STARCIN อุบัติมหาสงครามสตาร์คิน (อ่านฟรีจนจบ)(มี EBOOK)

    ภาคที่ 6 OverThrow ตอนที่ 31 กล่อนกัด

    27 เมษายน พ.ศ.2576

    สองวันที่ผ่านมายังคงเกิดการปะทะไม่เว้นชั่วโมง ประชาชนมากมายที่ติดค้างอยู่ในเมืองเอเธนก็ไม่สามารถหนีไปไหนได้เพราะมีสงครามรอบด้าน ทัพเสริมจากทุกสารทิศก็พากันมาล้อมกองกำลังของแคทเทอรีนจนไม่เห็นถึงหนทางชนะได้สักนิด

    “ทำไมเราต้องส่งทหารของเราไปให้เธอด้วย” หญิงสาวสูงวัยกระแทกเสียงดังได้แต่กัดฟันตอบรับข้อเสนอ

    “แล้วเราจะทำยังไงได้ล่ะครับ พินัยกรรมที่ท่านรามอนทำไว้ให้แคทเทอรีนมันมีทรัพย์สมบัติของตระกูลเกือบทั้งหมดเลยนะครับ เธอบอกว่าจะบอกที่ซ่อนของพวกนั้นให้แลกกับการสนับสนุนที่เหมาะสมเราก็เลยส่งทหารไปให้”

    “บัดซบจริง ๆ เป็นแค่ทหารคนหนึ่งกลับได้มรดกของตระกูลราฟาไปหมด รู้อย่างนี้ฉันก็น่าจะรีบกำจัดรามอนก่อนจะเขียนพินัยกรรมดีกว่า”

    “อย่าลืมสิครับว่าคนอื่น ๆ ก็คิดแบบเดียวกัน ถ้าตอนนั้นท่านรามอนตายขึ้นมาคงเกิดการแย่งชิงอำนาจกันแน่ ๆ”

    “จะอะไรก็ช่างแล้ว มันเป็นสงครามระหว่างกองทัพเอเลกับแคทเทอรีนไม่ว่าฝั่งไหนชนะเราก็มีแต่ได้ประโยชน์อยู่แล้ว”

    อาณาเขตของราชวงศ์ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเมืองเอเธนใกล้ ๆ กับจุดที่เกิดสงครามแต่ทุกคนก็รับรู้ดีจึงไม่มีใครกล้ารุกล้ำไปที่นั่น

    “พวกมันล้อมด้านหลังไว้แล้วเหลือแค่ทิศตะวันออกทางออก ถ้าอยากหนีก็มีแค่โอกาสนี้เท่านั้น” หลังจากผ่านการเห็นคนตายเป็นผักเป็นปลาก็มีบางส่วนที่หนีออกจากสงคราม ถ้าไม่ได้กำลังเสริมจากราชวงศ์ราฟาที่แคทเทอรีนขอมาก็คงแพ้สงครามไปแล้ว

    ขณะเดียวกันภายในที่พักชั่วคราวก็ได้มีการประชุมอีกครั้ง

    “กลับมาจนได้นะนักดมกลิ่น” แคทเทอรีนกล่าวทักทายอย่างใจเย็น

    “พวกเราใช้เวลานานเพราะต้องคอยหลบสายตาของพวกทหารด้วย ตอนนี้อาเธอร์ไม่ได้อยู่ในเอเธนแน่นอนครับแถมอัศวินทั้งสี่ก็มาเสริมทัพแล้วด้วย”

    แคทเทอรีนส่ายหน้าถอนหายใจ “ดูจากร่องรอยคงสู้กันไปแล้วสินะ แล้วผลเป็นยังไงล่ะ?”

    “ไม่มีปัญหาครับ ธรณีทักษิณและเพลิงบูรพาอยู่ในสภาพที่สู้ต่อไม่ไหว ดังนั้นก็จะเหลือแค่วายุอุดรกับวารีประจิมที่มาเข้าร่วมสงครามได้”

    “อืม...ก็เหลือคาร์เตอร์ที่ยังไม่กลับมา หวังว่าเจ้านั่นจะไม่เป็นอะไรไปก่อน”

    “ดูเป็นห่วงจังเลยนะคะ” ทีโอน่าพูดแทรกขึ้นมาขณะที่กำลังเอาน้ำมาเสิร์ฟ

    “ก็นะ เขาอยู่ฝั่งเราก็ต้องคอยเป็นห่วงสิ” แคทเทอรีนยิ้มมุมปากเมื่อเห็นท่าทางหงุดหงิดของทีโอน่า

