กลางป่าลึก
ปัง!
เสียงตบดังสนั่น
หวังเฉินเก็บมือกลับอย่างพอใจมองผู้เปลี่ยนอาชีพสายจอมเวทที่นอนอยู่บนพื้นด้วยแววตาเฉยเมย
คราวนี้ก็สมมาตรแล้ว!
บนพื้นผู้เปลี่ยนอาชีพสายจอมเวทมึนงงไปหมด
ฉันไม่มีแรงต้านแล้วทำไมนายยังตีฉันอีกเล่า?
เขามองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยดวงตาสั่นเทารู้สึกคับข้องใจสุดขีด
แต่ไม่กล้าพูด!
อีกด้านหนึ่งชายร่างใหญ่ที่ถูกซัดกระเด็น และนักฆ่าที่ล้มลงก็โซเซลุกขึ้นยืนเช็ดคราบเลือดที่มุมปากด้วยมือสั่นเทา
“สู้ไม่ได้เลย! สู้ไม่ได้จริงๆ!”
สีหน้าของพวกเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความขมขื่นไม่เคยคิดเลยว่าลูกแกะอ้วนตัวดี จะกลายเป็นพยัคฆ์ร้ายในชั่วพริบตา
แค่สามหมัดสองลูกเตะก็จัดการพวกเขาล้มลงได้อย่างง่ายดาย
นักศึกษาสมัยนี้ร้ายกาจขนาดนี้เชียวหรือ?
พวกเขาร่ำไห้ในใจอย่างบ้าคลั่งสลับกับมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างระมัดระวัง
“คุณ… คุณนักศึกษา ต้องทำอย่างไรคุณถึงจะยอมปล่อยพวกเราไป?”
ชายร่างใหญ่ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเทาแม้แต่จะหนีก็ยังไม่กล้า
ได้ยินดังนั้นหวังเฉินก็หันหน้าไปมอง
เห็นความหวาดกลัวบนใบหน้าของชายร่างใหญ่เขาก็เผยสีหน้าขบขันเล็กน้อย
“ผมชอบท่าทางยโสของพวกคุณในตอนแรกมากกว่านะ!”
หวังเฉินมองชายร่างใหญ่แล้วพูดกลั้วหัวเราะ
“คุณนักศึกษา… อย่า… อย่าล้อเล่นกับพวกเราอีกเลย!”
เมื่อนึกถึงการกระทำของตัวเองก่อนหน้านี้ร่างกายของชายร่างใหญ่ก็แข็งทื่อ เผยรอยยิ้มที่ดูแย่ยิ่งกว่าร้องไห้
“เอาของมีค่าทั้งหมดในตัวพวกคุณออกมา แล้วผมจะปล่อยพวกคุณไป”
เห็นสีหน้าหวาดกลัวของชายร่างใหญ่หวังเฉินก็ขี้เกียจแกล้งเขาอีกต่อไป จึงเสนอเงื่อนไขของตนอย่างตรงไปตรงมา
“ได้… ได้เลย!”
ชายร่างใหญ่ทั้งสามไม่ลังเลแม้แต่น้อยรีบถอดอุปกรณ์ทั้งหมดของตน พร้อมกับของที่ได้จากดินแดนลับวางลงบนพื้น
“โอ้โห… ไม่น่าเชื่อเลยว่าพวกคุณสามคนจะร่ำรวยขนาดนี้?”
หวังเฉินประเมินมูลค่าของสิ่งของเหล่านั้นก่อนจะเหลือบมองพวกแก๊งสามช่าด้วยรอยยิ้มกึ่งขบขัน
“ดูท่าทางธุรกิจของพวกคุณก่อนหน้านี้คงไปได้สวยเลยทีเดียว!”
“ไม่ ไม่ใช่เลยครับ นี่คือทรัพย์สมบัติทั้งหมดในชีวิตพวกเรา”
ได้ยินคำพูดของเขาชายร่างใหญ่ทั้งสามก็ส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่ง จนหัวสั่นหัวคลอนไปหมด
“ไปได้แล้ว!”
