เทพอสูรอดนึกถึงหุบเหวกระจกแห่งโศกไม่ได้จึงเอ่ยถามขึ้น
“แล้วที่กระจกแห่งโศกล่ะครับ? พี่จัดการไปถึงไหนแล้ว…” ซอว์มองอีกฝ่ายเล็กน้อย ทำให้เทพอสูรลุกลี้ลุกลน
“คือ เปล่าครับ เปล่าครับ ถ้าพี่ไม่อยากพูดผมก็ไม่ได้บังคับนี่ครับ” ซอว์ส่ายหน้ากล่าว
“เส้นทางที่ถูกต้องทั้งหมดถูกบันทึกไว้ในสมองของฉันแล้ว ฉันได้จัดการเรียบร้อยทุกอย่างเว้นเสียแต่หลังกำแพง” หลังกำแพง? เทพอสูรทำหน้างงซอว์จึงอธิบายขึ้น
“หลังจากที่เจอซอมบี้นกยักษ์เลเวล 60 จะเจอกับกำแพงกระจกแห่งโศกอะนะ…จุดนั้นเราค่อยสามารถบินได้”
เทพอสูรที่ได้ยินก็ถามขึ้น
“กำแพงในที่นี่นิก็คล้ายกับกระจกแห่งโศกที่เราเหยียบหรอครับ? เพียงแต่คราวนี้ต้องบินผ่านไป? ” ซอว์ยิ้มพยักหน้าชื่นชม
“อืม หลังจากผ่านกำแพงนั้นเสร็จ จะมีกำแพงทุก ๆ สิบเมตรซึ่งเราจะต้องผ่านไปให้ได้อีก 99 กำแพงเพื่อไปถึงจุดสิ้นจุดของกำแพงแห่งโศก ที่นั้นจะมีบ้านโทรม ๆ บนเกาะแห่งหมอกแต่ถูกขวางกั้นด้วยกำแพงที่มีช่องทางเข้าเพียงช่องเดียวเท่านั้น” ไลท์เบิกตากว้างมอง
“อย่าบอกนะว่าคุณซอว์ผ่านไปได้น่ะครับ” เขาพยักหน้ายิ้ม ๆ
“ใช่! เราใช้เวลานาน(สองชั่วโมง)กว่าจะเจอ พอเข้าไปได้ก็รีบตรวจสอบบ้านโทรม ๆ นั้นทันที ที่นั่นมีเคียวยมทูตน่ากลัว ๆ ปืน และคัมภีร์ทักษะ ทั้งสามอันนี้ไม่สามารถที่จะคำนวณเป็นราคาได้ เพราะเพียงแค่คัมภีร์ทักษะก็ล่อไปแล้วระดับทองแดง เป็นทองแดงที่สามารถพัฒนากลายเป็นทองคำได้” เทพอสูรแทบน้ำลายไหลมองซอว์ราวกับเจอพระเจ้า
“พี่ก็ได้ทั้งสามอัน ไม่สิ ๆ ของแบบนี้ได้เพียงอย่างเดียวใช่ไหมครับ? ” ซอว์ยกนิ้วชื่นชม
“ถูกต้อง…ฉันคว้าปืนออกมากลับกลับไปที่เดิม แต่รู้ไหมเกิดอะไรขึ้น? ”
เทพอสูรส่ายหน้า ซอว์กัดฟันฝืด ๆ หัวเราะ
“กำแพงเวรนั้นมันเปลี่ยนช่องทางขากลับหลังจากที่ฉันเข้ามาได้ หึ! ไม่ต้องเดาก็รู้ใช่ไหมว่าฉันกลับทางเดิมแล้วเป็นอย่างไง? ” ใช่…ตัวระเบิดตายอย่างไงล่ะ เทพอสูรตัวสั่นราวกับอยากลองดู ซึ่งไอ้เขาก็ไม่ได้คิดอะไรหยิบบันทึกบางอย่างให้อีกฝ่าย อย่างน้อยการที่เขาทำแบบนี้ก็ต้องการให้เทพอสูรมองเขาราวกับท่านพี่ที่ต้องเคารพและหวั่นเกรงเขา ไม่งั้นหากได้สู้กันเขาก็ไม่อยากเป็นศัตรูกับไอ้ติ๊งต๊องนี่หรอก
ไลท์รับมาด้วยใจสั่นระรัว
“พะ พะ พี่ซอว์…” เหอะ! เปลี่ยนสีซะไวเลย เขาสะบัดมือไปมา
