เทพสงครามมังกรเทวะ

    พลังของจอมปราชญ์

    เมื่อขุมกำลังนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่เข้ามาขวางสนามรบเอาไว้ หลายคนพลันตื่นตระหนกยกใหญ่และมองไปที่กลุ่มคนชุดขาวนี้อย่างไม่เชื่อในสายตา อีกฝ่ายเป็นถึงเทพนิรันทร์เชียวนะแต่ทว่ากลับถูกขัดขวางการโจมตีอย่างง่ายดาย

     

    เฟยหมาป่าสวรรค์พากันเดือดดาลกันยกใหญ่คนกล่าวที่เรียกพวกมันว่า'หมาจรจัด'ของอีกฝ่ายถือว่าเป็นการดูถูกและเหยียดหยามพวกมันอย่างชัดเจน และระเบิดพลังออกมาราวกับอยากจะฆ่าเหล่าชายชุดขาวให้สิ้นไป

     

    ทางด้านของจอมปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่เมื่อเห็นดังนั้นก็พยักหน้าให้คนของตนเองในทันที แม้จะมีเพียงแค่สิบกว่าคนพวกเขาก็หาได้กลัวอีกฝ่ายไม่และชายชุดขาวนับสิบคนเองก็พลันระเบิดพลังออกมาในทันที จากเดิมที่อยู่ระดับมหาเทวะขั้นปลายก็พุ่งพรวดไปยังไปยังเทพบรรพกาลอย่างรวดเร็ว

     

    จนเหล่าหมาป่าสวรรค์ที่ทำหน้าโกรธเมื่อครู่ถึงกับชะงักค้างกันด้วยความตกใจกันเลยทีเดียว พวกเขาเป็นใครกันเหตุใดจึงมีเทพบรรพกาลมากมายถึงเพียงนี้ ต้องบอกก่อนว่าแม้แต่ขุมกำลังหมาป่าสวรรค์ของพวกมันที่เป็นถึงขุมกำลังระดับกลางของจักรวาลเขตใต้ยังมีเทพบรรพกาลแค่สิบสองคนเท่านั้น ทั้งยังมีเทพนิรันทร์เพียงแค่สามคนและเป็นขีดสุดของขุมกำลังของพวกมันแล้ว ดังนั้นพวกมันจึงอดคิดไม่ได้ว่าขุมกำลังเหล่านี้อาจจะเหนือหรือทัดเทียมกับขุมกำลังของพวกมันก็ได้นั่นเอง

     

    "เจ้าเป็นใคร มายุ่งอะไรเรื่องของเรา หากไม่อยากมีปัญหากับตระกูลหมาป่าสวรรค์ก็จงกลับไปที่ของเจ้าเสีย"จงหลินใช้วาจาที่ยังคงเย่อยิ่งเช่นเดิมแต่ในใจกลับตึงเครียดอย่างถึงที่สุดและไม่คิดที่จะประมาทอีกฝ่ายแต่อย่างใด ดังนั้นมันจึงใช้คำพูดเชิงข่มขู่เพื่อให้อีกฝ่ายถอยไป หากไม่เช่นนั้นพอเกิดการปะทะ การมาครั้งนี้ของมันแทนที่จะได้ทาสกลับไปอาจจะกลายเป็นสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่เลยก็ว่าได้ เพราะมันเองก็สัมผัสได้ว่าชายชราที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้ไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง

     

    "เหอๆ แค่เทพนิรันทร์ขั้นต้นถึงกลับข้าข่มขู่ข้า!"จอมปราชญ์หรือเฟยเสี่ยวโหรวกล่าวอย่างเย้ยหยัน เขาเพียงยืนนิ่งๆพลังปราณสีแดงเพลิงปกคลุมไปทั่วร่างของชายชรา ร่างกายค่อยๆกลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้งทั้งยังดูหล่อเหล่าและองอาจเอามากๆ ยังไม่หมดเพียงเท่านั้นเปลวเพลิงของเขายังทำให้จักรวาลในขอบเขตนั้นร้อนขึ้นมาราวกับว่าจะสามารถเผาได้แม้กระทั้งห่วงมิติ

     

    และด้วยความร้อนนี้เองไม่ว่าจะมิตรหรือศัตรูต่างพากันตื่นตระหนกกันยกใหญ่และรีบถอยหนีจากบริเวณนั้นไปเหลือไว้เพียงจงหลินและเฟยเสี่ยวโหรวเท่านั้น ส่วนทางด้านพวกของเฟยหรงนั้นชายหนุ่มได้เรียกใช้บัลลังก์ราชันแห่งเปลวเพลิงออกมาคุ้มกายและป้องกันความร้อนไห้ครอบครัวของเขาทุกคนในทันที ก่อนที่ตัวเขาจะนั่งลงและทำในสิ่งที่ไท่ซื่ออยากให้เขาทำนั่นคือหลอมรวมบัลลังก์ราชันแห่งหินผานั่นเอง

