ณ ท่ามกลางเศษซากหินและเศษซากร่างกายของเ้างูศิลาหินั์ที่กระจัดกระจายตกอยู่เกลื่อนกลาดโดยรอบบริเวณนี้ ท่ามกลางเศษซากเ่าั้ก็ได้มีชายสองคนที่ยืนประจันหน้ากันอยู่ด้วยสีหน้าที่ดูเข่งเครียด ทั้งสองคนนั้นก็คือทาโน่กับบีสที่ยืนตั้งท้าเตรียมพร้อมต่อสู้อยู่ท่ามกลางเศษซากเ่าั้ และที่รอบๆของทั้งสองคนนั้นก็ได้แผ่ออร่าที่มองไม่เห็นออกมา สร้างแรงกดดันขึ้นปกคลุมรอบๆบริเวณแห่งนี้เอาไว้
“ย๊าก-!”
บีสได้ะโออกมาพร้อมกับวิ่งเข้าใส่ทาโน่ที่อยู่เบื้องหน้า พร้อมกับได้ง่างมือขวาขึ้นมาเตรียมพร้อมที่จะทำการชกเข้าไปที่ใบหน้าของเขา
“หึ”
ทาโน่ที่ได้แสยะยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนที่จะสะบัดมือขวาของตนหนึ่งครั้ง
ตึ้ง! ตึ้ง! ซอมบี้ของวูฟกับคาล่าได้กระโจนเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าของทาโน่ขวางทางของบีสที่กำลังวิ่งเข้ามา บีสที่เห็นทั้งสองคนโผล่มาอยู่ตรงหน้าตัวเข้าที่วิ่งเข้ามาก็ได้หยุดฝีเท้าลงอย่างรวดเร็ว
“พวกเ้าถอยไปซะ! ข้าไม่อยากที่จะสู้กับพวกเ้านะ!”
บีสได้พูดออกมาพยายามไล่ให้ทั้งสองคนที่ขวางทางอยู่ให้ออกไปจากตรงนั้น แต่ก็ไม่มีการตอบสนองกลับมาจากทั้งสองคนนั้นเลยแม้แต่น้อย
“คุณเนี่ยบ้ารึป่าว”
ทาโน่ที่พูดออกมาพร้อมกับได้จ้องหน้าบีสด้วยดวงตาที่แสดงความดูถูกเหยียดหยามออกมาอย่างชัดเจน
“พวกเขาน่ะได้ตายไปแล้ว จะตอบกลับมาได้ยังไงกันล่ะครับ”
“หนอยแน่ะแก!”
บีสได้กระโจนเข้าใส่ทาโน่ในทันทีด้วยความโกรธ เมื่อทาโน่เห็นแบบนั้นตัวเขาจึงสะบัดมือขวาหนึ่งครั้ง เมื่อเขาทำแบบนั้นซอมบี้ทั้งสองก็ได้กระโจนเข้ามาขัดขวางบีสในทันที โดยการรัวหมัดใส่บีสอย่างบ้าคลั่ง บีสพอเห็นแบบนั้นตัวเขาจึงหยุดชะงักไปคู่นึง แต่ก็ได้สติกลับมาแทบจะในทันที ตัวเขาจึงได้ทำการหลบหมัดที่รัวเข้าใส่ด้วยความชํานาญ ถึงแม้ว่าร่างกายของตัวเขาจะาเ็และมีรูขนาดใหญ่อยู่ที่ตรงกลางตัวก็ตามก็ไม่เป็ปัญหาสําหรับตัวเขาเลยแม้แต่น้อย
“หยุดเถอะพวกเ้า! ข้าขอล่ะ!”
บีสที่ยังคงเชื่อมันอยู่ว่าพวกเขานั้นยังอาจจะหลงเหลือความเป็ตัวเองอยู่ ตัวเขาจึงพยายามส่งเสียงเรียกทั้งสองในขณะที่กำลังหลบหมัดที่รัวเข้ามาไปพร้อมกันด้วย
“...”
“...”
แต่เสียงของตัวเขานั้นก็ส่งไปไม่ถึงร่างที่ไร้ซึ่งิญญานั้นเลยแม้แต่น้อย
(โธ่เว้ย! ทำไมถึงเป็แบบนี้ได้กัน พวกเ้าลืมคําสัญญาในครั้งอดีตไปแล้วงั้นเหรอ...วูฟ...คาล่า....)
บีสที่หลบหมัดของซอมบี้ทั้งสองอยู่ก็ได้คิดย้อนกลับไปถึงความหลังในครั้งอตีค มันเป็่เวลาที่ตัวเขานั้นยังคงเป็เด็กที่ไร้เดียงสาอยู่
ณ ดาวดวงหนึ่งที่ไม่ถูกบันทึกเอาไว้ในดราตาแผนที่การเดินยานของกองทัพอาร์ค มันเป็ดวงดาวที่80%เต็มไปด้วยป่าและทุ่งหญ้า และลึกเข้าไปในใจกลางป่าแห่งหนึ่งได้มีเสียงบางอย่างได้ดังขึ้น
“ย๊าก-!”
เสียงนั่นเป็เสียงะโของเด็กชายตัวน้อยผมสีแดงที่กำลังปล่อยหมัดของตนเข้าใส่เด็กสาวตัวน้อยผมสีเขียวที่ยืนอยู่ตรงหน้าท่ามกลางพื้นป่าที่ล้อมรอบพวกเขาอยู่ แต่หมัดของเขาก็ไม่อาจที่จะเข้าถึงตัวของเด็กสาวได้ เธอเพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อยก็สามารถหลบหมัดของเด็กชายได้อย่างง่ายด้าย หลังจากนั้นเธอก็กำหมัดชกเด็กชายกลับ ตึ้ง!
“อ่า!”
เด็กชายที่ไม่อาจหลบหมัดของเด็กสาวได้ตัวเขาจึงโดนมันเข้าไปเต็มๆจนตัวเขานั้นกระเด็ดออกไปนอนแผ่หลาอยู่บนพื้น
“จบการแข่ง! ผู้ชนะคือคาจัง!”
เด็กชายผมสีนํ้าเงินม่วงที่มีหน้าตาดูดีที่รับตำแหน่งเป็กรรมการของการประลองในครั้งนี้อยู่ ได้ส่งเสียงประกาศจบการประลองพร้อมกับยกมือฝั่งของเด็กสาวขึ้นมาประกาศชัยชนะของเธอ
“อ่า----แพ้อีกแล้วงั้นเหรอเนีย!”
เด็กชายผมแดงที่นั่งอยู่บนพื้นหญ้าได้ะโออกมาด้วยความเจ็บใจ
“ฮ่าฮ่าฮ่า!!! อย่างนายน่ะเอาชนะฉันคนนี้ไม่ได้หรอกนะจะบอกให้”
เด็กสาวผมสีเขียวได้ส่งเสียงพูดออกมาเยาะเย้ยเด็กชายผมแดงพร้อมกับเดินเข้ามาหาตัวเขาที่นั่งอยู่ แล้วนั่งลงที่ข้างๆกัน
“นี่ก็เป็การประลองครั้งที่33แล้ว ทำไมนายถึงไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ของตนเองสักทีล่ะบีส”
เด็กชายผมสีนํ้าเงินม่วงได้พูดออกมาด้วยความเบื่อหน่ายพร้อมกับเดินเข้ามานั่งลงที่ข้างๆเด็กชายผมแดงที่ฝั่งตรงกันข้ามกับเด็กสาว
“ก็มันน่าเจ็บใจนิหน่า~~”
เด็กชายผมแดงได้พูดออกมาพร้อมกับทำหน้าไม่พอใจ
“ทำไมนายต้องเจ็บใจด้วยล่ะ?”
เด็กชายผมนํ้าเงินม่วงได้ถามออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยแต่นิ่งสงบ
“ก็ข้ามันอ่อนแอ่นิหน่า--!...”
เด็กชายผมแดงได้พูดออกมาด้วยใบหน้าที่เหมือนกำลังจะร้องไห้
“ทำไมล่ะ ถึงจะอ่อนแอ่ก็ไม่เห็นจะเป็อะไรเลยไม่ใช้เหรอ?”
เด็กสาวผมสีเขียวได้ถามออกมา
“ไม่ได้หรอก!...จะอ่อนแอ่ไม่ได้หรอก!...เพราะคนที่อ่อนแอ่จะต้องโดนขับไล่ออกไปจากชนเผ่านิหน่า...คุณปู่เคยพูดเอาไว้แบบนั้น...”
เด็กชายผมแดงได้กล่าวออกมาเบาๆพร้อมกลับหลั่งน้ำตาออกมาเล็กน้อย
“อ่อ จะว่าไปชนเผ่าของพวกเราก็มีอะไรแบบนั้นด้วยเนอะ กฎที่ว่าเด็กที่อ่อนแอ่จะต้องโดนขับไล่ออกไปจากชนเผ่าเพื่อใช้เป็เครื่องสังเวยให้แกิญญาเทพผู้พิทักษ์แห่งป่ารัตติกาลสินะ”
เด็กชายผมนํ้าเงินม่วงได้ำพูดออกมาพร้อมทำสีหน้าเมื่อกำลังคุนคิด
“อือ...จะว่าไปก็ใช้เเฮะ ของปีนี้จะมาถึงแล้วเหรอเนี่ย”
เด็กสาวได้พูดออกมาพร้อมกำลังคุนคิดถึงเมื่อปีที่แล้ว
“เขาว่ากันว่าเด็กที่กลายเป็เครื่องสังเวยจะถูกิญญาเทพผู้พิทักษ์ไล่ล่าและกินทั้งเป็ด้วยสินะ”
เด็กชายผมนํ้าเงินม่วงได้พูดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเื่เล่าที่พวกเด็กๆในชนเผ่าชอบพูดๆกัน
“แง่------! ข้าไม่อยากที่จะโดนไล่ออกไปจากเผ่า! แล้วก็ไม่อยากที่จะกลายเป็เครื่องสังเวยด้วย! แล้วก็ไม่อยากที่จะโดนกินทั้งเป็ด้วย! แง่------!”
เด็กชายผมแดงได้ร้องไห้ออกมาหลังจากที่ได้ฟังในสิ่งที่ทั้งสองคนพูดตอกย้ำในสิ่งที่ตัวเขานั้นรู้อยู่แล้ว
“ไม่ต้องร้องไห้ไปหรอกนะ นายไม่โดนสังเวยหรือไล่ออกไปหรอกนะ!”
เด็กสาวได้พูดออกมา พยายามทำให้เด็กชายผมแดงที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายอยู่ใจเย็นลง
“ไม่...ไม่..ข้าต้องโดนอยู่แล้ว...นั่นก็เพราะว่าข้ามันอ่อนแอ่จะตายไป...”
เด็กชายที่ร้องไห้ไม่หยุดได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่ดูสิ้นหวัง
“ข้าจะต้องโดนไล่ล่าและในที่สุดก็จะโดนกินทั้งเป็แล้วตายอย่างโดดเดี่ยวแน่แง่-------!!”
“ไม่โดดเดี่ยวหรอก!”
เด็กสาวได้พูดขึ้นมาขัดเสียงร้องไห้ของเด็กชายที่กำลังร้องไห้อย่างหนักอยู่ เธอได้ทำการกุมมือของเด็กชายผมแดงที่ชุมไปด้วยเหงือและนํ้าตา
“ไม่เป็ไรหรอกนะ! ถึงแม้ว่านายจะโดนไล่ออกไปจากชนเผ่าก็ตาม ถึงแม้ว่านายจะต้องตายอย่างทุกทรมารก็ตามที แต่ว่านายนั้นจะไม่มีวันตายอย่างโดดเดี่ยวอย่างแน่!”
เด็กสาวได้พูดออกมาพร้อมกับกุมมือเด็กชายแรงมากขึ้นกว่าเดิม
“ไม่มีทาง...ต้องโดดเดี่ยวสิ...ก็ตามกฎแล้วผู้ที่อ่อนแอที่สุดเพียงคนเดียวจะต้องกลายเป็เครื่องสังเวยไม่ใช้เหรอ...ถ้าเป็แบบนั้นก็ต้องตายอย่างโดดเดี่ยวไม่ใช้หรือไงล่ะ!”
เด็กชายได้ะโออกมาด้วยความเศร้าและหวาดกลัว พร้อมทั้งได้กำมือของตนเองแรงขึ้นมากกว่าเดิมจนเืแทบจะไหล่ออกมาเลย
“ไม่หรอก! นั่นก็เพราะว่า! ฉันจะไปกลับนายเองอย่างไงล่ะ!”
เด็กสาวได้พูดออกมาพร้อมกับได้แสยะยิ้มออกมากว้าง แล้วกุมมือของเด็กชายแรงขึ้นยิ้งกว่าเดิม
“เอ๋!?”
เด็กชายได้พูดออกมาด้วยความใและแปลกใจในเวลาเดียวกัน
“..กะ...โกหกไม่จริงหรอก!...มะ...ไม่มีทางเชื่อได้หรอกไอ้คำพูดแบบนั้นน่ะ!”
เด็กชายได้พูดออกมาทั้งนํ้าตาด้วยจิตรใจที่กำลังสับสน
“ไม่มันคือความจริง! ฉันขอสัญญาณเลย! ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นฉันก็จะอยู่เคียงข้างนายเอง! แล้วจะไม่มีวันทิ้งนายให้ตายอย่างโดดเดี่ยวอย่างแน่นอน!”
เด็กสาวได้พูดออกมาด้วยความจริงใจที่มีให้กับเด็กชายผมแดงที่สิ้นหวังและใบหน้าที่เต็มไปด้วยนํ้าตา
“อือ ไม่ใช้แค่คาจังเท่านั้นหรอกนะ”
เด็กชายผมนํ้าเงินม่วงที่ฟังอยู่ข้างๆก็ได้พูดออกมาพร้อมกับยื่นมือของเขามากุมมือของทั้งสองคนเอาไว้
“ฉันก็จะไปด้วย พร้อมกับพวกนาย”
เด็กชายผมนํ้าเงินม่วงได้พูดออกมาพร้อมกับมองเข้าไปยังในตาของเด็กชายผมแดง พอเด็กชายผมแดงได้ฟังแบบนั้นตัวเขาถึงกับหลั่งน้ำตาออกมามากยิ่งขึ้นมากกว่าเดิม พร้อมกับถามออกมาเบาๆด้วยความสงสัย
“จะยอมอยู่ด้วยกันจริงๆงั้นเหรอ?...”