    “ต่อให้มีกำลังเสริมมาก็จริงแต่ก็ไม่ได้เตรียมเสบียงไว้ทำให้กองทัพอ่อนล้ากันมาก เพราะฉะนั้นฉันจะเข้าไปในสนามรบพร้อมกับมานาสำรองเพื่อกวาดพวกตัวเล็กตัวน้อยออกสักหน่อย”

    “คุณแคทเทอรีนครับ ดูเหมือนจะมีเสบียงจากกลุ่มคนนิรนามส่งมาให้ครับ” ยาซากะเดินเข้ามาขวางเสียก่อนไม่อย่างนั้นแคทเทอรีนก็คงพุ่งเข้าสู่สนามรบไปแล้ว

    กลุ่มคนนิรนามเนี่ยนะ หรือจะเป็นเสบียงจากราชวงศ์ราฟา

    “พาฉันไปดูหน่อย”

    เส้นทางฝั่งตะวันออกได้มีรถม้าบรรทุกเสบียงมามากพอให้คนทั้งเมืองใช้ได้เป็นอาทิตย์ เอลฟ์หนุ่มผู้คุมบังเหียนด้านหน้าชายตามองเหล่าและทหารนักผจญภัยที่พยายามล้อมไว้ไม่ให้หนีไปไหนนัยน์ตาพวกนั้นเต็มไปด้วยความหวาดระแวง

    “ทุกคนทำได้ดีมาก เดี๋ยวฉันจะตรวจสอบด้วยตัวเอง” แคทเทอรีนและพรรคพวกค้นสิ่งของที่รถม้าบรรทุกมาหลายสิบคันแต่ทุกอย่างล้วนเป็นอาหารตากแห้งที่เก็บได้นาน

    “ขอถามได้ไหมว่าใครเป็นคนส่งมา?”

    “แหม ๆ ถ้าผมไม่บอกจะเป็นอะไรไหมครับ พวกคุณก็รีบขนเสบียงพวกนี้ไปเถอะแล้วเราจะได้กลับบ้านเสียที” เอลฟ์หนุ่มยิ้มอย่างมีเลศนัยกวาดสายตามองพรรคพวกที่เหลืออยู่ของเธอ

    “ก็ได้ ๆ ฉันต้องขอขอบคุณเป็นอย่างมาก ฝากไปบอกเขาด้วยว่าถ้าเกิดสงครามจบแล้วฉันจะตอบแทนให้สมน้ำสมเนื้อ”

    “ย่อมได้”

    หลังจากขนเอาเสบียงลงจากรถม้าเอาไปเก็บหมดแล้วพวกเขาก็เดินทางกลับเส้นทางเดิมทันที

    น่าสงสัยจริง ๆ หรืออาหารพวกนี้จะวางยาพิษไว้

    แคทเทอรีนส่งสายตาออกคำสั่งให้ทีโอน่าและสมพงช่วยกันตรวจสอบแต่ก็ไม่พบอะไรผิดปกติ

    “ท่านแคทเทอรีนครับ...” สมพงยืนนิ่งทันทีที่ได้ทดลองชิมเนื้อตากแห้ง

    “มีอะไร? อย่าบอกนะว่ายาพิษจริง ๆ”

    “ไม่ใช่พิษครับ...” จู่ ๆ น้ำตาของลูกผู้ชายก็เอ่อล้นออกมาโดยไม่รู้ตัวขณะที่กำลังเคี้ยวกัดกินเนื้อแห้งอย่างเอร็ดอร่อย

    จากนั้นทุกคนก็ได้ลองลิ้มรสชาติของเนื้อตากแห้งแสนธรรมดาแต่เพียงแค่ชิ้นเดียวมันก็ทำให้ทุกคนรับรู้โดยทั่วกันว่ามันเป็นอาหารที่ทรงคุณค่าแค่ไหน

    “ผมได้สเตตัสเพิ่มด้วย” สมพงพยายามจะหยิบอาหารกินต่อแต่แคทเทอรีนก็ห้ามไว้ก่อน

    “ความรู้สึกแบบนี้มัน...อาหารของพ่อครัวลึกลับคนนั้น”

    “ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน” ทีโอน่าพยายามสงบจิตสงบใจไม่ให้เห็นความหิวโหยของเธอ

    “ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะเปลี่ยนแผน หลังจากนี้จะเป็นการสวนกลับแบบเต็มกำลัง”

