1995 ย้อนเวลามาเป็นราชานักธุรกิจ

    เล่มที่ 2 บทที่ 45 รองเท้าขาดสมควรถูกใช้งาน

            เฉินเฟิงเองก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน พอได้เห็นมุมใหม่ๆ ของหลิ่วอีอีเป็นครั้งแรก เขาก็มีความรู้สึกอยากจูบเธอมากขึ้น 

            แต่น่าเสียดายที่ฉากนี้ดันถูกจ้าวฉินเสวียเห็นเข้าพอดี 

            โชคดีที่จ้าวฉินเสวียไม่ได้ยินบทสนทนาก่อนหน้าของเฉินเฟิงและหลิ่วอีอี 

            ไม่งั้นเธอคงรู้ว่าเพื่อนร่วมรุ่นสองคนนี้กำลังวางแผนอะไรอยู่ และคงไม่รู้ว่าจะรู้สึกยังไงต่อด้วย 

            "รูปเสร็จแล้วค่ะ พวกคุณช่วยหยุดแสดงความรักก่อนสักครู่ได้ไหม ขอรบกวนเวลามาตรวจรูปหน่อยค่ะ!" 

            จ้าวฉินเสวียที่เห็นภาพตรงหน้าในระยะสิบเมตรแผดเสียงดังด้วยความรู้สึกอึดอัดใจ 

            แต่นี่คือสิ่งที่เธอเลือกเอง 

            ในตอนแรก เฉินเฟิงตามจีบเธออยู่สามปี แต่ในช่วงเวลานั้นเธอก็ยังเลี้ยงไข้ตัวสำรองอีกสิบกว่าคน 

            เธอไม่ปฏิเสธแต่ก็ไม่ตอบรับ แค่ยื้อทุกคนไว้ 

            สุดท้ายเธอเลือกฮูอวี่เพื่อนสนิทของเฉินเฟิง หรือพี่ชายผู้แสนดีของเธอ 

            เพราะว่าฮูอวี่รวย พ่อของเขาเป็นถึงรองผู้อำนวยการโรงเรียน 

            แม้เธอจะตกปากรับคำเป็นแฟนกับเฉินเฟิงในปาร์ตี้วันเกิด 

            แต่จริงๆ แล้วเธอแอบกุ๊กกิ๊กกับฮูอวี่สักระยะแล้ว เลยมอมเหล้าเฉินเฟิงและไปเปิดห้องกัน 

            ในเมื่อทั้งหมดนี้คือเส้นทางที่เธอเลือก เธอต้องรับผลที่ตามมาให้ได้ 

            เฉินเฟิงใช้เงินเก็บที่พ่อแม่ของเขาหามาอย่างยากลำบากเพื่อเธอจำนวนมาก ต่อไปนี้เขาจะเซ็นสัญญากับเธอ ผลักดันเธอเข้าวงการบันเทิงเพื่อขูดรีดเธอให้ได้มากที่สุด การกระทำนี้สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง 

            เมื่อเฉินเฟิงได้ยินเสียงเรียกของจ้าวฉินเสวีย เขาเมินเธอและจูบหลิ่วอีอีด้วยความร้อนแรงต่อไป 

            เฉินเฟิงเองก็อยากใช้จูบนี้ลบล้างภาพจ้าวฉินเสวียในใจเขาให้หมดไป 

            การจูบอย่างร้อนแรงดำเนินต่อไปเป็นนาที กระทั่งเฉินเฟิงหยุดลง เขาก็ได้ยินเสียงหอบหายใจและคำต่อว่าหยอกล้อจากหลิ่วอีอี 

            "ทำอะไรเนี่ย จู่ๆ จูบฉันต่อหน้าคนอื่นแบบนี้ แล้วทำไมต้องจูบนานขนาดนั้น? คิดจะทำให้คนคนนั้นดูละสิ" 

            เฉินเฟิงหัวเราะพลางอธิบายแก้ต่าง 

            "ฉันแค่ชอบมุมใหม่ๆ ของเธอที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ต่อไปนี้ไม่ต้องทำตัวอ่อนช้อยตลอดเวลาหรอก ถ้าเวลาไหนจำเป็นต้องแสดงความเข้มแข็ง หรือใช้ความเจ้าเล่ห์ก็จัดเต็มได้เลย" 

            คำพูดของเฉินเฟิงทำให้หลิ่วอีอีหัวเราะน้ำตาเล็ด 

            "ไปเถอะ แฟนเก่านายเรียกเราไปดูรูปนู้นแล้ว! ถ้าพูดถึงการใช้ความเจ้าเล่ห์ ฉันก็ใช้ได้แค่กับจ้าวฉินเสวียคนเดียวนั่นแหละ จะให้ไปใจจืดใจดำใส่คนอื่น ฉันคงทำใจไม่ลง" 

