บทที่ 41: ซาร่า
ช่วงปิดเทอมระหว่างม.๓ และ ม.๔ วศินทิ้งเกมสุดสาครออนไลน์ไปเล่นเกมสตาร์ดัสต์เรล์ม เพราะโดนเพื่อนชวนแกมบังคับให้เล่น
สุดท้ายเขาก็ติดใจสายปืนมานาที่แทบหาในเกมออนไลน์อื่นไม่ได้งอมแงม ทั้งการใช้สมองและคิดคำนวณในการเล่นอานุภาพอันรุนแรงของกระสุนแต่ละนัด และใบหน้าของคนเมื่อเห็นอาวุธที่อันตรายถึงชีวิตในชีวิตจริงเป็นอะไรที่เขาใช้ระบายความเครียดจากการสอบเทียบมหาลัยได้ดีมาก
ถึงใครจะบอกว่าสายนี้กากแต่เขาก็ไม่สนใจ
แล้ววศินก็ลองพีวีพีดู ไม่รู้ผีอะไรเข้าสิง แต่เขาชอบเล่นกับคู่ต่อสู้ก่อนจะจัดการให้ตายไปเสียตอนที่ได้เห็นใบหน้าหวาดกลัวและร่างกายที่กระตุกเมื่อถูกยิงจากระยะเผาขน... เขารู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างข้างในถูกปลดปล่อยรู้ตัวอีกทีเขาก็เสพติดการพีวีพีจนได้ฉายา มัจจุราชไร้เงา ไปเสียแล้ว
จากนั้นเขาก็ท้าพีวีพีกับผู้เล่นสาวที่ได้ฉายาว่า ปีศาจมังกรดำ ผู้เล่นสายซินโครที่แทบจะหาไม่ได้เลยในเกมนี้เหตุก็เพราะมีข่าวลือว่าผู้เล่นสายซินโครคนหนึ่งรวมร่างกับสัตว์อสูรที่ซินโครกับส่วนศีรษะพอตายในเกมแล้วเกิดกระทบกระเทือนสมอง ต้องหามเข้าโรงพยาบาล
สายซินโครนั้นเป็นสายย่อยของนักอัญเชิญหรือซัมมอนเนอร์ พวกเขาสามารถรวมร่างกับมอนสเตอร์ได้คำว่า <ซินโคร> มาจากภาษาอังกฤษว่า<synchronize> แปลว่าประสาน ซึ่งการประสานระหว่างผู้เล่นและสัตว์อสูรซินโครคือหัวใจหลักของสาย
วศินใจเต้นตึกตักเมื่อได้เจอกับคู่ต่อสู้สุดพิสดารและสยบเธอด้วยน้ำมือของเขาเองแต่ตอนที่ลั่นไกปล่อยกระสุนนัดสุดท้ายเข้าไปในร่างเทียมของเธอ เขาก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าเธอเป็นเพื่อนร่วมห้องของเขาเอง
ไอชา จันทรสาคร
สาวเงียบที่ใครๆ ในโรงเรียนก็รู้จัก เพราะใบหน้าที่น่ารักประหนึ่งดาราลูกครึ่งของเธอมาพร้อมคะแนนการเรียนที่โดดเด่นและคว้าแชมป์แบดมินตันให้โรงเรียนเล็กๆ ของพวกเขาทุกครั้ง
จริงอยู่ที่วศินคุยกับผู้หญิงไม่เป็น แต่วันหนึ่งเขาก็รวบรวมความกล้าเข้าไปขอโทษเธอ
ไอชาแค่พยักหน้าเหมือนไม่ได้ติดค้างอะไรมาก แต่เขาก็รู้สึกผิดอยู่ดี...เธอต้องกลัวมากแน่ๆ ที่ได้เห็นด้านโรคจิตของเขา แต่ก็ต้องขอบคุณเธอเหมือนกันที่ไม่ได้เอาไปประกาศให้โลกรู้
