น้อยที่สุดเพราะมันดููใหม่เป็อย่างมากคาดว่าคงจะใส่เพียงแค่ 1-2 ครั้ง ในส่วนของทรงผมซินหยานใช้วิธีการง่ายๆอย่างการมัดรวบให้เป็หางม้าพร้อมกับใช้ปิ่นปักผมเสียบยึดไว้ก็เท่านั้น
“คุณหนู…ถ้าท่านไม่รีบเกรงว่าท่านหัวหน้าตระกูลจะ-”
ทางด้านสาวใช้สีหน้าของนางก็รู้สึกไม่ดีเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเป็เวลาสักพักแล้วั้แ่ที่นางเรียกตัวของซินหยาน แต่ก็ไม่มีสัญญาณตอบกลับมาแต่อย่างใดมันทำให้นางเป็กังวลอย่างยิ่งถ้าเกิดว่านางไม่สามารถพาคุณหนูไปหาหัวหน้าตระกูลตามที่ได้รับคำสั่งมาละก็เป็เื่ใหญ่อย่างแน่นอน
“ไม่ต้องตระโกน ข้ามาแล้ว…”
ทว่าจู่ๆประตูจวนก็ถูกเปิดออกอย่างฉับพลันก่อนจะเผยให้เห็นร่างของซินหยานที่กำลังเดินออกมาจากภายในจวน สาวใช้ที่เห็นการปรากฎตัวของซินหยานถึงกับนิ่งไป ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดทำไมบรรยากาศของคุณหนูใหญ่ถึงเปลี่ยนไป ทั้งการแต่งตัวหรือการวางตันมันดูแตกต่างจากที่นางเคยได้ยินมาอย่างสิ้นเชิง
“อย่ามัวแต่มองข้า…รีบนำทางได้แล้ว”
เห็นว่าสาวใช้มองเขาอย่างไม่วางตาซินหยานก็กล่าวกระตุ้นอีกฝ่ายเล็กน้อย เมื่อได้ยินเสียงของซินหยานสาวใช้เองกลับมาตั้งสติได้อีกครั้ง นางรีบทำการเดินนำซินหยานไปที่ห้องโถงของตระกูลอย่างรวดเร็ว ในระหว่างที่เดินไปตามทางซินหยานรู้สึกว่าสายของคนภายนอกที่มองมายังเขามันได้แปรเปลี่ยนไปจากเดิม ทั้งที่ในก่อนหน้านี้มันมีแต่ความรังเกียจในสายตาของพวกเขา แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็ความสงสัยและสับสนแทน
“หึ! คราวนี้ท่านปู่ก็ช่วยเ้าไม่ได้อย่างแน่นอน…”
ทันทีที่เดินมาถึงสถานที่ตั้งของห้องโถงตระกูล ซินหยานก็แปลกใจเล็กน้อยที่ตัวของถังซินเยว่ก็อยู่ที่นี้ด้วยดูเหมือนว่าการที่เขาถูกเรียกมาแบบนี้มันอาจจะเกี่ยวข้องกับเื่ที่เขาทำลงไปก่อนหน้านี้ก็เป็ได้…แน่นอนว่าซินหยานไม่ได้รู้สึกมีอารมณ์ร่วมกับคำพูดของถังซินเยว่แต่อย่างใด สำหรับเขานางก็เหมือนเด็กน้อยที่้าเรียกความสนใจจากผู้อื่นและเหยียบย่ำผู้ที่มีสถานะต่ำต้อยกว่าตัวเองก็เท่านั้น ซินหยานจึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับนางและเดินผ่านไปราวกับไม่เห็นใครยืนอยู่ตรงนี้…ก่อนจะเดินเข้าประตูของห้องโถงไป
ภายในห้องโถงตระกูล
ยามที่ซินหยานย่างกรายเข้ามาทุกสายตาต่างก็จดจ้องมาที่เขาเป็สายตาเดียวกัน สีหน้าของพวกเขาต่างก็แสดงออกแตกต่างกันไปบางคนรู้สึกสงสัย บางคนรู้สึกสงสาร ในขณะที่บางคนก็รู้สึกเกียจชังสำหรับซินหยานแล้วเขาเห็นสายตาพวกนี้มานับไม่ถ้วนเพียงแค่นี้ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกกดดันแต่อย่างใด เขายังคงเดินหน้าต่อไปจนกระทั่งมาหยุดอยู่บริเวณที่มีชายร่างใหญ่ในชุดนักรบเต็มรูปแบบนั่งบนเก้าอี้ไม้ พร้อมกับเหล่าผู้าุโที่นั่งขนาบข้างต่อจากชายผู้นี้
“ซินหยาน…คารวะหัวหน้าตระกูล”
เพียงแค่ได้เห็นชายคนนี้ซินหยานก็พอจะทราบแล้วว่าเขาเป็ใคร บุคคลที่มีสถานะเป็ถึงหัวตระกูลถังผู้ยิ่งใหญ่และยังเป็บิดาของเขาในตอนนี้ ถังเหมิน ว่ากันว่าครั้งหนึ่งเขาเคยเป็ตำนานของทวีปัฟ้าเป็อัจฉริยะอันดับ 1 ของทวีป แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้เขาต้องถอนตัวกลับมาเป็หัวตระกูลต่อจากบิดาอย่างถังอู่ตี้ ทำให้เื่ราวของเขาหายออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ของทวีปัฟ้าไปโดยปริยาย
“อย่าได้มากพิธี หวังว่าเ้าคงจะรู้อยู่แก่ใจว่าข้าเรียกเ้ามาด้วยเื่อะไร…”
แม้ว่าถังเหมินจะพูดด้วยน้ำเสียงที่เบา ทว่าทุกคนกับรู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากหัวหน้าตระกูลผู้นี้ถึงภายในจิติญญาของซินหยานจะไม่ได้รับผลกระทบจากมัน แต่ว่ากับร่างกายของเขามันไม่ใช่เดิมทีแล้วร่างกายนี้ก็เป็ร่างที่ไม่สามารถฝึกยุทธ์ได้ เพียงแค่คลื่นลมปราณเพียงเล็กน้อยจากถังเหมินก็สามารถฆ่าเขาได้อย่างง่ายดาย
“รู้…แต่ท่านอย่าได้คิดมากมันก็เป็เพียงการเล่นกันของพี่น้องใช่ไหมซินเยว่?"
ถึงจะถูกกดดันจากทางจิติญญาแต่ซินหยานก็ยังคงรักษาความสงบอยู่ได้ มันสร้างความแปลกใจให้แก่ถังเหมินเป็อย่างยิ่ง แต่คนที่ดูจะใจากคำตอบของซินหยานมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นถังซินเยว่นางไม่คิดว่าอยู่ดีๆซินหยานก็จะเบี่ยงคำตอบมาพาดพิงนางแบบนี้
“การเล่นบ้าบออะไรกันเ้าตบหน้าข้าแล้วมันจะเรียก-”
“เงียบ! ข้ายังไม่ได้อนุญาตให้เ้าพูดซินเยว่…”
ถังซินเยว่ที่พยายามโต้แย้งว่าคำพูดของซินหยานนั้นไม่เป็ความจริง ก็ถูกถังเหมินหยุดเอาไว้เสียก่อนทำให้นางถึงกลับทำอะไรไม่ถูกตัวนางไม่เคยถูกดุเช่นนี้มาก่อน มันทำให้นางรู้สึกช็อคเป็อย่างมาก ลางสังหรณ์ของนางมันกำลังฟ้องว่าเหมือนท่านพ่อของนางกำลังพยายามที่จะปกป้องซินหยานอยู่เลย