    “คุณแคทเทอรีนคะ ! มีจดหมายมาจากคนที่ชื่อคาร์เตอร์ค่ะ” ขณะที่กำลังยุ่งวุ่นวายกับการจัดระเบียบกองกำลังก็มีหญิงสาวผมสั้นวิ่งพรวดพราดเข้ามา

    แคทเทอรีนรับจดหมายจากนักผจญภัยสาวและยืนอ่านมันตรงนั้นทันที

    อาเธอร์ตั้งหลักอยู่ในป่าทางตอนใต้ของเมืองเอเธนและมีการรวมกำลังคนอีกเป็นพันคน อีกทั้งยังมีอาวุธแบบใหม่ที่เขาผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ในสงครามโดยเฉพาะ

    “เตรียมตัวเดินทาง ! หลังจากนี้เราจะอ้อมเมืองเอเธนไปทางตะวันออกและลงไปตอนใต้ของเมือง เราต้องทุ่มทุกอย่างเพื่อจัดการอาเธอร์ให้ได้”

    “มาเว้ย ! พอได้กินเนื้อโง่ ๆ นั่นก็มีแรงขึ้นทันทีเลย” เหล่านักผจญภัยช่วยกันแจกจ่ายอาหารจนกินอิ่มพร้อมรบ อาหารที่เพิ่มสเตตัสและพละกำลังอย่างมากช่วยให้พวกเขาคึกฮึกเหิมพร้อมปะทะทุกเมื่อ

    อีกด้านหนึ่งก็ไม่สังเกตได้ถึงความผิดปกติของกองกำลังของแคทเทอรีน พวกเขาถอนกำลังออกจากสนามรบอย่างกับจะยอมแพ้ทำให้นายพลทั้งสามต้องประชุมหารือกัน

    “เพราะพี่ปอร์ธอสนั่นแหละเราถึงพลาดการจับตัวท่านนายพล” เอธอสขมวดคิ้วเดาะลิ้น

    “ไม่อยากจะเถียงเท่าไรแต่เพราะพี่ประมาทเรื่องพรรคพวกของเธอไปหน่อย แต่อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าเธอไม่ได้แข็งแกร่งไร้เทียมทานขนาดนั้นและด้วยจำนวนทหารสองพันคนก็สามารถผลาญมานาได้เกือบหมดแล้ว”

    “ก็สวยสิ คราวนี้เราเอาทหารสักสองหมื่นคนสาดลูกไฟใส่เลยดีไหม?”

    อารามิสนั่งไขว่ห้างรอฟังการประชุมของสองพี่น้อง

    “เราเสียเวลามานานแล้วนะพวก เตรียมกำลังพลบุกกันเลยดีกว่า”

    “โถ่อารามิสนายก็พึ่งแพ้นักผจญภัยมาไม่ใช่หรือยังไง” เอธอสยิ้มเยาะหยอกล้อ

    “ไม่ได้แพ้สักหน่อยก็แค่แยกกันไปตั้งหลัก”

    “ท่านนายพลครับ พวกเราก็อยากช่วยด้วยอีกแรง” มากหนึ่งในอัศวินหนุ่มผู้มีร่างกายสูงใหญ่นั่งคุกเข่าข้างเดียว

    “แม้ชินกับพลอยจะบาดเจ็บสาหัสแต่พวกเขาก็อยากมีส่วนร่วมด้วย” เจสก้มหน้ารายงานความตั้งมั่นของเพื่อนอีกสองคนที่กำลังพักรักษาตัวอยู่

    “ก็ดีแต่ให้พวกเขาพักไปเถอะ ฝืนออกมาจะมีแต่เสียแรงเปล่า”

    ขณะที่กำลังประชุมกันอยู่ก็มีนายทหารวิ่งพรวดพราดเข้ามารายงาน

    “หน่วยสอดแนมรายงานมาแล้วครับ กองกำลังของแคทเทอรีนกำลังเดินทางอ้อมเมืองเอเธนและคาดการณ์ไว้ว่าจะลงไปทางใต้”

    ปอร์ธอสยิ้มออกมาทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น “ไปกันเถอะ ไปจบการต่อสู้บ้า ๆ นี่สักที”

    ขณะเดียวกันซึฮากิก็ได้รุกล้ำเข้ามายังชายแดนของอาณาจักรนอดและปักหลักอยู่ตรงนั้นรอช่วงเวลาที่เหมาะสม

    “ทำตามที่วางแผนไว้ ตอนนี้มานาสำรองน่าจะอยู่ค่ายตะวันออกถ้าเดินทางก็แค่ไม่กี่สิบกิโลเมตร”

    “รับทราบครับ !”

