สาวชาวนาผู้ชั่วร้ายกับระบบวิเศษ 【 农门坏丫头 】[แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 53 วางกับดักอีกสักหลุม

            หลิวจื้อไฉเห็นด้วยกับคำพูดของหลิวจูเอ๋อร์ แล้วเอ่ยด้วยความไม่พอใจ “ท่านแม่ พี่พูดได้ถูกต้อง บ้านเรานั้นเสียเปรียบเกินไป ลุงใหญ่กับอาเล็กนั้นได้ผลประโยชน์ถือว่าเล็กน้อยแต่ในส่วนของอาสี่นั้นได้ผลประโยชน์มากมาย ย่าลำเอียงเกินไป”

            หลิวจูเอ๋อร์ยังกังวลเกี่ยวกับที่ดินสิบแปลงหากว่าบ้านตนได้แบ่งที่ดินสิบแปลงนี้ไม่แน่ว่าสินเจ้าสาวออกเรือนของนางก็จะเพิ่มพูนหนาแน่นขึ้น ต่อไปเมื่อแต่งเข้าบ้านแม่สามีก็จะได้รับการให้เกียรติจากแม่สามีมากยิ่งขึ้น

            ดังนั้นนางจึงกล่าวอย่างร้อนใจว่า “ท่านแม่นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเสียเปรียบ ทางอาสี่ได้ไปหนึ่งร้อยตำลึงเงินอาเล็กได้ที่นาสิบแปลง ก็เป็นเงินหกสิบตำลึงเงิน บ้านลุงใหญ่ปีนี้ได้สิบตำลึงเงินต่อไปก็ต้องส่งเงินจากบ้านใหญ่ไปทุกปี ยิ่งไปกว่านั้นหากว่าพี่จือเซิ่งสอบผ่านซิ่วไฉ เกรงว่าค่าเซ่นไหว้อาจารย์คงสูงกว่านี้หลายเท่านัก”

            ยิ่งหลิวซุนซื่อได้ฟังมากเท่าไร นางก็ยิ่งโกรธมากขึ้นเท่านั้นและคิดว่าจะอาละวาดกับหลิวฉีซื่ออย่างไรดีนับไปนับมาทั้งหมดเป็นจำนวนหนึ่งร้อยเจ็ดสิบตำลึงเงินในส่วนนี้กลับไม่มีเศษเสี้ยวที่เป็นของครอบครัวฝั่งตนเอง

            ภายใต้การหล่อเลี้ยงของหลิวเหรินกุ้ย หลิวจื้อไฉนั้นรักเงินประดุจชีวิต แทบอยากจะกำเงินเหล่านั้นไว้ในมือของตนเองให้แน่น

            ในขณะนี้ความโกรธเข้าครอบงำเขา จึงกัดฟันเอ่ย “ท่านแม่เรื่องนี้จะปล่อยไปเช่นนี้ไม่ได้ ในหนึ่งร้อยเจ็ดสิบตำลึง อย่างน้อยก็เอาในส่วนของครอบครัวเราไปห้าหกสิบตำลึงเงินเหตุใดอาสี่แต่งงานต้องใช้ถึงหนึ่งร้อยตำลึงเงิน ต่อไปหากข้าสอบผ่านซิ่วไฉปู่กับย่าก็ต้องยกให้ข้าเพิ่มหนึ่งร้อยตำลึงเงินมิใช่หรือ ข้าคือหลานแท้ๆของปู่กับย่า ข้าไม่ต้องกตัญญูต่อปู่ย่าหรืออย่างไร?”

            ทันทีที่หลิวซุนซื่อนึกถึงเงินห้าหกสิบตำลึงเงินหัวใจก็กระสับกระส่ายอย่างควบคุมไม่ได้

            ทั้งหมดเป็นครอบครัวของนาง

            หลิวจูเอ๋อร์คิดว่าถ้าหากเงินห้าหกสิบตำลึงเงินนี้ตกอยู่ในมือของตนเองสินเจ้าสาวออกเรือนของตนคงหนาขึ้นบ้าง

            นางบีบผ้าเช็ดหน้าไว้ ตาเป็นประกายแล้วเอ่ย “ท่านแม่โชคดีที่ปีนี้ย่าหยิบออกมาเพียงสิบตำลึงเงิน เรายังมีโอกาสคิดแผน”

            นางจะไม่ปล่อยให้เงินที่ละลานตาเหล่านี้ต้องลอยไปกับหลิวเสี่ยวหลันและหลิววั่งกุ้ยง่ายๆ