เห็นดังนั้นหวังเฉินก็หัวเราะไม่ได้ติดใจเอาความต่อ
“ขอบใจมาก… พวกเราไปล่ะ”
ชายร่างใหญ่ถอนหายใจโล่งอกดึงเพื่อนร่วมทางทั้งสองให้รีบคลานหนีออกจากที่นี่ไป
หลังจากทั้งสามคนจากไปหวังเฉินก็พาสองตัวเล็กเดินทางต่อไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้
ถึงข้อเสนอชวนเล่นสนุกของปิงชิงก่อนหน้าจะดูไม่เข้าท่าเท่าไรแต่สิ่งที่ได้มาเมื่อครู่ก็คุ้มค่าไม่เลวเลย
หวังเฉินรู้สึกว่าเขาคงจะยุ่งอยู่พักใหญ่แน่ๆ
...
สองวันต่อมา
ข้างนอก
“ให้ตายเถอะ!”
“หวังเฉินนี่มันเป็นตัวอะไรกันแน่?”
“แต้มสะสมทะลุห้าหมื่นแล้วนี่เขาบุกเข้าไปสังหารสัตว์อสูรป่าทั้งหมดในแดนจิ้งจอกทมิฬหรือเปล่า?”
หน้าทางเข้าแดนจิ้งจอกทมิฬอาจารย์ผู้คุมทีมจากหกมหาวิทยาลัยที่รออยู่ที่นี่ต่างมองหน้าจอที่อยู่ไม่ไกลด้วยความตกตะลึง
ขณะนี้บนหน้าจอมีข้อความที่บาดตามากจนแทบทำให้พวกเขาตาพร่า
[มหาวิทยาลัยเหยียนหลง หวังเฉิน แต้มสะสม: 53,000 แต้ม!]
เมื่อเห็นข้อความนี้อาจารย์ผู้คุมทีมจากหกมหาวิทยาลัยก็รู้สึกราวกับโลกเบื้องหน้าของพวกเขากำลังพังทลาย
ตอนนี้แต้มสะสมของนักศึกษาห้าอันดับแรกที่อยู่ในดินแดนลับรวมกันยังแทบจะเทียบกับหวังเฉินไม่ได้เลย
“หวังเฉินแข็งแกร่งขนาดนี้เลยเหรอ? อาจารย์หลี่มีข่าววงในอะไรบ้างไหมครับ?”
“สามวันล่าสัตว์อสูรป่าได้แต้มสะสมกว่าห้าหมื่นแต้มเด็กคนนี้หากมาอยู่ที่มหาวิทยาลัยของเราคงจะแข็งแกร่งกว่ารุ่นพี่ปีสองบางคนเสียอีก!”
อาจารย์ผู้คุมทีมจากมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวมองไปด้านข้างด้วยสายตาที่สั่นสะท้าน
ได้ยินคำพูดของเขาอาจารย์หลี่จากมหาวิทยาลัยชิงชิวก็หัวเราะอย่างขมขื่น
“เด็กคนนี้เป็นอันดับหนึ่งในหมู่นักศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัยเหยียนหลงได้ยินมาว่าเพิ่งเข้าเรียนได้สองวันก็สามารถทำลายสถิติการผ่านดันเจี้ยนระดับเงินได้ถึงแปดแห่ง!”
“อะไรนะ?”
สิ้นคำพูดสีหน้าของอาจารย์ผู้คุมทีมจากอีกห้ามหาวิทยาลัยที่อยู่รอบๆต่างสั่นสะเทือนไปตามกัน
ไม่ว่าจะเป็นอันดับหนึ่งของนักศึกษาใหม่หรือไม่แต่การที่เพิ่งเข้าเรียนก็สามารถทำลายสถิติการผ่านดันเจี้ยนระดับเงินได้ถึงแปดแห่งชายหนุ่มคนนี้มันปีศาจชัดๆ!
“มันจะบ้าเกินไปแล้วมั้ง?”
“ไม่สิ… มหาวิทยาลัยเหยียนหลงนี่ดูถูกพวกเราเกินไปแล้วหรือเปล่า?”
“การชุมนุมเพื่อกระชับความสัมพันธ์พวกเขากลับส่งนักศึกษาใหม่อันดับหนึ่งเข้าร่วมนี่มันไม่ใช่การข่มเหงกันเกินไปหน่อยหรือ?”
อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“จริงด้วย!”
“ไร้มารยาทสุดๆ!”
“จงใจมาทำลายความมั่นใจของนักศึกษาพวกเราใช่ไหมเนี่ย?”