    หน่วยจู่โจมที่โทลสร้างขึ้นมาบุกทลายค่ายทหารที่เก็บมานาสำรองไว้ตามแผนที่ซึฮากิบอก จำนวนทหารอันน้อยนิดไม่อาจต้านทานกลุ่มคนที่บุกจู่โจมกะทันหันได้และขโมยมานาสำรองทั้งหมดได้สำเร็จ

    แลกกับอาหารของยูกิที่ทำสต๊อกไว้ก็ถือว่าคุ้ม ถ้าหากฝั่งแคทเทอรีนแพ้ย่อยยับดุลอำนาจก็ยังไม่สั่นคลอน ดังนั้นเราต้องทำให้ทั้งสองฝั่งสูญเสียให้มากที่สุด

    “บทละครหลักกำลังจะเริ่มแล้ว ฉันจะไปสอดแนมใกล้ ๆ ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินจะรีบติดต่อมาทันที”

    “ระวังตัวด้วยล่ะ” โทลยืนกอดอกยิ้มอ่อนแต่ภายในใจกลับคิดไม่ตก

    หลายชั่วโมงผ่านไปจนในที่สุดกองกำลังของแคทเทอรีนและกองทัพของอาณาจักรก็ได้ปะทะกันอีกครั้ง เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปถึงเมืองเอเธนจนคนในเมืองอยู่ไม่สุขแต่ก็ไม่กล้าหนีไปไหน

    “ระยะหกร้อยเมตรยิง !” ทหารผู้ใช้เวทเพลิงยืนเรียงแถวยาวหลายร้อยคน เมื่อยิงระเบิดเพลิงออกไปแล้วก็จะถอยออกไปสลับกันเรื่อย ๆ จนอากาศที่หนาวเหน็บกลายเป็นความร้อนระอุที่อาณาจักรนอดไม่เคยเจอมาก่อน

    “ไปเว้ยเอาแต่สู้ไกล ๆ มันจะไปสนุกอะไร” บางครั้งก็มีนักผจญภัยบ้า ๆ พุ่งฝ่ากระสุนเวทมนตร์เข้าปะทะตรง ๆ แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้รูปขบวนของกองทัพสั่นคลอนได้เช่นกัน

    “จังหวะนี้แหละบุกถล่มมันเลย” ขณะที่กำลังจะบุกถึงแนวหลังที่คอยยิงกระสุนเวทมนตร์ก็มีนายพลทั้งสามโต้กลับได้ไม่ยากนัก

    “ไม่ต้องสนใจพวกมัน พวกแกมีหน้าที่เล็งใส่แคทเทอรีนเท่านั้น”

    “รับทราบครับ !” ห่าระเบิดเพลิงหลายพันลูกยิงเข้ามาต่อเนื่องจนนักผจญภัยไม่อาจต้านทานไว้ได้ ด้วยจำนวนคนที่มากกว่าแสดงว่าพวกเขาก็สามารถร่ายเวทได้มากกว่า

    “พวกแกพักฟื้นมานาก่อนเดี๋ยวฉันจะป้องกันไว้เอง” แคทเทอรีนก้าวลงสู่สนามรบอีกครั้งสร้างกำแพงน้ำแข็งตั้งขึ้นดั่งโดมขนาดใหญ่ การสร้างมันขึ้นมาอาจจะไม่ได้ใช้มานามากนักแต่การคงสภาพมันไว้หลังจากรับการโจมตีต่อเนื่องนั่นแหละที่ยาก

    “พวกนายล่วงหน้าไปก่อนเลย” แคทเทอรีนส่งสัญญาณให้มาธอน ทีโอน่าและกองกำลังที่ยังสู้ไหวให้บุกไปหาอาเธอร์

    น่ารำคาญจริง ๆ ถ้าใช้พิภพสะซังคะสะพรั่งพวกนักผจญภัยก็อาจจะโดนไปด้วย

    แคทเทอรีนสร้างหอกน้ำแข็งและยิงมันออกไปเหมือนกับการยิงปืนโดยที่ยังต้องควบคุมโดมน้ำแข็งไว้ด้วย

    “ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกท่านจอมพล” อารามิสสร้างกำแพงหินป้องกันกองทัพจากเวทน้ำแข็งได้ไม่ยากนัก

    แคทเทอรีนเดาะลิ้นคิดหาวิธีสวนกลับ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องแบบนี้

    เธอเปลี่ยนรูปแบบการยิงจากปืนเป็นธนู ศรน้ำแข็งยิงย้อยข้ามผ่านกำแพงหินได้แต่มันก็ปะทะกับบอลเพลิงของพวกทหารนักเวทเช่นกัน