วศินเป็นคนที่มีผู้หญิงมาชอบเยอะพอสมควร เพราะเป็นหนุ่มที่ทั้งหล่อ ขาวและสูง แถมผลการเรียนดีและเล่นกีฬาเก่งเป็นเลิศ
ทว่าเขากลับเห็นผู้หญิงเป็นเหมือนชาวต่างชาติจากประเทศที่ไม่รู้จัก เจอหน้าก็ไม่รู้จะพูดด้วยยังไงพอพวกเพื่อนผู้ชายจอมเพี้ยนได้ยินข่าวที่เขาตะโกนขอโทษไอชากลางโรงอาหารก็เชียร์เขาจนออกนอกหน้าผลักให้เขาไปทักไอชาที่ยืนดูเป็ดและไก่ในกรงเลี้ยงสัตว์ของโรงเรียน
“...” ไอชามองเขาด้วยตาที่กลมโตเหมือนกระต่ายในกรงข้างๆ ไม่มีผิด
“...สะ...สวัสดี...” วศินพูดเกร็งๆ แล้วหันหลังขวับ ชิ่งออกจากจุดนั้นทันทีพร้อมเสียงโห่จากกลุ่มชอบกินเผือกที่คอยเชียร์อยู่จากด้านหลัง เป็นเหตุการณ์ที่นึกถึงทีไร เด็กหนุ่มก็อดระอาใจกับความขี้อายของตนไม่ได้
แต่เขาก็เห็นเธอมองดูเป็ดไก่ในกรงเลี้ยงของมันตลอด เวลาเธอหันมามองเขาก็จะรีบหลบสายตาทันทีจนเขาไปรับงานกวาดอึกระต่ายเก็บชั่วโมงบำเพ็ญประโยชน์นี่แหละถึงต้องเผชิญหน้ากับเธอตรงๆ
วศินกวาดกรงกระต่ายด้วยความเร็วแสงในขณะที่ไอชายังมองดูเป็ดที่แช่อยู่ในน้ำ
“...พยายามเข้านะ”
วศินหันมองต้นเสียง ไอชามองตรงมาที่เขาด้วยดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยปริศนา เด็กหนุ่มดันแว่นที่ลื่นออกจากที่เพราะเหงื่อ
“...อือ...”
วศินล็อกประตูกรงเสร็จกำลังจะออกจากบริเวณกรงเลี้ยงสัตว์ ตอนนั้นรู้สึกได้ว่ามีคนดึงชายเสื้อแขนสั้นของเขาหันไปมองก็เห็นไอชายืนก้มหน้า มือบางยังจับชายเสื้อของเขาไว้ด้วยนิ้วโป้งและนิ้วชี้
“ฉัน...ไม่โกรธ...เรื่องนั้น...”
ไอชาตอนนั้นน่ารักเสียจนหนุ่มแว่นหน้าแดงแปร๊ดขึ้นมา
วศินหยุดคิดเรื่องนั้นเพราะตอนนี้ลัคนามองเขาอย่างเป็นห่วง สงสัยเด็กสาวที่ติดอยู่ในเกมคนนี้คงจะนึกว่าเขาเป็นไข้จนหน้าแดง
พวกเขาอยู่ในห้องส่วนตัวของเด็กสาวหน้านิ่งซึ่งอยู่บนสุดของนครจักรกลลอยฟ้ามาคิน่า
ไอชาที่นั่งข้างๆ ดึงชายเสื้อวศิน ถึงแม้เธอจะอยู่ในชุดประหลาดๆ และเจ้ามังกรที่ไม่รู้ว่าปีนกลับมาอยู่บนหัวตั้งแต่เมื่อไหร่กำลังถลึงตามองเขาเธอทำให้เขานึกถึงช่วงเวลาก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้
“อะ...อะไรเหรอ...?” เขามองหน้าสองสาวสลับกัน
“ขอบใจ ที่ฟังฉันนะ พวกเราจะพยายามแทนวศินเอง” ไอชาพูดเสียงขาดเป็นช่วงๆ
“มีอะไรที่ฉันพอจะช่วยเธอได้บ้างไหม?”
