Switch body สลับร่าง สลักรัก : ตอนที่1 โลกของผม
ใครจะไปคิดกันละครับว่าบนโลกใบนี้จะมีเื่ราวที่คาดไม่ถึงอยู่มากมาย รวมทั้งเื่ของผมกับนายคนนั้นด้วย...อัคนี... ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ปากจัด ใจร้อนและที่สำคัญขี้โมโหชิปหาย ผมว่านะ คนที่คบกับไอ้หมอนี่ได้คงไม่มีใครปกติสักคน คนดีดีที่ไหนกันละครับจะอยากสนิทกับคนใจร้อนขี้โมโหแบบนี้ คิดแล้วผมก็ปวดหัวแทบะเิ จะอะไรละครับก็ผมดันมาสลับร่างกับไอ้ตัวใจร้อนขี้โมโหที่ว่านี้ไง ต้องปรับตัวกันยกใหญ่เลยแหละครับ กว่าผมกับมันจะพูดและทำข้อตกลงในการใช้ชีวิตกันได้ ... เฮ้อ
~~~~~~~~~~~~~~~~ 1 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ~~~~~~~~~~~~~~~~~
“นที เรียนเสร็จมึงกลับคอนโดเลยป่ะ” ทายเพื่อนสนิทของนทีถามขึ้นเมื่อทั้งคู่เรียนเสร็จ
“ไม่อะ มึงมีไรไหม” นทีตอนเพื่อนพร้อมกับเก็บอุปกรณ์การเรียนของเขาลงในกระเป๋า
“กูกับวาตะว่าจะชวนมึงไปไขหัวสักหน่อยอ่ะ เลิกนี้เจอกันร้านเฮียตี๋นะมึง” ไอ้ทายเพื่อนผู้หญิงที่ไม่มีความเป็ผู้หญิงเลยสักนิดได้พูดขึ้น “นี่กูเป็คนอยากไปไขหัวเหรอวะทาย เอ้า กูก็เพิ่งรู้” ไอ้วาตะเพื่อนของผมอีกคนพูดขึ้น
“ก็เออสิวะ มึงนี่อะไรไอ้วา ไป ไป ไป เจอกันที่ร้านนะไอ้ที” ทายพูดพร้อมกับดึงแขนไอ้วาเดินนำหน้าผมไป คำว่าไขหัวของกลุ่มพวกผมก็คือการไปร้านร้านเหล้า หาเครื่องดื่มมึนเมาเข้าสู่ร่างกายนั่นแหละครับ ไม่ต่างกัน แค่พูดให้มันดูเข้าใจยากไปงั้นแหละครับ ศัพท์นี้ก็ได้มาจากไอ้ทายผู้หญิงแบบมันผมก็ไม่เข้าใจ กินเหล้าได้ทุกวัน ถ้ากินเหล้าแทนข้าวได้มันคงกินไปแล้วนะผมว่า 555
“มาๆ มึง นั่งตรงนี้ กูสั่งให้มึงละ ไขหัวยาวๆ เพื่อน” ไอ้ทายคนดีคนเดิมครับ ไขหัวเก่งที่หนึ่ง
“เฮีย บริการหน่อย เพื่อนหนูมาละ เฮีย บริการลูกค้าวีไอพีที่มาทุกวันแบบหนูหน่อยโว้ย” นั่นไง ไขหัวไปกี่แก้วแล้วก็ไม่รู้ครับ อาการเดิมของมันเริ่มมาละ อาการเมาแล้วโวยวายเนี่ย ผมยอมจริง
“ทาย กูว่ามึงเบาๆ ดิ โต๊ะอื่นมองหมดละเนี่ย เศร้าทุกวัน ไขหัวทุกวัน กูไม่เคยจะเห็นหัวมึงเปิดสักครั้ง ถึงคาบเรียนก็หัวสั่นหัวคลอนทุกที เพราะกูกับไอ้ทีต้องเขย่ามึงลุกขึ้นมาเรียนเนี่ย” ไอ้วาพูดพร้อมส่ายหัวกับอาการของเพื่อนตัวแสบผมอีกคน
“เออน่า มึงก็เห็นใจคนเหงาแบบกูหน่อยดิวะ เอ้าชน ไอ้วาไอ้ที ยกแก้วขึ้นมาดิวะ พวกมึงช้า” เหมือนสิ่งที่ไอ้วาเพิ่งพูดจบไปไม่ได้เข้าหัวเพื่อนทายผมเลยครับ ชนกับมันไปยายๆ เลยครับทีนี้
“กูว่าทายเมามมมากแล้วนะวา พวกมึงเอารถไรมาวะเดี๋ยวไปส่ง แล้วกูจะกลับคอนโดทีเดียว”