    เอธอสหัวเราะเยาะชอบใจมองดูสภาพของแคทเทอรีนที่กำลังปกป้องเหล่านักผจญภัย “ดูนั่นสิ ! สภาพของจอมพลผู้น่าเกรงขามพอไม่มีกองทัพก็เป็นได้แค่หัวหมาเท่านั้น”

    “อย่าพึ่งประมาทเด็ดขาด พวกนายไม่แปลกใจเลยหรือว่าทำไมกองกำลังอันน้อยถึงยื้อเวลาได้นานขนาดนี้ เราตัดเส้นทางน้ำและอาหารไปหมดแล้วจะมีก็แค่เส้นทางตะวันออกที่มีแค่อาณาเขตราชวงศ์” ปอร์ธอสขมวดคิ้วเพ่งสายตาเฝ้ามองดูการต่อสู้ทุกวินาที

    “นี่พี่ปอร์ธอสจะบอกว่าราชวงศ์กำลังสนับสนุนพวกเขาอยู่สินะ”

    “หา? พวกเขาก็เกลียดขี้หน้าจอมพลจะตายทำไมถึงทำเช่นนั้นล่ะ?” เอธอสนั่งคิดไม่ตกเมื่อได้ยินเช่นนั้น

    “ไม่รู้สิ ตอนนี้ก็มีแค่สองทางก็คือราชวงศ์เป็นคนสนับสนุนหรือไม่ก็มีคนอื่นคอยช่วยอย่างลับ ๆ”

    “แย่แล้วครับ ! ท่านจอมพลวิ่งฝ่ากระสุนเพลิงเข้ามาแล้ว” ขณะที่กำลังเพลิดเพลินกับเสียงการฆ่าฟันพวกเขาก็ต้องสะดุ้งตกใจเมื่อได้เห็นแววตาดุร้ายของแคทเทอรีนกำลังมุ่งตรงมาทางนี้

    “เปลี่ยนไปใช้รูปแบบสนับสนุน !” ปอร์ธอสออกคำสั่งต่อไปเป็นทอด ๆ จากนั้นเขาและจอมพลทั้งสามก็เข้าเผชิญหน้ากับจอมพลผู้มีเลเวลเก้า

    “รู้สึกสดชื่นจริง ๆ” เอธอสยิ้มระรื่นอย่างกับได้กินสมุนไพร

    พวกเขาทั้งสามได้รับการส่งมานาจากกองทัพรวมทั้งเสริมกำลังและเวทมนตร์สนับสนุนมากมาย

    “จบงานนี้คงต้องขอพักสักสองเดือนแล้วล่ะ” อารามิสแสยะยิ้มก่อนจะกระโจนเข้าปะทะกับแคทเทอรีน

    “[กางอาณาเขต]”

    “[ล็อกเป้า - รับรู้]”

    “ส่วนของฉันก็...ช่างมันแล้วกัน” เอธอสเคลือบดาบด้วยเวทวายุที่หมุนวนเร็วจนมีแรงดูดสิ่งของรอบ ๆ ราวกับเป็นพายุโซนร้อนที่ย่อลงมาอยู่ในดาบ

    แคทเทอรีนหลบการฟาดดาบอันรุนแรงของเอธอสไปได้แต่เพียงเสี้ยววินาทีก็มีเสาเพลิงพุ่งปะทะจากทุกทิศทางตรึงตัวเธอไว้แน่นและยังแผดเผาร่างของเธอช้า ๆ

    “[ล็อกเป้า - จู่โจม]” อารามิสขว้างหอกสีทองอย่างต่อเนื่องกว่าจะทะลวงเสริมกำลังของแคทเทอรีนได้ก็ต้องใช้มากกว่าสิบห้าเล่ม

    “ระวังเท้า !” ปอร์ธอสตะโกนเตือนนายพลทั้งสองที่กำลังสนุกกับการทารุณร่างกายของแคทเทอรีนจนไม่ทันสังเกตพื้นดินที่โดนน้ำแข็งกัดกินไปเกือบทั้งหมดแล้ว

    หนามน้ำแข็งพุ่งขึ้นมาจากพื้นไล่นายพลทั้งสามให้ออกไปได้ ช่วงเวลาแค่พริบตาที่พันธนาการเสาเพลิงหลุดออกมันก็ทำให้แคทเทอรีนไปโผล่ที่กองทัพทหารด้านหลัง

    “[พิภพสะซังคะสะพรั่ง]”

