“เห้ยๆ ใจเย็น กูบอกมึงแน่ เพราะมันเกี่ยวข้องกับมึง” ได้ยินที่เพื่อนบอกมาเขาก็ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยทันที เขาไปเกี่ยวอะไรด้วย
“ยืมโทรศัพท์หน่อยดิ” ศุภวิชบอกพร้อมกับเอื้อมมือมาหยิบโทรศัพท์ขอเขาที่เพิ่งจะหยิบมาวางไว้บนโต๊ะ
“เห้ย กูยังไม่อนุญาตเลย”
“กูก็ไม่ได้รอให้มึงอนุญาต กูขอพอเป็พิธีเท่านั้นแหละ” จากนั้นศุภวิชก็ กดรหัสเพื่อปลดล็อกโทรศัพท์ของเขา ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมถึงรู้รหัสโทรศัพท์ซึ่งเป็ของส่วนตัว เพราะในกลุ่มของเขาทุกคนต่างก็รู้รหัสของกันและกันหมดทุกคน
ในตอนนี้เพื่อนเขาก็เอาโทรศัพท์ไปทำอะไรสักอย่าง เขาเองก็ไม่ได้สนใจ เพราะตอนนี้เขากำลังเห็นนักเรียนชายเดินออกไปหลังห้องน้ำซึ่งเป็เขตที่ไม่อนุญาตให้ไปเพราะว่าเป็ส่วนของทหารเกณฑ์ เขาจึงลุกออกไปดู
“นักเรียน!!! จะไปไหนกัน” ทันทีที่ะโถามไปนักเรียนก็หยุดแล้วหันมาทางต้นเสียงทันที ก่อนจะรีบวิ่งมาหาเขาซึ่งยืนรออยู่ใต้ต้นก้ามปู
“จะไปไหน”
“ไปซื้อขนมครับ” นักเรียนคนหนึ่งตอบเขา เพราะด้านหลังห้องน้ำจะมีร้านค้าอยู่ร้านหนึ่ง ซึ่งมันคนละส่วนกับหน่วยฝึก
“มันใช่เวลามั้ย ตอนนี้เขาให้เรียนไม่ใช่หรอ ดันพื้นท่าเตรียม” เขาสั่งนักเรียนห้าคนที่ตอนนี้กำลังยืนนิ่ง หลังจากได้รับคำสั่งก็รีบทำตามทันที
“3ครั้ง”
“3ครั้ง!!!” นักเรียนทวนคำสั่ง ก่อนเขาจะสั่งให้ปฏิบัติ
“ครั้งต่อไปห้ามไปตรงนั้นอีก” หลังจากนั้นก็ปล่อยให้เข้าห้องเรียน ส่วนเขาก็เดินเข้ามาในห้องพักคืน
“ไปไหนมาอ่ะ” ศุภวิชถามเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามา
“นักเรียนมันจะไปซื้อขนมฝั่งนู้นอ่ะ” ปภรรกรตอบเพื่อนก่อนจะเลื่อนเก้าอี้มานั่ง แล้วหยิบโทรศัพท์ที่เพื่อนเพิ่งใช้เสร็จขึ้นมาเล่นบ้าง
“เดี๋ยวกูมานะ ปวดขี้ว่ะ” นั่งได้สักพักศุภวิชก็บอกเขาว่าจะกลับไปที่บ้านพัก
“ไอนี่ ปวดขี้ไม่รู้เวล่ำเวลา จะถึงเวลารวมนักเรียนแล้วเนี่ย” เขาว่าเพื่อนเมื่อมองดูเวลาแล้วพบว่าใกล้จะถึงเวลารับ่ต่อจากครูคนก่อนแล้ว เพราะนักเรียนเรียนใกล้จะเสร็จแล้ว
“มันห้ามปวดได้ที่ไหนล่ะ”
“แปบเดียว ตอนนี้ไม่ไหวแล้ว” พูดจบศุภวิชก็วิ่งจู๊ดออกจากห้องทันที
17.00 น. ถึงเวลาที่ต้องเรียกนักเรียนรวมแล้ว ปภรรกรจึงออกจากห้องพักครูและไม่ลืมหยิบหมวกติดตัวมาด้วย พร้อมเดินไปที่ลานหน้าเสาธง ซึ่งเป็ส่วนกลางในการทำกิจกรรมต่างๆ
ปี๊ด!!!! ปี๊ด!!!! ปี๊ด!!!!
“5 นาทีเตรียมรวม” เขาเป่านกหวีดเป็บอกให้นักเรียนรับรู้ว่ากำลังจะมีการรวมแถวเกิดขึ้น
ปี๊ด!!!!