“อือ! ไม่ว่าจะยังไงก็จะตามไปจนถึงที่สุดเองล่ะ”
“ใช้แล้วล่ะ ไม่ว่าจะยังไงพวกเราก็จะอยู่ด้วยกันกับนายตลอดไป”
ทั้งสองคนที่พูดออกมาพร้อมกับทำการสวมกอดเด็กชายผมแดงที่อยู่ตรงกลางด้วยความจริงใจและอบอุ่น
“ตลอดไป?...”
“ใช้แล้วล่ะตลอดไปเลย”
“อือ ตลอดไปเลย”
ทั้งสามคนที่ทำการสวมกอดกันท่ามกลางพื้นป่าที่ล้อมรอบพวกเขาอยู่ พร้อมกับให้คำสัญญาณซึ่งกันและกันว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป
(ทั้งๆที่เคยให้คำมันสัญญาณกันเอาไว้แบบนั้นแท้ๆเลย แต่ถว่าในตอนนี้ทำไมมันถึงกลายเป็แบบนี้ไปซะได้ล่ะ...วูฟ...คาล่า...)
“จำให้ได้สักทีสิ! ทั้งสองคน!”
บีสที่คิดถึงความหลังในอดีตตัวเขาจึงมีความหวังที่จะพยายามขึ้นมาอีกครั้ง ตัวเขาจึงพยายามพูดเรียกสติของซอมบี้ทั้งสองอีกครั้งพร้อมกับได้ะโหลบการโจมตีของพวกเขาไปทางด้านหลังพร้อมกันด้วย
“....”
“....”
แต่ถว่ากลับไม่มีเสียงตอบกลับจากซอมบี้ทั้งสองคนเลย สิงที่พวกเขาทำมีเพียงแค่ปล่อยหมัดใส่บีสอย่างต่อเนื้องอย่างบ้าคลั่งเหมือนเดิมเท่านั้น
“ไม่ได้จริงๆงั้นเหรอ ถึงแม้จะกลายเป็ซอมบี้ไปแล้วแต่ก็น่าจะยังจำคำสัญญาณของพวกเราได้ไม่ใช้รึไงล่ะทั้งสองคน!”
บีสที่ยังไม่ยอมแพ้จนถึงที่สุด ได้ลองพยาพยามดูอีกครั้งในขณะที่ทั้งสองคนก็ยังคงปล่อยหมัดใส่บีสอย่างบ้าคลั่งเช่นเดิม
“โธ่เว้ย! ไอ้เ้าคนขี้ขลาดทำไมถึงไม่ยอมมาสู้ด้วยตัวเองกันฮะ!”
บีสที่หมดหวังได้ะโถอยหลังจากทั้งสองคนไปตั้งหลักอยู่ที่หน้าก่อนหินขนาดใหญ่ ตัวเขาได้ะโออกมาด้วยความโกรธใส่ทาโน่ที่กำลังนั่งมองดูการต่อสู้ของตัวเขาอยู่บนก่อนหินขนาดใหญ่ที่ด้านหน้าด้วยท่าทางเหมือนกับกำลังคิดแผนการบางอย่างอยู่
“ใครจะบ้าไปสู้กับคุณกันล่ะครับ”
ทาโน่ที่นั่งอยู่บนหินได้ตอบกลับมาพร้อมกับจ้องมองไปยังบีส
“ตัวผมน่ะไม่ได้มีพลังกายมากมายแบบคุณ แถมยังไม่มีความถึกอดทนแบบคุณด้วย คิดตามหลักการและเหตุผลทั้งหมดแล้ว ให้พวกหุ่นเชิดพวกนั้นต่อสู้แทนตัวผมนับว่าเป็เื่ที่ถูกต้องมากที่สุดแล้วอย่างไงล่ะครับ”
ทาโน่ได้ตอบกลับมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามที่มีต่อความพยายามของบีส
“หนอยแน่ะไอ้เวรนี่! สมแล้วจริงๆที่เป็เ้าคนขี่ขลาด จะใช้วิธีการที่ขี่ขลาดไปถึงไหนกัน!”
บีสได้พูดถากถางใส่ทาโน่ พร้อมกับใช้มือขวากุมไปที่รูบนท้องของตน
ตัวของบีสในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยความอ่อนล้า จากบาดเเผลมากมายทั้งที่มือและที่สำคัญที่สุดคือรูขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงกลางร่างกายที่ใหญ่โต้ของตัวเขา
(โธ่เว้ย! เจ็บแผลฉะมัดเลย แถมยังมีเืไหล่ออกมามากขนาดนี้อีก ถ้าปล่อยเอาไว้อีกไม่นานก็คงจะได้กลายเป็ซอมบี้เหมือนกันกับสองคนนั้นแน่ จะต้องรีบจัดการให้จบโดยเร็วซะแล้วสิ แต่ว่า ไม่มีทางอื่นเลยงั้นเหรอ หนทางที่จะไม่ต้องสู้กับทั้งสองคนนั้นน่ะ...)
บีสที่กำลังคิดหาทางที่จะเอาชนะโดยที่ไม่ต้องต่อสู้กับซอมบี้ของทั้งสองคน พร้อมกับใช้มือดึงเศษผ้าออกมาจากเสื้อคลุมที่ขาดรุ่งริ่งของตัวเขา แล้วเอามาพันเข้าที่ลอบๆร่างกายขนาดใหญ่ของตัวเขาปิดรูขนาดใหญ่ที่กลางร่างกายเพื่อห้ามเืให้ไหล่ออกมาช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้
ในอีกด้านหนึ่งที่ใกล้ๆกัน
(บีสคุงสภาพร่างกายแบบนั้นจะสู้กับทั้งสามคนได้รึป่าวนะ โธ่เว้ย! ที่จริงอยากที่จะเข้าไปช่วยสู้ด้วยแท้ๆเลย แต่ว่าเธอคนนี้คงจะไม่ยอมง่ายๆสินะ)
เฟยที่คิดแบบนั้นได้หันไปมองยังหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าของตน หญิงสาวผู้ที่ใส่หน้ากากที่ไม่มีช่องมองปิดบังใบหน้าของเธอจนมิดชิด และที่มือของเธอนั้นก็ยังถือดาบสั่นที่มีใบมีดสีเขียวที่เตรียมพร้อมที่จะเชือดเฉือนศัตรูของตัวเธอได้ทุกเมื่ออยู่ด้วย
“ไม่ว่าจะยังไงก็จะไม่ยอมหลีกทางให้งั้นสินะ”
เฟสได้ถามหญิงสาวผู้นั้นออกไป
“....”
แต่เธอคนนั้นก็ไม่ตอบอะไรกลับมาเลย สิ่งที่เธอทำนั้นมีเพียงแค่ย่อตัวลงแล้วตั้งท่าเตรียมพร้อมที่จะเข้าต่อสู้กับเฟยที่อยูตรงหน้าของตัวเธอ
“เฮ้อ~ไม่ว่ายังไงก็ไม่ได้จริงๆงั้นสินะ”
เฟยที่พูดออกมาได้กำดาบในมือของตนเองเอาไว้แน่น แล้วย่อตัวลงตั้งท่าเตรียมพร้อมที่จะเข้าต่อสู้กับลาร่าที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้ง แล้วจบมันให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะได้ไปช่วยบีสที่กำลังต่อสู้ด้วยความยากลำบากด้วยอีกแรง
ตึ้ง! ทั้งสองคนที่ได้กระโจนเข้าหากันแล้วเริ่มต้นการต่อสู้ฟาดฟันคมดาบของพวกเขาอีกครั้ง
ตัดกลับมาที่บีสที่กำลังหอบแฮ่กๆพร้อมกับร่างกายที่อ่อนล้าจากการเสียเืไปเป็จำนวนมาก
(ร่างกายหนักอึ้งไปหมดแล้ว...มึนหัวไปหมดแล้ว...ตอนนี้แทบจะคิดอะไรไม่ออกแล้ว...อย่าว่าแต่คิดเลยแค่หายใจก็แทบจะทำไม่ได้แล้ว...ไม่ไหว...ไม่ว่าจะคิดยังไง...ก็หาวิธีที่จะเอาชนะโดยที่ไม่ต้องต่อสู้กับทั้งสองคนนั้นไม่ออกเลย...)
บีสที่สุดตัวลงกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง มือของเขาในตอนนี้นั้นได้หมดแรงลง ไม่สามารถที่จะขยับได้อีกต่อไปแล้ว สิ่งที่ตัวเขาทำได้นั้นมีเพียงแค่นั่งรอรับการโจมตีปิดฉากครั้งสุดท้ายของซอมบี้ทั้งสองที่กำลังจะมาถึงตัวเขาแล้วเท่านั้น
(คงจบลงแค่นี้แล้วงั้นสินะ...ข้าคงจะได้ไปหาพวกเ้าแล้วสินะ...วูฟ...คาล่า...)
“...มาได้แค่นี้งั้นเหรอ...”
บีสที่พูดออกมาด้วยความสิ้นหวัง ได้หลับตาลงและเตรียมพร้อมที่จะรับหมัดของทั้งสองคน...
“อย่าพึ่งถอดใจสิครับ!”
เสียงของชายหนุ่มได้ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของตัวเขา เสียงนั่นได้เรียกคืนสติของบีสที่กำลังจะเลือนหายไปให้กลับมาอีกครั้ง ตึ้ง! ตึ้ง! บีสได้ลืมตาขึ้นมา และภาพที่ตัวเขาเห็นอยู่ตรงหน้านั้นก็คือชายหนุ่มผมสีขาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า ชายคนนั้นคือวีวแลนที่กำลังใช้มือทั้งสองข้างของตัวเขาในการหยุดหมัดของซอมบี้ทั้งสองเอาไว้ด้วยแรงทั้งหมดที่ตัวเขามี
“เ้าหนู...”
“คุณจะยอมแพ้ลงอยู่ที่นี่ไม่ได้นะครับ!...”
วีวแลนได้ผลักซอมบี้ทั้งสองออกไปแล้วหันกลับมาหาบีสที่คุกเข่าอยู่กลับพื้น พร้อมกับมองไปยังบีสด้วยความเป็ห่วง
“ลุกขึ้นสิครับ! คุณน่ะไม่ใช้คนที่จะยอมแพ้แล้วจบลงที่นี่ไม่ใช้รึไงครับ!”
วีวแลนที่พูดออกมาด้วยนํ้าเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังพยายามจะเรียกความมั่นใจของบีสให้กับมาอีกครั้ง พร้อมกับได้ยื่นมือขวาของตนเองออกไปเพื่อที่จะพยุงตัวของบีสที่คุกเข่าอยู่ให้ลุกขึ้นมา แต่ด้วยคำพูดของบีสที่พูดออกมานั้น ทำให้วีวแลนถึงกับต้องหยุดมือของตัวเขาลง
“ไม่เป็ไรหรอกไม่ต้องแล้วล่ะ...ข้าน่ะไม่ไหวแล้วล่ะ...เ้าไปเถอะ...ปล่อยข้าไว้ที่นี่...กับเ้าพวกนั้นแหละ...”
บีสที่พูดออกมาด้วยนํ้าเสียงที่หดหู่และสิ้นหวัง ตัวเขาได้หลับตาลงแล้วเตรียมพร้อมที่จะยอมรับในโชคชะตาของตนเองแล้ว
(อ่า..ใช้แล้ว..แบบนี้แหละดีแล้ว...วูฟ...คาล่า...อีกไม่นานข้าก็จะได้ไปหาพวกเ้าแล้วล่ะ...)
สติของบีสได้ค่อยๆเลือนลางลง ดำดิ่งสู่ความมืดที่ไร้จุดสิ้นสุด และในที่สุดก็จะหายไปตลอดการ...
“เลิกบ้าสักทีเถอะครับ!”
แต่ก่อนที่ตัวเขาจะจมดิ่งลงสู่ความมืดมิดชั่วนิรันดร์ก็ได้มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา เสียงนั่นเป็เสียงของวีวแลนที่ดังขึ้นมาจากด้านนอกของความมืดที่รายล้อมที่แห่งนี่อยู่ เสียงนั้นมันได้จุดประกายแสงเล็กๆขึ้นมาในความมืดมิตรที่ไร้ที่สิ้นสุดอีกครั้ง พอบีสได้ฟังแบบนั้นตัวเขาก็ได้หรี่ตาขึ้นมา และที่ตรงหน้าของตัวเขานั้นก็ได้มีภาพของวีวแลนที่ยื่นมือขวาของตนมายังตัวเขาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยนํ้าตาจำนวนมากที่ไหล่ออกมาจากดวงตาทั้งสองของตัวเขา
“การที่คนเราจะมาจมปลักอยู่กลับคนที่จากไปแล้วนั้น มันไม่ใช้เื่ที่ดีหรอกน่ะ! คุณเป็คนที่บอกกับผมแบบเองไม่ใช้หรือไงกันครับ!”
วีวแลนที่เจ็บป่วดกับการที่ต้องมาเห็นคนที่ตัวเขานั้นให้ความนับถือมากต้องมาอยู่ในภาพน่าสมเพชแบบนี้ จึงได้พูดออกมาในแบบเดียวกันกับที่บีสเคยพูดเรียกสติกับตัวเขาเมื่อครั้งตอนที่ตัวเขาโศกเศร้าเสียใจกับการจากไปของลุงแซม
วีวแลนได้ยื่นมือขวาของเขาเข้าไปหาบีสใกล้มากกว่าเดิม แล้วพูดขึ้นมาด้วยนํ้าเสียงที่ทรงพลังและเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง ว่า
“จะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปในส่วนของพวกเขาที่จากไปแล้ว นั่นน่ะเป็สิ่งที่ตัวคุณได้สอนให้ตัวผมได้เข้าใจในความหมายของมัน แล้วคุณจะมาทำผิดคำพูดของตัวเองแบบนี้ไม่ได้นะครับ! นั่นก็เพราะว่า...เพราะว่ามัน...มันไม่สมกลับที่เป็ตัวคุณเลยครับ! หัวหน้าบีส!”
