ตอนที่ 18
เริ่มสร้างค่ายกลจ้าวพฤกษา
ลู่หานเริ่มจับใจความสำคัญภายในคัมภีร์ค่ายกลจ้าวพฤกษาได้โดยหลังจากนั้นเขาเองก็ใช้เวลาอีกประมาณ 3 วันในการศึกษามันให้เข้าใจมากขึ้น
เมื่อผ่านพ้นไป 3 วันแม้ว่าตัวของลู่หานจะยังไม่สามารถบรรลุเกี่ยวกับการสร้างค่ายกลจ้าวพฤกษาที่สมบูรณ์แบบได้แต่ด้วยความรู้ในตอนนี้เขาก็มั่นใจว่าเขาจะสร้างค่ายกลจ้าวพฤกษาที่มีพลังอยู่ในระดับที่พอใช้ได้ออกมาได้
่เช้าของวันลู่หานรีบมุ่งตรงไปยังแปลงสมุนไพรหยางไท่ทันที เมื่อเดินไปถึงเขาก็เริ่มกวาดสายตามองรอบๆลู่หานตั้งใจเอาไว้ว่าเขาจะสร้างค่ายกลปกคลุมเพียงแค่แปลงสมุนไพรแปลงนี้เท่านั้น
ด้วยระดับพลังบ่มเพาะและความรู้เกี่ยวกับค่ายกลในตอนนี้ของเขาไม่สามารถสร้างค่ายกลจ้าวพฤกษาที่จะปกคลุมทั่วทั้งยอดเขาแห่งนี้ได้
ลู่หานยืนอยู่หน้าแปลงสมุนไพรหยางไท่สักพักก่อนที่เขาจะเริ่มยกมือทั้งสองขึ้นมาประสานกันเบื้องหน้า ดวงตาทั้งสองข้างพับปิดลงอย่างช้าพลางตั้งสมาธิโดยค่ายกลจ้าวพฤกษานั้นต้องใช้การบ่มเพาะคุณสมบัติของพลังบ่มเพาะให้เปรียบเสมือนกับปุ๋ย
โดยหลังจากที่ได้อ่านคัมภีร์ค่ายกลจ้าวพฤกษาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อพยายามมุ่งหารากฐานการสร้างค่ายกลขึ้นมามันทำให้ลู่หานตระหนักได้ว่าการสร้างค่ายกลจ้าวพฤกษามันคือการปรับเปลี่ยนที่ดินธรรมดาๆให้กลายเป็ที่ดินที่ถูกหล่อเลี้ยงด้วยพลังบ่มเพาะ
เมื่อดินถูกหล่อเลี้ยงด้วยพลังบ่มเพาะมันก็จะทำให้พืชที่ปลูกบริเวณนั้นสามารถเติบโตได้รวดเร็วกว่าทั่วไป
โดยค่ายกลจ้าวพฤกษาเมื่อสามารถบรรลุถึงแก่นแท้ของวิชาค่ายกลนี้แล้วมันจะไม่ได้มีแค่เพียงความสามารถในการเร่งการเจริญเติบโตของพืชพันธุ์และสมุนไพรเท่านั้นแต่มันยังสามารถควบคุมทุกอย่างภายในอาณาเขตค่ายกลได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็อุณหภูมิ น้ำ หรือส่วนประกอบต่างๆที่เกี่ยวข้องกับพืชพันธุ์และสมุนไพร
ลู่หานเปรียบเสมือนมันได้อย่างหนึ่งว่าถ้าสามารถสร้างมันในรูปแบบสมบูรณ์ได้สำเร็จมันคือเรือนเลี้ยงผักอัตโนมัติที่แสนจะไฮเทค
แต่ตอนนี้ด้วยพลังของลู่หานเขารู้ดีว่าเขาสามารถทำได้เพียงการเร่งการเจริญเติบโตให้กับพืชพันธุ์เท่านั้นแต่แค่นั้นมันก็เพียงพอแล้ว
ลู่หานที่ตั้งสมาธิสร้างค่ายกลภายในหัวมาสักพักดวงตาทั้งสองข้างที่พับปิดอยู่ก็ได้เปิดขึ้นมือทั้งสองที่ประสานกันอยู่ตรงกลางหน้าอกก็แยกออกจากกัน
กำลังบ่มเพาะภายในร่างกายแผ่ซ่านออกมากำเนิดเป็ค่ายกลสีเขียวขนาดไม่ใหญ่มากขึ้นบนท้องฟ้าแล้วปกคลุมไปทั่วทั้งแปลงสมุนไพร
มือทั้งสองข้างของลู่หานที่ยืนอยู่ก็ตวัดลงมาเพื่อเป็การสั่งการให้กับค่ายกลที่กำลังลอยอยู่บนแปลงสมุนไพรหยางไท่ลงเคลื่อนที่ลงมาประทับที่แปลงสมุนไพรหยางไท่
