ตอนที่ 17 ขอร้องนาง (2)
“คุณหนูใหญ่ โหรวฮุ่ยมีความผิด นางไม่รู้จักแยกแยะถึงได้ทำผิดมหันต์เช่นนี้คุณหนูใหญ่อย่าถือสาหาความผู้น้อยเลยนะเจ้าคะได้โปรดช่วยขอร้องนายท่านผู้เฒ่ากับฮูหยินผู้เฒ่า ให้อภัยน้องสาวของคุณหนูด้วยเถอะเจ้าค่ะ”
จ้าวซูเฉี่ยวไม่ไปคุกเข่าขอร้องนายท่านผู้เฒ่าหรือฮูหยินผู้เฒ่ากลับวิ่งมาคุกเข่าขอร้องอู่เย่ว์ อู่เย่ว์จำต้องยอมรับในความคิดที่ลึกล้ำของอี๋เหนียงคนนี้ฮูหยินผู้เฒ่ากับนายท่านผู้เฒ่าเป็นผู้อาวุโส นางควรต้องคุกเข่าขอร้องอยู่แล้วแต่นางรู้ดีว่า ต่อให้ตัวเองไปคุกเข่าขอร้องนายท่านผู้เฒ่ากับฮูหยินผู้เฒ่าก็ไม่มีทางใจอ่อน
ทว่าคุกเข่าให้นางย่อมแตกต่างออกไปนางเป็นผู้น้อย ผู้ที่อาวุโสกว่าคุกเข่าอ้อนวอนต่อหน้านาง หากนางยังไม่ยอมเลิกราข่าวนี้แพร่ออกไปคนอื่นคงได้พูดว่านางจิตใจคับแคบไม่มีความเมตตากับญาติตัวเองแม้แต่น้อย
เดิมทีเรื่องนี้อู่เวยคิดร้ายต่อนางหากนางยอมไม่ถือสาหาความ นายท่านผู้เฒ่ากับฮูหยินผู้เฒ่าก็ไม่มีทางส่งอู่เวยไปอยู่เรือนที่ชนบทจริงๆจ้าวซูเฉี่ยวช่างวางแผนได้ดีเสียจริง
เพียงแต่นางไม่มีทางทำให้สมใจก็เท่านั้น
“อี๋เหนียงมีอะไรก็ลุกขึ้นมาคุยก่อนหากอี๋เหนียงต้องมาติดร่างแหไปด้วยเพราะความผิดของน้องหญิง เกรงว่าท่านปู่กับท่านย่าจะยิ่งโกรธเอานะเจ้าคะ”
ในดวงตาของจ้าวซูเฉี่ยวฉายแววแค้นเคืองอยู่แวบหนึ่งนางนึกไม่ถึงว่าอู่เย่ว์จะไม่ติดกับของนาง กลับยังโหมไฟให้ลุกโชนเพิ่มขึ้นไปอีก
ทันใดนั้นนางก็ยืนขึ้นเดินไปหาอู่เวย
อู่เวยเงยหน้าขึ้นอย่างงุนงงยังไม่ทันที่นางจะพูดอะไรก็มีฝ่ามือฟาดเข้ามาที่ใบหน้าของนาง ทำเอานางตกใจไปชั่วขณะ
นายท่านผู้เฒ่ากับฮูหยินผู้เฒ่าก็ตกใจด้วยเช่นกัน
ตบนี้ของจ้าวซูเฉี่ยวไม่มีความลังเลเลยสักนิดไม่นานใบหน้าของอู่เวยก็ปรากฏรอยมือสีแดง นางมองรอยฝ่ามือบนใบหน้าของบุตรสาวหัวใจดั่งถูกมีดกรีดจนเลือดสดไหลทะลักออกมา“ยังไม่รีบไปขอร้องพี่หญิงใหญ่ของเจ้าอีก ทำผิดมหันต์เช่นนี้เจ้าทำผิดต่อฮูหยินผู้เฒ่า ทำผิดต่อฮูหยิน และมากกว่านั้นคือผิดต่อคุณหนูใหญ่”
ตั้งแต่เล็กจนโตอู่เวยไม่เคยถูกตีในใจยิ่งนึกแค้นอู่เย่ว์หมดใจ ทว่ากลับต้องข่มความโกรธแค้นที่มีอยู่เต็มอกเอาไว้หันไปคำนับให้อู่เย่ว์ “พี่หญิงใหญ่ ข้าผิดไปแล้ว ข้าสำนึกผิดแล้วจริงๆ โปรดให้อภัยข้าด้วย”
จำต้องยอมรับว่าวิธีนี้ของจ้าวซูเฉี่ยวโหดเหี้ยมจริงๆ
เวลานี้หากนางยังกัดไม่ปล่อยเกรงว่านายท่านผู้เฒ่าอาจจะรู้สึกว่าจิตใจของนางโหดร้ายเกินไปอู่เย่ว์ไม่เชื่อว่าอู่เวยจะเจียมตัวเพราะเรื่องนี้ทว่านางได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง สุดท้ายแล้วใครจะอยู่ใครจะตายก็ยังไม่แน่!