     

    "นักปราญช์ของข้าเอ๋ย ข้าพวกหมาจรจัดที่คิดจะทำร้ายนายน้อยของพวกเจ้าให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียว"เสียงของเฟยเสี่ยวโหรวดังกังวาลขึ้นมาเหล่าเทพบรรพกาลนับสิบคนรับบัญชาของเขาในทันที และเริ่มทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายโดยพลัน

     

    "บัดซบ!!เจ้ากล้า!!"จงหลินได้ยินคำสั่งนั้นถึงกับตื่นตระหนก ด้วยตอนที่มาล่าทาสและเขาเห็นเพียงว่ามันเป็นเพียงโลกระดับต่ำจึงนำเทพบรรพกาลมาแค่คนเดียวนั่นคือจงเทียนที่เฟยหรงฆ่าไป ส่วนคนอื่นๆนั้นเป็นแค่เทพอมตะเท่านั้น หากเทพบรรพกาลนับสิบคนลงมือแล้วคนของมันจะไปรอดได้อย่างไร

     

    "เรื่องนี้จะโทษข้าก็ไม่ได้ พวกเจ้าโชคร้ายเองที่ลงมือกับคนของเรา"เฟยเสี่ยวโหรวกล่าวอย่างเมินเฉย พร้อมกับมองดูที่มือของตัวเองที่ตอนนี้กำลังมีปราณเปลวเพลิงปกคลุมอยู่ ในขณะเดียวกันเสียงกรีดร้องโหยหวนของขุมกำลังหมาป่าสวรรค์ค่อยๆดังขึ้นมาอย่างไม่ขาดสาย

     

    "รนหาที่ตาย!!"จงหลินไม่สามารถที่จะทนได้อีกต่อไป กรงเล็บเทพหมาป่าสวรรค์สีขาวฟาดใส่ไปที่เฟยเสี่ยวโหรวอย่างรวดเร็ว ทั้งมันยังรุนแรงกว่าตอนที่ฟาดใส่เหล่าเจ้าบัลลังก์หลายเท่า

     

    เฟยเสี่ยวโหรวชายตามองทักษะที่กำลังพุ่งเข้ามาอย่างเมินเฉย เมื่อมันเข้ามาถึงระยะสามจั้งทักษะนั้นพลันถูกเผาไหม้และหายไปอย่างรวดเร็ว

     

    "อะไร!!"จงหลินตาเบิกกว้างจนเเทบถลน บนใบหน้าแสดงถึงความไม่อยากจะเชื่อออกมาทักษะสังหารกรงเล็บเทพหมาป่าสวรรค์กลับถูกเผาไหม้ทั้งๆที่มันยังไปถึงไม่ตัวอีกฝ่ายเลยด้วยซ้ำ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันแน่ เรื่องเเบบนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้

     

    "ไม่จริง ข้าไม่เชื่อ!!"จงหลินกล่าวอย่างไม่ยินยอม ร่างกายค่อยๆปรากฏอักขระออกมาและกลายเป็นหมาป่าสวรรค์ตัวใหญ่ขนสีขาวในที่สุด

     

    "ถึงกับใช้พลังสายเลือด!"เฟยเสี่ยวโหรวหลี่ตามอง

     

    "ฟุ๊บ!"

     

    "เปรี้ยง!"

     

    หมาป่าสวรรค์ตัวใหญ่อยู่ดีๆก็มาโผล่ตรงหน้าของเขาและฟาดกรงเล็บของมันใส่อย่างไรปราณีความรุนแรงในการโจมตีนี้ถึงกับทำให้เฟยเสี่ยวโหรวกระเด็นทะลุดาวเคราะห์น้อยเลยทีเดียว

     

    "ฮ่าๆๆได้ตายในร่างที่สูงส่งนี้ช่างเป็นเกียรติของเจ้าแล้ว"หมาป่าสวรรค์จงหลินกล่าวด้วยความมั่นใจ กรงเล็บที่แท้จริงบวกกับพลังของหมาป่าสวรรค์นั้นเรียกได้ว่าสามารถตัดมิติได้เลย และการฟาดเต็มแรงครั้งนี้ของมันก็โดนเป้าหมายเต็มๆดังนั้นมันจึงไม่คิดว่าเฟยเสี่ยวโหรวจะรอพ้นความตายจากกรงเล็บนี้ของมันได้

     

    "เหอๆคิดไปเองเช่นนั้นก็แย่นะสิ ดูเหมือนคนของข้าจะกวาดล้างคนของเจ้าเสร็จแล้วด้วย ข้าเองก็ต้องเอาจริงสักหน่อยแล้ว"เฟยเสี่ยวหลงลอยกลับมานอกจากอาภรณ์ที่ฉีกขาดแล้วไม่มีร่างกายกลับไร้ซึ่งบาดแผลโดยสิ้นเชิง อีกทั้งเปลวเพลิงของเขาก็เปลี่ยนไปจากสีแดงฉานกลายเป็นสีดำอมม่วงในทันใด