ตึง!!! ค่ายกลประทับลงบนเนื้อที่มีแปลงสมุนไพรหยางไท่จำนวนสองร้อยต้นปลูกเอาไว้ให้อยู่ เมื่อค่ายกลจ้าวพฤกษาที่ลู่หานสร้างขึ้นมาประทับลงบนแปลงสมุนไพรไปแล้วมันก็ดูไม่ต่างจากเดิมสักเท่าไหร่ จนคิ้วทั้งสองข้างของลู่หานขมวดมุ่นเข้าหากันพลางมองมันด้วยความสงสัย
ภายในใจกำลังตั้งคำถามว่าค่ายกลที่เขานั้นสร้างออกมามันสำเร็จหรือไม่ เพราะหลังจากที่มันประทับลงไปบนแปลงสมุนไพรแล้วก็ดูเหมือนไม่มีอันใดแตกต่างกันเลยจากตอนแรก
การสร้างค่ายกลขึ้นมาขั้นตอนแรกมันคือการเริ่มสร้างส่วนประกอบต่างๆของค่ายกลจากภายในร่างกายด้วยพลังบ่มเพาะแล้วค่อยปลดปล่อยออกมาเป็ค่ายกล
ลู่หานเอนคอเอียงไปมาเพื่อมองดูแปลงสมุนไพรอย่างฉงนเพราะเขาไม่เห็นว่ามันจะเปลี่ยนแปลงไปเลยสักนิด ถึงอย่างไรค่ายกลจ้าวพฤกษาก็เป็ค่ายกลระดับ์ลู่หานเองก็ไม่คิดว่าเขาจะสร้างมันสำเร็จได้อย่างง่ายดายเช่นนี้
“ ทำได้ดีมากเ้าแปด ” เสียงนั้นดังแว่วขึ้นมาตอบข้อสงสัยของลู่หาน
บุรุษที่เพิ่งย่างเข้าวัย 20 ปีหันมองไปทางที่ต้นเสียงนั้นดังขึ้นมา ร่างของเ้าของเสียงผู้ที่ตอบข้อสงสัยของเขาคือชายชราที่สวมใส่อาภรณ์สีดำทมิฬประหนึ่งขนของอีกา
“ เอ๊ะ...สำเร็จแล้วงั้นรึขอรับ ” ลู่หานยังไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะสามารถสร้างค่ายกลจ้าวพฤกษาได้สำเร็จแล้วแม้ว่าจะได้รับการยืนยันจากปากของมหาปราชญ์แห่งยุค
ชายชราหน้าตาอบอุ่นพยักหน้าขึ้นลงด้วยความพึงพอใจ
“ มันสำเร็จแล้วการสร้างค่ายกลครั้งแรกและยังสามารถสร้างค่ายกลระดับ์ได้สำเร็จเช่นนี้เ้ามีพร์จริงๆนะ ” มันเป็คำชมที่กล่าวออกมาจากปากของผู้ที่ทั่วทั้งเก้าดินแดนยกย่องให้สูงเทียมฟ้า
ตอนนี้ลู่หานอยากจะตัวลอยก็ไม่แปลก แต่ว่าการสร้างค่ายกลจ้าวพฤกษาเขาไม่คิดว่ามันจะง่ายดายเช่นนี้
แม้ตัวของลู่หานเองก็ไม่รู้เลยว่าเขานั้นมุ่งศึกษาพื้นฐานของค่ายกลจนเขานั้นล่วงรู้ถึงโครงสร้างของค่ายกลมันเลยทำให้เขานั้นสามารถสร้างค่ายกลระดับ์ออกมาได้ง่ายดายเช่นนี้
การสร้างค่ายกลขึ้นมาสิ่งที่สำคัญที่สุดมันคือการสร้างส่วนประกอบภายในร่างกายก่อนที่จะปลดปล่อยออกมาเป็ค่ายกล การสร้างค่ายกลระดับ์ส่วนประกอบของค่ายกลจะผิดแม้แต่นิดเดียวก็ไม่ได้ แต่สำหรับลู่หานแล้วเขาสามารถจำส่วนประกอบของค่ายกลได้ทั้งหมด เขาเป็เชฟมันเปรียบเสมือนกับการจำสูตรอาหารที่เขานั้นมักจะจำอยู่บ่อยๆ
ผู้ฝึกยุทธ์หลายคนไม่สามารถสร้างค่ายกลสำเร็จในครั้งแรกเช่นเดียวกับหลิงเฉินมันเพราะพวกเขามักจะผิดพลาดในจุดใดจุดหนึ่งจนกลายเป็ว่าไม่สามารถสร้างค่ายกลได้สำเร็จ