วีวแลนที่ได้พูดออกมาด้วยนํ้าเสียงที่สะอึกสะอื้นพยายามจะเรียกสติของบีสที่กำลังจะเลือนหายไปจากร่างเนื้อให้กลับมาอีกครั้ง
(ตัวข้านั้น...เป็ใครกันงั้นเหรอ?...ผู้ที่พ่ายแพ้งั้นเหรอ?...เด็กน้อยผู้ที่ขี้ขลาดในครั้งอดีตงั้นเหรอ?...หรือว่าจะเป็ผู้อ่อนแอที่ถูกขับไล่ออกมาจากชนเผ่าของตนเองงั้นเหรอ…?...ไม่ใช้!...ไม่ใช้!...ไม่ใช่!...ผิดแล้ว!...ตัวข้าน่ะ!...ข้าน่ะ!...อ่า~ใช้แล้ว...ข้าน่ะไม่ใช้คนแบบนั้นอีกต่อไปแล้ว...ข้าในตอนนี้นั้นก็คือ!....)
“ถ้าคุณไม่ยอดที่จะสู้ล่ะก็ ที่นี่ตัวผมจะเป็คนจัดการเองครับ!...”
วีวแลนที่พูดออกมาแบบนั้นได้หันหลังกลับไปเพื่อที่จะต่อสู้กลับศัตรูที่รออยู่ที่ตรงนั้น แต่ไม่ทันที่ตัวเขาจะได้ทำอะไร ก็ได้มีมือของชายตัวใหญ่เข้ามาจับมือขวาของตัวเขาเอาไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกลับเสียงหัวเราะที่คุ้นเคยที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่ได้ดังขึ้นมาจากที่ตรงนั้น
“ฮ่าฮะฮ่าฮะฮ่าฮะ! แกว่าใครยอมแพ้กันฮ่ะ! เ้าหนู!”
“เสียงหัวเราะแบบนี้มัน...”
วีวแลนที่ตกตะลึงกลับเสียงหัวเราะที่ตัวเขานั้นได้ยิน จึงได้รีบหันหลังกลับไปด้านหลังของตน และภาพที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้านั้นก็คือ ภาพของชายร่างใหญ่โต้ที่ได้ลุกขึ้นมายืนอย่างองอาจอยู่ที่ตรงหน้าของตัวเขา
“ข้าผู้นี้คือ บีส ฮาบัส หัวหน้าหน่วย ฮาร์ดรัน ผู้ที่ได้รับฉายาว่า สัตว์อสูรสีชาด แล้วก็ไม่ใช้ผู้ชายที่จะมายอมแพ้ถอดใจลงอยู่ที่นี่หรอกนะ! ฮ่าฮะฮ่าฮะฮ่าฮะ!”
บีสที่ได้กำลังใจกลับมาอีกครั้งได้ประกาศนามของตนเองออกมาดังกึกก้องไปนะที่แห่งนี้
ถึงแม้ว่าร่างกายนี้จะเต็มไปด้วยาแมากมาย ถึงแม้ว่าจิตรใจนี้จะบอกซ้ำมากแค่ไหน ตัวเขานั้นก็ยังคงลุกขึ้นมาอีกครั้ง จากหุบเหวแห่งความตายที่มืดมิด ยืนหยัดอยู่ที่นี่นะที่นี้ ด้วยท่าทางที่ปราศจากซึ่งความลังเลในครั้งอดีตจนหมดสิ้น บีสในตอนนี้นั้นคือผู้ชายที่สามารถที่จะเรียกได้เต็มปากว่าเป็เหมือนดังนักรบที่แท้จริงที่จะไม่มีวันที่จะพ่ายแพ้ให้กับใครหน้าไหนอีกต่อไป
“หัวหน้าบีส ในที่สุดคุณก็กลับมาแล้วสินะครับ!”
“อ่า~ใช้แล้วล่ะ ข้าผู้นี้กลับมาแล้ว ทั้งหมดก็ต้องขอขอบคุณนายล่ะนะเ้าหนู!”
บีสที่พูดออกมาแบบนั้นได้ยื่นมือขวาของตนเองไปลูบหัวของวีวแลนที่ในตอนนี้บนใบหน้าเต็มไปด้วยนํ้าตาแห่งความโลงใจ ที่คนที่ตัวเองเคารพรักนั้นกลับมาเป็เหมือนเดิมอีกครั้งแล้ว
“ยังจะลุกขึ้นมาอีกงั้นเหรอครับ นอนอยู่แบบนั้นแล้วยอมรับในโชคชะตาเหมือนเดิมน่าจะสบายกว่าแท้ๆเลยนะครับ”
ทาโน่ที่มองดูสถานการณ์อยู่ได้พูดขัดขึ้นมาด้วยนํ้าเสียงที่ฟังดูเบื่อหน่าย คำพูดของตัวเขานั้นได้ดึงดูความสนใจของทั้งสองคนเป็อย่างมาก ถึงขั้นที่ว่าทั้งสองคนจะต้องหันไปมองทาโน่ด้วยสีหน้าที่แสดงความโกรธออกมาอย่างชัดเจน
“เอ่อ! ต้องขอโทษด้วยก็แล้วกันที่ทำให้ต้องผิดหวัง”
บีสที่ได้กล่าวออกมาแบบนั้น ได้เดินไปยืนอยู่ด้านหน้าของวีวแลนด้วยสีหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมัน แต่ก็ไม่อาจที่จะเก็บความอ่อนล่าที่เก็บสะสมเอาไว้ได้ มันจึงแสดงออกมาให้เห็นทางสีหน้าด้วยเช่นกัน
“หัวหน้าบีสเดี๋ยวตรงนี้ผมจะจัดการเองครับ สวนคุณไป...”
ในขณะที่วีวแลนกำลังพูดอยู่บีสก็ได้พูดขัดขึ้นมาด้วยนํ้าเสียงที่จริงจัง
“เดี๋ยวข้าจะจัดการเอง สวนเ้าหนูไล่ตามเ้านั้นไปซะ”
“แต่ว่าอาการของคุณยัง...”
วีวแลนที่พูดออกมาได้มองไปยังรูขนาดใหญ่ที่กลางตัวของบีส ที่ถึงแม้ว่าจะใช้ผ้าพันเอาไว้แล้วแต่ก็ยังคงสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน แล้วมิหน่ำซ้ำมันยังคงมีเืไหล่ออกมาเป็จำนวนมากอยู่เช่นเดิม เรียกได้ว่าถ้าเป็คนปกติล่ะก็คงตายไปนานแล้วเป็แน่
“ดูยังไงก็ไม่ไหวหรอกครับ! คุณไปรักษาาแก่อนเถอะครับ! ส่วนตรงนี้ผมจะ…”
“เฮ้ย~~แผลอะไรกัน แค่นี้เองสบายมาก เพราะฉะนั้นเ้าหนูล่วงหน้าไปก่อนเถอะ”
“แต่ว่าจะปล่อยให้ตัวคุณในตอนนี้สู้คนเดียวมัน...”
“เ้าหนู! ฟังให้ดีนะ!”
บีสที่ได้ะโขึ้นมาหยุดสิ่งที่วีวแลนกำลังจะพูดออกมา วีวแลนที่ได้ยินแบบนั้นตัวเขาจึงหยุดชะงักไปคู่นึง ก่อนที่จะตั้งสติแล้วเงียบหู ตั้งใจฟังในสิ่งที่บีสกำลังจะพูดออกมา
“ยิ่งพวกเราเสียงเวลาอยู่ที่นี่มากแค่ไหน เ้านั้นก็ยิ่งเข้าใกล้สิ่งนั้นขึ้นเรื่อยๆ แล้วถ้ามันได้สิ่งนั้นไปทุกสิ่งทุกอย่างก็จบ าครั้งใหญ่จะเริ่มเปิดฉากขึ้น เพราะฉะนั้นก่อนที่มันจะเป็แบบนั้น เ้าหนูจงไปซะ แล้วหยุดเ้านั้นเอาไว้ให้ได้! ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะสายเกินไป”
“แต่ถึงอย่างนั้น…”
วีวแลนได้หยุดคิดไปคู่นึงก่อนที่จะพูดขึ้นมาอีกครั้ง
“....จริงสิลาน่าเธอนั้นล่วงหน้าไปก่อนแล้วน่าจะพอถ่วงเวลาได้...เดี๋ยวพวกเรารวมมือกันสู้ที่นี่แล้วค่อย...”
“ไม่ได้หรอก! ถ้าไปคนเดียวก็เหมือนกับการเอาชีวิตไปทิ้งนั่นแหละ เพราะงั้นเ้าหนูเธอจงไปแล้วรวมมือกับเธอคนนั้นแล้วจบเื่นี้ลงซะ!”
พอบีสพูดจบตัวเขาก็ได้ถอดสนับมือของวีวแลนที่ตัวเขาใสอยู่ออก แล้วโยนมันคืนไปให้กับวีวแลนที่อยู่ด้านหลังของตน ครืน~~ วีวแลนที่เห็นสนับมือคู่ใจของตนเองลอยมาหาตัวเขาจึงรับมันเอาไว้ในมือทั้งสองข้างของตนเอง พอเขารับมันมาได้ตัวเขาได้มองไปยังสนับมือคู่นั้นที่เต็มไปด้วยเืของบีสจนมันนั้นกลายเป็สีแดงสดของโลหิตที่ยากที่จะล้างออกได้
“....เืนี่มันของคุณ”
“ใช้แล้วมันคือเืของข้า แต่ว่ามันไม่ใช้แค่นั้นหรอกนะ”
บีสที่พูดออกมาแบบนั้นได้เหลียวหลังหันมองไปยังวีวแลนที่อยู่ทางด้านหลังของตนเอง ตัวเขาได้เอ่ยปากพูดออกมาด้วยท่าทางและนํ้าเสียงที่จริงจังเเละเต็มเปี่ยมไปด้วยจิติญญาทั้งหมดของตัวเขา
“สิ่งนั้นน่ะคือส่วนหนึ่งของจิติญญาของข้า เพราะฉะนั้นข้าขอฝากมันเอาไว้กลับตัวเ้า จงนำมันไปแล้วหยุดเ้านั้นเอาไว้ให้ได้ นั่นคือหน้าที่ของตัวเ้าที่เหลืออยู่นะตอนนี้ ส่วนหน้าที่ของข้าที่เหลืออยู่นะตอนนี้นั้นก็คือการหยุดเ้าคนขี้ขลาดนี้เอาไว้ที่นี่ให้ได้”
พอวีวแลนได้ฟังในสิ่งที่บีสพูดออกมาตัวเขานั้นอยากที่จะตอบกลับไปว่า ถึงแม้ว่าจะเป็แบบนั้นแต่ผมก็ยังคงอยากที่จะรวมต่อสู้ไปพร้อมกับตัวคุณครับ! แต่ถว่าวีวแลนก็ไม่ได้พูดออกไป นั่นก็เพราะว่าตัวเขานั้นเข้าใจในสิ่งที่บีสพยายามที่จะสื่อออกมาให้กับตัวเขา แต่ในที่สุดตัวเขาก็ตัดสินใจแล้วว่าจะต้องพูดออกไปให้ได้ แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดออกไป บีสก็ได้พูดขึ้นมาด้วยนํ้าเสียงที่นุ่มลึกแต่แฝงไปด้วยความเชื่อมั่นอันแรงกล้าที่มีให้กับเด็กหนุ่มผู้นี้
“ไม่เป็ไรหรอก ตัวเ้าน่ะมุ่งหน้าไปก่อนเถอะนะ อีกเดี๋ยวข้าก็จะตามไปเอง เพราะฉะนั้นวีวแลนไม่ต้องเป็ห่วงหรอกนะ...”
บีสที่พูดขึ้นมาแบบนั้นได้ยิมออกมา มันชังเป็ลอยยิมที่อ่อนโยนมากกว่าทุกๆลอยยิมที่วีวแลนนั้นเคยได้เห็นมาทั้งหมดในชีวิตนี้ วีวแลนพอได้ฟังและเห็นแบบนั้น ตัวเขาก็รู้ได้ในทันทีเลยว่าบีสนั้นกำลังพูดความเป็จริงที่ไม่อาจที่จะมาถึงได้อย่างแน่นอนออกมา วีวแลนที่เขาใจในคำพูดนั้นตัวเขาจีงได้ตอบกลับคำพูดนั้นด้วยนํ้าเสียงที่เบากว่าปกติ
“.....เข้าใจแล้วครับ...ผมจะล้วงหน้าไปก่อนครับ….”
วีวแลนได้ตอบกลับไปแบบนั้น แต่ใจจริงแล้วตัวเขานั้นอยากที่จะปฏิเสธไป แต่ว่าพอได้เห็นแววตาคู่นั้นกับลอยยิมของบีสตัวเขาก็ไม่อาจที่จะทำเช่นนั้นได้ สิ่งที่ตัวเขาทำได้นั้นมีเพียงแค่ตอบรับความเชื่อมั่นของบีสเท่านั้น วีวแลนได้หันหลังกลับเพื่อมุ่งหน้าไปในทิศทางที่คริมสันกำลังมุ่งไปเพื่อหยุดยั่งเขาตามคำขอของบีส แต่ก่อนที่ตัวเขาจะไป วีวแลนได้หยุดยืนอยู่แล้วพูดออกมาโดยที่ตัวเขานั้นยังคงหันหลังให้กลับบีสอยู่
“...ผมเชื่อมันในตัวคุณนะครับ...ไม่ว่ายังไงก็ต้องตามมาให้ได้นะครับ!”
หลังจากที่วีวแลนพูดความในใจออกมาด้วยความเชื่อมั่นอันแรงกล้า ตัวเขาก็ได้วิ่งออกไปในทิศทางที่คริมสันกำลังมุ่งไป
(ใช้แล้วล่ะเ้าหนู แบบนั้นแหละดีแล้ว ทำในสิ่งที่ตัวเ้าควรทำเถอะ สวนที่ตรงนี้นั้นปล่อยให้ข้าจัดการเอง...ต่อจากนี้ข้าจะไม่ลังเลอีกต่อไปแล้ว...รอก่อนเถอะวูฟ,คาล่าเดี๋ยวข้าจะปลดปล่อยพวกเ้าทั้งสองคนให้เอง และหลังจากนั้นข้าจะตามพวกเ้า....ไม่สิ...ข้าจะตามเ้าหนูไปแล้วจัดการเ้านั้นลงให้ได้ เพราะฉะนั้นจนกว่าข้าจะไปถึงเ้าจงมีชีวิตรอดให้ได้ล่ะเ้าหนู!...)