“...”
“ไอชา...ถ้ากลับมาเรียน ฉันจะไม่ให้พวกนั้นทำอะไรเธออีกแล้ว”
“...”
ลัคนารู้สึกเหมือนการสนทนานี้เหมือนที่หนองน้ำไม่มีผิด เธอมองความสัมพันธ์อันแปลกประหลาดของทั้งสองก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่เพราะไม่เข้าใจเลยสักนิด
วศินออกจากเกมในเวลาถัดมา
เขารับปากว่าจะศึกษาเวิลด์บอสในเกมอย่างละเอียดและจะหาทางทำอะไรสักอย่างเองไอชาจึงพาลัคนาไปหาซื้ออุปกรณ์ดีๆ จากตลาดมืดด้วยเงินที่ดอกเตอร์ให้ไว้ปั้นตัวละครของเธอเองเพียงแค่เอ่ยชื่อยมทูตสีดำ เหล่าพ่อค้าแม่ค้าก็ลดราคาให้ทันที บวกกับความสามารถในการอ่านค่าพลังของไอเทมลัคนาจึงได้ของถูกและดีมาแบบง่ายๆ
ทำอย่างนี้เธอก็รู้สึกไม่ดีที่เอาแต่เกาะคนอื่นกินตลอด แต่ไอชาก็บอกว่าจากนี้ไปในช่วงสงครามเธอจะต้องพึ่งตัวเองสถานเดียว
ถ้าตายในสงครามจะลดสถานะจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นเพียงผู้เล่นธรรมดา ต้องเล่นเกมคนละชาแนลกับที่กำลังมีอีเวนต์พวกเขาทุกคนจึงมีโอกาสเพียงครั้งเดียวเท่านั้นเพื่อทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด
ทุกทวีปในสตาร์ดัสต์ เรล์มมีบอสเป็นของตัวเอง ยิ่งมีผู้เล่นอยู่ฝ่ายบอสตัวนั้นมากเท่าใดบอสจะยิ่งอ่อนแอลงเท่านั้น ผู้เล่นที่ไม่ได้เข้าร่วมสงครามจะไม่ถูกนับในสมการนี้
บอสตัวเดียวที่ดูจะไม่เดือดร้อนอะไรเลยคือ สตาร์ดัสต์ เบิร์ด ออฟ พาราไดซ์เพราะผู้เล่นที่เมืองหลักส่วนใหญ่เป็นสายสนับสนุน การจะโค่นบอสตัวนี้จำต้องรวมพลังบอสทุกทวีปเข้าด้วยกันแต่ไม่ว่าจะลองเท่าไหร่แผนนี้ก็ล่มตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มเพราะผู้เล่นมักแตกคอกันเองเสมอ
ลัคนาถอนหายใจยาวบนม้านั่งในลานกว้างใจกลางเมืองหลวง ในมือบีบกล่องนมวานิลลาที่ไปซื้อมาจากร้านขายของข้างๆ
เธอต้องจบสงครามนี้ให้เร็วที่สุด แต่การทำอะไรคนเดียวก็เสี่ยงเกินไป ในขณะเดียวกันเธอก็หวังพึ่งไอชาตลอดไม่ได้ไม่ว่ายังไงก็ต้องหาวิธีอื่นที่ดีกว่านี้
เมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์ <สตาร์ดัสต์ โฮลี่ซิตี้> เป็นสถานที่ดีที่สุดที่จะพบปะผู้เล่นอื่น แต่เธอก็ไม่รู้ว่าจะคุยกับใครดีแม้ตอนนี้เธอจะเวลคู่กับไอชาจนระดับพุ่งถึงสี่สิบกว่าแล้ว แต่ถ้าเทียบกับระดับท็อปของเกมเธอยังนับว่าธรรมดา ไม่น่าจะต่อรองอะไรได้ผลนัก