    “ทุกคนกระโดดหลบเร็ว !” ปอร์ธอสเห็นออร่ามานาและลักษณะการร่ายจึงรู้ตัวก่อนใครแต่กับทหารชั้นผู้น้อยทั้งหลายกลับตอบสนองไม่ทันและโดนแช่แข็งตายทันที

    เอธอสเดาะลิ้นจ้องแผ่นหลังของแคทเทอรีนที่ฝ่านายพลทั้งสามเพื่อไปจัดการทหารตัวเล็กตัวน้อยก่อน

    “อย่าได้ใจนักเลยท่านจอมพล !” อารามิสสร้างกำปั้นหินชกใส่ร่างที่ยืนนิ่งอัดกระแทกกับพื้นน้ำแข็ง

    เมื่อแคทเทอรีนโดนอัดติดกับพื้นปอร์ธอสก็สร้างเสาเพลิงเผาร่างของเธอทั้งเป็น เปลวเพลิงลุกสูงเฉียดฟ้ามองเห็นได้แต่ไกลและยังมีหอกสีทองของอารามิสพุ่งแทงตามร่างกายของเธอเพื่อทำลายเสริมกำลังให้หมดสิ้น

    “พวกแกนี่มัน...” แคทเทอรีนกระแทกคลื่นหิมะและแพร่กระจายความหนาวเหน็บไปรอบ ๆ ดับเวทเพลิงของปอร์ธอสได้ทันที

    “อย่าลุกขึ้นมาสิครับท่านจอมพล” เอธอสฟาดดาบวายุกับเวทมนตร์น้ำแข็งของแคทเทอรีนอย่างต่อเนื่องทำให้เศษน้ำแข็งแตกกระเด็นไปทั่วและมันก็แรงพอให้คนที่โดนบาดเจ็บสาหัสได้

    การผสานการโจมตีอย่างต่อเนื่องผลาญมานาของแคทเทอรีนไปมากโขแถมยังต้องคงสภาพโดมน้ำแข็งเพื่อรอให้นักผจญภัยฟื้นตัวและดื่มมานาสำรองกันพร้อมก่อน

    มานาเหลือแค่สองในสิบเองเหรอ แคทเทอรีนฟาดดาบน้ำแข็งและสร้างพายุหิมะขึ้นมาบดบังวิสัยทัศน์ก่อนจะอาศัยจังหวะนี้หนีกลับไปรวมกลุ่มกับพรรคพวก

    “ไม่ให้หนีไปง่าย ๆ หรอก ! [ล็อกเป้า – จู่โจม]” อารามิสง้างแขนกำลังจะขว้างหอกสีทองแต่ทันใดนั้นก็มีระเบิดร่วงลงมาจากฟากฟ้ากระแทกร่างของนายพลจนล้มลงไป

    “เมื่อกี้มันเวทมนตร์อะไรกันวะ !” เมื่อมองหาที่มาของระเบิดก็ได้พบกับนกตัวใหญ่กำลังบินอยู่เหนือพวกเขาสูงขึ้นไปจนไม่อาจจะบอกได้ว่าเป็นนกอะไร

    คงต้องลงมือช่วยสักหน่อย ขืนปล่อยไว้เดี๋ยวสงครามจะจบโดยที่กองทัพเสียคนไปแค่หนึ่งหมื่นคน

    ซึฮากิเฝ้ามองผ่านดวงตาของแฟรงค์ดูทั้งภูมิประเทศและจำนวนกองทัพทั้งสองฝั่ง

    “นายเห็นได้ยังไงในเมื่อมันอยู่ตรงโน้นเลยนะ” ฟรานนั่งลงข้าง ๆ เพ่งสายตาพยายามมองไปยังสนามรบที่อยู่สุดขอบสายตา

    “ความลับ”

    “หน็อย ! บอกมาเดี๋ยวนี้กิจัง” เมื่อได้ยินเช่นนั้นฟรานก็ทุบบ่าซึฮากิไม่หยุด

    ที่ต้องให้อาเธอร์ย้ายมานาสำรองมาที่ค่ายตะวันออกก็เพื่อให้เราขโมยมันได้ง่าย ๆ แต่ในทางกลับกันเราก็ส่งเสบียงของยูกิให้กองกำลังของแคทเทอรีนแทน

    “คุณแคทเทอรีนครับมานาพวกนี้มัน...” หลังจากดื่มมานาสำรองเข้าไปกันหมดแต่ก็ไม่มีใครได้รับมานาเลยสักนิด