“คิดว่าผมจะยอมให้ไปงั้นเหรอครับ!”
ทาโน่ที่เห็นวีวแลนวิ่งออกไป ตัวเขาจึงสะบัดมือออกคำสั่งให้ซอมบี้ทั้งสองเข้าไปขัดขวางวีวแลนเอาไว้ พอซอมบี้ทั้งสองได้รับคำสั่งก็ได้รีบลุดหน้าวิ่งเข้าไปหาวีวแลนเพื่อหยุดตัวเขาตามคำสั่งที่ได้รับ แต่ถว่าซอมบี้ทั้งสองนั้นก็ไปไม่ถึงตัวของวีวแลน นั่นก็เพราะว่าบีสได้ะโเข้ามาขวางทางของพวกมันเอาไว้ จนในที่สุดวีวแลนก็วิ่งลับตาไปจนไม่สามารถมองเห็นได้
“อะไรกันจะรีบไปไหนล่ะ มาประลองกันต่ออีกสักหน่อยสิ สัญญาณเลยว่ามันจะเป็การประลองครั้งสุดท้ายของพวกเราแล้วล่ะ วูฟ! คาล่า!”
บีสที่พูดออกมาด้วยลอยยิ้ม ได้กวักมือท้าทายซอมบี้ทั้งสองที่อยู่ตรงหน้า
“คุณเนี่ยชอบทำให้เื่มันยุ่งยากซะจริงๆเลยนะครับ”
ทาโน่ได้ชูมือทั้งสองข้างขึ้นมา ทำท่าเตรียมพร้อมที่จะสั่งการซอมบี้ทั้งสองที่อยู่ตรงหน้าของบีสให้เตรียมพร้อมเข้าต่อสู้กับบีสได้ทุกเมื่อ
“ถ้างั้นก็ได้ มาประลองกันเถอะครับ การประลองครั้งสุดท้ายของตัวคุณกับตัวผมน่ะ!”
หลังจากพูดจบทาโน่ก็ได้สะบัดมือทั้งสองข้างออกคำสั่งให้ซอมบี้ทั้งสองเข้าจู่โจมบีสในทันที ซอมบี้ทั้งสองที่ได้รับคำสั่งจึงได้วิ่งเข้าไปหาบีสที่อยู่ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ซอมบี้ทั้งสองได้ชูมือขวาขึ้นมาทำเป็รูปคมดาบง่างมันไปข้างหลังเตรียมพร้อมที่จะทะลวงร่างของบีสให้แหลกเป็ชิ้นๆ
“ข้าจะไม่ลังเลอีกต่อไปแล้ว จะทุ่มเทพลังทั้งหมดจัดการกับพวกเ้าลงที่นี่ ย๊าก----!”
บีสได้คำรามออกมา และเมื่อเขาทำแบบนั้นก็ได้เกิดลมขึ้นมาจากภายในร่างกายของตัวเขา แรงลมที่รุนแรงได้ล้อมรอบตัวของบีสเอาไว้ทุกด้าน แรงลมนั้นได้พัดซอมบี้ทั้งสองที่วิ่งเข้ามาจนกระเด็นออกไปจากตัวของบีส
“...ระ...แรงลมที่รุนแรงและแฝงไปด้วยออร่าที่หน้าสะพรึงกลัวนี่มันอะไรกัน!”
ทาโนที่ยกมือขวาขึ้นมากันแรงลมที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้พูดออกมาด้วยท่าทีที่ร้อนรน ตัวเขาได้พยายามจ้องมองไปยังบีสที่อยู่ตรงกลางของลมที่รุ่นแรงนั่น สิ่งที่ตัวเขาเห็นอยู่นั้นนั่นก็คือบีสที่กำลังเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างอยู่ท่ามกลางพายุนั่น
“จงสดับฟังคำวิงวอนของข้าที่มีต่อตัวท่านดวงิญญาแห่งบาลาดิสที่สถิตอยู่ในร่างเนื้อนี้ ให้ข้าหยิบยืมพลังของท่าน เพื่อใช้มันกําราบศัตรูของข้าลงด้วยเถอะ...”
แสงสว่างสีฟ้าได้ส่องแสงออกมาจากภายในร่างกายของบีสที่อยู่ตรงใจกลางวังวนแห่งสายลมที่รุ่นแรง แสงสว่างนั่นค่อยๆเปลี่ยนรูปร่างจนในที่สุดก็กลายเป็รูปร่างของสิงโตสีฟ้าครามตัวใหญ่มหึมาขึ้นที่ด้านหลังของบีส
“...นะ...นั่นมันอะไรกัน!? ประกายแสงสีฟ้าที่ดูเหมือนดังสัตว์อสูรที่ดุร้ายนั่น!”
ทาโน่ที่ได้พูดออกมาด้วยความตกตะลึง ตัวเขานั้นกำลังพยายามทรงตัวยืนไม่ให้ปลิวไปกลับสายลมที่โหมกระหน่ำอย่างรุ่นแรง
“อันร่างกายของข้าคือร่างเนื้อของเ้า อันตัวเ้าคือดวงิญญาของข้า อันตีม่า บาลาดิส!”
“กาโอ-----------!”
หลังจากบีสได้กล่าวจบร่างิญญารูปร่างสิงโตสีฟ้าครามที่อยู่ด้านหลังก็ได้คำรามออกมาดังกึกก้อง หลังจากนั้นมันก็ได้วิ้งเข้าไปในร่างกายของบีสอย่างรวดเร็ว
แสงสว่างได้ส่องสว่างออกมาโอบล้อมทั่วทั้งร่างกายของบีสเอาไว้ าแทั่วทั้งร่างกายเริ่มค่อยๆสมานกันจนหายสนิทอย่างรวดเร็วรวมถึงรูขนาดใหญ่ที่ตรงกลางร่างกายของบีสก็หายสนิทด้วยเช่นกัน ไม่เพียงแค่นั้น ร่างกายของบีสนั้นค่อยๆมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และตามร่างกายนั้นได้มีขนสีฟ้างอกขึ้นมาเป็จึกนวนมากทั่วทั้งร่างกายของตัวเขา เล็บที่ยาวและเเหลมคมมากขึ้นเรื่อยๆ เขี้ยวที่ค่อยๆงอกออกมาจากฟันกรามของตัวเขาจนดูคลายกับสัตว์ป่า หูที่ยาวและแหลมขึ้นมากกว่าเดิม แววตาที่ดูดุดันราวกับสัตว์ป่าที่กระหายเืพร้อมที่จะขย้ำฉีกกระชากทุกสิ่งลงได้ภายในพริบตาเดียว ในตอนนี้ตัวของบีสนั้นดูราวกับว่าเป็เหมือนดังสิงโตสีฟ้าครามที่องอาจในร่างของมนุษย์ไม่มีผิด
“ฮ่า~~~~~......”
บีสที่ในตอนนี้นั้นได้รวมเป็หนึ่งเดียวกันกับิญญาของบาลาดิสแล้วได้หายใจออกมาเบาๆ พร้อมกับกลุ่มควันที่ลอยไปมาล้อมรอบตัวของบีสอยู่ มันเป็กลุ่มควันที่เกิดขึ้นมาจากความร้อนสูงที่ร่างกายของบีสนั้นได้ปล่อยออกมาเป็จำนวนมาก
“...นะ...นั่นมันอะไรกัน ร่างกายที่เป็เหมือนดังสัตว์ป่าที่ดุร้ายนั่นน่ะ!?”
“...สิ่งนี้คือ อันตีม่า สาดวิชาแห่งการทรงิญญายังไงล่ะ..”
บีสที่หูดีขึ้นอย่างมากจนสามารถได้ยินสิ่งที่ทาโน่ที่ยืนอยู่ค่อนข้างไกลพูดออกมาได้อย่างชัดเจน พอได้ยินสิ่งที่ทาโน่พูดตัวเขาจึงได้กล่าวออกมาพร้อมกับได้ใช้สายตาที่ดุดันราวกับสัตว์ป่าจ้องเขม็งไปยังทาโน่ที่แสดงสีหน้าที่ดูวิตกกังวลเป็อย่างมาก
“...อะ..อะไรนะ! อันตีม่างั้นเหรอ!”
(อันตีม่า ชื่อของวิชาที่จะอัญเชิญดวงิญญาของสัตว์เทพ,สัตว์อสูรที่สถิตอยู่ในร่างของผู้ใช้ให้ออกมาจากร่าง แล้วเข้าประทับรวมเป็หนึ่งเดียวกับร่างกายของผู้ใช้ เพื่อรับพลังของพวกมันมาใช้ในการต่อสู้...ทะ...ทำไมวิชานี้มันถึงมีอยู่จริงๆกันมันไม่ได้เป็เพียงแค่ตำนานงั้นเหรอ! มิหนำซ้ำมันยังมาอยู่กับคนไม่ได้ความแบบนี้อีกงั้นเหรอ....)
“ตัวแกนั้นไม่มีวันเอาชนะข้าได้อีกแล้ว”
“ฮะ?”
บีสได้ใช้นิ้วที่กลายเป็กรงเล็บชี้ไปที่ทาโน่พร้อมกับพูดออกมาด้วยนํ้าเสียงที่ปราศจากความลังเล
“จงเตรียมตัวน้อมรับจุดจบที่จะมาถึงซะ”
พอทาโน่ได้ฟังแบบนั้นตัวเขาก็สั่นสะท้านไปทั้งตัว ขนที่ลุกชัน เหงื่อที่ไหล่ออกมาเป็จำนวนมาก ตัวเขานั้นได้แสดงความหวาดกลัวออกมาอย่างชัดเจน แต่ถึงจะเป็แบบนั้น ตัวเขาก็ยังคงไม่คิดที่จะยอมแพ้
“ไม่!ไม่!ไม่!ไม่!ไม่! ตัวผมจะไม่ยอมจบลงที่นี่หรอก!”
ทาโน่ได้กำหมัดเอาไว้แน่น
“จงไปจัดการมันซะ! เ้าพวกหุ่นเชิดทั้งหลาย!”
ทาโน่ได้สะบัดมือสั่งการให้ซอมบี้ทั้งสองเข้าจัดการบีสลงซะ พอพวกซอมบี้ได้รับคำสั่งพวกมันจึงลุกขึ้นมาแล้ววิ้งเข้าไปใส่บีสที่ยืนอยู่ที่ตรงนั้น
ซอมบี้วูฟได้วิ้งเข้าไปทางด้านขวาของบีส เขาได้ะโม้วนตัวกลางอากาศพร้อมกับได้กลางมือขวาที่มีเล็บที่แหลมคมเหมือนดังกรงเล็บของหมาป่าออกมา และพุ่งตัวเข้าใส่บีสจาก้าขวา
ในเวลาเดียวกัน ซอมบี้คาล่าก็ได้วิ้งย่อตัวเข้าไปทางด้านซ้ายของบีส เธอได้กลางมือที่มีเล็บที่เรียวงามที่แตกหัก ให้กลายเป็รูปร่างของคมดาบแล้วพุ่งเข้าไปใส่บีสจากทางด้านล่าง
การจู่โจมจากทั้งสองด้าน ทั้ง้าและด้านล่างที่มาด้วยความเร็วสูงที่พอๆกันกับะุพลังงานของปืนของกองทัพอาร์คที่มาในเวลาเดียวกัน ถ้าเป็คนปกติล่ะก็ไม่มีทางที่จะหลบได้อย่างแน่นอน แต่นั่นไม่ใช้ปัญหาสำหรับบีสในตอนนี้เลย ตึ้ง!ตึ้ง! บีสได้ยกมือซ้ายที่กลายเป็กลงเล็บสิงโตขึ้นมากันกลงเล็บหมาป่าของซอมบี้วูฟและยกเข่าขวาขึ้นมากันมือคมดาบของซอมบี้คาล่าเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย
ซอมบี้ทั้งสองที่โจมตีพลาดไปได้รู้สึกถึงอันตราย ถึงแม้ว่าจะไม่เหลือจิตใจอยู่แล้วก็ตามแต่ด้วยสัญชาตญาณของร่างกายที่มีอยู่ในตอนที่ยังมีชีวิต ได้ตอบสนองต่อออล่าอันตรายที่บีสนั้นได้ปล่อยออกมา ทั้งสองจึงได้ะโถอยหลังออกมาตั้งหลัก ก่อนที่จะพุ่งตัวเข้าไปรัวหมัดใส่บีสแบบรัวๆพร้อมกันด้วยความเร็วที่มากขึ้นเรื่อยๆจนเกือบที่จะเทียบเท่ากับความเร็วเสียง แต่มันก็เปล่าประโยชน์ เพราะว่าบีสในตอนนี้นั้นสามารถหลบและป้องกันหมัดที่ทั้งสองรัวเข้ามาใส่ได้อย่างง่ายดาย
“วูฟ...ในตอนที่ตัวเ้านั้นเคยช่วยหยุดข้าเอาไว้ในตอนที่ข้าคลุ้มคลั่งจากการที่ไม่สามารถรวมเป็หนึ่งเดียวกันกับอันตีม่าได้นั้นต้องขอขอบคุณจริงๆ ถ้าไม่มีเ้าในวันนั้นฉันคงจะได้กายเป็อสูรร้ายไปแล้วอย่างแน่นอน”
บีสที่พูดความหลังในครั้งอดีตออกมาในขณะที่ตัวเขานั้นกำลังปัดป้องหมัดของซอมบี้ทั้งสองอยู่ ตัวเขาได้เหลือกไปมองที่รอยแผลเป็รูปกรงเล็บบนใบหน้าของวูฟ
“จะว่าไปรอยแผลเป็นั่นก็เกิดขึ้นมาในตอนที่นายช่วยข้าไว้สินะ...”