ได้ยินดังนั้นอาจารย์จากมหาวิทยาลัยอื่นๆ ก็เห็นด้วยเช่นกัน
มหาวิทยาลัยเหยียนหลงในฐานะหนึ่งในสี่มหาวิทยาลัยชั้นนำของหลงกั๋วมีนักศึกษาที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมากนักศึกษาใหม่ที่ติดอันดับสิบอันดับแรกคนใดก็ตามหากไปอยู่ท่ามกลางนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำที่ไม่ใช่มหาวิทยาลัยระดับท็อปก็สามารถบดขยี้ได้หมด
พวกเขาเข้าร่วมการรวมกลุ่มครั้งนี้อย่างหนึ่งคือพานักศึกษามาเปิดหูเปิดตา อีกอย่างคือฝึกฝนความอดทนของนักศึกษาเพื่อให้พวกเขาได้รู้ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคน
แต่ตอนนี้มหาวิทยาลัยเหยียนหลงกลับส่งนักศึกษาใหม่อันดับหนึ่งซึ่งเป็นอัจฉริยะลงสนาม
อาจารย์หลายคนกังวลว่าเมื่อนักศึกษาที่เข้าไปในดินแดนลับออกมาและเห็นผลงานที่น่าสะพรึงกลัวของหวังเฉิน จะถูกบั่นทอนกำลังใจจนสงสัยในชีวิตตัวเอง
ได้ยินคำพูดของพวกเขามุมปากของอาจารย์ผู้คุมทีมจากมหาวิทยาลัยชิงชิวก็บิดเบี้ยวด้วยความขมขื่น
“ไม่ใช่ครับ เมื่อกี้ผมติดต่ออาจารย์จากมหาวิทยาลัยเหยียนหลงแล้วในแดนจิ้งจอกทมิฬมีของที่หวังเฉินต้องการพอดี เขาเลยมาที่นี่”
เขาส่ายหน้ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความรู้สึกมากมาย
ใครจะคิดว่าหวังเฉินซึ่งมีระดับต่ำที่สุดในหมู่นักศึกษาที่เข้าร่วมการรวมกลุ่มจะเป็นผู้ที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุด
ได้ยินคำพูดของอาจารย์จากมหาวิทยาลัยชิงชิวอาจารย์จากมหาวิทยาลัยอื่นๆ ต่างมองหน้ากันไปมา รู้สึกทำอะไรไม่ถูก
“ช่างเป็น… เคราะห์กรรมจริงๆ!”
...
ฟู่!
ลมหายใจเยือกแข็ง!
กลุ่มพลังงานสีน้ำเงินเข้มพุ่งเข้าใส่เหล่าสัตว์อสูรป่าสิบตัวความเย็นสุดขีดระเบิดออกมาในพริบตาแช่แข็งสัตว์อสูรป่าทั้งสิบตัวให้กลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็ง
จากนั้นพลังเวทมหาศาลก็พุ่งชนประติมากรรมน้ำแข็งเหล่านั้นจนแตกเป็นเสี่ยงๆ
เมื่อสัตว์อสูรป่าเหล่านี้ตายแสงเรืองรองจางๆ สิบสายก็แบ่งออกเป็นสามส่วนราวกับลูกนกที่กลับรังพุ่งเข้าสู่ร่างของสามเงาที่อยู่ด้านข้าง
“เลเวล 58 แล้ว!”
หวังเฉินสัมผัสได้ถึงพลังในร่างกายที่เพิ่มขึ้นอีกหลายส่วนจึงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการอยู่ในแดนจิ้งจอกทมิฬในเวลาสามวัน เขาไม่เพียงแต่จัดการเรื่องการเลื่อนขั้นของซูซูได้สำเร็จแต่ยังอัปเลเวลของตัวเองขึ้นได้อีกสองเลเวล
แม้ว่าการเก็บเกี่ยวครั้งนี้จะเทียบไม่ได้กับการผ่านดันเจี้ยนครั้งแรกแต่ในความเห็นของเขา มันก็ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว
เพราะตอนนี้หลังจากเปลี่ยนอาชีพครั้งที่สองประสบการณ์ที่ต้องการเพื่ออัปเลเวลก็ยิ่งมากขึ้นและในฐานะผู้ฝึกสัตว์อสูรยักษ์เช่นเขายังมีสัตว์อสูรอีกสองตัวที่เปรียบเสมือนหลุมดำที่ต้องเลี้ยงดูซึ่งต้องการประสบการณ์ที่มหาศาลยิ่งกว่าเดิม
“คำนวณจากเวลาแล้ว ก็ใกล้จะถึงเวลาเคลื่อนย้ายออกจากดินแดนลับแล้วต่อจากนี้พวกเราสามคนก็แค่รออยู่ที่เดิมอย่างสงบก็พอ”