“ไม่เป็ไรมึง เดี๋ยวกูไปส่งทายเอง มึงกลับเลย กูขับรถมาวะ กูไหว” วาตะพูดพร้อมกับพยุงร่างทายออกนอกร้านเพื่อไปส่งที่บ้าน ไม่ต้องถามนะครับว่าทายกลับบ้านสภาพนั้นโดยมีผู้ชายอย่างไอ้วาไปส่งไม่เป็ไรเหรอบอกเลยครับ ทางบ้านไอ้ทายเขาชินกันหมดแล้ว วันดีคืนดีไอ้วากลับบ้านไม่ไหวก็นอนค้างมันที่บ้านทายนั่นแหละครับ เป็ภาพที่บ้านของไอ้ทายชินตากันหมดแล้ว จนตอนนี้ไอ้วาแทบจะเป็ลูกรักไปแล้วครับ
“อ้าว น้องที วันนี้กลับเร็วนะคะเนี่ย พอดีพี่ทำอาหารไว้เยอะเลยค่ะพี่เอามาฝาก” พี่ส้มเปรี้ยวพี่คนสวยข้างห้องของผมได้ทักทายขึ้น
“อ่อ พอดีวันนี้เพื่อนผมมันน็อคเร็วครับพี่ ขอบคุณพี่ส้มมากนะครับสำหรับอาหาร ว่าแต่พี่ส้มแล้วอีกกล่องนึงทำมาฝากใครเหรอครับ” ผมเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นกับข้าวอีกกล่องในมือพี่ส้ม แต่ผมว่าต้องเป็ไอ้รุ่นพี่เดือนมหาลัย ที่ชื่ออัคนีข้างห้องผมแน่นอน
“ก็ว่าจะฝากน้องอัคนี หนุ่มหล่อข้างห้องน้องนทีไงคะ พี่นี่โชคดีเหมือนกันนะเนี่ยได้อยู่ห้องใกล้ๆ หนุ่มหล่อทั้งสองคนเลย คนนึงก็ปี3 ดีกรีเดือนมหาลัย อีกคนก็ปี2 ดีกรีเดือนคณะ โอ๊ยใจพี่จะละลาย” นั่นไงผมคิดไว้แล้วไม่มีผิด ทำไมซื้อหวยไม่เคยถูกแบบนี้บ้างว้า
“ไอ้พี่อัคนีอะไรนั่นไม่เห็นหล่อตรงไหน ปากก็ร้าย นิสัยก็เสีย แถมเล่นดนตรีเสียงดัง ตอนกลางคืนนี่ผมแทบนอนไม่ได้เลย จะมาโชคดงโชคดีอะไรครับพี่”
“ก็น้องอัคเขาเป็นักดนตรีด้วยก็ต้องมีซ้อมมีอะไรบ้างเนาะ น้องทีก็ใจเย็นๆ จ้า ผู้บ่าวน้อยของพี่”
“หื้ม พูดถึงผมกันอยู่หรือเปล่าครับ คุณคนข้างห้อง” นั่นไง มันมาละ ไอ้ตัวเสียงดังน่ารำคาญ ผมไปดีกว่า
“ป๊าว คุณมีอะไรให้ผมต้องพูดถึง ผมเข้าห้องแล้วนะพี่ส้ม ขอบคุณอีกครั้งสำหรับอาหารนะครับ” พูดจบผมก็เดินกลับเข้าห้องทันที ก่อนที่จะได้ปะทะคารมกับใครในตอนนั้น
“อ้าว จะรีบไปไหนละคุณ ไม่อยู่คุยกันก่อนละครับ” ดูมันพูดใครจะอยากคุยกับมัน คนที่หลงมันนี่ ผมอยากให้มาอยู่ข้างห้องมันจริงจริ๊ง จะได้รู้ว่าความหมั่นไส้ที่ผมพูดไม่เกินจริงเลย
“คุณก็พูดคนเดียวไปสิ เื่อะไรผมต้องอยู่คุยกับคุณให้อารมณ์ดีดีของผมเสียล่ะ ไปล่ะ” ผมพูดแค่นั้นแล้วก็เข้าห้องปิดประตูไปเลยโดยไม่ได้สนใจอะไรอีก ถ้าไม่ติดว่าเป็รุ่นพี่นะ ผมจะด่าให้หนักเลย หลังจากที่ผมเข้าห้องไปแล้วกได้ยินเสียงจากข้างห้องผมทั้งสองฝั่งปิดประตูพร้อมๆ กัน แสดงว่าทั้งพี่ส้มเปรี้ยว และ ไอ้รุ่นพี่อัคนีนั่นก็คงจะเข้าห้องนอนแล้ว อ้าว แล้วผมจะต้องไปสนใจทำไมละเนี่ย โอ๊ย ไม่รู้ว่าผมเผลอหลับไปั้แ่ตอนไหน รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงฝนและฟ้าร้องหนักมาก ผมรีบวิ่งตาลีตาเหลือกออกไปเก็บผ้าด้านนอกระเบียงที่ตากไว้ทันที ทันใดนั้น โอ๊ย! เสียงจากห้องข้างๆ ดังขึ้นพร้อมๆ กับตอนที่ผมเองก็ลื่นล้มตรงระเบียง หลังจากนั้นภาพทุกอย่างในหัวของผมก็ตัดไป .....