บีสที่พูดออกมาด้วยแววตาที่ดูเศร้า หลังจากนั้นตัวเขาก็ได้หันไปทางคาล่าที่กำลังรัวหมัดเข้าใส่ตัวเขาอยู่ที่ข้างๆกับวูฟ
“ส่วนเธอที่คอยช่วยเหลือและเป็กำลังใจให้กับข้ามาโดยตลอด ทั้งในเวลาที่ทุกใจหรือโศกเศร้าเธอก็มักจะอยู่เคียงข้ามาโดยตลอด ถ้าไม่ได้คำพูดของเธอในวันนั้นล่ะก็ข้าคงจะไม่มีความกล้าที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป ทั้งหมดก็ต้องขอขอบคุณเธอมากๆเลยนะ...”
“ข้ารักพวกเ้าทั้งสองคนมากเลยล่ะ!...”
หลังจากที่ตัวเข้าพูดจบบีสก็ได้ใช้มือทั้งสองข้างจ้วงเข้าไปที่ร่างกายของซอมบี้ทั้งสองจนทะลุภายในครั้งเดียว แต่ถึงร่างกายจะทะลุเป็รูขนาดใหญ่ก็ตามซอมบี้ทั้งสองก็ยังคงใช้มือของพวกมันทุบไปมาใส่หลังของบีสต่อไปเรื่อยๆโดยที่ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดลงเลย แต่บีสก็ไม่ได้สนใจในสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่ บีสได้ใช้มือทั้งสองข้างที่เสียบทะลวงร่างของซอมบี้ทั้งสองอยู่ในการโอบกอดพวกเขาทั้งสองเอาไว้แน่ด้วยความรักและความผูกพันธ์ที่ตัวเขานั้นมีให้กับทั้งสองคน พร้อมกับได้หลั่งน้ำตาออกมาในขณะที่ตัวเขานั้นกำลังหลับตาทั้งสองข้างลงอย่างช้าๆ
“ต้องขอขอบคุณพวกเ้าจริงๆที่ยอมมาเป็เพื่อนกับคนอ่อนแออย่างข้า วูฟ! คาล่า! และก็ลาก่อนนะ!...สหายเอ๋ย...ย๊าก---------!!!!!!”
บีสที่ได้สั่งลาครั้งสุดท้ายเสร็จสิ้นแล้วได้กรีดร้องออกมาด้วยเสียงคำรามที่ดังกึกก้องและทรงพลัง พอเขาทำเช่นนั้นเปลวเพลิงสีฟ้าก็ได้พุ่งทะยานออกมาจากร่างกายของบีสและปกคลุมทั่วทั้งร่างกายของบีสและซอมบี้ทั้งสองที่ตัวเขานั้นกอดอยู่เอาไว้จนหมด เปลวเพลิงแห่งจิติญญาของบีสนั้นได้ค่อยๆเผาไหม้ร่างกายซอมบี้ทั้งสองไปเรื่อยๆจนกลายเป็สีดำ แต่ถึงกระนั้นซอมบี้ทั้งสองก็ยังคงใช้มือของพวกเขาทุบลงไปบนหลังของบีสต่อไปเรื่อยๆไม่ยอมหยุด...
แต่ทว่าภาพของซอมบี้ทั้งสองที่กำลังใช้มือทุบหลังของบีสอยู่นั้นมันไม่เหนือนกับการโจมตีเลย แต่มันดูเหมือนกับว่าทั้งสองคนนั้นกำลังลูบหลังของบีสและกำลังปลอบใจตัวเขาที่กำลังโศกเศร้าอยู่ไม่มีผิด...
จนในที่สุดมือของทั้งสองคนนั้นก็ได้หยุดลง...พร้อมกับร่างกายของพวกเขาที่ได้สลายหายไปกลายเป็ขี้เทาที่ล่องลอยขึ้นไปสู่ฝากฟ้าและเลือนลางหายไปในอากาศ...
และสิ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่นั้นมีเพียงแค่บีสในร่างที่รวมเป็หนึ่งเดียวกับบาลาดิสที่ได้นั่งคุกเข่าอยู่ที่ตรงนั้น พร้อมกับนํ้าตาที่ไหลรินออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างของตัวเขาที่ดูเหม่อลอยโศกเศร้าและดูไร้ชีวิตชีว่านั้น…
“.....”
ในขณะที่บีสกำลังนั่งเหม่อลอยอยู่นั่นเอง ก็ได้มีเงาดำปริศนาปรากฎขึ้นมาจากทางด้านหลังของตัวเขา มันเป็เงาของผู้ชายคนหนึ่งที่ถือมีดสั่นสีเขียวที่อาบยาพิษเอาไว้ในมือขวา ที่กำลังเดินเข้ามาหาตัวเขาโดยที่ไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้าหรือจิตสังหารเลยแม้แต่น้อย ผู้ชายคนนั้นได้กำมีดในมือขวาเอาไว้แน่นก่อนที่จะยกขึ้นมาแล้วแทงลงไปยังด้านหลังคอของบีสโดยที่ไม่มีเสียงของสายลมที่เกิดจากการฟังเลยแม้แต่นิดเดียว ตึ้ง! แต่คมของมีดนั้นก็ไปไม่ถึงคอของบีส นั่นก็เพราะว่าบีสได้ใช้มือขวาของตนปัดมือของชายคนนั้นจนมีดในมือนั้นกระเด็นออกไปตกอยู่ที่ข้างๆหินขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆกับเศษซากของเ้างูศิลาหินั์
“คิดว่าวิธีขี้ขลาดแบบนี้จะใช้กับข้าในตอนนี้ได้อย่างงั้นเหรอเ้าคนขี่ขาด!...”
บีสที่ได้หันไปที่ด้านหลังแล้วจ้องมองไปยังชายผู้นั้นด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความโกธรและความโศกเศล้า และชายคนที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าของตัวเขานั่นก็คือทาโน่ที่ทำสีหน้าใ พอตัวเขาเห็นบีสหันมาตัวเขาจึงได้ะโหลบออกไปตั้งหลักก่อน แต่ไม่ทันที่ขาของตัวเขาจะได้ลงััถึงพื้น บีสที่นั่งคุกเข่าอยู่ก็ได้หายไปจากตรงหน้าของเขา
“หายไปั้แ่เมื่อไหร่กัน?!”
“ฮ่า~~~~~”
เสียงหายใจที่ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของทาโน่ พอตัวเขาได้ยินแบบนั้นจึงได้เหลียวหลังหันไปมองที่ด้านหลัง และที่ตรงนั้นก็ได้ปรากฎร่างของบีสที่กำลังพุ่งเข้ามาใส่ตัวเขาที่กำลังลอยเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ บีสได้ง่างกรงเล็บราชสีห์ที่มือขวาของตนขึ้นมาแล้วพุ่งเข้าไปทะลวงร่างของทาโน่ที่กำลังลอยเข้ามาหาตน จึก! กรงเล็มของบีสได้ทะลวงร่างกายของทาโน่จนร่างกายของเขานั้นเเหลกเป็เสี่ยงๆภายในพริบตาเดียว และเศษชิ้นส่วนร่างกายของเขานั้นก็ได้ตกลงกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นที่ตรงนั้น
“เฮ้อ~แค่นี้ก็จบแล้วสินะ...”
บีสที่ยืนหันหลังให้กับเศษชิ้นส่วนร่างกายของทาโน่ที่กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นได้พูดออกมาพร้อมกับได้ถอนหายใจออกมาหนึ่งครั้ง แต่ในขณะที่บีสนั้นไม่ทันได้ระวังตัว อยู่ๆก็ได้มีเงาดำปริศนาของชายผู้หนึ่งที่ปรากฎขึ้นมาจากทางด้านหลังของตัวเขา ในมือขวาของมันได้ถือมีดอาบยาพิษที่มีคมมีดสีเขียวอยู่ ชายผู้นั้นได้พุ่งตัวเข้าไปจูโจมบีสจากทางด้านหลังในตอนที่ตัวเขานั้นไม่ทันได้ระวังตัว ตึ้ง! แต่ทว่ามันก็ไปไม่ถึงตัวของบีสเช่นเดิม นั่นก็เพราะว่าตัวเขาได้ใช้สัญชาตญาณสัตว์ป่าที่ได้รับมาจากการรวมเป็หนึ่งเดียวกันกับบาลาดิสในการััถึงอันตรายที่จะเข้ามาได้ทัน ตัวเขาจึงสามารถใช้มือขวาจับมือที่ถือมีดของชายคนนั้นเอาไว้ได้ทันก่อนที่มันจะเข้ามาถึงตัวของเขาได้
“...กะ..แกมัน?!”
บีสที่พอได้เห็นใบหน้าของชายคนนั้นแล้วตัวเขาถึงกับขั้นพูดออกมาด้วยความใ นั่นก็เพราะว่าชายคนนั้นนั่นก็คือทาโน่ที่น่าจะร่างแหลกเป็ชิ้นๆไปแล้ว แต่ตัวเขากับมายืนถือมีดอาบยาพิษอยู่ที่ตรงนี้เหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ยังไง
“...ดะ...ได้ยังไงกัน...แกหน้าจะร่างแหลกเป็ชิ้นๆไปแล้วสิ!...”
บีสที่จับมือของทาโน่อยู่ได้หันไปมองยังเศษร่างกายของทาโน่ที่กระจายอยู่บนพื้น และมันก็ยังคงอยู่ที่ตรงนั้น...
“ร่างของแกก็ยังอยู่ตรงนั้น...ไม่สินั่นมัน!...กำลังจะ...”
บีสที่มองไปยังเศษชิ้นสวนร่างกายของทาโน่ที่อยู่บนพื้นได้แสดงความใออกมา นั่นก็เพราะว่าพวกมันเริ่มที่จะมีควันสีดำพวยพุ่งออกมาแล้วค่อยๆสลายหายไปในอากาศจนไม่เหลือแม้แต่ล่องลอยว่ามันเคยอยู่ที่ตรงนั้นเลย
“...สะ...เศษร่างกายของมันระเหยหายไปงั้นเหรอ?!”
บีสที่ใกับสิ่งที่เห็นจนเผลอผ่อนแรงมือขวาที่จับทาโน่อยู่ลงโดยที่ไม่รู้ตัว ทาโน่ที่โดนจับอยู่จึงได้ใช้จังหวะนี้ในการปัดมือขวาของบีสที่จับมือของตัวเขาอยู่ออก แล้วใช้จังหวะที่หลุดออกมาพุ่งตัวเข้าใส่ร่างกายของบีสในทันที ตัวเขาใช้มีดในมือฟันลงไปที่กลางตัวของบีส แต่บีสก็หลบมันได้ในชั่วพริบตาเดียวก่อนที่มีดเล่นนั้นจะััเข้ากับร่างกายแบบพอดี ไม่เพียงแค่นั้นตัวเขายังได้สวนหมัดกลับเข้าใส่ทาโน่อย่างรวดเร็ว หมัดขวาของบีสได้เสียบทะลุผ่านร่างกายของทาโน่อีกครั้ง ตัวเขาได้ใช้มือที่เสียบทะลุตัวของทาโน่อยู่นั้นในการยกร่างของเขาลอยขึ้นเหนือพื้น
“ข้าก็ไม่รู้หรอกว่าแกใช้วิธีการที่ขี้ขลาดแบบไหน แต่คราวนี้แหละแกไม่มีทางรอดไปได้อีกแน่!...”
บีสที่พูดอยู่ได้ััได้ถึงอันตรายบางอย่างที่มาจากทางด้านหลัง ตัวเขาจึงได้ใช้มือซ้ายที่ว่างอยู่สะบัดเข้าใส่สิ่งนั้นที่กำลังพุ่งเข้ามาหาตัวเขาจากทางด้านหลัง จึก! มือซ้ายของบีสได้ทะลวงร่างกายของสิ่งนั้นจนทะลุ บีสที่หันไปมองที่ด้านหลังเพื่อเช็คดูว่าสิ่งนั้นที่มือของเขาเสียบอยู่นั้นคืออะไร และเมื่อเขาหันไปสิ่งที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าของตัวเขานั่นก็คือ...ร่างของทาโน่อีกคนหนึ่งที่ถือมีดอาบยาพิษคมมีดสีเขียวเอาไว้ในมือขวา
“อะ...อะไรกันเ้าคนขี่ขาดอีกคนงั้นเหรอ?!”
บีสที่เห็นแบบนั้นได้ยืนงงแสดงสีหน้าที่แปลกใจออกมาอย่างชัดเจน แต่ก็ได้ไม่นาน นั่นก็เพราะว่าสัญชาตญาณในตัวเขาก็เริ่มทำงานขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้มาจากทางด้านหลังและ้า บีสจึงได้เหลียวหลังหันไปมองทางด้านหลัง และสิ่งที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าของเขาเป็สิ่งที่ตัวเขานั้นไม่คิดว่าจะได้เห็น นั่นก็คือทาโน่สองคนที่ถือมีดอาบยาพิษคมมีดสีเขียวเอาไว้ในมือข้างขวา คนหนึ่งกำลังวิ้งเข้ามาจากทางด้านหลังสวนอีกคนหนึ่งกำลังะโเข้ามาจากทาง้าด้วยความเร็ว
“อีกแล้วงั้นเหรอ ถ้างั้นก็อ่า-!...”
บีสที่อยู่ๆก็ได้กระอักเืออกมาเป็จำนวนมาก จนตัวเซไปมาจนเกือบที่จะทรุดตัวลงกับพื้น
(ผลข้างเคียงจากการใช้อันตีม่านานเกินไปงั้นเหรอ ทำไมมันถึงมาเป็เอาตอนนี้กัน! โธ่เว้ย!)