            หลิวซุนซื่อพินิจแล้วเอ่ย “คืนนี้ข้าจะลองแหย่คำถามกับย่าของเจ้าจากนั้นค่อยคิดหาหนทาง ส่วนเงินสิบตำลึงของบ้านลุงใหญ่ อย่าให้เขาได้หยิบฉวยไปอย่างสบายใจเฉิบ”

            หลิวจือไฉมีเพียงความคิดเดียว นั่นก็คือตนเองไปปรึกษาหารือเรื่องนี้กับพ่อเขาเชื่อว่าพ่อของตนเองไม่มีทางปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้น แล้วก็เอ่ยกับหลิวซุนซื่อว่า “ท่านแม่ ประเดี๋ยวลูกจะกลับไปที่ตำบล”

            “ใช่ๆ เจ้าต้องส่งข่าวกลับไปให้พ่อของเจ้า บอกเรื่องนี้กับเขา” หลิวซุนซื่อเกือบจะลืมหลิวเหรินกุ้ย

            หลิวจือไฉพยักหน้าแล้วพูดกับหลิวจูเอ๋อร์ว่า “พี่ใหญ่ ช่วยข้าเก็บข้าวของด้วย ข้าจะไปหารถเข็นวัวที่ปากทางหมู่บ้านหากว่าย่ากลับมา ก็บอกว่าขากลับไปเอาตำราที่ตำบลก็แล้วกัน”

            หลิวจูเอ๋อร์ไม่พอใจเล็กน้อยกับคําสั่งของหลิวจือไฉ แต่เรื่องนี้ใหญ่หลวงหากถึงตอนนั้นที่เกิดเรื่องทะเลาะกัน แล้วครอบครัวตนเองได้เงินเพิ่มขึ้น นางก็จะได้ผลประโยชน์ไปด้วยจึงข่มอารมณ์โกรธเคืองนี้ไว้

            หลังจากพูดคุยกัน ก็ตกลงกันตามนี้

            หลิวจื้อไฉเข้าเมืองเพื่อจะขอความเห็นจากหลิวเหรินกุ้ย ส่วนหลิวจูเอ๋อร์ช่วยดูหลิวจือเป่าขณะที่หลิวซุนซื่อกำลังเตรียมตัวต่อกรว่าจะเริ่มคุยกับหลิวฉีซื่อคืนนี้อย่างไร

            หลิวเต้าเซียงกำลังเก็บฟืนอยู่บนหลังเขาก็คอยสังเกตด้านล่างเห็นหลิวจื้อไฉพรวดพราดออกมานั่งรถเข็นวัวออกจากหมู่บ้านสามสิบลี้ไป

            นางยืนอยู่บนต้นไม้และมองปากทางหมู่บ้านอย่างอิ่มเอมใจ อืมคืนนี้คงได้เป็นผู้ชมแล้ว

            “โฮสต์ครับ นี่ไม่เห็นน่าสนุกตรงไหนคนที่ขยันหมั่นเพียรในการทำงานต่างหากคือราชา หลังจากมีเงิน เรื่องเหล่านี้น่ะเล็กน้อยครับเราเก็บเงินไว้สะสมหยก แล้วก็สะสมหยกไปเรื่อยๆ” สัตว์ปีศาจศูนย์ศูนย์เจ็ดไม่ได้เข้าใจถึงความตื่นเต้นของหลิวเต้าเซียงแม้แต่น้อย

            จากการวิเคราะห์ทั่วไปของมนุษย์ในกาแล็กซีอย่างพวกเขาเงินเป็นสิ่งสําคัญที่สุด ส่วนอย่างอื่นเป็นดั่งเมฆที่ล่องลอย

            “เจ้าถั่วงอก ขณะที่ยังไม่มีอำนาจอย่างแท้จริง ต่อให้มีเงินก็ไม่กล้าเอาออกมาใช้อยู่ดีเฮอะๆ สะสมหยกอะไรกัน ฉันไม่ถูกจับโยนเข้าคอกหมูก็ถือว่าบุญแล้ว”

            สัตว์ปีศาจศูนย์ศูนย์เจ็ดที่อยู่ในเส้นทางการประจบประแจง มันไม่เข้าใจเรื่องนี้จริงๆ

            หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง หลิวเต้าเซียงก็เข้าใจว่าทําไมมันถึงไม่จู้จี้อีกต่อไปจึงอธิบายให้มันฟังอย่างละเอียดถึงแผนการของตนเอง

            สัตว์ปีศาจศูนย์ศูนย์เจ็ดถึงขั้นอดที่จะทอดถอนใจไม่ได้ “มนุษย์หนอ ความปรารถนาช่างเปี่ยมล้นเหลือเกิน”