            หลิ่วอีอีพูดติดตลกไปตามคำพูดของเฉินเฟิง 

            เฉินเฟิงโอบเอวของหลิ่วอีอีเดินกลับไปทางจ้าวฉินเสวีย 

            เรื่องล้างรูปต้องเป็นหน้าที่ของช่างภาพถ่ายรูปแต่งงานมืออาชีพ เพราะมีหลายคนที่มาจดทะเบียนสมรสที่รอรูปถ่ายอยู่ 

            ดังนั้น เทคโนโลยีในการล้างรูปที่ใช้ จึงยังเป็นแค่เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในปี 1995 

            แต่เมื่อเห็นรูปถ่ายสีภาพเบลอๆ เฉินเฟิงก็พูดไม่ออก 

            แต่แค่ล้างรูปสีออกมาได้เร็วในสมัยนี้ก็น่ายกนิ้วให้แล้ว เพราะรูปถ่ายที่หลายๆ คนไปถ่ายที่ร้านยังเป็นขาวดำอยู่เลย 

            เฉินเฟิงคิดถึงเทคโนโลยีการถ่ายภาพดิจิทัลในปี 2021 ที่เขาจากมาเหลือเกิน 

            จะถ่ายภาพที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ อยากพรินต์รูปก็พรินต์ออกมาได้เลย ไม่ต้องเสียเวลารอเป็นสิบนาทีแบบนี้ 


            "ถ่ายสวยดีนะ จะว่าไป...จ้าวฉินเสวีย เธอเรียนเดินแบบมาไม่ใช่เหรอ คิดจะทำงานที่นี่เป็นหลักเลยใช่ไหม?" 

            หลังจากดูรูปถ่ายแล้ว หลิ่วอีอีก็ถามคำถามจ้าวฉินเสวียตามแผนที่วางไว้ด้วยท่าทีไม่ใส่ใจ 

            เมื่อได้ยินดังนั้น จ้าวฉินเสวียก็ตอบด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน

            "ก็เพราะเฉินเฟิงนั่นแหละ ชื่อเสียงฉันถึงได้ป่นปี้ไปหมด ไม่มีเอเจนซี่หรือบริษัทภาพยนตร์ที่ไหนอยากรับฉันเข้าฝึกงานเลย" 

            ระหว่างที่เธอพูด สีหน้าเต็มนั้นก็เต็มไปด้วยความอึดอัดใจ

            อันที่จริง เธอต่างหากที่เป็นคนเปิดตัวฮูอวี่แล้วสวมเขาเขาเอง 

            แต่เพราะเฉินเฟิงถูกรางวัลใหญ่ กลายเป็นเศรษฐีที่มีเงินหลายสิบล้าน ทั้งสองจึงรีบคลานเข่าเข้าไปอ้อนวอนเฉินเฟิง ต้องการกลับไปเป็นพี่ชายและแฟนสาวของเขา หวังว่าเขาจะให้อภัย 

            แต่เฉินเฟิงกลับเหวี่ยงเท้าใส่เป้าของฮูอวี่อย่างแรง ซึ่งเป็นการหักหน้าและแก้แค้นจ้าวฉินเสวียได้เจ็บแสบมาก 

            แม้เรื่องทั้งหมดนี้จะเกิดจากจ้าวฉินเสวียและฮูอวี่ที่มีเจตนาไม่ดีต่อเขาก่อน แต่เมื่อได้ฟังน้ำเสียงอันสั่นไหวของเธอ ก็เห็นได้ชัดว่า เธอยังโทษเฉินเฟิงที่ทำลายชื่อเสียงของเธออยู่ 

            เมื่อเขาได้ยินคำตอบของจ้าวฉินเสวีย ความรู้สึกผิดที่เขาเคยมีเอี่ยวกับการหลอกใช้เธอทำเงินก็หายไปหมดสิ้น 

            จ้าวฉินเสวียไม่สำนึกผิดเลย จริงอยู่ที่เธอเรียนรู้การวางตัวได้ดีขึ้น แต่ลึกๆ แล้ว เธอยังคงโทษเฉินเฟิงที่ทำให้ชื่อเสียงของเธอกับฮูอวี่เสียหายอยู่ 

            คิดไม่ผิดเลย หลิ่วอีอีที่ได้ยินคำพูดของจ้าวฉินเสวียครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนยิ้มเยาะออกมา 

            "ฉันกับเฉินเฟิงเพิ่งร่วมกันลงทุนเปิดบริษัทการเงิน ตอนนี้กำลังขาดพนักงานต้อนรับหน้าตาดีๆ สนใจมาเป็นพนักงานต้อนรับบริษัทของพวกฉันไหม เงินเดือนสองพัน ฝึกงานที่นี่คงไม่ได้เงินเดือนใช่ไหมล่ะ?" 