ถึงแม้ว่าร่างกายของบีสจะเ็ปจากผลกระทบของการใช้อันตีม่านานเกินไปที่ร่างกายจะรับไหวก็ตาม แต่ถึงกระนั้นตัวเขาก็ยังไม่คิดที่จะยอมแพ้
ตัวเขาได้สะบัดมือทั้งสองข้างที่เสียบร่างของทาโน่อยู่ไปทางด้านหลังและบน การกระทำของเขาทำให้ร่างของทาโน่ทั้งสองที่โดนเสียบอยู่นั้นกระเด็นเข้าไปใส่ร่างของทาโน่ที่วิ้งเข้ามาจากทางด้านหลังและอีกร่างกระเด็นเข้าใส่ร่างของทาโน่ที่ะโเข้ามาจากทาง้า ร่างของทาโน่ทั้งสี่ได้ชนกันจนกระเด็นออกไปนอนกลิ้งลงไปกับพื้น
ทาโน่สองคนที่มาที่หลังได้ลุกขึ้นยืน ส่วนทาโน่ที่โดนบีสทะลวงร่างไปทั้งสองนั้นร่างกายก็ได้สลายหายไปในอากาศ แต่ไม่ทันไรก็ได้มีทาโน่อีกสองคนเดินออกมาจากในเงามืดของหินที่อยู่แถวๆนั้น พร้อมกับมือขวาที่ถือมีดอาบยาพิษที่มีคมมีดเป็สีเขียว ทาโน่ทั้งสี่คนได้เดินเข้ามายืนเรียงแถวหน้ากระดาน แล้วตั้งท่าเตรียมพร้อมที่จะเข้าจู่โจมบีสได้ทุกเมื่อ
(เฮ้อ~!นี่มันอะไรกัน มาได้ไม่ยอมจบสักที ร่างกายของข้ามันเริ่มที่จะมาถึงขีดจํากัดซะแล้วสิ...จะอยู่ในร่างนี้ได้อีกนานแค่ไหนกันนะ...สัก3...ไม่สิน่าจะประมาณ5-7นาทีละมั่ง...ถ้าใช้ไปมากกว่านี้ร่างกายคงจะรับไม่ไหวแน่..จะต้องจบสถานการณ์ในตอนนี้ลงโดยเร็วซะแล้วสิ จะต้องหาทางรู้ให้ได้ว่ามันใช้วิธีการขี้ขลาดแบบไหนกัน...แล้วรวมถึงวิธีที่จะทำลายมันลงด้วย..)
บีสที่มองไปลอบๆเพื่อที่จะหาว่าลูกเล่นที่ทาโน่กำลังใช้อยู่นั้นคืออะไรกันแน่ แต่ก็ไม่พบอะไรที่หน้าสงสัยเลย จนกระทั้งสายตาของเขาก็ได้ไปหยุดลงที่มีดคมมีดสีเขียวที่พวกทาโน่ถืออยู่ในมือขวา
(มีดนั่นมัน?...เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน….แต่มันที่ไหนกัน...)
บีสที่ได้ได้เพ่งมองไปยังมีดเล่มนั้นของทาโน่ได้พยายามคิดให้ออกว่าตัวเขานั้นเคยเห็มมันมาจากที่ไหนกัน...
(ไม่ไหวนึกไม่ออกเลย...ต้องหาเบาะแสเพิ่มซะแล้วสิ..)
บีสที่คิดแบบนั้นได้พยายามมองไปยังสวนต่างๆของทาโน่เพื่อหาเบาะแสเพิ่ม
(นั่นมัน?!...)
บีสที่ได้มองไปยังทาโน่ตัวเขาได้สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง
(ถึงจะดูเผินๆแล้วพวกมันจะมีหน้าตาและรูปร่างที่เหมือนกัน แต่ว่าในที่สุดข้าก็สังเกตเห็นสิ่งที่ต่างออกไปแล้ว และสิ่งนั้นก็คือพวกเขานั้นมีบางสวนของร่างกายที่หายไป คนขวาสุดนิ้วก้อยที่มือซ้ายได้หายไป คนถัดไปนิ้วนางที่มือขวาได้หายไป ส่วนคนถัดจากนั้นนิ้วกลางซ้ายได้หายไป ส่วนคนขวาสุดนิ้วชี้ขวาได้หายไป...หรือว่ามันจะเป็ไอ้นั้นงั้นเหรอ!)
บีสที่นึกอะไรบางอย่างออกมาได้ ตัวเขานั้นไม่อยากที่จะเชื่อในสิ่งที่ตัวเขานั้นคิดออกเลยได้แสดงสีหน้าที่ใออกมาอย่างชัดเจน
(มีดที่เป็สวนหนึ่งของตำนานในนิทานที่ข้าเคยอ่านในสมัยยังเป็เด็ก อาวุธของวีรบุรุษแห่ง อัส นามของมันนั้นก็คือ อัสซาอาล ไม่คิดเลยว่ามันจะมาอยู่ในที่แบบนี้แถมยังมาอยู่กับคนแบบนี้อีกงั้นเหรอ..)
บีสที่คิดขึ้นมาได้ตัวเขาจึงได้คิดย้อนกลับไปในความหลังในครั้งอดีต ในตอนที่ตัวเขานั้นได้รับหนังสือนิทานเล่มหนึ่งมาเป็ของขวัญในวันเกิดอายุ5ขวบ
(ในวันนั้นเป็วันที่อากาศแจ่มใส ข้าในวัยเด็กได้นอนอ่านหนังสือเล่มนั้นอยู่ที่บนพื้นของห้องนั้งเล่น มันเป็นิทานที่กล่าวถึงเื่ราวของตำนานนักรบแห่ง อัส นามว่า ซาหัส ที่กอบกู้หมู่บ้านแห่งหนึ่งเอาไว้จากกองทัพคนเถื่อนนับพันลงได้ด้วยตัวคนเดียว โดยมีอาวุธคู่ใจเป็มีดที่มีคมเป็สีเขียวนามว่า อัสซาอาล มีดเล่มนั้นมีความสามารถในการสร้างร่างแยกของผู้ใช้ขึ้นมาได้ โดยแลกเปลี่ยนกับการสังเวยบางสวนของร่างกายผู้ใช้ให้กลับมีดเล่มนี้ ตัวเขาที่ได้เอาชนะกองทัพคนเถื่อนมาได้จึงได้กลายมาเป็วีรบุรุษของหมู่บ้านอัสได้ในที่สุด ในนิทานได้เขียนเอาไว้ว่าหลังจากนั้นตัวเขาก็ได้แต่งงานกับลูกสาวของหัวหน้าหมู่บ้านที่เรียกได้ว่างดงามที่สุดในทวีปนี้และใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุขชั่วนิรันดร์ แต่นั่นมันก็เป็แค่ในนิทานเท่านั้น พอข้าโต้เป็ผู้ใหญ่ก็ได้อ่านตำนานที่เป็ต้นแบบของนิทานเื่นั้น เื่จริงนั้นมีอยู่ว่าพอวีรบุรุษได้แต่งงานกับลูกสาวของหัวหน้าหมูบ้านไปได้ไม่นานตัวเขาก็ได้ถูกผู้หญิงคนนั้นฆ้าตายไป สวนเหตุผลนั่นก็เพราะว่าเธอนั้นไม่ได้รักในตัวของวีรบุรุษเลยแม้แต่น้อย เธอนั้นมีความรักกับเ้าชายที่มาจากเมืองใหญ่ต่างหาก แต่ที่เธอแต่งงานกับวีรบุรุษนั่นก็เพราะว่าพ่อของเธอที่เป็หัวหน้าหมู่บ้านนั้นได้สั่งให้เธอแต่งงานเป็รางวัลให้กับวีรบุรุษคนนั้นที่ได้ช่วยหมู่บ้านเอาไว้จากคนเถื่อน เธอจึงต้องจำใจแต่งงานกับวีรบุรุษอย่างช่วยไม่ได้ แต่แล้วความอดทนของเธอนั้นก็ได้หมดลง เธอจึงได้รวมมือกับเ้าชายในการวางแผลฆ้าวีรบุรุษในตอนที่เขานั้นไม่ทันได้ระวังตัว แล้วทั้งสองก็หนีไปแต่งงานกันที่ปราสาทของเ้าชายและใช้ชีวิตอยู่กันอย่างมีความสุขชั่วนิรันดร์ ทั้งๆที่วีรบุรุษคนนั้นรักเธอมากแท้ๆ แต่เธอกับไม่สนใจใยดีความรู้สึกของเขาที่มีให้แก่เธอเลยแม้แต่น้อย ชังเป็เื่ราวที่หน้าเศร้าจริงๆ แต่ถึงจะเป็เื่ราวแบบนั้นก็ตาม มันก็ยังคงเป็เื่ราวที่สุดยอดและกินใจที่สุดตลอดการสำหรับข้าอยู่ดีนั่นแหละ)
บีสได้ใช้มือกุมไปที่หน้าอกและยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนที่จะทำหน้าที่จริงจังขึ้นมา
(ไม่คิดเลยว่ามีดเล่มนั้นของวีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่คนนั้นจะมีอยู่จริงๆ แล้วมันดันมาอยู่กับคนขี้ขลาดแบบนี้อีก ชังเป็สิ่งที่หน้าเศร้าซะจริงๆ...)
บีสที่รู้สึกหงุดหงิดได้หลับตาลงแล้วกำมือเอาไว้แน่น พวกทาโน่ที่เห็นว่าบีสนั้นเปิดช่องโหว่ให้เห็น พวกมันจึงได้วิ้งเข้าหาบีสโดยแยกออกเป็สี่ทิศแล้วพุ่งเข้าใส่บีสจากทุกทิศทุกทางด้วยความเร็วสูง
(ถ้าเป็อัสซาอาลจริงๆแล้วล่ะก็ วิธีที่จะรับมือนั้นมีเพียงแค่วิธีเดียวเท่านั้น!)
บีสที่คิดวิธีการรับมือออกแล้ว ตัวเขาจึงได้ยกเท้าขวาขึ้นมาแล้วกระถืบลงไปที่พื้นอย่างแรง การกระทำของเขานั้นทำให้เกิดแรงลมและแรงสั่นะเืมหาสารขึ้น แรมลมนั้นได้พัดพวกทาโน่ทั้งสี่ที่พุ่งเข้ามาจนกระเด็นออกไปจนหมด แต่นั่นไม่ใช้เหตุผลที่บีสกระทืบเท้าลงไป แต่เหตุผลที่แท้จริงนั่นก็คือการสร้างแรงสั่นะเืขึ้นมาต่างหาก ส่วนสาเหตุนั่นก็เพราะว่าตัวเขา้าที่จะใช้แรงสั่นะเืที่เกิดขึ้นสร้างคลื่นโซนาร์ขึ้นมาและส่งไปยังพื้นที่ทั่วทั้งบริเวณนี้ บีสจะใช้ฝ่าเท้าของตัวเขาในการัักับคลื่นโซนาร์ที่วิ้งอยู่บนพื้นในการตามหาทาโน่ตัวจริงที่ซ่อนตัวอยู่ให้เจอนั่นเอง
“เจอแล้วอยู่ตรงนั้นสินะ!”
บีสได้มองไปยังเศษซากขนาดมหึมาของเ้างูศิลาหินั์ที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่ตัวเขายืนอยู่ พอบีสรู้แล้วว่าทาโน่นั้นซ่อนตัวอยู่ที่ไหนตัวเขาจึงได้ทีบพื้นส่งตัวเองให้พุ่งทะยานไปยังเศษซากนั่นด้วยความเร็วสูง ตัวเขาได้ง่างแขนขวาไปด้านหลังแล้วกำหมัดที่กลายเป็กรงเล็บเอาไว้แน่นเพื่อเตรียมพร้อมที่จะชกเข้าไปใส่เศษซากของเ้างูศิลาหินั์นั่น ตึ้ง! หมัดของเขาได้ชกเข้าไปที่เศษซากจนมันนั้นแตกออกเป็รูขนาดใหญ่และตัวเขาที่พุ่งเข้ามาก็ได้ลอดผ่านรูนั้นเข้าไป และที่ด้านในนั้นบีสก็ได้พบกับร่างของชายคนหนึ่งที่ด้านซ้ายของตัวเขาที่ลงสู่พื้น ชายคนนั้นก็คือทาโน่ที่มีสีหน้าที่ใที่เห็นบีสที่อยู่ๆก็พุ่งทะลุผ่านเศษซากเข้ามาโดยที่ตัวเขานั้นไม่ทันได้ระวังตัว
“ในที่-สุด ก็เจอจนได้ เ้าคนขี้ขลาด!”
บีสที่พูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าที่หน้าสะพรึงกลัวได้จ้องมองไปยังทาโน่ที่อยู่ทางด้านซ้ายด้วยแววตของสัตว์ป่าที่กระหายเื
(ชิ! ไม่คิดเลยว่าจะถูกเจอตัวเร็วขนาดนี้...ต้องหาทางทำอะไรซักอย่างแล้วสิ..)
ทาโน่ที่ในมือนั้นถือมีด อัสซาอาล อยู่ที่มือขวาที่เสียนิ้วนางกับนิ้วชี้ไปแล้วนั้นกำลังคิดหาวิธีการที่จะเอาตัวรอดจากสถานการณ์ตรงหน้าไปให้ได้อยู่ บีสที่เห็นแบบนั้นตัวเขาจึงได้พุ่งเข้ามาหาทาโน่ในทันทีพร้อมกับได้ง่างมือขวาไปทางด้านหลังแล้วกลางมือออกเตรียมพร้อมที่จะใช้กรงเล็บของเขาทะลวงร่างจริงของทาโน่ที่อยู่ตรงหน้าให้ทะลุผ่ายในครั้งเดียว
“จบกันแค่นี้แหละ!”
(ชิ! ไม่ว่าจะยังไงตัวผมก็จะมาตายอยู่ที่นี่ไม่ได้! จะต้องรอด...ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องรอดไปให้ได้...ถึงแม้ว่าจะต้องเสียสละอะไรไปก็ตาม! นั่นก็เพื่อความสงบสุขของพวกเราทั้งสอง!)
ทาโน่ได้ยกมือซ้ายที่เสียนิ้วก้อยกับนิ้วกลางไปแล้วขึ้นมา แล้วใช้มีด อัสซาอาล ในมือขวาฟันลงไปยังมือซ้ายของต้นเองจนขาดออกมาภายในการฟันเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
“อ่า-!...”
ทาโน่ที่ส่งเสียงร้องออกมาเล็กน้อยเพราะความเจ็บป่วดจากการเสียมือซ้ายไป
“ห๊ะ!”
บีสที่กำลังพุ่งเข้ามาได้แสดงอาการใออกมาเล็กน้อยจากสิ่งที่ทาโน่ทำ
“ถึงแม้ว่าจะต้องสูญเสียอะไรไป ก็ต้องรอดไปให้ได้เพื่อความสงบสุขของพวกเรา!”
ทาโน่ที่ะโออกมาได้ใช้มีด อัสซาอาล ฟันรัวๆเข้าไปใส่มือซ้ายที่ขาดออกมาของต้นจนมันนั้นแหลกเป็เศษเนื้อชิ้นเล็กๆนับไม่ทันที่ลอยอยู่กลางอากาศ
“...ผมขอมอบร่างเนื้อนี้ให้กับแก...จงรับมันไปซะ--!”