การที่ลู่หานสามารถสร้างค่ายกลระดับ์ได้สำเร็จด้วยระดับบ่มเพาะเพียงแค่นี้และสำเร็จในครั้งเดียวขนาดมหาปราชญ์แห่งยุคยังต้องชื่นชมเลย
เมื่อโดนมหาปราชญ์กล่าวชมตนเองออกมาว่ามีพร์ลู่หานเองก็เอ่ยถามออกไปด้วยสายตาเปล่งประกาย “ ท่านอาจารย์ขอรับค่ายกลแรกท่านสามารถสร้างได้สำเร็จเลยหรือไม่ขอรับและเป็ค่ายกลระดับอันใด ”
“ สำเร็จเป็ค่ายกลระดับหนึ่งในเก้าภพ ” หวังเซียนฉิงตอบกลับศิษย์ของตนเองไปพลางกับมันเริ่มแสดงท่าทางยืดอกโอ้อวดความสามารถของตนเองอย่างน่าหมั่นไส้
ถึงแม้ลู่หานจะยิ้มรับอ่อนๆแต่เขาก็ทำใจได้แล้วกับตัวตนที่อยู่เหนือกฏเกณฑ์ของผู้ที่เป็อาจารย์ของเขา
มีผู้ใดที่สามารถสร้างค่ายกลระดับหนึ่งในเก้าภพเป็ค่ายกลแรกและสามารถทำมันได้สำเร็จในครั้งเดียว ค่ายกลระดับหนึ่งในเก้าภพมันเป็ค่ายกลที่มีเพียงผู้คนส่วนน้อยมากที่จะสามารถสร้างมันขึ้นมาได้
“ แต่เ้าก็ทำได้ดีมากแล้วเ้าแปดไม่ต้องกังวลพยายามเข้า แล้วก้าวข้ามอาจารย์ไปให้ได้ ”
ลู่หานถึงกับพูดไม่ออกดูเหมือนว่าหวังเซียนฉิงผู้นี้จะไม่รู้ตนเองเลยว่าตัวตนของเขาไม่ว่าผู้ใดก็คงไม่กล้าคิดก้าวข้าม ตอนนี้ภายในหัวของลู่ห่านไม่มีความคิดในการจะก้าวข้ามผู้เป็อาจารย์เลยสักนิดแม้ว่าตนเองจะมีคัมภีร์ทักษะราชันย์หมื่นพิษที่เป็คัมภีร์ทักษะระดับไร้ขอบเขตอยู่ในมือ
ตัวตนของมหาปราชญ์แห่งยุคผู้นี้คือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างแท้จริงเขาคือผู้ที่แม้แต่เ้า์ที่เป็ผู้ปกครองดินแดน์ยังต้องไว้หน้าอยู่หลายส่วน
แล้วจะมากล่าวว่าให้ก้าวข้ามเขาไปลู่หานก็ทำเพียงฟังผ่านๆเท่านั้นเพราะทั่วทั้งชีวิตนี้หวังเซียนฉิงคือผู้เดียวที่เขาไม่คิดว่าตนเองจะมีโอกาสก้าวข้าม
“ ขอรับ!!! ” ลู่หานขานรับคำกล่าวนั้นตามมารยาทแม้ว่าจะรู้ว่าตัวเองไม่มีโอกาสจะก้าวข้ามผู้เป็อาจารย์
“ ดีมาก!!! ดีมาก!!! ” ชายชราที่สวมใส่ชุดสีดำประหนึ่งขนของอีกาพยักหน้าขึ้นลงอย่างพึงพอใจ
ผ่านไปไม่กี่วันต่อมาลู่หานเองก็ยังปฏิบัติตัวตามปกติของตนเองเขานั้นฝึกซ้อมทักษะการต่อสู้กับผู้เป็อาจารย์และศึกษาตำราทั้ง 2 เล่มรวมไปถึงทำการบ่มเพาะทักษะบ่มเพาะรากฐานของตนเอง
ตอนนี้ทักษะบ่มเพาะรากฐานของลู่หานลุกหน้าสามารถก้าวขึ้นไปอยู่ในระดับทักษะบ่มเพาะรากฐานระดับกำเนิดพลังสีทองได้ และตอนนี้ลู่หานเองก็ได้รู้ถึงผลของค่ายกลจ้าวพฤกษาที่เขานั้นสร้างขึ้นเรียบร้อยแล้ว
สมุนไพรหยางไท่ภายในแปลงสมุนไพรของเขาตอนนี้มันมีการเจริญเติบโตรวดเร็วกว่าเดิมถึง 3 เท่าตัว ตอนนี้อีกไม่กี่วันเขาก็จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตรอบแรกได้แล้ว