            หลิวเต้าเซียงยกมุมปากขึ้น ช่างเถอะ นางไม่อยากถือสาพวกที่ไม่ใช่มนุษย์

            “เจ้าสัตว์ปีศาจน้อย กลางคืนต้องมีฉากน่าสนุกให้รอดูอีก ไปเถอะเรารีบตัดฟืนต่อดีกว่า”

            หลิวเต้าเซียงทำงานครึ่งวันบนหลังเขา จากนั้นก็แบกฟืนกลับมาหนึ่งตะกร้า

            หลิวชิวเซียงได้ยินเสียงนางผลักประตูลานบ้าน จึงยื่นศีรษะออกมาจากในครัวแสงตะวันจรดบนศีรษะของนางพอดี สาดผ่านหนังศีรษะที่เป็นประกายหน้าผากสองด้านมีผมขึ้น ขนตายาวงอนกำลังจ้องมองผู้ที่มา “น้องรอง รีบมาดื่มน้ำมันข้าวสักถ้วยตอนกลางวันก่อนที่ปู่จะออกบ้านบอกว่าหุงข้าวขาวกินแม่ตั้งใจเก็บไว้ให้เจ้าหนึ่งถ้วย”

            หลิวเต้าเซียงมองไปที่ใบหน้ามีเลือดฝาดของหลิวชิวเซียงใครจะเชื่อว่าคนตรงหน้านี่คือ เด็กสาวที่เหมือนขอนไม้ ตัวเล็กผอมโซ ผิวซีดเหลืองเมื่อหนึ่งเดือนก่อนนางได้ยินจึงยิ้มแล้วตอบ “พี่ใหญ่ ข้ากลับมาแล้ว”

            น้ำมันข้าวก็คือน้ำแกงข้าว ในยุคปัจจุบันคนเมืองต่างหาได้ยากมีเพียงต้องไปยังชนบทที่ใช้ฟืนหุงข้าว ถึงจะมีโอกาสได้ชิมแบบนี้สักถ้วย

            “ดูหน้าตาเหลือขอของเจ้าสิ ช่างน่าอนาถ” หลิวเสี่ยวหลันที่นั่งปักผ้ามองนางอย่างดูแคลน

            หลิวเสี่ยวหลันคิดว่าน้ำมันข้าวคืออาหารที่คนอดอยากได้กินหลิวเต้าเซียงขี้คร้านจะสนใจนาง จึงย่างเท้าขึ้นบันไดไป

            “นี่ นางตัวดี หยุดเดี๋ยวนี้นะ” หลิวเสี่ยวหลันรู้สึกเสียหน้าเมื่อหลิวเต้าเซียงไม่สนใจนางจึงโยนสะดึงไปอีกทางอย่างโมโห แล้วมองหลิวเต้าเซียงตาขวาง

            “ข้าคือนางตัวดี แล้วอาเล็กคืออะไร?” นางอยากบอกกับหลิวเสี่ยวหลันว่าเราสองคนก็มีอวัยวะที่ใช้ปัสสาวะเหมือนกัน ดังนั้น ว่าเขาแต่อิเหนาเป็นเอง

            หลิวเสี่ยวหลันโกรธมากจนแทบหงายหลัง คิ้วคว่ำลงลุกพรวดขึ้นมากำลังพุ่งไปจะตบหลานสาวที่ไม่เชื่อฟังสักทีเพิ่งจะเห็นว่าขณะนี้หลิวเต้าเซียงกำลังมองนางด้วยหน้าตาหัวเราะเยาะ

            “รอก่อนเถอะ ฮึ!” นางกระทืบเท้าแล้วหันหลังเข้าห้องไป

            ไม่ต้องคิดก็รู้ หลิวเสี่ยวหลันจะไปหาซูจื่อเยี่ยที่ห้องปีกตะวันตก

            หลิวเต้าเซียงเบะปาก เกิดมาหล่อก็ดีแบบนี้ แต่ว่าเงินสำคัญกว่า

            หลังจากที่นางเข้าห้องครัวไป หลิวชิวเซียงตักเตือนนางเสียงค่อยหลิวเต้าเซียงจึงพยักหน้า แสดงท่าทีว่าอย่าไปถือสากับหลิวเสี่ยวหลันคนบ้า

            นางดื่มน้ำมันข้าวเสร็จก็หาข้ออ้างจะกลับไปดูน้องเล็ก ก่อนจะไปต้มโจ๊กข้าวขาวในห้องแล้วเข้าไปในห้องครัวเพื่อเอากระเทียม พริกไทย กับแครอท เมื่อเห็นของเหล่านี้ นางก็อยากกินเบคอนหมูผัดแครอท