หลังจากที่สิ้นเสียงของทาโน่ มีด อัสซาอาล ก็ได้ส่องประกายแสงสีเขียวออกมา ประกายแสงนั้นได้ฉายแสงไปยังเศษเนื้อนับไม่ทันเ่าั้ พอเศษเนื้อเ่าั้โดนแสงสีเขียวเข้าไปพวกมันก็ค่อยๆเกิดการเปลี่ยนแหล่ง เศษเนื้อเริ่มขยับไปมาพร้อมกับได้มีสิ่งที่มีสีดำคล้ายๆกับเงาออกมาจากเศษเนื้อเ่าั้ เงาเ่าั้ได้กลืนกินเศษเนื้อเ่าั้เข้าไปแล้วเปลี่ยนรูปร่างของเศษเนื้อเ่าั้ให้กลายมาเป็ร่างของมนุษย์ที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับทาโน่ขึ้นมาเป็จำนวนมากอย่างรวดเร็ว ร่างแยกที่มีหน้าตาคล้ายกับทาโน่จำนวนมากได้ยืนเรียงรายกันอยู่ตรงหน้าร่างจริงของทาโน่ที่กำลังใช้เสื้อของตนเองห้ามเืที่ไหล่ออกมาจากมือซ้ายเอาไว้ ร่างแยกพวกนั้นที่มีหน้าตารูปร่างคล้ายกับทาโน่มากแต่ก็มีสิ่งที่ต่างออกไปนั่นก็คือร่างแยกพวกนั้นมีบางส่วนของร่างกายที่ขาดหายไปเช่นมือ,นิ้ว,เนื้อตรงท้องหรือแม้แต่ตรงใบหน้า ซึ้งเกิดมาจากการเรียกร่างแยกออกมามากจนเกินไปจนชิ้นส่วนร่างกายที่ใช้มาเป็เครื่องสังเวยนั้นมันไม่เพียงพอที่จะสร้างร่างที่สมบูรณ์ขึ้นมานั่นเอง
“ตัวผมทั้งหลายจงเสียสละเพื่อตัวผมซะ!”
ทาโน่ได้สะบัดมือขวาของตนออกคำสั่งให้ร่างแยกเข้าโจมตีบีส ร่างแยกจำนวนมากที่ได้รับคำสั่งได้กระโจมเข้าหาบีสที่กำลังพุ่งเข้ามาในทันที พวกร่างแยกได้ใช้มีด อัสซาอาล ของปลอมในมือที่อาบยาพิษเอาไว้ฟาดฟันลงไปยังร่างของบีสที่กำลังพุ่งเข้ามาหาพวกเขา
“ชิ!”
บีสที่ส่งเสียงออกมาด้วยความหงุดหงิดได้เหวี่ยงตัวเองกลางอากาศควงสว่านพุ่งจนเข้าใส่ร่างแยกพวกนั้นจนกระเด็ดกระจุยกระจายหายไปคนล่ะทิศทาง แต่ถึงตัวเขาจะทำแบบนั้นจำนวนของพวกมันที่ขว่างทางอยู่นั้นก็ยังคงเหลืออยู่อีกมากนับสิบตัว บีสที่ได้ควงสว่านจัดการร่างแยกไปเป็จำนวนมากได้ลงสู่พื้นด้วยขาทั้งสองข้างของเขา บีสนั้นได้ยืนอยู่ท่ามกลางร่างแยกนับสิบที่ล้อมรอบตัวเขาอยู่จากทุกทิศทาง
“โธ่เว้ย! เกะกะชะมัดเลยไอ้เ้าพวกนี้ สงสัยคงจะต้องซัดมันให้หมดอ่า-!...”
บีสได้กระอักเืออกมาเป็จำนวนมากพร้อมกับทรุดตัวลงไปคุกเข่าอยู่กับพื้น
(โธ่เว้ย! ผลกระทบจากการใช้ อันตีม่า มากจนเกินไปงั้นเหรอ...แล้วดันมาเป็เอาตอนนี้เนี่ยนะ…)
บีสได้ใช้มือขวากุมเอาไว้ที่อกซ้ายของตนเองสัมผัดกับจังหวะของหัวใจที่กำลังเต้นอยู่อย่างรัวๆจนเหมือนกับว่ามันจะะเิออกมาได้ทุกเมื่อ
(เฮ้อ~....ดูถ้าว่าร่างกายของข้าคงจะมาถึงขีดจำกัดแล้วสินะ...ต้องจบการต่อสู้นี้ให้ได้โดยเร็วซะแล้วสิไม่งั้นคงได้จบเหตุเองแน่...)
ทาโน่ตัวจริงที่เห็นบีสในสภาพนั้นจึงได้ยิ้มออกมาและพูดขึ้นมาด้วยความดีใจ
“ดูเหมือนว่าโชคจะเข้าข้างผมแล้วสินะคราวนี้”
“หนอยแน่ะแกอา-!”
บีสได้กระอัดเืออกมาอีกครั้ง
ทาโน่ที่เห็นแบบนั้นตัวเขาจึงได้เดินเข้าไปใกล้ๆบีสที่คุกเข่าอยู่เพื่อจะได้เชยชมสีหน้าที่ทุกข์ทรมานของเขาใกล้ๆ แต่เข้าก็ต้องหยุดลงกลางคัน
“ไม่เอาดีกว่า เพื่อความปลอดภัยไว้ก่อนให้พวกร่างแยกจัดการหน้าจะดีกว่านะ”
ทาโน่ได้ชูมือขวาที่ถือมีดอยู่ขึ้นแล้วสะบัดมันหนึ่งครั้งสังการให้ร่างแยกทุกร่างเข้าไปจัดการกับบีส ส่วนตัวเขานั้นได้หันหลังกลับแล้วเตรียมพร้อมที่จะไปจากที่ตรงนี้ พวกร่างแยกที่ได้รับคำสั่งจึงได้กระโจนเข้าไปใส่บีสจากรอบทิศทาง
(ถึงจะอยากมองดูวาระสุดท้ายของคุณก็ตาม แต่ว่าคุณมันถึกเกินไปอาจจะลุกขึ้นมาแล้วจัดการร่างแยกทั้งหมดในที่เดียวก็เป็ได้ เพราะฉะนั้นผมควรที่จะรีบถอยไปให้ห่างจากที่ตรงนี้นั้นเป็สิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว ถึงจะหน้าเสียด้ายก็ตามนะครับ)
ทาโน่ได้ใช้เศษชุดของตัวเขาพันเข้าไปที่มือซ้ายที่ขาดไปให้แน่นมากขึ้นกว่าเดิมเพื่อห้ามเืที่ไหล่ออกมาเป็จำนวนมาก หลังจากนั้นตัวเขาก็ได้วิ้งออกไปจากที่ตรงนั้นด้วยความเร็วสูงสุดเท้าที่ตัวเขาในตอนนี้นั้นจะทำได้
“คิดจะหนีงั้นเหรอ! ไอ้เ้าคนขี้ขลาดอ่า-!”
บีสได้กระอักเืออกมาอีกครั้งพร้อมกับอาการหายใจที่ไม่เป็จังหวะและยังมีหัวใจที่เต้นแบบรัวๆที่เร็วขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย สภาพของตัวเขาในตอนนี้นั้นย่ำแย่มากจนแทบที่จะทรงตัวเอาไว้ไม่อยู่ จนแทบที่จะลงไปนอนกองกับพื้นได้ทุกเมื่อ แต่ว่าบีสนั้นก็ยังคงไม่คิดที่จะยอมแพ้แล้วพยายามใช้แรงทั้งหมดที่เหลืออยู่เพื่อที่จะลุกขึ้นมาอีกครั้ง...
(ไม่ได้การแล้วถ้าเป็แบบนี้ต่อไปเ้านั้นได้หนีไปได้แน่ ข้าไม่เหลือแรงที่จะไปตามไล่ล่ามันแล้วด้วย ถ้าปล่อยให้มันหนีไปได้มันก็จะเป็ผ่ายชนะ แล้วถ้ามันไปสมทบกับเ้านั้นได้ล่ะก็ ความสามารถของมีด อัสซาอาล ที่มันมีอยู่จะทำให้พวกเ้าหนูนั้นตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากอย่างแน่นอน...)
บีสได้กัดฟันแน่นแล้วลุกขึ้นมายืนได้ในที่สุด ตัวเขาที่ยืนแข็งทื่อได้กำหมัดทั้งสองข้างเอาไว้แน่น
“จะปล่อยให้มันเป็แบบนั้นไม่ได้อย่างเด็ดขาด! ไม่ว่าจะต้องแรกด้วยอะไรก็ตามจะต้องหยุดมันเอาไว้ที่นี่ให้ได้!”
ตัวของบีสได้มีแสงสว่างสีฟ้าซ่องสว่างออกมาจากภายในร่างกายของเขาพร้อมกับได้เกิดสายลมกระโชกขึ้นมารอบๆตัวของเขาด้วย ด้วยสายลมที่รุ่นแรงนั่นได้พัดจนร่างแยกของทาโน่ที่กำลังพุ่งเข้ามาจากรอบทิศทางนั้นกระเด็นออกไปจนหมด
“ิญญาราชสีห์ บาลาดิส เอ้ย ถ้าตัวเ้าได้ยินเสียงเรียกร้องจากดวงิญญาของข้าแล้วล่ะก็ ข้าขอสังเวยิญญาดวงนี้ให้แกเ้าเพื่อขอน้อมรับประกาศแสงของท่านเป็ครั้งสุดท้ายด้วยเทอญ!”
“โฮก----!”
เสียงคํารามที่ได้ดังออกมาจากภายในร่างกายของบีส ที่มาพร้อมกับแสงสว่างสีฟ้าที่ส่องประกายออกมาจากภายในร่างกายของเขาที่ถูกห่อหุ้มเอาไว้ด้วยออร่าสีฟ้า
(เสียงเมื่อกี่นี้มันอะไรกัน?...)
ทาโน่ที่กำลังวิ้งอยู่ได้เหลียวหลังหันไปมองที่ด้านหลังในขณะที่เท้าของเขานั้นได้เพิ่มความเร็วในการวิ้งเข้าไปอีก
และภาพที่เขาเห็นอยู่นั่นก็คือบีสที่ร่างกายได้ห่อหุ้มไปด้วยออร่าสีฟ้าตัวเขานั้นได้กำหมัดเอาไว้แน่นแล้วเหวียงแขนทั้งสองข้างไปที่ด้านหลัง
“ด้วยดวงิญญาของข้าจะเป็เหมือนดังจิติญญาของท่าน จงพุ่งทะยานไปแล้วฉีกกระชากทุกสรรพสิ่ง พญาราชสีห์คําราม---!!!!”
บีสได้เหวียงแขนไปด้านหน้าพร้อมกับได้ปล่อยหมัดที่กำเอาไว้แน่นและห่อหุ้มไปด้วยแสงสีฟ้าออกมาพร้อมกันด้วย เมื่อเขาทำแบบนั้นออร่าสีฟ้าที่ล้อมรอบตัวเขาอยู่ทั้งหมดก็ได้พุ่งออกมาจากมือทั้งสองข้างที่แบออกของเขาแล้วกลายร่างเป็รูปร่างของ บาลาดิส สิงโตสีฟ้าตัวใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงสีฟ้าครามที่ร้อนแรงและสง่างาม บาลาดิสที่ได้ปรากฎตัวออกมาได้พุ่งทะยานวิ้งเข้าใส่ทาโน่ที่กำลังวิ้งหนี้อยู่ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าตัวเขาเป็อย่างมาก
“บ้าเอ๊ย อะไรวะนั่น!”
ทาโน่ที่เห็นแบบนั้นได้สบถออกมาพร้อมกับได้เพื่อความเร็วในการวิ้งให้มากขึ้นไปอีก แต่ตัวเขานั้นก็ยังคงมีสติอยู่ ตัวเขาได้สะบัดมือขวาที่ถือมีดอยู่หนึ่งครั้งแล้วสังการให้ร่างแยกที่เหลืออยู่ทั้งหมดของตัวเขาเข้าไปขว่างทางของราชสีห์ตัวนั้นเอาไว้ ร่างแยกทั้งหมดที่ได้รับคำสั่งพวกมันจึงได้ยืนเรียงแถวกันกลายเป็กำแพงที่ปิดกันเส้นทางของบาลาดิสที่กำลังพุ่งทะยานเข้ามา
“โฮก----!”
แต่ว่าการกระทำพวกนั้นทั้งหมดมันก็เปล่าประโยชน์ บาลาดิสได้พุ่งชนเข้าใส่กำแพงร่างแยกจนแตกกระจ่ายออกเป็เสี่ยงๆในพริบตาเดียว ร่างแยกที่กระเด็นออกไปคนล่ะทิศทางได้ถูกเปลวเพริงสีฟ้าอันร้อนเเรงของพญาราชสีห์แผดเผาสลายหายไปในชัวพริบตาเดียว พญาราชสีห์บาลาดิสที่ผ่านกำแพงร่างแยกมาได้อย่าง่ายด้ายได้ทะยานวิ้งเข้าไปใส่ทาโน่ด้วยความเร็ว จนในที่สุดก็ใกล้ที่จะถึงตัวของเขาแล้ว
(แย่แล้วสิ...ถ้าเป็แบบนี้ต่อไปมีหวังโดนเ้านั้นเผ่าชนร่างกายสลายกลายเป็ขี้เถ้าเช่นเดียวกันกับพวกร่างแยกพวกนั้นแน่...)
ทาโน่ที่วิ้งอยู่ได้มองไปยังแขนซ้ายที่ไร้ซึ้งมือซ้ายของตัวเขา
(ที่จริงแล้วก็ไม่อยากที่จะเสียไปมากกว่านี้หรอก...แต่ว่าถ้าไม่ทำล่ะก็มีหวังได้จบลงที่นี่แน่...จะปล่อยให้มันเป็แบบนั้นไม่ได้ ผมจะต้องรอดไปให้ได้ เพื่อวันคืนที่พวกเรานั้นจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขในอนาคต ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องรอดไปให้ได้!)
