ประตูเส้นทางโบราณ

    บทที่ 35 หนังสือฝึกฝนเวทมนตร์เบื้องต้น

    บทที่ 35 หนังสือฝึกฝนเวทมนตร์เบื้องต้น


       “พวกเธอจะทำอะไรต่อไป?” สายฝนหันไปถามฮันน่า ถึงเขาจะไม่ชอบผู้หญิงคนนี้ซักเท่าไหร่ทว่าเขาก็ต้องพึ่งเธอเพื่อไปเมืองขั้นหนึ่งไร้นาม


       ครั้งนี้ฮันน่าตอบสายฝน อาจเป็นเพราะว่าเธอทำใจได้แล้ว สายฝนคือคนเห็นแก่ประโยชน์ตนเองเท่านั้น สิ่งใดที่ทำให้เขาเสียผลประโยชน์เขาจะไม่ทำ สายฝนไม่คิดจะช่วยคนที่ตนเองไม่รู้จัก แน่นอนมันก็ยังมีข้อยกเว้นอยู่


       กรณีของดารินทร์สายฝนตอนนั้นแค่ไม่ชอบพนักงานชายในร้าน วันนั้นเขากำลังอารมณ์ดีมากทว่าเพราะการกระทำของพนักงานชายอารมณ์ดีกลับหายไปในพริบตา เขาไม่คิดว่าแค่มาทานอาหารก็เจอเรื่องแบบนี้ สายฝนเป็นคนชอบทำอะไรตามใจตนเองและไม่สนใจคนอื่นว่าจะคิดกับตนอย่างไร บางครั้งการกระทำของเขาอาจดูเหมือนมีเหตุผลแต่จริงๆแล้วไม่เลย ก็แค่ทำตามอารมณ์เท่านั้น


       ครั้งนั้นเมื่ออยู่ร้านอาหาร ผู้คนในร้านอาจมองว่าเขาเป็นชายหนุ่มจิตใจงดงามต้องการช่วยเด็กสาวที่ไม่มีข้าวกิน ทว่าในความจริงมันไม่ได้เป็นดั่งผู้คนคิด เขาแค่อารมณ์เสีย ตอนนั้นจึงตัดสินใจช่วยดารินทร์ใว้เพื่อระบายอารมณ์ ‘นายไม่คิดจะช่วยเธอใช่มั้ย ได้! งั้นฉันช่วยเอง ทำไมในเน็ตถึงมีคนให้คะแนนร้านนี้เยอะจังวะ?’ แต่สิ่งไม่คาดคิดดันเกิดขึ้น จู่ๆเด็กสาวที่เขาช่วยมากลับมีความเกี่ยวข้องกับโลกผู้เหนือธรรมชาติซะงั้น


       ย้อนกลับมายังการสนทนาระหว่างสายฝนกับฮันน่า ฮันน่าได้กล่าวตอบสายฝนว่า “ตามที่ฉันเคยบอกไป ฉันออกจากเมืองมาเพื่อหาศิลาท้องทะเล(เปลี่ยนชื่อจากหินท้องทะเล) ดังนั้นต่อจากนี้ฉันจะไปตามหามัน”


       “อืม” สายฝนพนักหน้าบอกว่ารับรู้แล้ว เขาไม่ได้พูดกับฮันน่าอีกต่อไป สายฝนกลัวว่าหากพูดคุยกับฮันน่านานๆตัวเขาอาจไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ สายฝนใช้สายตามองดารินทร์ มีความหมายบางอย่างแฝงใว้ในดวงตาเขา


       สาวน้อยเห็นสายตาคู่นั้น เธอพยักหน้าเล็กน้อย ทั้งสองได้เตี้ยมกันมาก่อนแล้ว สายฝนจะให้ดารินทร์ไปคุยแทน ถึงอย่างไรฮันน่าก็มีความประทับใจในตัวสาวน้อย ดารินทร์คงคุยกับฮันน่าง่ายกว่าสายฝนคุยมาก