            จ้าวฉินเสวียมองหลิ่วอีอีด้วยความประหลาดใจ ไม่คาดคิดว่าหลิ่วอีอีจะชวนเธอไปทำงาน 

            "อ่า... แม่ใช้เส้นช่วยฉันเข้าฝึกงานที่นี่ล่วงหน้า ฉันเลยไม่อยากลาออก" 

            จ้าวฉินเสวียไม่โง่พอจะไปทำงานที่บริษัทของพวกเขา เพียงเพราะแค่เงินเดือนสองพันหยวนหรอก 

            ได้ยินดังนั้น เฉินเฟิงก็พยักหน้าตามเป็นอันรู้กันและแอบหัวเราะด้วยเสียงเย็นเยียบ 

            "ถ้าเธอเป็นพนักงานต้อนรับในบริษัทครบสองปี ฉันจะเปิดบริษัทด้านความบันเทิงให้เธอ และปั้นเธอเข้าวงการบันเทิง" 

            คำล่อลวงของเฉินเฟิงเป็นการตอกตะปูปิดฝาโลง 

            จ้าวฉินเสวียรู้สึกตื่นเต้นอย่างฉับพลันเมื่อเธอได้ยินว่าเฉินเฟิงจะปั้นเธอเป็นดารานางแบบ 

            เธอแอบคิดในใจว่า เฉินเฟิงยังลืมเธอไม่ลง เลยต้องการแอบมีความสัมพันธ์กับเธอ 

            จ้าวฉินเสวียเสแสร้งทำเป็นลังเลอยู่นาน ก่อนจะเปิดปากพูดด้วยน้ำเสียงยินดี 

            "ในเมื่อพวกเธอสองคนอยากได้หน้าตาฉันขนาดนี้ ฉันจะยอมเป็นพนักงานต้อนรับในบริษัทพวกเธอก็ได้ สองปีนะ" 

            หลิ่วอีอีและเฉินเฟิงสบตากันแล้วยิ้ม ทั้งคู่ต่างกำลังดูถูกจ้าวฉินเสวียในใจ คิดว่าแม่นี่ช่างหลงตัวเองเหลือเกิน 

            ในหัวเฉินเฟิงได้ร่างสัญญาระยะยาว 20 ปีกับจ้าวฉินเสวียไว้แล้ว  

            เขาจะให้เธอทำงานฟรีๆ ในปีแรก ปีที่สองให้เธอได้ส่วนแบ่งบริษัทห้าเปอร์เซ็นต์ ปีที่สามสิบเปอร์เซ็นต์ ปีที่สี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ  

            ปีที่สิบให้เธอสี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ ส่วนอีกสิบปีที่เหลือ เขาจะให้สี่สิบเก้าเปอร์เซ็นต์จนหมดสัญญา 

            เพราะช่วงเวลาที่ดาราในวงการบันเทิงเบ่งบานได้มากที่สุดคือช่วงสิบปีแรกหลังเข้าวงการ 

            ถ้าเธอโด่งดังมีชื่อเสียง สิบปีหลังถือว่าเป็นช่วงทำเงินทำทอง 

            เฉินเฟิงต้องการรีดเค้นมูลค่าในตัวของจ้าวฉินเสวียให้หมดทุกหยด

           รองเท้า [1] ขาดๆ พังๆ ไม่รู้สำนึกผิด คิดว่าตัวเองดีมากใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นก็สมควรได้รับผลกรรมแบบนี้นั่นแหละ!

    เชิงอรรถ

            [1]  รองเท้าขาด มีความหมายว่า อีตัว ผู้หญิงที่ชอบมั่วผู้ชาย หรือใช้กับผู้ชายที่ชอบมั่วกับผู้หญิงก็ได้เช่นกัน ว่ากันว่า คำนี้มีที่มาจากโสเภณีในกรุงปักกิ่งที่รับงานโดยไม่มีแม่เล้า ใช้ห้องพักของตัวเองเป็นห้องรับแขก และใช้รองเท้าขาดเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกว่ารับงาน  

    คล้ายกับเรื่อง1995 ย้อนเวลามาเป็นราชานักธุรกิจ ที่คุณอ่าน

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.77M 4643
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เทพกระบี่เงาสังหาร

    เทพกระบี่เงาสังหาร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    717K 554
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405