ทันทีที่เสียงนกหวีดจบลง นักเรียนก็พากันวิ่งกรูเข้ามากลางสนาม ก่อนจะจัดแถวตามชั้นปีและเรียงลำดับจากสูงไปเตี้ย
“ช้าจัง เร็วๆ หน่อยนักเรียน” ปภรรกรพูดใส่ไมค์ให้นักเรียนได้ยิน เมื่อรู้สึกว่าการจัดแถวช้ากว่าที่ควรจะเป็
“มันเป็ยังไง ทำไมไม่เสร็จสักที เสร็จแล้วก็ยืนนิ่งๆ ไว้”
“ปีหนึ่ง ยืนยุกยิกๆ อยู่นั่นแหละ ครูบอกว่าไง” ผ่านมาแล้ว5นาที นักเรียนจัดแถวยังไม่เสร็จสักที ปภรรกรจึงต้องลงโทษไปตามระเบียบ มองดูเวลาอีกทีก็ปาไปห้าโมงสิบห้านาทีแล้ว จึงปล่อยแถวให้นักเรียนไปทานข้าว
หลังจากปล่อยแถวนักเรียนไปแล้ว เขาก็เดินมาคุมนักเรียนที่ตักข้าวเสร็จแล้วเพื่อรอให้ทานข้าวพร้อมกันทุกคน คิดดูแล้วกันว่านักเรียน700กว่าคน กว่าจะได้กินก็ใช้เวลาไปอีกประมาณครึ่งชั่วโมง จนกระทั่งทุกคนเข้ามานั่งเป็ที่เรียบร้อย เขาจึงอนุญาตให้นักเรียนทานข้าวได้
“กินให้หมดนะ ไม่งั้นครูจะลงโทษตามจำนวนเม็ดข้าวที่เหลือ” เขาพูดขู่นักเรียนไปแค่นั้นแหละ จริงๆ ไม่ได้จะลงโทษอะไรหรอก อีกอย่างเขาก็ไม่ได้ไปยืนคุมนักเรียนตอนล้างจานขนาดนั้น
18.20 น. ปภรรกรเรียกรวมนักเรียนอีกครั้งเพื่อทำกิจวัตรประจำวันในตอนเย็น นั่นก็คือเคารพธงชาติและกล่าวคำปฏิญาณต่างๆ ในส่วนนี้ก็ใช้เวลาไม่มากนัก เมื่อเสร็จกิจกรรมตรงนี้แล้วจึงปล่อยให้นักเรียนได้พักผ่อน ซื้อขนมมานั่งกินบ้าง หรือเล่นกีฬาต่างๆ แล้วแต่นักเรียนจะสรรหามาเล่น ส่วนเขาก็เดินไปหาเพื่อนตัวดีที่มันไปขี้เป็ชั่วโมงไม่เสร็จสักที ปล่อยให้เขาคุมนักเรียนแทนทั้งที่ไม่ใช่เวรของเขา
“ครูเจต เลี้ยงขนมพวกหนูหน่อย”
“ให้ครูเอาเงินจากไหนมาเลี้ยงก่อน ทุกวันนี้ครูขอเงินแม่ทุกเดือน”
“หราครูหรา ไม่ใช่ว่าเอาเงินไปฝากไว้ที่ตะวันแดงหรอคะ”
“เป็เด็กเป็เล็กอย่ามาทำรู้ดี”
“แล้ววันนี้ครูพาครูไปป์ไปไหน ทำไมหนูไม่เห็นเลย” นักเรียนถามเพราะเพิ่งจะเห็นปภรรกรก็ตอนเย็นนี่เอง จากปกติจะเห็นเขาทั้งวัน
“ไม่ได้เจอครูไปป์หนูไม่มีกำลังใจฝึกเลยค่ะ”
“ไอเด็กพวกนี้นิ” หมู่เจตได้ฟังดังนั้นก็ได้แต่ส่ายหัวให้กับนักเรียน นี่มาฝึกหรือมาอะไรกันแน่
“ครูๆ ครูไปป์มีแฟนยัง” นักเรียนคนหนึ่งกระซิบถามเสียงเบาให้ได้ยินแค่ในกลุ่ม ด้านคนถูกถามก็เหนื่อยที่จะต้องมาตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำๆ ถึงเพื่อนรัก ไม่ว่าจะกี่ผลัดที่เข้ามาฝึกเขาก็ต้องตอบคำถามนี้ทุกครั้งไป