    “หมายความว่ายังไงกัน” เธอรีบดื่มบ้างเพื่อพิสูจน์แต่ก็ต้องตกใจเพราะมานาสำรองทั้งหมดเป็นเพียงน้ำเปล่า ๆ

    “เราจะทำยังไงกันดีครับ? อีกหน่วยหนึ่งก็ล่วงหน้าไปแล้วจะขอความช่วยเหลือก็ไม่ได้” เหล่านักผจญภัยค่อย ๆ มองเห็นประตูไปสู่ความตาย ความสิ้นหวังที่มาพร้อมกับเสียงระเบิดกัดกินจิตใจจนขยับไม่ไหนไม่ได้

    “จริงด้วย เสบียงสำรองพวกนั้นมันเพิ่มสเตตัสและมานาได้” เมื่อแคทเทอรีนกล่าวเช่นนั้นทุกคนก็พากันแย่งอาหารจนกระจัดกระจายเละเทะไปหมด แต่เพราะความตายมันมาหยุดอยู่หน้าแล้วเป็นใครก็ต้องดิ้นรนไม่สนมารยาทใด ๆ ทั้งสิ้น

    สุดยอดเลย อาหารของพ่อครัวลึกลับทุกครั้งที่ได้ลิ้มรสแม้จะเป็นอาหารที่ดูไร้ชีวิตชีวาแต่กลับเปี่ยมไปด้วยคุณค่าและรสชาติอันลึกซึ้ง

    “ถึงเวลาสวนกลับแล้วสหาย” หลังจากกินอาหารกันเรียบร้อยพลังเวทและพลังกายก็เพิ่มขึ้นอย่างมากจนรู้สึกฮึกเหิมอีกครั้ง กองกำลังทหารราชวงศ์และนักผจญภัยบุกเข้าปะทะกับกองทัพโดยมีแคทเทอรีนอยู่ในแนวหน้าของสนามรบ

    อีกหน่วยหนึ่งที่แยกออกไปโดยมีทีโอน่า นักดมกลิ่นและยาซากะเป็นคนนำทัพเพื่อตามล่าอาเธอร์ กองกำลังขนาดเล็กช่วยให้เคลื่อนไหวได้รวดเร็วแต่ไม่ทันได้หายใจโล่งก็มีกองทัพส่วนหนึ่งตามมาติด ๆ

    “ถึงเวลาล้างแค้นให้ชินกับพลอยแล้ว” ทหารหนุ่มตัวโตสะบัดดาบสร้างคลื่นวารีฟาดกองกำลังส่วนหนึ่งของทีโอน่าหายไปทันที นอกจากนี้เจสก็ยังสร้างพายุหมุนเพื่อขวางทางไม่ให้หนีต่อได้

    “ยอมจำนนเสียเถิด ถ้าหากยอมตั้งแต่ตอนนี้ก็อาจจะจบที่ประหารชีวิตแบบดี ๆ ก็ได้” มากหนึ่งในอัศวินผู้เป็นทหารชั้นเอกและกำลังจะได้ขึ้นเป็นนายพลค่อย ๆ ลงจากม้าและเดินหน้านำทัพอย่างใจเย็น

    “ไปเถอะครับคุณทีโอน่า...พวกเราจะต้านไว้เอง” สมพงและพรรคพวกยืนประจันหน้ากับกองทัพของอัศวิน

    “ฝากด้วยล่ะ” ทีโอน่าสร้างกำแพงหินนำกองกำลังฝ่าพายุหมุนออกไป ขณะที่พวกเธอกำลังจะหนีก็มีกระสุนเวทมนตร์ยิงตามหลังมาแต่สมพงและจี้ก็สร้างกำแพงมานาป้องกันไว้ได้

    “ก็ดี ! เตรียมกัดฟันให้แน่นก็แล้วกัน” มากพูดเสร็จก็สร้างดาบวารีพุ่งเข้าประชิดโดยมีเจสสร้างคลื่นวายุช่วยส่งแรงให้

    จี้ม้วนตัวหลบได้ไม่ยากนักเพราะพลังในการมองเห็นอนาคตจากนั้นจึงสวนกลับด้วยการเวทวายุเพื่อหักล้างกับเวทมนตร์สนับสนุนของเจส

    “แค่นั้นยังไม่พอหรอก” มากหมุนตัวเหวี่ยงดาบสร้างคลื่นมานาตัดผ่านทุกอย่างในรัศมีสิบเมตรแต่นั่นยังไม่พอให้เจาะทะลวงกำแพงหินของสมพงไปได้ วินาทีที่มากเสียหลักจากการร่ายเวทสมพงก็พุ่งเข้าใส่ด้วยเวทดาบเพลิงสีชาดหวังเผาให้เป็นจุณ