“ท่านปู่ท่านย่าเจ้าคะ ว่ากันว่าครอบครัวรักใคร่วงศ์ตระกูลถึงจะเจริญรุ่งเรือง ซูหนิงไม่ได้รับความเป็นธรรมเพียงเล็กน้อย ข้าไม่เป็นไรขอแค่น้องหญิงสำนึกผิดอย่างจริงใจ เรื่องนี้ก็ให้แล้วกันไปเถอะเจ้าค่ะ”
อู่หรงปี่มองอู่เย่ว์ แววตาเกิดความสงสาร“ปู่รู้ว่าเจ้าเป็นเด็กดี”
อิ่นซื่อรู้ว่าตอนนี้อู่หรงปี่ใส่ใจอู่เย่ว์ขึ้นมาจริงๆแล้ว นางจึงหันไปพูดกับอู่เวย “ในเมื่อซูหนิงช่วยขอร้องแทนเจ้า เช่นนั้นเจ้าก็ไม่ต้องไปอยู่เรือนที่ชนบทแล้วเพียงแต่เจ้ายังต้องทบทวนความผิดของตัวเองให้ดี จากนี้ไปหนึ่งเดือนย่าขอลงโทษกักบริเวณเจ้าให้อยู่แต่ในห้อง ปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น”
จ้าวซูเฉี่ยวถึงได้มีรอยยิ้มออกมานางได้ยินอู่เย่ว์พูดต่อ “อี๋เหนียง ถึงน้องหญิงจะทำผิดไปทว่าอย่างไรเสียนางก็เป็นคุณหนูของจวน ไม่ว่าอย่างไรท่านก็ไม่ควรลงไม้ลงมือกับนาง”
ต่อให้เป็นบุตรสาวของตัวเองแต่นางเป็นอี๋เหนียง อี๋เหนียงไม่มีคุณสมบัติที่จะลงไม้ลงมือกับคุณหนูของจวนได้
เดิมทีนางตบอู่เวยก็เจ็บปวดใจมากพออยู่แล้วตอนนี้อู่เย่ว์ยังมาสาดเกลือบนบาดแผลอีก จ้าวซูเฉี่ยวแทบอยากเข้าไปฉีกอู่เย่ว์ออกเป็นชิ้นๆทว่านางยังคงต้องก้มหน้าตอบ “ข้าสำนึกผิดแล้วเจ้าค่ะ”
อู่หรงปี่ยังคงไม่หายโมโหอดถลึงตาใส่อิ่นซื่อไม่ได้ “เจ้าดูบ้านที่เจ้าดูแลสิ มีแต่ความวุ่นวาย”
เขาพูดจบก็สาวเท้าออกจากเรือนอิ่นซื่อรู้สึกอึดอัดใจยิ่งกว่าเดิม จึงหันไปสั่งเล็กน้อยแล้วเดินตามอู่หรงปี่ไป
จ้าวซูเฉี่ยวรีบเข้าไปประคองอู่เวยที่คุกเข่าอยู่บนพื้นให้ลุกขึ้นมาอู่เวยเจ็บใบหน้าจนรู้สึกชา สายตาที่มองจ้าวซูเฉี่ยวเจือไปด้วยความคับแค้นใจ
“วิธีเอาคืนของพี่หญิงใหญ่ช่างร้ายกาจเสียจริงนะเจ้าคะ”อู่เวยกัดฟันยิ้มพลางพูด
อู่เย่ว์เอามือปิดปากหัวเราะเล็กน้อย“เวลาน้องหญิงพูดไม่เจ็บหน้าหรือ”
จ้าวซูเฉี่ยวห้ามอู่เวยไว้ไม่ให้พูดต่อนางแค่พูดออกไปอย่างเป็นมิตร “การสั่งสอนของคุณหนูใหญ่ในวันนี้คุณหนูรองจะจดจำให้ขึ้นใจวันหน้าพวกเราจะระวังคำพูดและการกระทำอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”
อู่เย่ว์มองใบหน้าที่เสแสร้งทำเป็นนอบน้อมนั้นดวงตาฉายแววเย็นชายิ่งกว่าเดิม จากนั้นได้แปรเปลี่ยนเป็นเปล่งประกายดุจสายลมในฤดูใบไม้ผลิ“เป็นเช่นนั้นก็ดี”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/0bbbc3b1cc93fc7757bd93c032d45e97