เมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์!

    เล่มที่ 4 บทที่ 114 ฉันชอบท่าทางยโสของพวกคุณนะ

            กลางป่าลึก

            ปัง!

            เสียงตบดังสนั่น

            หวังเฉินเก็บมือกลับอย่างพอใจมองผู้เปลี่ยนอาชีพสายจอมเวทที่นอนอยู่บนพื้นด้วยแววตาเฉยเมย

            คราวนี้ก็สมมาตรแล้ว!

            บนพื้นผู้เปลี่ยนอาชีพสายจอมเวทมึนงงไปหมด

            ฉันไม่มีแรงต้านแล้วทำไมนายยังตีฉันอีกเล่า?

            เขามองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยดวงตาสั่นเทารู้สึกคับข้องใจสุดขีด

            แต่ไม่กล้าพูด!

            อีกด้านหนึ่งชายร่างใหญ่ที่ถูกซัดกระเด็น และนักฆ่าที่ล้มลงก็โซเซลุกขึ้นยืนเช็ดคราบเลือดที่มุมปากด้วยมือสั่นเทา

            “สู้ไม่ได้เลย! สู้ไม่ได้จริงๆ!”

            สีหน้าของพวกเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความขมขื่นไม่เคยคิดเลยว่าลูกแกะอ้วนตัวดี จะกลายเป็นพยัคฆ์ร้ายในชั่วพริบตา

            แค่สามหมัดสองลูกเตะก็จัดการพวกเขาล้มลงได้อย่างง่ายดาย

            นักศึกษาสมัยนี้ร้ายกาจขนาดนี้เชียวหรือ?

            พวกเขาร่ำไห้ในใจอย่างบ้าคลั่งสลับกับมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างระมัดระวัง

            “คุณ… คุณนักศึกษา ต้องทำอย่างไรคุณถึงจะยอมปล่อยพวกเราไป?”

            ชายร่างใหญ่ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเทาแม้แต่จะหนีก็ยังไม่กล้า

            ได้ยินดังนั้นหวังเฉินก็หันหน้าไปมอง

            เห็นความหวาดกลัวบนใบหน้าของชายร่างใหญ่เขาก็เผยสีหน้าขบขันเล็กน้อย

            “ผมชอบท่าทางยโสของพวกคุณในตอนแรกมากกว่านะ!”

            หวังเฉินมองชายร่างใหญ่แล้วพูดกลั้วหัวเราะ

            “คุณนักศึกษา… อย่า… อย่าล้อเล่นกับพวกเราอีกเลย!”

            เมื่อนึกถึงการกระทำของตัวเองก่อนหน้านี้ร่างกายของชายร่างใหญ่ก็แข็งทื่อ เผยรอยยิ้มที่ดูแย่ยิ่งกว่าร้องไห้

            “เอาของมีค่าทั้งหมดในตัวพวกคุณออกมา แล้วผมจะปล่อยพวกคุณไป”

            เห็นสีหน้าหวาดกลัวของชายร่างใหญ่หวังเฉินก็ขี้เกียจแกล้งเขาอีกต่อไป จึงเสนอเงื่อนไขของตนอย่างตรงไปตรงมา

            “ได้… ได้เลย!”

            ชายร่างใหญ่ทั้งสามไม่ลังเลแม้แต่น้อยรีบถอดอุปกรณ์ทั้งหมดของตน พร้อมกับของที่ได้จากดินแดนลับวางลงบนพื้น

            “โอ้โห… ไม่น่าเชื่อเลยว่าพวกคุณสามคนจะร่ำรวยขนาดนี้?”

            หวังเฉินประเมินมูลค่าของสิ่งของเหล่านั้นก่อนจะเหลือบมองพวกแก๊งสามช่าด้วยรอยยิ้มกึ่งขบขัน

            “ดูท่าทางธุรกิจของพวกคุณก่อนหน้านี้คงไปได้สวยเลยทีเดียว!”

            “ไม่ ไม่ใช่เลยครับ นี่คือทรัพย์สมบัติทั้งหมดในชีวิตพวกเรา”

            ได้ยินคำพูดของเขาชายร่างใหญ่ทั้งสามก็ส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่ง จนหัวสั่นหัวคลอนไปหมด

            “ไปได้แล้ว!”