คนที่มีพลังในการโน้มน้าวใจผู้เล่นคนอื่นที่สุดเห็นจะไม่พ้นหัวหน้ากิลด์<สลีปปิ้งฟอเรสต์ (ป่าแห่งการหลับใหล)>ซึ่งเป็นกิลด์อันดับหนึ่งในเกมนี้แต่พอใกล้ๆ ช่วงสงครามกลับมีข่าวว่าเจ้าตัวติดสอบก็เลยเข้าเกมไม่ได้ไปพักใหญ่
เสียงเจี๊ยวจ๊าวดังมาจากหน้าแผงลอยขายขนมใต้ต้นไม้ต้นใหญ่ มีคนกลุ่มใหญ่มุงอยู่ลัคนายืนบนม้านั่งแล้วเขย่งเท้ามองดูว่าเกิดอะไรขึ้น
สิ่งที่เห็นคือเด็กสาวผมยาวสลวยสีทองกำลังยืนต่อว่าผู้เล่นคนหนึ่งด้วยท่าทางหยิ่งยโสเธอสวมเดรสเป็นชั้นๆ สีขาวทอง ถุงมือสีขาว และมงกุฎฝังทับทิม ริมฝีปากสวยสมบูรณ์แบบเอ่ยต่อว่าผู้เล่นชายที่ล้มบนพื้นด้วยเสียงใสปานระฆังแก้ว
ผู้เล่นที่ล้มลงบนพื้นลุกพรวดขึ้นแล้วพยายามจะตอบโต้ แต่ผู้เล่นที่ล้อมรอบสาวผมทองก็ผลักเขาจนล้มลงไปอีกรอบ
ลัคนาคิดอยู่ว่าจะทำตัวเป็นฮีโร่เข้าไปช่วยดีหรือเปล่า คิดไปคิดมาเธอก็ต้องติดอยู่ในโลกนี้อีกนานควรจะทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมบ้าง ว่าแล้วก็เหนื่อยหน่ายกับความคิดของตัวเองเมานมรึไงนะเรา อย่างฉันเหรอจะไปช่วยคนอื่น...? ฉันที่เอาแต่เกาะชาวบ้านไปวันๆเหรอ?
แต่...อยากเป็นคนอย่างนั้นจริงๆ เหรอ?
ไม่ ทุกส่วนของจิตใจบอกมาว่าอย่างนั้น
ทำตัวเป็นฮีโร่สักครั้งก็ไม่เสียหาย
“ถ้าบานปลายฉันจะแจ้ง GM นะคะ” ลัคนาขยับเข้าไปกลางวงล้อม
“หลบไปเลยแม่คุณ นี่เป็นเรื่องของฉันกับตาบ้านี่ อย่ามา สอ สระเอือกอ เสือก จะได้รึเปล่ายะ?” เธอปัดปอยผมสีทองไปด้านหลัง
“ถ้าคิดว่าฉันอยากมีธุระกับยัยอสรพิษอย่างเธอล่ะคิดผิด เธอกับพวกแมลงเม่าพวกนี้มาหาเรื่องฉันก่อนเองคิดดูว่าถ้าฟ้อง GM ใครจะชนะ” ชายหนุ่มเถียงเสียงแข็ง
“ถ้าอย่างนั้นก็อย่ามาโก่งราคาทองกันสิ!”
“เข้าใจคำว่าตลาดผันผวนไหม?! เป็นเด็กประถมรึไงน่ะ?”
ลัคนาอยากเอาหัวกระแทกกำแพง ที่แท้ทะเลาะกันเรื่องไม่เป็นเรื่องเองเหรอเนี่ย...?
“ว่าแต่เธอน่ะ ยัยตาม่วง ฉันเคยเจอกับเธอที่ไหนมาก่อนรึเปล่า?”
ลัคนาเลิกคิ้วแล้วมองเด็กสาวผมทอง
“ฉันแน่ใจว่าไม่ค่ะ ว่าแต่คุณเป็นใครคะ?”