            ขณะกำลังนึกถึง ก็อยากหาเวลาไปตำบลอีกสักรอบ จะได้เอาไข่ไปขายแล้วเอาเงินมาซื้อนางยังคิดว่าตัวเองเป็นสาวน้อยชาวนาที่ขยัน โดยมีเป้าหมายของการทํางานหนักเพิ่มมาอีกหนึ่งอย่างคือสู้เพื่อเบคอนหมู

            ยามพลบค่ำ ควันเคลื่อนเป็นทางคดเคี้ยวขึ้นไปบนฟ้าในห้องครัวส่งกลิ่นหอมที่รบกวนท้องไส้ ไก่บินสุนัขเห่าอยู่หน้าบ้านส่วนหลังบ้านบรรดาหมูอ้วนก็ส่งเสียงคึกคัก บรรยากาศเช่นนี้ช่างครื้นเครง

            เพียงแต่...

            เสียงแหลมปรี๊ดแสบแก้วหูดังขึ้นมาจากประตูใหญ่ “ใครที่มันสมควรตาย เอาไก่มาปล่อยไว้ในลานบ้าน ไก่มันอึไปทั่ว”

            ในห้องปีกตะวันตก หลิวชุนเซียงที่กำลังตาโตถึงขั้นสะดุ้งเปล่งเสียงร้องไห้โฮ จากนั้นก็ตามมาด้วยน้ำตาท่วมท้นภูเขาสีทอง

            หลิวเต้าเซียงได้ยินเสียงของหลิวฉีซื่อจึงเดินเข้ามาอย่างรวดเร็วนางไม่อยากสนใจใยดีหญิงชราคนนั้นนัก

            แต่เป็นห่วงหลิวชุนเซียงที่เพิ่งจะครบเดือน เห็นนางน้ำตาคลอเบ้าปากเล็กนั้นอ้าออกกว้าง ร้องไห้จนหน้าแดง มือเล็กๆ ก็โผล่ออกมาจากผ้าห่มและกวักไปมา

            “โอ๋เอ๋ๆ น้องเล็กคนดี อย่าร้องไปเลยดูสิปีศาจเฒ่าตรงลานบ้านทำเจ้าตกใจสินะ มานี่ พี่จูบเจ้า ไม่กลัวนะ ไม่กลัว พี่จะช่วยไล่นางออกไป”

            อาจเป็นเพราะได้กลิ่นลมหายใจที่คุ้นเคย เสียงร้องของหลิวชุนเซียงก็ลดลง

            หลิวฉีซื่อที่อยู่ตรงลานบ้านได้ยินถึงกับหงุดหงิดพุ่งไปหน้าประตูห้องปีกตะวันตกและกำลังจะด่ากราด ฉับพลันนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าห้องปีกตะวันตกมันตรงกับห้องตะวันตกพอดีนี่นา หากนางยืนด่าหน้าประตูคุณชายสูงศักดิ์ท่านนั้นก็ได้เห็นกันพอดีด้วยความเป็นกังวลเรื่องนี้จะส่งผลต่อการไต่เต้าของหลิวเสี่ยวหลัน จึงผลักประตูห้องปีกตะวันตกแล้วก้าวเข้าไป

            หลิวเต้าเซียงกำลังเตรียมจะเปลี่ยนผ้าอ้อมให้หลิวชุนเซียงรู้สึกว่าตรงประตูมีเงาดำพอเงยหน้าขึ้นก็เห็นหลิวฉีซื่อพุ่งเข้ามาพร้อมกับความโมโห จึงเปล่งเสียงเรียก “ย่า!”

            หลิวฉีซื่อตกใจกับเสียงร้องแหลมปรี๊ดของนาง คงไม่ได้ตั้งตัวว่าจู่ๆหลิวเต้าเซียงจะมาไม้นี้

            เมื่อมองไปที่หลิวเต้าเซียง ก็เห็นนางจ้องมองตนเองด้วยสายตาเย็นชาเข้ากระดูกหลิวฉีซื่อถึงกับใจเต้นอย่างไม่มีสาเหตุ

            หลิวเต้าเซียงถามอีกครั้งว่า “ย่า แม่ข้ากับพี่ใหญ่ทำกับข้าวเสร็จแล้วปู่กับพ่อก็น่าจะใกล้กลับถึงบ้านแล้ว”

            หลิวฉีซื่อได้ยินนางพูดแบบนี้ แล้วมองใบหน้าเล็กที่กำลังจ้องมองตนอีกครั้งอย่างไร้เดียงสา