       ดารินทร์เพิ่งใช้พลังธาตุช่วยฟื้นฟูโลเวลเสร็จ เธอเดินเข้าหาฮันน่าจากนั้นจึงกล่าวว่า “พี่ฮันน่าหนูมีเรื่องจะคุยกับคุณค่ะ พอมีเวลาว่างมั้ยคะ?” เช่นเดิมเป็นคำกล่าวที่สุภาพ


       ฮันน่าคาดเดาบางอย่างได้ ดารินทร์ต้องถูกสายฝนส่งมาแน่ “มีเรื่องอะไรจะคุยกับฉันเหรอคะ?” เธอถามอย่างสุภาพ อีกฝ่ายสุภาพมาเธอก็สุภาพกลับ ถึงการใช้คำสุภาพจะทำให้ทั้งสองดูเหมือนคนไม่สนิทกันก็เถอะทว่าในความเป็นจริงพวกเธอค่อนข้างสนิทกันเลยทีเดียว


       “คือพวกหนูต้องการไปเมืองขั้นที่หนึ่งน่ะค่ะแต่พวกเราไม่รู้เส้นทางไป พี่ฮันน่ามีแผนที่มั้ยคะ?” สาวน้อยรีบกล่าว


       “แผนที่เหรอ?” ฮันน่าหันไปหาโลเวล โลเวลส่ายหัว ระหว่างหลบหนีของหลายอย่างในกระเป๋าหนังสัตว์ได้หายไป แถมกระเป๋าหนังสัตว์ยังมีร่องรอยความเสียหายจำนวนมากอีกด้วย


       “ขอโทษนะที่ฉันไม่สามารถหาแผนที่ให้เธอได้” ฮันน่ากล่าวขอโทษ เธอรู้สึกเสียใจจริงๆที่ไม่สามารถช่วยสาวน้อยได้ แม้เธอจะรู้ว่าสายฝนเป็นคนบอกให้ดารินทร์มาคุยกับเธอเพื่อขอแผนที่ทว่าฮันน่าก็ไม่ได้ปฏิเสธที่จะช่วยเหลือทั้งสอง


       ไม่ใช่เพราะต้องการช่วยเหลือสายฝนแต่เป็นเพราะต้องการช่วยเหลือดารินทร์ การช่วยสายฝนก็เหมือนการช่วยสาวน้อยเพราะงั้นฮันน่าจึงไม่ได้ปฎิเสธที่ตะช่วยเหลือ


       โชคร้ายแผนที่ดันหล่นหายไปตอนโลเวลวิ่งหนีราชาวัวครึ่งปลา ดังนั้นฮันน่าจึงไม่สามารถช่วยเด็กสาวได้ต่อให้ต้องการมากแค่ไหนก็ตาม สาวน้อยมองมายังสายฝนต้องการรอคำตอบจากเขา เธอเชื่อว่าการให้เขาตัดสินใจนั้นดีกว่าเธอตัดสินใจเอง


       สาวน้อยมีชีวิตมาแล้วสิบสามปีส่วนสายฝนมีอายุมาแล้วยี่สิบสี่ปี เรื่องประสบการณ์ชีวิตเธอด้อยกว่าเขามาก ให้สายฝนตัดสินใจผลลัพธ์น่าจะออกมาดีกว่าเธอตัดสินใจ


       “เธอจะกลับเมืองในอีกกี่วัน?” สายฝนถาม


       ฮันน่าตอบ “มันก็ขึ้นอยู่กับว่าฉันจะเจอศิลาท้องทะเลตอนไหน มันอาจใช้เวลามากสุดครึ่งเดือน” เธอใช้สายตาจ้องสายฝน ดูว่าเขาต้องการจะพูดสิ่งใดต่อไป


       “งั้นพวกฉันจะไปกับเธอแล้วกัน” สายฝนครุ่นคิดชั่วครู่ก่อนตอบ


       “ใครให้นายมากับฉัน!” ฮันน่ากล่าวอย่างไม่พอใจ ทว่าเธอก็ไม่ได้ปฎิเสธให้ร่วมเดินทางด้วย การมีดารินทร์กับสายฝนร่วมเดินทางมันจะช่วยทำให้การเดินทางปลอดภัยมากขึ้น