“ตายจริง ไปหลบอยู่หลังเทือกเขาหิมาลัยมาเหรอ? ฉันซาร่า ซีลลิ่งไง! เป็นดาวเด่นของเกมนี้เชียว ฉายาเจ้าหญิงแห่งเกาะเหนือไม่เคยได้ยินเหรอ?”
“เออ...มัวแต่อ่านเรื่องไอชาจนไม่ได้สน—”
“หน็อยๆ ยัยยมทูตบ้าบอคอแตกนั่น ทำพันธะเลเมเกทันตัดหน้าฉันยังไม่พอ แย่งชื่อเสียงฉันอีกเหรอเนี่ย?! พวกนายยืนบื้ออะไรอยู่? ไปกดแบนทุกกระทู้ที่พูดถึงไอชาเร็วเข้า! เอาให้เสิร์ชกูเกิลแล้วไม่มีผลลัพธ์เลยนะ! แล้วนาย...นายไข่ เรื่องทองวันนี้ฉันเอาคืนแน่คอยดู!” เธอปัดผมแล้วหันหลังเดินจากไป บรรดาสาวกก็ตามไปต้อยๆ มือกดแบนเป็นระวิง
ลัคนาคิ้วกระตุก โลกนี้มีแต่คนแบบนารีรึไงนะ? ไม่สิ...ซาร่า ซีลลิ่งทำให้ความหลงตัวเองระดับนารีเป็นเด็กๆ ไปเลย
“ซาลามัต ขอบคุณที่ช่วยไล่ยัยนั่นนะ ให้ตายๆ ไม่มีความเป็นกุลสตรีเอาซะเลย”ผู้เล่นชายที่โดนเรียกว่านายไข่ลุกขึ้นปัดฝุ่นจากกางเกง “ฉันชื่อไคล์ ไม่ใช่ไข่ถึงไข่จะออกเสียงง่ายกว่าก็เถอะ”
“ฉันลัคนาค่ะ”
“โฮ่ คนไทยเหรอเนี่ย?คนไทยใช่ไหม? ฉันมาจากฟิลิปปินส์ ตอนแรกนึกว่าจะเจอแต่เกรียนจากทั่วทุกมุมอาเซียนแต่พอมาลองเล่นแล้วมันก็ไม่แย่อย่างที่คิดนะ ว่าไหม?” เขายิ้มแล้วถาม
ลัคนาทำหน้าเหลอหลาแต่ก็เออออไปตามเรื่อง เธอไม่แน่ใจว่าเขาพูดถึงเรื่องอะไรกันแน่จะว่าไปนารีก็เคยพูดเรื่องทำนองนี้ตอนเจอกันครั้งแรกเหมือนกัน
“ตอนสงครามเวิลด์บอสอยู่ฝ่ายไหนเหรอ? ฉันอยู่ฝ่ายเมืองหลวง”เขาถามสิ่งที่ใครๆ ต่างก็เริ่มสนใจกัน
“เกาะเหนือค่ะ ถ้าจำไม่ผิดก็ที่เดียวกับคนเมื่อกี้ใช่ไหม?”
“โชคร้ายชะมัดเลย ยัยนั่นกระเป๋าหนัก เติมไว้เยอะ เลยมีอำนาจที่เกาะเหนือชี้นิ้วสั่งใครก็ได้ เอาเป็นว่า พยายามเข้าก็แล้วกันนะ บาย” เขาโบกมือลา เธอเห็นกีตาร์ที่เขาสะพายไว้ที่หลังก็เดาได้ไม่ยากว่าไคล์เป็นนักดนตรีซึ่งเป็นสายสนับสนุน
ลัคนาอดคิดไม่ได้ว่าเธอเคยรู้จักซาร่า ซีลลิ่งจากที่ไหนหรือเปล่า บางทีเธออาจเคยเจอกันก่อนที่ความทรงจำจะหายไปก็ได้สาวผมทองคนนั้นอาจโดนลบความทรงจำเหมือนกัน ใครจะไปรู้...
เวลาที่ไม่มีคำตอบที่แน่นอน มันน่ารำคาญอย่างนี้นี่เอง
แล้วคนในบาเรียจะรู้สึกยังไงนะ? พวกเขาจะรู้สึกสับสนและเหนื่อยล้าเหมือนกับเธอไหม?