            นางสงสัยว่า ช่วงนี้คงอ่อนเพลียเกินไปจึงตาฝาดไปเอง มิเช่นนั้นนางเด็กล้างผลาญที่อายุเพิ่งจะไม่กี่ขวบจะไปมีสายตาราวกับท่านย่าใหญ่ตระกูลหวงได้อย่างไร

            “นางเด็กล้างผลาญ ร้องเสียงดังทำไม นางเด็กป่าเถื่อน เข้าเป็นแต่ออกไม่เป็นบ้านหลิวของข้านี่ซวยยิ่งนัก เหตุใดจึงได้สะใภ้หน้าไม่อายเช่นนี้ได้นะ”

            หลิวเต้าเซียงแสร้งทําเป็นว่านางกําลังพูดถึงหลิวซุนซื่อ “ก็นั่นน่ะสิ ย่า ตอนกลางวัน ข้าเห็นป้ารองพาพี่จื้อไฉพี่จูเอ๋อร์กับน้องจื้อเป่ากินของว่างอยู่ในห้องปีกตะวันออกไม่เห็นจะแบ่งให้อาเล็กเลย ยังมีอีก ข้าได้ยิน ได้ยิน…”

            ตามคาด ความคิดของหลิวฉีซื่อถูกชักจูงไปที่ตัวหลิวซุนซื่อลืมไปว่าตนเองเข้ามาเพื่อหาเรื่องนางเด็กล้างผลาญสองตัวนี้เมื่อเห็นท่าทีอ้ำอึ้งของหลิวเต้าเซียงก็ยิ่งแน่ใจว่าหลิวซุนซื่อต้องทำอะไรไม่ดีอีกแน่

            “เจ้าได้ยินอะไรกันแน่?”

            หลิวเต้าเซียงถอนหายใจเล็กน้อย ใบหน้าแสดงความเป็นกังวล แล้วพึมพำ “ทำอย่างไรได้เล่า ย่ากับป้ารองต่างก็เป็นผู้อาวุโส แม่เคยสอนว่าเด็กไม่ควรพูดอะไรไม่ดีเกี่ยวกับผู้ใหญ่ แต่หลานก็ต้องเชื่อฟังคำสอนของผู้ใหญ่ ย่าหลานไม่รู้ว่าควรพูดดีหรือไม่พูดดี”

            หลิวฉีซื่อจับใจความได้ แม้คำพูดของหลิวเต้าเซียงจะไม่ได้บ่งบอกอะไรชัดเจนแต่ก็พิสูจน์ได้ว่าหลิวซุนซื่อกำลังทำอะไรลับหลังนางและห้ามให้ใครรู้ ยิ่งกว่านั้นมีของดีแต่กลับไม่แบ่งปันบุตรสาวตนเองเห็นทีหลิวซุนซื่อคนนี้คงอยากโดนสั่งสอนจริงๆ

            “เอาเถิด ปากเจ้านอกจากจะคายอึออกมา ยังทำอะไรได้อีกนางแอบด่าข้าลับหลังใช่หรือไม่?”

            หลิวเต้าเซียงมองนางด้วยสายตาที่สื่อความหมายว่า “ย่าก็รู้อยู่แล้วนี่”

            หลิวฉีซื่อโมโหเดือดดาล หันหลังจะไปคิดบัญชีกับหลิวซุนซื่อ

            หลิวเต้าเซียงตะโกนใส่นางอีกครั้งและแนะนําว่า “ย่า อย่าโกรธไปเลยเดี๋ยวจะส่งผลต่อสุขภาพไม่คุ้ม อีกอย่าง ป้ารองก็เป็นคนของครอบครัวเราหากว่าลุงรองรู้เข้า เกรงว่าเขาจะคิดว่าย่าจงใจเล่นงานป้ารองนะ

            “ฮึ มารดามันเถอะ ก็แค่มีพ่อเป็นคนฆ่าหมู ถุย ยังคิดว่าตนเองนั้นเป็นผู้ดีสูงส่งหรือ”

            หลิวฉีซื่อโกรธมากจนถ่มน้ำลายออกมาเต็มแรง คิดดูแล้ว ไม่ไหวหนนี้นางต้องคิดบัญชี แต่ก็เอ่ยถามอย่างไม่วางใจ “เจ้าเห็นป้ารองเจ้ากินขนมว่างจริงหรือ?”

            -----

     

    คล้ายกับเรื่องสาวชาวนาผู้ชั่วร้ายกับระบบวิเศษ 【 农门坏丫头 】[แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730