เมื่อเก็บสมุนไพรหยางไท่ชุดแรกสำเร็จ ลู่หานได้เตรียมกล่องจำนวนมากเอาไว้เก็บพวกมันเรียบร้อยแล้ว เมื่อสามารถเก็บพวกมันมาได้สมุนไพรหยางไท่ 1 ต้นจะให้เมล็ดในการปลูก 2 เมล็ด แน่นอนว่าลู่หานจะขยายจำนวนการปลูกให้กลายเป็แปลงสมุนไพรหยางไท่ที่มีจำนวน 400 ต้น
แต่กระนั้นเขาก็ยังไม่คิดว่าจะขยายพลังของค่ายกลจ้าวพฤกษาที่ตนเองสร้างขึ้นมา ค่ายกลที่สร้างขึ้นมามันจะคอยกัดกินพลังบ่มเพาะของผู้สร้างเพื่อให้ตัวของมันยังคงอยู่เพื่อแสดงพลัง
ตอนนี้พลังบ่มเพาะภายในร่างกายของลู่หานก็ถูกดึงออกไปเป็ระยะเพื่อหล่อเลี้ยงค่ายกลจ้าวพฤกษาให้ยังคงสามารถทำงานได้ ตอนนี้ถ้าเขานั้นสร้างค่ายกลที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมากกว่านี้พลังบ่มเพาะของเขาก็จะถูกดึงออกไปมากกว่าเดิม
ตอนนี้เขามีทักษะบ่มเพาะรากฐานอยู่ในระดับเพียงแค่กำเนิดพลังสีทองการจะขยายอาณาเขตค่ายกลจ้าวพฤกษาที่เป็ค่ายกลระดับ์ให้มีขนาดใหญ่มากกว่านี้ก็กลัวว่าร่างกายจะรับภาระมากเกินไป
ลู่หานเลยตั้งใจจะปลุกแปลงสมุนไพรเอาไว้ 2 แปลง แปลงละ 200 ต้น โดย 1 แปลงก็จะใช้พื้นที่เดิมอีก 1 แปลงก็จะใช้พื้นที่ข้างๆ ด้วยระดับการเติบโตของสมุนไพรหยางไท่ที่ต้องใช้การเจริญเติบโตประมาณ 1 เดือน ย่อมหมายความว่าภายในหนึ่งเดือนสมุนไพรที่ได้รับผลจากค่ายกลจ้าวพฤกษาก็จะสามารถเก็บเกี่ยวได้ 3 ครั้งส่วนอีกแปลงนึงก็จะสามารถเก็บเกี่ยวได้แค่ครั้งเดียว
รวมแล้วภายใน 1 เดือนต่อไปเขาจะได้รับพืชสมุนไพรหยางไท่จากแปลงทั้งหมดอีก 800 เป็อย่างต่ำยังไม่นับรวมแปลงที่จะสามารถปลูกเพิ่มได้อีกหลังจากเก็บเกี่ยวและได้เมล็ดจากแปลงที่สามารถเติบโตได้รวดเร็ว
แน่นอนว่าเมื่อฤดูเหมันต์มาถึงอย่างไรเสียลู่หานก็ไม่สามารถปลูกสมุนไพรหยางไท่ให้พอกับเหล่าจำนวนคนของทั้งสามแคว้นแต่เขาก็มั่นใจว่ามันน่าจะมีจำนวนมากพอสมควร
เวลาผ่านไปจนย่างเข้าต้นเดือนสี่ตอนนี้การใช้ชีวิตของลู่หานก็ยังคงเป็เหมือนเดิมมีเพียง การปลูกสมุนไพร การศึกษาตำรา การฝึกฝนทักษะการต่อสู้ และการบ่มเพาะทักษะรากฐาน
ตอนนี้มหาปราชญ์แห่งยุคผู้เป็อาจารย์ของเขาก็มาอาศัยอยู่ที่เรือนไม้หลังเล็กๆของเขาเพื่อชี้แนะในเื่ต่างๆให้ หวังเซียนฉิงบัดนี้ได้สอนการต่อสู้ให้ลู่หานจนเขานั้นมีทักษะการต่อสู้ลุกน่าไปมากกว่าผู้อื่นภายในสำนักมากแล้ว
เรียกได้ว่าภายในศิษย์ลำดับที่ 2 บางคนก็อาจจะไม่มีทักษะการต่อสู้เทียบเท่ากับลู่หานด้วยซ้ำ
วันนี้ก็เป็อีกวันหนึ่งที่ลู่หานนอนนิ่งหมดแรงอยู่กับพื้นหลังจากการฝึกการต่อสู้กับผู้เป็อาจารย์เสร็จ
“ นี่เ้าแปด!!! ข้าสอนวิชาหนึ่งให้เอามั้ย ” เสียงของอาจารย์ดังแว่วมาตามสายลมขณะที่ลู่หานกำลังนอนหายใจแรงอยู่ที่พื้น
จบตอน