แล้ว ‘เพื่อน’ ของเธอจะได้รับการปลดปล่อยจริงรึเปล่า? เพื่อนที่เธอไม่เคยแม้แต่จะพบหน้า...
เพื่อนที่อยู่ในอีกโลกที่แสนไกล
...
“ผลตรวจเป็นลบครับ แต่ยังวางใจไม่ได้เพราะระยะฟักตัวยาว หลังจากนี้อีกหนึ่งเดือนช่วยกลับมาตรวจซ้ำด้วยนะครับ”
หมอวัยกลางคนประกาศ มองสามสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าสลับกับผลตรวจในมือ เสียงถอนหายใจสองเสียงดังขึ้นพร้อมกัน
“...ตีตนไปก่อนไข้เองเหรอเรา...” ฝันแทบทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความโล่งอก
“โล่งอกไปนะ แตง! นารียินดีด้วยนะคะคุณแม่” นารีที่ยังอยู่ในชุดนอนพูดพลางเด้งไปรอบๆห้องหมอจนโดนเอ็ดเสียงดัง
“ต๊ายตาย มันเรื่องอะไรกันเหรอสาวๆ?” แม่ของฝันยังสับสนว่าทำไมอยู่ดีๆลูกสาวถึงลากตนออกจากที่ทำงานมาตรวจไวรัสที่เลิกระบาดไปนาน
“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร...ไม่มีอะไรค่ะแม่” ฝันน้ำตาซึม โล่งอกไปที...
ทั้งสามเดินไปอาคารจอดรถของโรงพยาบาล แม่ของฝันเข้าไปนั่งหลังพวงมาลัยส่วนสองสาวนั่งเบาะหลัง
“นี่แตงกวา แล้วเรื่องเกมจะเอาไงเหรอ? จะเล่นต่อป่าว?” นารีถาม
“...อยากเล่นต่อ แต่ไม่รู้ว่าจะร่วมสงครามรอบนี้ดีรึเปล่า... เรื่องที่ไอชาเล่ามันน่ากลัวไม่ใช่เล่นเลยนะแถมก่อนหน้านี้ตั้งนานก็มีข่าวลือว่าบริษัทเกมนี้ทำการทดลองมนุษย์” เธอตอบ สายตามองออกไปนอกหน้าต่าง
“เรื่องมั่วนิ่มทั้งนั้น อย่างเรื่องที่มีคนเล่นสายซินโครแล้วโดนหามเข้าห้องฉุกเฉินน่ะมันมาจากCreepypasta ต่างหากล่ะ ฉันว่าไอ้เรื่องที่ไอชาพูดมันก็เหมือนกันนั่นละคงอยากให้เกมเจ๊งมั้งถึงปล่อยข่าวแบบนี้”
“อย่าเสี่ยงเลยดีกว่า ฉันยังไม่รู้เลยว่าจะเล่นต่อหรือปล่อยไปเลยดี ยังมีเรื่องที่เคยเจอลัคนาแต่จำไม่ได้อีก...”
“แต่จะทิ้งก็เสียดายเนอะ”
“ก็เสียดายอยู่หรอกนะ แต่ว่า...ระหว่างบล็อกของฉันกับชีวิตของฉัน...”
“มีอะไรเหรอแตง? หนูนารี? มีอะไรคุยกับหม่าม้าได้นะ”
“อ๋อ เปล่าค่ะคุณแม่ เกรียนเกมค่ะ”
“อีกแล้วเหรอ? เดี๋ยวแม่เข้าเกมไปปั๊ดเหนี่ยวพวกนี้ให้หมดเลย”หญิงสาวพูดอย่างอารมณ์ดีขณะเลี้ยวเข้าถนนใหญ่
ผู้เล่นทั้งสองมองหน้ากัน เรื่องอะไรจะให้แม่ไปเสี่ยงติดไวรัสล่ะ?