    “ถอยเร็ว !” จี้มองเห็นอนาคตบางอย่างจึงตะโกนบอกสมพงแต่นั่นก็ไม่ทันการเสียแล้ว ดาบที่เต็มไปด้วยเพลิงไหม้โดนเข้ากับระเบิดที่มากโยนใส่ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งจากแรงกระแทกและความร้อน

    “เสร็จตัวน่ารำคาญไปหนึ่ง ส่วนเธอถ้าให้สู้ตัวต่อตัวก็คงยากเพราะดวงตาพระเจ้า” มากส่งสัญญาณเรียกลูกน้องของเขา นายทหารจำนวนกว่าสามร้อยนายยืนอยู่ต่อหน้าจี้

    เรามาได้แค่นี้จริง ๆ เหรอ ห่ากระสุนเวทมนตร์ยิงเข้าใส่จี้ไม่หยุดยั้งต่อให้เธอมองเห็นอนาคตแต่ด้วยจำนวนมหาศาลทำได้แค่ยืนป้องกันไว้ค่อย ๆ ผลาญมานาไปเรื่อย ๆ

    เสียงร้องทักจากบลัดฮาวด์ที่คอยอยู่ข้างหลัง มันพยายามจะช่วยแต่ก็เปล่าประโยชน์ได้แต่วิ่งไปมาหาเส้นทางหนีให้

    หลังจากผ่านไปเกือบสิบนาทีมากก็สั่งให้ทหารหยุดยิงเวทมนตร์และมองดูสภาพสะบักสะบอมดูไม่ได้ของจี้ก่อนจะล้มตัวลงนอนไร้เรี่ยวแรงขัดขืน

    “เป็นยังไงล่ะนักดมกลิ่น ทั้งชินและพลอยก็มีสภาพแบบเดียวกับพวกนายตอนนี้นี่แหละแต่จะต่างกันอยู่นิดหน่อย” มากกระตุกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย

    “อย่าเอาหน้าทุเรศ ๆ แบบนั้นเข้ามาใกล้จะได้ไหม?” แม้จะไม่มีแรงขยับแต่จี้ก็ยังปากคอเราะร้ายยั่วโมโหอัศวินผู้นั้นไม่หยุด

    “มัวรออะไรอยู่เล่ารีบ ๆ จัดการให้เสร็จจะได้ไปหาพวกที่เหลือ” แม้จะกล่าวเช่นนั้นแต่เจสก็แสยะยิ้มรู้สึกสะใจที่ได้เห็นภาพเหล่านี้

    และขณะที่ดาบกำลังจะตัดคอของจี้ก็มีสมพงและบลัดฮาวด์เข้ามาขวางเสียก่อนจนได้รับบาดเจ็บทั้งคู่

    “ยังมีแรงอีกเหรอ? แต่มีเลเวลเจ็ดเชียวนะจะมาตายเพราะระเบิดแค่นี้ก็คงแปลก”

    มากง้างดาบอีกครั้งแต่คราวนี้มันกลับเติมเต็มไปด้วยมานาจำนวนมากเพื่อไม่ให้ใครหน้าไหนมาขัดขวางได้อีก

    ช่วงเวลาไม่กี่วินาทีก่อนจะจบชีวิตของนักดมกลิ่นพวกเขาก็ได้ตระหนักถึงความต่างชั้นของกำลังพล ต่อให้อยู่ฝั่งคนที่แข็งแกร่งแต่น้ำน้อยก็ย่อมแพ้ไฟอยู่วันยังค่ำ

    วินาทีที่คมดาบของมากกำลังจะปลิดชีพทั้งสามจู่ ๆ ก็มีเสียงระเบิดดังลั่นตามมาด้วยแรงกระแทกมหาศาลยิ่งกว่าเวทมนตร์ของนายพลหรือแคทเทอรีนเสียอีก ออร่ามานาที่แค่สัมผัสได้ก็รู้สึกปวดหัว แสงสว่างที่อยู่ไกลแต่กลับทำให้แสบตา แค่เสียงดังของมันก็ทำให้อัศวินตัวสั่นได้

    “นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรวะ?”

    มากเงยหน้ามองหาที่มาของระเบิดจนได้พบว่าเมืองเอเธนพังพินาศราบเป็นหน้ากลองไปเสียแล้ว

    คล้ายกับเรื่องSTARCIN อุบัติมหาสงครามสตาร์คิน (อ่านฟรีจนจบ)(มี EBOOK) ที่คุณอ่าน