       “พวกฉันจะคอยรักษาความปลอดภัยให้ระหว่างที่เธอเดินทางหาศิลาท้องทะเล เมื่อเจอมันแล้วเธอจะต้องพาพวกฉันไปเมืองขั้นที่หนึ่งไร้นาม” สายฝนกล่าวอย่างจริงจัง


       ฮันน่าตอบรับโดยไม่ลังเล “ตกลง”


       “เราจะเริ่มเดินทางเมื่อไหร่?” สายฝนเอ่ย ท่าทางของเขาเหมือนต้องการรีบไปหาศิลาท้องทะเลเดี๋ยวนี้เลย


       ฮันน่าใช้เวลาคิดเล็กน้อยก่อนตอบว่า “รอให้โลเวลอาการดีขึ้นกว่านี้หน่อยค่อยเดินทาง” รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ


       “งั้นเหรอ” สายฝนตอบสั้นๆก่อนเดินออกห่างจากฮันน่าราวกับกำลังกลัวอะไรบางอย่างอยู่


       ‘เขามันขี้เหนียวจริงๆ เฮ้ออ~’ ฮันน่าคิดในใจพลางถอนหายใจ ทีแรกเธอนึกว่าสายฝนจะรีบออกเดินทาง ดังนั้นเธอเลยใช้แผนการโดยบอกกับเขาว่าให้รอโลเวลอาการดีขึ้นก่อน ฮันน่าคิดว่าเมื่อสายฝนได้ยินเขาจะรีบหยิบยาฟื้นฟูให้โลเวลเนื่องจากเขาต้องการไปเมืองขั้นที่หนึ่งไร้นามเร็วๆ


       น่าเสียดายแผนการของเธอถูกสายฝนดูออกหมด เขาไม่เล่นด้วยและรีบออกห่างจากเธอทันที ฮันน่าเองก็ไม่มีอะไรแลกเปลี่ยน แลกกับการพากลับเมืองหรือ? แลกไม่ได้! จะแลกเปลี่ยนแบบนั้นได้อย่างไรในเมื่อเธอตอบรับเขาไปแล้ว เธอหน้าไม่หนาพอเปลี่ยนคำกล่าวของตนเองในเวลานี้ จู่ๆฮันน่าก็รู้สึกว่าตนเองถูกหลอก


       เวลาไหลไปเรื่อยๆดั่งสายนํ้า อาการโลเวลค่อยๆฟื้นตัวขึ้น บาดแผลจำนวนมากตามร่างกายเริ่มหายไป สายฝนมองโลเวลแล้วอดอิจฉาไม่ได้ ตัวเขายังเป็นระดับศูนย์อยู่เลย แต่คนในกลุ่มต่างเป็นระดับศูนย์จุดห้าขึ้นไปทั้งนั้น


       ‘ช่างเถอะ ฉันแค่ต้องพยายามต่อไป มันต้องมีซักวันหนึ่งแหละที่ฉันจะได้เป็นระดับหนึ่ง’ สายฝนปลอบตัวเองเงียบ เขาทำความสะอาดเสื้อคลุมสายฟ้าทมิฬด้วยพลังธาตุนํ้าของดารินทร์ แปลกมาก ถึงจะโดนนํ้าไปแต่เสื้อคลุมตัวนี้กลับไม่เปียกเลย ไม่สิ ควรเรียกว่าแห้งอย่างรวดเร็วมากกว่า


       ไม่นานก็ซักเสร็จ สายฝนเริ่มใส่เสื้อคลุมสายฟ้าทมิฬ เขาจะใส่ใว้ติดตัวตลอดเผื่อเผชิญเหตุการณ์ไม่คาดฝันจะได้ใช้เกราะสายฟ้าทมิฬทัน


       “ต้องใช้เวลาพักฟื้นอีกเท่าไหร่?” สายฝนถามฮันน่า


       ฮันน่าเปิดปากตอบคำถาม “อีกประมาณสองชั่วโมงบาดแผลก็น่าจะหายไปหมด” สายตาเธอมองสายฝนด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ทั้งไม่ชอบ สงสัยและอื่นๆ


       ‘เหลือเวลาอีกเยอะแยะเลย’ สายฝนคิด เนื่องจากต้องรอเวลาอีกนานเขาไม่มีอะไรทำจึงหยิบโทรศัพท์เทพเจ้าขึ้นมาดู