            เห็นดังนั้นหวังเฉินก็หัวเราะไม่ได้ติดใจเอาความต่อ

            “ขอบใจมาก… พวกเราไปล่ะ”

            ชายร่างใหญ่ถอนหายใจโล่งอกดึงเพื่อนร่วมทางทั้งสองให้รีบคลานหนีออกจากที่นี่ไป

            หลังจากทั้งสามคนจากไปหวังเฉินก็พาสองตัวเล็กเดินทางต่อไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้

            ถึงข้อเสนอชวนเล่นสนุกของปิงชิงก่อนหน้าจะดูไม่เข้าท่าเท่าไรแต่สิ่งที่ได้มาเมื่อครู่ก็คุ้มค่าไม่เลวเลย

            หวังเฉินรู้สึกว่าเขาคงจะยุ่งอยู่พักใหญ่แน่ๆ

            ...

            สองวันต่อมา

            ข้างนอก

            “ให้ตายเถอะ!”

            “หวังเฉินนี่มันเป็นตัวอะไรกันแน่?”

            “แต้มสะสมทะลุห้าหมื่นแล้วนี่เขาบุกเข้าไปสังหารสัตว์อสูรป่าทั้งหมดในแดนจิ้งจอกทมิฬหรือเปล่า?”

            หน้าทางเข้าแดนจิ้งจอกทมิฬอาจารย์ผู้คุมทีมจากหกมหาวิทยาลัยที่รออยู่ที่นี่ต่างมองหน้าจอที่อยู่ไม่ไกลด้วยความตกตะลึง

            ขณะนี้บนหน้าจอมีข้อความที่บาดตามากจนแทบทำให้พวกเขาตาพร่า

            [มหาวิทยาลัยเหยียนหลง หวังเฉิน แต้มสะสม: 53,000 แต้ม!]

            เมื่อเห็นข้อความนี้อาจารย์ผู้คุมทีมจากหกมหาวิทยาลัยก็รู้สึกราวกับโลกเบื้องหน้าของพวกเขากำลังพังทลาย

            ตอนนี้แต้มสะสมของนักศึกษาห้าอันดับแรกที่อยู่ในดินแดนลับรวมกันยังแทบจะเทียบกับหวังเฉินไม่ได้เลย

            “หวังเฉินแข็งแกร่งขนาดนี้เลยเหรอ? อาจารย์หลี่มีข่าววงในอะไรบ้างไหมครับ?”

            “สามวันล่าสัตว์อสูรป่าได้แต้มสะสมกว่าห้าหมื่นแต้มเด็กคนนี้หากมาอยู่ที่มหาวิทยาลัยของเราคงจะแข็งแกร่งกว่ารุ่นพี่ปีสองบางคนเสียอีก!”

            อาจารย์ผู้คุมทีมจากมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวมองไปด้านข้างด้วยสายตาที่สั่นสะท้าน

            ได้ยินคำพูดของเขาอาจารย์หลี่จากมหาวิทยาลัยชิงชิวก็หัวเราะอย่างขมขื่น

            “เด็กคนนี้เป็นอันดับหนึ่งในหมู่นักศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัยเหยียนหลงได้ยินมาว่าเพิ่งเข้าเรียนได้สองวันก็สามารถทำลายสถิติการผ่านดันเจี้ยนระดับเงินได้ถึงแปดแห่ง!”

            “อะไรนะ?”

            สิ้นคำพูดสีหน้าของอาจารย์ผู้คุมทีมจากอีกห้ามหาวิทยาลัยที่อยู่รอบๆต่างสั่นสะเทือนไปตามกัน

            ไม่ว่าจะเป็นอันดับหนึ่งของนักศึกษาใหม่หรือไม่แต่การที่เพิ่งเข้าเรียนก็สามารถทำลายสถิติการผ่านดันเจี้ยนระดับเงินได้ถึงแปดแห่งชายหนุ่มคนนี้มันปีศาจชัดๆ!

            “มันจะบ้าเกินไปแล้วมั้ง?”

            “ไม่สิ… มหาวิทยาลัยเหยียนหลงนี่ดูถูกพวกเราเกินไปแล้วหรือเปล่า?”

            “การชุมนุมเพื่อกระชับความสัมพันธ์พวกเขากลับส่งนักศึกษาใหม่อันดับหนึ่งเข้าร่วมนี่มันไม่ใช่การข่มเหงกันเกินไปหน่อยหรือ?”

            อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

            “จริงด้วย!”

            “ไร้มารยาทสุดๆ!”

            “จงใจมาทำลายความมั่นใจของนักศึกษาพวกเราใช่ไหมเนี่ย?”