     

    หมาป่าสวรรค์จงหลินเมื่อเห็นเปลวเพลิงนั้นก็ตกตะลึงในใจทัน ความหวาดกลัวเกิดขึ้นในใจราวกับได้พบเจอกับความตายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อย่างไรอย่างนั้น ลำพังที่อีกฝ่ายรอดมาได้มันก็ตกใจจนแทบหยุดเต้นอยู่แล้วนี่ยังมาเจอปราณที่น่าหวาดกลัวเช่นนี้จะไม่ให้มันหวาดกลัวได้อย่างไร

     

    "ปะ เปลวเพลิงสีม่วงดำ!! ไม่จริงเป็นไปไม่ได้ เขาคนนั้นหายสาบสูญไปแล้วนี่!!"จงหลินกล่าวอย่างไม่เชื่อ เฟยเสี่ยวโหรวยกยิ้มเย็นเปลวเพลิงของเขาค่อยๆก่อร่างกลายเป็นหอกเล่มหนึ่งและบังคับมันให้พุ่งไปหาจงหลินในทันที

     

    "ต่อหน้าพลังที่เหนือกว่า ทักษะเด็กเล่นของเจ้าล้วนไร้ความหมาย"หอกเปลวเพลิงของเฟยเสียวโหรวพุ่งเข้าใส่กลางอกของจงหลินอย่างรวดเร้วประดุจสายฟ้า ความเร็วนี้ต่อให้อีกฝ่ายจะเป็นหมาป่าสวรรค์ก็ยังไม่ทันได้ขยับตัว เปลวเพลิงสีม่วงดำค่อยๆลุกไหม้จากกลางอกและลามไปเรื่อยแผดเผาร่างกายของจงหลินจนมันร้องทุรนทุลายยกใหญ่

     

    "อ๊าก!! ไม่ๆข้าคือนายน้อยของขุมกำลังหมาป่าสวรรค์จะมาตายที่นี่ไม่ได้!!"จงหลินไม่ยินยอมที่จะตายแต่ถึงอย่างไร เปลวเพลิงสีม่วงดำก็ยังแผดเผาอย่างไร้ปราณี เฟยเสียวโหรวยืนเอามือไพล่หลังอย่างเมิณเฉยมองดูร่างหมาป่าสีขาวที่ตอนนี้กำลังโดนเผาอยู่ เปลวเพลิงสีม่วงดำของเขานี้แท้จริงคือเพลิงเทพมารผลาญโลกาเป็นเพลิงที่แปลกประหลาดที่ผสานระหว่างเพลิงที่เป็นต้นกำเนิดของแสงและเพลิงที่เป็นต้นกำเนิดจากความมืดอย่างลงตัว หรือจะเรียกอีกอย่างว่าเปลวเพลิงสวรรค์ที่กลายพันธุ์ก็ได้ ดังนั้นการดับมันย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายหากเฟยเสี่ยวโหรวไม่ดับให้เกรงว่าจะมีแต่บัลลังก์ราชันแห่งวารีที่มีผุ้ถือครองระดับเทพนิรันทรืเท่านั้นถึงจะดับมันได้

     

    "ไม่!!เมตตาด้วย เทพผลาญสวรรค์ ข้านั้นมีตาหามีแววไม่ที่ลงมือกับท่าน ได้โปรดเมตตาด้วย!"จงหลินกล่าวขอความเมตตา เฟยเสี่ยวโหรวได้ยินถึงกับส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ "เจ้าผิดแล้ว ข้าไม่ได้โกรธเคืองเจ้าที่ท้าทายข้า แต่ข้าได้รับคำสั่งมาให้สังหารคนที่คิดจะทำร้ายนายน้อยต่างหาก เพราะฉนั้นการปล่อยไปเห็นทีจะไม่ได้ ลาก่อนหมาป่าสวรรค์ตัวน้อย!"

     

    "อ๊าก!!"

     

    เฟยเสียวโหรวหันหน้าออกไป เปลวเพลิงเทพมารผลาญโลกาพลันลุกใหม่อย่างรวดเร็วจนอีกฝ่ายกลายเป็นเถ้าถ่านและหายไปในห่วงอวกาศ เหล่าขุมกำลังของโลกที่หนีไม่ทันและได้เห็นเหตุการณ์นี้พากันกลืนน้ำลายอึกใหญ่ นี่มันการต่อสู้แน่หรือมันเป็นเหมือนผู้ใหญ่เล่นกับเด็กเสียมากกว่า จอมปราชญ์ที่พวกเขานับหน้าถือตาและมีระดับพลังที่เป็นปริศนาแท้จริงแล้วมีพลังถึงเพียงนี้!!