“โอ๊ะ อย่าน่ะอย่าเอาของฉันไป อย่า”
เสียงร้องเอะอะของชายวัยกว่าเจ็ดสิบปีดังลั่นซอยที่ค่อนข้างร้างผู้คนแห่งนั้นในยามบ่ายๆเมื่อถูกชายวัยรุ่นคนหนึ่งวิ่งเข้ามากระชากกระเป๋าหนังสีดำใบเล็กแบบสะพายออกไปจากไหล่เขาพยายามยื้อแย่งกระเป๋ากับคนร้ายเพราะเสียดายทรัพย์สินที่อยู่ในนั้นและเมื่อเห็นท่าว่าจะสู้แรงของอีกฝ่ายไม่ได้ จึงตัดสินใจเรียกให้คนช่วย
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย โจรกระชากกระเป๋า”
เสียงร้องขอความช่วยเหลือของชายชราทำให้มิจฉาชีพหนุ่มรูปร่างผอมแห้งรีบผลักเขาเต็มแรงจนล้มลง ก่อนจะวิ่งหนีไปพร้อมกับกระเป๋าใบนั้น ทันใดนั้นเองก็ได้มีเด็กสาวคนหนึ่งวิ่งเข้ามาเพื่อที่จะช่วยเหลือตามที่ได้ยินเสียง เธอถือท่อนไม้ขนาดเหมาะมือมาด้วย และเธอได้วิ่งตามคนร้ายไป
“เดี๋ยวก่อนหนู หนู กลับมาก่อน”
ชายชราเ้าของกระเป๋าที่ยังลุกไม่ขึ้นรีบเรียกเด็กสาวเอาไว้
“ทำไมคะคุณตา หนูจะตามไปเอากระเป๋ามาคืนให้ไงคะ”
เด็กสาวที่วิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวหยุดชะงักแล้วหันมาถามอย่างแปลกใจ
“ไม่ต้องแล้ว ช่างมันเถอะ”
ชายชราโบกมือพร้อมกับส่ายหน้า สีหน้าท่าทางของเขาบ่งบอกว่าได้รับความเ็ปจากการที่ถูกผลักให้ล้มลงทั้งยืนอยู่ไม่น้อยเด็กสาวผู้เป็พลเมืองดีจึงได้รีบกลับเข้าไปนั่งลงใกล้ๆเพื่อจะดูแลให้ความช่วยเหลือเขาเพราะยามบ่ายในซอยนี้ดูเหมือนจะไม่มีผู้คนผ่านไปผ่านมาเลย
“ทำไมถึงไม่ให้หนูตามมันไปค่ะคุณตาไม่เสียดายของในกระเป๋านั้นเลยเหรอ”
ด้วยความสงสัยทำให้เธออดถามอย่างนั้นไม่ได้
“เสียดายสิ แต่ก็เป็ห่วงหนูมากกว่า ถ้าหนูวิ่งตามมันไป ไม่แน่ว่าอาจจะเกิดอันตรายขึ้นกับหนูก็ได้ เพราะหนูก็เป็แค่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งเท่านั้นโจรกระชากกระเป๋ามันเป็คนชั่ว ในขณะที่หนูเป็คนดี ฉันยอมเสียสละทรัพย์สินในกระเป๋านั้นเพื่อแลกกับความปลอดภัยของคนดีดีอย่างหนูไว้ดีกว่า”
นายเรืองเศรษฐ์กล่าวกับเด็กสาวที่มีหน้าตางามหมดจดและผิวพรรณสะอาดสะอ้านนั้นและแม้เธอจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าราคาถูกๆแต่ชายชราก็มองเห็นความงดงามทั้งทางกายและทางจิตใจของสาวน้อยวัยไม่น่าจะเกินสิบแปดปีผู้นี้ได้เป็อย่างดี
“แล้วนี่คุณตาได้รับาเ็อะไรตรงไหนบ้างค่ะ”
ปีย์รชา สาวน้อยวัยสิบเจ็ดปีผู้มีอาชีพเป็ลูกจ้างร้านขายผักในตลาดใกล้ๆนี้ถามอีกฝ่ายด้วยความเป็ห่วงซึ่งเขาเป็ชายชรารูปร่างผอมสูงผมเส้นเล็กๆแลดูเป็สีดอกเหลา การแต่งกายของเขาแม้จะไม่ใช่ชุดหรูที่ใหม่เอี่ยมแต่ก็ดูสะอาดเรียบร้อยดี
“ก็จุกนะ แล้วก็เจ็บที่สะโพก ที่ข้อศอก”
นายเรืองเศรษฐ์กล่าวพร้อมกับยกข้อศอกข้างที่รู้สึกเจ็บขึ้นมาดู แล้วก็ได้เห็นว่าบริเวณนั้นมีรอยแตกจนเืไหลออกมา
“ตายจริง คุณตามีแผลด้วยนี่ค่ะ”
เด็กสาวกล่าวอย่างใเมื่อเห็น
“คงเป็เพราะกระแทกกับพื้นฟุตบาทตอนที่ถูกผลักให้ล้มลงนั้นเอง”
“งั้นคุณตาไปที่บ้านหนูก่อนดีไหมคะ หนูจะทำแผลให้บ้านของหนูอยู่ใกล้ๆนี้เอง”
คำกล่าวอย่างกระตือรือร้นของเด็กสาวทำให้ชายชราต้องมองหน้าเธอด้วยความรู้สึกชื่นชมในน้ำใจ
“ไม่เป็การลำบากหนูใช่ไหม”
เขาอดถามอย่างเกรงใจไม่ได้
“ไม่ลำบากหรอกค่ะ หนูเลิกงานแล้วและกำลังจะกลับไปที่บ้านพอดี”
“งั้นฉันก็ต้องขอรบกวนหนูแล้วหละ”
ชายชรากล่าวก่อนพยุงตัวจะลุกขึ้น แต่แล้วก็ต้องทำหน้าเหยเกออกมาด้วยความรู้สึกเ็ปบริเวณสะโพกที่เคล็ดขัดยอกเพราะถูกกระแทกกับพื้นแข็ง เด็กสาวจึงรีบเข้าไปช่วยพยุงแขนอีกแรงหนึ่ง