            ได้ยินดังนั้นอาจารย์จากมหาวิทยาลัยอื่นๆ ก็เห็นด้วยเช่นกัน

            มหาวิทยาลัยเหยียนหลงในฐานะหนึ่งในสี่มหาวิทยาลัยชั้นนำของหลงกั๋วมีนักศึกษาที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมากนักศึกษาใหม่ที่ติดอันดับสิบอันดับแรกคนใดก็ตามหากไปอยู่ท่ามกลางนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำที่ไม่ใช่มหาวิทยาลัยระดับท็อปก็สามารถบดขยี้ได้หมด

            พวกเขาเข้าร่วมการรวมกลุ่มครั้งนี้อย่างหนึ่งคือพานักศึกษามาเปิดหูเปิดตา อีกอย่างคือฝึกฝนความอดทนของนักศึกษาเพื่อให้พวกเขาได้รู้ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคน

            แต่ตอนนี้มหาวิทยาลัยเหยียนหลงกลับส่งนักศึกษาใหม่อันดับหนึ่งซึ่งเป็นอัจฉริยะลงสนาม

            อาจารย์หลายคนกังวลว่าเมื่อนักศึกษาที่เข้าไปในดินแดนลับออกมาและเห็นผลงานที่น่าสะพรึงกลัวของหวังเฉิน จะถูกบั่นทอนกำลังใจจนสงสัยในชีวิตตัวเอง

            ได้ยินคำพูดของพวกเขามุมปากของอาจารย์ผู้คุมทีมจากมหาวิทยาลัยชิงชิวก็บิดเบี้ยวด้วยความขมขื่น

            “ไม่ใช่ครับ เมื่อกี้ผมติดต่ออาจารย์จากมหาวิทยาลัยเหยียนหลงแล้วในแดนจิ้งจอกทมิฬมีของที่หวังเฉินต้องการพอดี เขาเลยมาที่นี่”

            เขาส่ายหน้ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความรู้สึกมากมาย

            ใครจะคิดว่าหวังเฉินซึ่งมีระดับต่ำที่สุดในหมู่นักศึกษาที่เข้าร่วมการรวมกลุ่มจะเป็นผู้ที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุด

            ได้ยินคำพูดของอาจารย์จากมหาวิทยาลัยชิงชิวอาจารย์จากมหาวิทยาลัยอื่นๆ ต่างมองหน้ากันไปมา รู้สึกทำอะไรไม่ถูก

            “ช่างเป็น… เคราะห์กรรมจริงๆ!”

            ...

            ฟู่!

            ลมหายใจเยือกแข็ง!

            กลุ่มพลังงานสีน้ำเงินเข้มพุ่งเข้าใส่เหล่าสัตว์อสูรป่าสิบตัวความเย็นสุดขีดระเบิดออกมาในพริบตาแช่แข็งสัตว์อสูรป่าทั้งสิบตัวให้กลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็ง

            จากนั้นพลังเวทมหาศาลก็พุ่งชนประติมากรรมน้ำแข็งเหล่านั้นจนแตกเป็นเสี่ยงๆ

            เมื่อสัตว์อสูรป่าเหล่านี้ตายแสงเรืองรองจางๆ สิบสายก็แบ่งออกเป็นสามส่วนราวกับลูกนกที่กลับรังพุ่งเข้าสู่ร่างของสามเงาที่อยู่ด้านข้าง

            “เลเวล 58 แล้ว!”

            หวังเฉินสัมผัสได้ถึงพลังในร่างกายที่เพิ่มขึ้นอีกหลายส่วนจึงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

            วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการอยู่ในแดนจิ้งจอกทมิฬในเวลาสามวัน เขาไม่เพียงแต่จัดการเรื่องการเลื่อนขั้นของซูซูได้สำเร็จแต่ยังอัปเลเวลของตัวเองขึ้นได้อีกสองเลเวล

            แม้ว่าการเก็บเกี่ยวครั้งนี้จะเทียบไม่ได้กับการผ่านดันเจี้ยนครั้งแรกแต่ในความเห็นของเขา มันก็ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว

            เพราะตอนนี้หลังจากเปลี่ยนอาชีพครั้งที่สองประสบการณ์ที่ต้องการเพื่ออัปเลเวลก็ยิ่งมากขึ้นและในฐานะผู้ฝึกสัตว์อสูรยักษ์เช่นเขายังมีสัตว์อสูรอีกสองตัวที่เปรียบเสมือนหลุมดำที่ต้องเลี้ยงดูซึ่งต้องการประสบการณ์ที่มหาศาลยิ่งกว่าเดิม

            “คำนวณจากเวลาแล้ว ก็ใกล้จะถึงเวลาเคลื่อนย้ายออกจากดินแดนลับแล้วต่อจากนี้พวกเราสามคนก็แค่รออยู่ที่เดิมอย่างสงบก็พอ”

             

    คล้ายกับเรื่องเมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์! ที่คุณอ่าน