ทาโน่ที่ได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะต้องมีชีวิตรอดต่อไป ตัวเขาจึงได้ยกแขนซ้ายขึ้นแล้วใช้มีด อัสซาอาล ในมือขวาฟันลงไปยังแขนของตัวเขาจนแขนนั้นขาดออกภายในครั้งเดียว
“อ่า-----!”
ทาโน่ที่กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บป่วดได้ใช้มือขวาที่ถือมีดเล่มนั้นอยู่ฟันลงไปยังแขนที่หลุดออกมานับครั้งไม่ถ้วน จนแขนข้างมันนั้นแหลกกลายเป็เศษชิ้นเล็กชิ้นน้อยจำนวนมากภายในพริบตาเดียว
“จงรับมันไปให้หมดซะความโกรธแค้นและความปรารถนาทั้งหมดของตัวผม อัสซาอาล-------!!!!!”
มีดเล่มนั้นได้ส่องประกาศสีเขียวออกมาจากคมของมัน แสงนั่นได้สาดส่องไปยังเศษเนื้อจำนวนนับไม่ถ้วนพวกนั้น พอเศษเนื้อพวกนั้นได้รับแสงนั่นเข้าไปก็ได้มีบางสิ่งสีดำคล้ายกับเงาดำออกมาจากเศษเนื้อเ่าั้ พวกมันได้กลืนกินเศษเนื้อเข้าไปแล้วกลายร่างกายมาเป็ร่างแยกนับร้อยๆของทาโน่ขึ้นมาภายในพริบตา
ทาโน่ได้สะบัดมือขวาสังการร่างแยกทั้งหมดให้มารวมตัวกัน ร่างแยกทั้งหมดที่ได้รับคำสั่งจึงได้วิ้งเข้าหากันแล้วหลอมรวมเข้าด้วยกันจนกลายมาเป็ร่างกายโครงกระดูกที่มีออร่าสีเขียวล้อมรอบอยู่ที่มีขนาดใหญ่ยิ่งกว่าพญาราชสีห์บาลาดิสของบีสเสียอีก
โครงกระดูกขนาดมหึมาของทาโน่ที่ปรากฎตัวออกมาตรงหน้าของบาลาดิสที่กำลังพุ่งเข้ามา ได้กำหมัดที่เป็กระดูกของมันที่ล้อมรอบไปด้วยเปลวเพลิงสีเขียวจากภายในกระดูกของมันแล้วปล่อยออกมาชกเข้าใส่บาลาดิสที่กำลังพุ่งเข้ามา
พญาราชสีห์สีฟ้าบาลาดิสที่เห็นแบบนั้นมันจึงได้อ้าปากของมันเผยให้เห็นคมเขี้ยวของมันที่ปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงสีฟ้าแล้วกระโจนพุ่งเข้าใส่โคลงกระดูกั์ใหญ่ตรงหน้าโดยที่ไร้ซึ้งความลังเล
ตึ้ง----! พลังของทั้งสองได้เข้าปะทะกันจนทำให้เกิดกระแสลมและแรงสั่นะเือันรุนแรงขึ้นมาทั่วทั้งที่แห่งนี้ จนท้ายที่สุดแล้วก็ได้เกิดการะเิครั้งใหญ่ขึ้น
ตู้ม----!!
แรงะเิที่รุนแรงที่เกิดขึ้นจากการเข้าปะทะกันอย่างรุนแรงของทั้งสองตนนั้นได้ทำให้เศษซากของเ้างูศิลาหินั์ที่พวกเขาอยู่กันในตอนนี้นั้นเกิดลอยแตกราวขึ้นและแตกออกเป็เสี่ยงๆ ครื่น~~~~!
ทาโน่ที่อยู่ใกล้กับแรงะเิมากที่สุดตัวเขาจึงได้ยอตัวลงปักหลักอยู่กับพื้นเพื่อที่จะไม่ให้ตัวเขานั้นปลิวไปตามแรงะเิที่รุนแรงที่เกิดขึ้นตรงหน้า ครื่น~~~~!
เมื่อแรงะเิเริ่มที่จะสงบลงก็ได้มีกลุ่มควันเกิดขึ้นมามากมายล้อมรอบพื้นที่บริเวณนี้เอาไว้หมดจนแทบที่จะไม่สามารถที่จะมองเห็นอะไรได้เลย และที่ท่ามกลางกลุ่มควันพวกนั้นทาโน่ที่ยอตัวอยู่กับพื้นก็ได้ลุกขึ้นมายืนตัวเซไปมาด้วยอาการที่สับสนและดวงตาที่พร่ามัว
“จะต้องรีบไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด...”
ทาโน่ได้กระเสือกกระสนก้าวขาเดินไปจากที่ตรงนี้ แต่ด้วยร่างกายที่มีแต่รอยถลอกเต็มไปหมดพร้อมกับเืจำนวนมากที่ไหลออกมาจากไหล่ซ้ายที่สูญเสียแขนไป นั่นทำให้ตัวเขานั้นแทบที่จะไม่มีแรงพอที่จะก้าวเดินอีกต่อไปแล้ว แต่ตัวเขานั้นจำเป็ที่จะต้องไปจากที่นี่ให้ได้โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ นั่นก็เพราะว่าตัวเขานั้นรู้ดีว่าถ้าไม่ไปจากที่นี่จะต้องโดนนักล่าตามจนทันอย่างแน่นอน แต่ถึงจะรู้แบบนั้นมันก็สายเกินไปเสียแล้ว บีสในร่างที่รวมกับบาลาดิสได้กระโจนออกมาจากกลุ่มควันหนาที่อยู่โดยลอบ บีสที่โพลออกมาได้ใช้กรงเล็บที่มือขวาทิ่มแทงลงไปที่ท้องของทาโน่ทะลวงร่างกายของเขาจนทะลุเป็รูขนาดใหญ่ที่ตรงกลางท้องของเขา
“อา-!”
“นี่คงจะเป็ร่างจริงแล้วสินะ!”
“อา~...ขอแสดงความยินดีด้วยครับ...ที่ในที่สุดก็มาถึงตัวจริงของผมจนได้….แล้วก็~ลาก่อนนะครับ!”
หลังจากที่สิ้นสุดเสียงของทาโน่ก็ได้มีร่างแยกที่ยังคงหลงเหลืออยู่อีกหนึ่งตนได้ปรากฎออกมาจากทางด้านหลังของบีสพร้อมกับมีด อัสซาอาล อาบยาพิษในมือขวา
“ฮ่ะ!”
บีสที่ใกับการที่เห็นร่างแยกสุดท้ายของทาโน่ที่กำลังวิ้งเข้ามาหาตัวเขาอย่างรวดเร็ว ตัวเขาที่เห็นแบบนั้นจึงพยายามที่จะหันหลังกลับไปเพื่อตอบโต้ แต่ทว่าเขาก็ทำไม่ได้นั่นก็เพราะตัวเขานั้นขยับร่างกายของตนเองไม่ได้นั่นเอง
“ทำไมร่างกายถึงขยับไม่ได้กัน?...”
“นี่คือความสามารถสุดท้ายของอัสซาอาล...ความสามารถในการตึงิญญายังไงล่ะครับ...”
ใช้แล้วทาโน่ได้ใช้พลังสุดท้ายของอัสซาอาลในการตึงิญญาของตนเองเอาไว้กับิญญาของบีส เพื่อทำให้บีสนั้นไม่สามารถที่จะขยับร่างกายของตนเองได้เป็เวลา 2วินาที ถึงจะเป็เวลาที่น้อยนิดแต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้วกับสถานการณ์ในตอนนี้
“อะไรกัน! อา-!”
บีสได้โดนร่างแยกของทาโน่ใช้มีด อัสซาอาล เล่มปล่อมในมือชวาแทงเข้าไปใส่ที่กลางหลังของเขาจนมิตรด้าม วินาทีที่คมมีดอาบยาพิษได้เข้าสู่ร่างกายของเขายาพิษนั้นก็ได้เริ่มผสมเข้ากับเืของเขาและออกผลในทันที
“อา--!”
บีสที่โดนพิษเข้าไปได้กระอักเืออกมาเป็จำนวนมากพร้อมกับได้ทรุดตัวลงไปคุกเข่าอยู่กลับพื้น
“นี่แก...ว่างแผนเอาไว้หมดแล้วงั้นเหรอ...”
“ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...มันก็ต้องแน่นอนอยู่แล้วสิครับ...คิดว่าผมคนนี้เก็บไม้เด็ดอันนี้เอาไว้ทำไมกันล่ะ...ก็เพื่อเวลาที่จะได้เผด็จศึกตัวคุณยังไงล่ะครับ...”
“เฮ้อ~สมแล้วจริงๆที่เป็คนขี้ขลาด...ใช้วิธีสกกระปกจนถึงท้ายที่สุดเลยงั้นสินะ...”
“ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...นั่นถือว่าเป็คำชมที่ยอดเยี่ยมมากที่สุดเลยสำหรับสิ่งที่ผู้พ่ายแพ้อย่างคุณจะพูดออกมาได้นะครับ...หลังจากนี้คุณก็ตามไปช่วยพวกเขาไม่ได้แล้วล่ะครับ...”
“หึ!...ก็ไม่คิดที่จะไปั้แ่แรกแล้วล่ะ...ั้แ่ที่ข้าใช้ท่านั้นไปข้าก็มีชะตากรรมที่จะต้องจบลงตรงนี้อยู่แล้วล่ะ...”
“ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า…ถ้างั้นแผนการที่ผมวางเอาไว้มันก็เสียเปล่างั้นสินะครับ...แต่ก็เอาเถอะยังไงซะผลรับมันก็เหมือนกันนั่นแหละครั-.......”
ทาโน่ที่ดวงตาได้สูญเสียประกายไปพร้อมกับเสียงของหัวใจที่ได้หยุดเต้นลงในที่สุด
“เฮ้อ~ถึงแกจะเป็คนที่ขี้ขลาดก็จริง...แต่ว่าข้าผู้นี้ก็ขอยอมรับเลยว่าเ้านั้นคือนักรบที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง…”
บีสได้ใช้แรงที่เหลืออยู่ในการดึงร่างกายของทาโน่ออกจากแขนของตนอย่างนุ่มนวลแล้ววางลงบนพื้นอย่างเบาๆ บีสได้ใช้มือที่เริ่มกลับกลายมาเป็ร่างมนุษย์นั้นในการค่อยๆปิดตาที่เปิดอยู่ของทาโน่ลงอย่างช้าๆ ให้ตัวเขานั้นได้หลับไหลอย่างสงบสุขในฐานะของนักรบที่แท้จริงที่ไม่ยอมแพ้แล้วต่อสู้โดยเชื่อมันในความปรารถนาของตนเองจนถึงท้ายที่สุด
หลังจากนั้นตัวเขาก็ได้พยายามจนสามารถลุกขึ้นมาได้ ตัวเขาได้ก้าวเดินไปในทิศทางที่วีวแลนตามคริมสันไป แต่ถว่าด้วยแรงที่เหลืออยู่ของตัวเขานั้นไม่สามารถที่จะเดินต่อไปได้แล้ว เพียงแค่เดินไป8กล่าวตัวเขาก็ได้ทรุดตัวลงไปนอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้น
(อา~ยังไงก็ไม่ไหวงั้นเหรอ...)
บีสได้เอื้อมมือออกไปด้านหน้าในทิศทางที่วีวแลนมุ่งไป
(เ้าหนู่เอ้ย...ถึงข้าจะไม่สามารถตามเ้าไปได้อย่างที่สัญญาณกันเอาไว้...แต่ว่าข้านั้นเชื่อมันว่าท้ายที่สุดแล้ว...พวกเ้าจะสามารถโค้นล้มเ้านั้นลงได้...ข้าจะเฝ้ามองดูชัยชนะของพวกเ้าจากโลกหน้าก็แล้วกัน….)
บีสได้หลับตาลงอย่างช้าๆพร้อมกับร่างกายที่ได้เย็นลงและได้กลับไปเป็สภาพของมนุษย์เช่นเดิม พร้อมกับิญญาของตัวเขาที่ได้จากร่างเนื้อไปในที่สุด...
ณ ที่อีกด้านหนึ่งวีวแลนกับลาน่าที่กำลังวิ้งไล่ตามคริมสันไปนั้น อยู่ๆวีวแลนก็เกิดนํ้าตาไหลออกมา ลาน่าที่เห็นแบบนั้นเธอจึงได้ถามออกมาด้วยความเป็ห่วง
“ทำไมอยู่ๆนายถึงนํ้าตาไหลออกมากันล่ะ?”
“ไม่รู้สิ...อยู่ๆมันก็ไหลออกมาเองน่ะ...”
วีวแลนได้เช็ดนํ้าตาที่ไหลออกมา พร้อมกับได้มองไปยังสนับมือที่เปื้อนเืของบีสที่ตัวเขานั้นได้สวมเอาไว้ที่มือของตน
“ไม่ว่าจะยังไงพวกเราก็ต้องหยุดเ้านั้นเอาไว้ให้ได้!”
“อือ! พวกเราจะต้องหยุดเขาเอาไว้ที่นี่ให้ได้ ถ้าพวกเรารวมมือกันล่ะก็จะต้องทำได้อย่างแน่นอนฉันเชื่อมั่นแบบนั้นนะ!”
“อา! ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน เพื่อไม่ให้การเสียสละของทุกคนต้องเสียเปล่าพวกเราจะต้องหยุดเ้านั้นลงให้ได้! แล้วมีชีวิตอยู่ต่อไปในสวนของทุกคนที่จากไปแล้วด้วย!”
วีวแลนที่พูดออกมาได้เพิ่มความเร็วในการวิ้งให้มากขึ้นลาน่าที่เห็นแบบนั้นเธอจึงได้เพิ่มความเร็วตามมาติดๆ ทั้งสองคนได้วิ้งไปบนเส้นทางที่จะนำพาไปสู่การต่อสู้ตัดสินครั้งสุดท้ายที่กำลังรอพวกเขาอยู่ในอนาคตอันใกล้นี้แล้ว...
บีส ฮาบัส ,โอ ทาโน่ ฮาลาบัส หัวหน้าหน่วยอาร์คทั้งสองคนได้ตายลงจากการต่อสู้เพื่อเส้นทางที่ตนเองนั้นเชื่อมั่นจนถึงท้ายที่สุดของชีวิต...