       ดารินทร์กับฮั่นน่าจ้องสายฝนซึ่งกำลังถือมือถือเทพเจ้าอยู่อย่างเงียบๆ สาวน้อยไม่ได้รู้สึกอะไร เธอเห็นภาพแบบนี้จนชินเสียแล้ว สายฝนมักเล่นโทรศัพท์ตลอดเวลาเมื่อว่าง


       ฮันน่าไม่ได้เหมือนดารินทร์ เธอไม่เคยพบเห็นมือถือมาก่อน ฮันน่ารู้สึกอยากรู้เกี่ยวกับแผ่นโลหะชิ้นนี้มาก เธออยากรู้ว่ามันคืออะไรจนอยากเดินเข้าไปถามสายฝน ทว่าเมื่อลองคิดดูถึงความสัมพันธ์ของเธอกับเขาฮันน่าก็ส่ายหัวทันที


       สายฝนใช้ความคิดเปิดหน้าจอโทรศัพท์เทพเจ้า เขาไม่กลัวว่าคนอื่นจะมาเห็นหน้าจอเพราะคนที่ไม่ใช่เจ้าของไม่สามารถเห็นภาพในหน้าจอได้ คนอื่นจะเห็นเป็นแค่หน้าจอดำๆเท่านั้น


       ‘การต่อสู้กับราชาวัวครึ่งปลาทำให้ฉันเสียหลักประกันชีวิตไปหลายอย่าง ฉันจำเป็นต้องรีบยกระดับตัวเองและพัฒนาความแข็งแกร่งของดารินทร์’ สายฝนคิด ขณะเดียวกันเขาก็ใช่นิ้วจิ้มไอคอนรูปตึกสูง ใต้ไอคอนเขียนใว้ว่า[ร้านค้า]


       วินาทีถัดมาตัวแอปพลิเคชันก็เปิดขึ้น สินค้ามากมายพลันปรากฏ สายฝนอดไม่ได้ที่จะตาลายทุกครั้งเมื่อเข้ามาในโปรแกรมนี้ สายฝนกดเลือกหมวดหมู่ เขาเลือกหมวดหมู่:เวทมนตร์ จากนั้นสายฝนจึงตั้งค่าให้มีแต่หนังสือเวทมนตร์ระดับหนึ่งเท่านั้น


       มีรายชื่อหนังสือเวทมนตร์พร้อมรูปภาพกับคำอธิบายด้านใต้เต็มไปหมด สายฝนใช้เวลาเลือกอยู่นานก่อนตัดสินใจได้ เขาใช้แต้มสำรวจจำนวนมากในการซื้อหนังสือเวทมนตร์ที่ชื่อว่า[ฝึกฝนเวทมนตร์เบื้องต้น เล่ม1]


       ชำระเงินเสร็จโปรแกรม[กล้องถ่ายรูป(ไร้เสียง)]ก็ถูกเปิดขึ้น จังหวะที่ไม่มีใครสนใจเขาสายฝนพลันกดถ่ายรูป หนังสือเวทมนตร์[ฝึกฝนเวทมนตร์เบื้องต้น เล่ม1]ปรากฏออกมาจากอากาศว่างเปล่า มันตกลงสู่พื้นเสียงดัง ปึก!


       สายฝนหยิบมันขึ้นมาเปิดอ่านดูอยู่สิบกว่านาทีก่อนเลิกอ่าน เขาพอเข้าใจเกี่ยวกับเวทมนตร์ขึ้นมาบ้างหลังอ่านหนังสือเล่มนี้ สายฝนยังอ่านไม่จบแต่เขาก็ไม่คิดจะอ่านต่อ เขาไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้เพราะไม่มีพลังเวทย์ในตัว สายฝนจึงคิดจะให้หนังสือเล่มนี้กับดารินทร์ ยิ่งสาวน้อยแข็งแกร่งเขาก็ยิ่งปลอดภัยมากขึ้น


    ---


    จบบทที่ 35 หนังสือฝึกฝนเวทมนตร์เบื้องต้น




    คล้ายกับเรื่องประตูเส้นทางโบราณ ที่คุณอ่าน