“อย่าดีใจเลย! กำแพงแห่งโศกชั้นสุดท้ายมีช่องทางเข้าเป็นหมื่น ถ้าจะโชคดีเข้าไปได้ แต่สุดท้ายก็คงต้องโชคดีซ้ำสองเพื่อให้ได้ออกมาจากกำแพงนั้น ถ้าไม่ติดที่ว่าเอ็งสามารถวาร์ปได้อะนะ” ซอว์มองเทพอสูร ที่อีกฝ่ายตาเป็นประกายยิ่งกว่า
“หื้ม!? อย่าบอกนะว่าเอ็งมี? ” หงึก ๆ ๆ
‘อะ เฮือก~’ ซอว์ราวกับถูกฟ้าฝ่า แต่เขาก็ไม่ได้หวาดวิตกอะไร เขามั่นใจว่าสองชิ้นที่เหลือนั้นมันเป็นภาพลวงตา เพราะของจริงเขาได้มาแล้ว ดังนั้นไอ้เวรนี้มันต้องไม่ได้อะไรกลับไปแน่นอน และอย่าว่าอย่างนู้นอย่างงี้เลย กำแพงสีแดงเถือกนั้นสามารถใช้วิธีการด้วยการวาร์ปได้จริง ๆ หรอ? ความคิดเด็ก ๆ นั้นควรปัดทิ้งไปได้เลย ซอว์ละความสนใจจากไลท์ที่ตอนนี้ราวกับกำลังแลบลิ้นเห่าเขาอย่างออดอ้อน มีหู มีหาง และมีน้ำลายท่วมปาก
‘นี่ฉันคิดถูกไหมวะ…’ เขามองไลท์ที่ว่ายน้ำอย่างอารมณ์ดีก็แอบหมั่นไส้
‘ชั่งเถอะ! ’
ซอว์กลับมาโฟกัสเรื่องการเดินทางอีกครั้ง จากที่เขาสำรวจมาตลอดทางที่นี่ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจเหมือนส่วนที่เขาเคยตรวจสอบก่อนหน้านี้ ยิ่งเข้าไปลึกและดำดิ่งลงไปเรื่อย ๆ ใช้เวลาไม่นานพวกเราทั้งหมดก็มาอยู่ในเขตของปลายักษ์จำนวนมากขนาดไม่ต่ำกว่าสามเมตรทุกตัว แน่นอนว่าตอนดำน้ำแรก ๆ นางเงือกก็กรูกันเข้ามาหลายตัวแต่ก็ถูกฆ่าจนหมดไม่ต่างจากซอมบี้ที่มาพยายามขัดขวางการเดินทางก่อนหน้านี้
ดูเหมือนครั้งนี้จะใช้เวลานานพอสมควร เพราะหลาย ๆ คนจะต้องขึ้นไปเอาอากาศ แน่นอนว่าซอว์ก็ได้ เนื่องจากออกซิเจนภายในลมปราณที่ครอบอยู่นั้นมีอยู่จำกัดทำให้เวลานี้เริ่มเข้าสู่ช่วงพลบค่ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งอยู่ช่วงตอนกลางคืนแล้วก็ทำให้การมองเห็นในน้ำลึกนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่ต้องยอมรับเลยว่าด้วยความที่น้ำมันใสจัด ทำให้แสงจันทร์สาดส่องมาให้สลัว ๆ จนมองเห็นได้ไม่ลำบากมากนักแม้จะอยู่ลึกก้นทะเลสาปก็ตาม
“เวรแล้วสิ…” ซอว์ทำสีหน้าเคร่งเครียด เทพอสูรที่เห็นก็ถาม
“มีอะไรหรอพี่ซอว์” เขาไม่ตอบหันไปมองข้างบนแต่ห่างออกไปไกลมาก ๆ แม้แต่เทพอสูรเองก็ไม่รับรู้
“มีผู้ฝึกยุทธคนอื่นมา แถมระดับลมปราณก็เท่า ๆ กับเราเลย” ไลท์ขมวดคิ้วกังวล
“พี่ซอว์บอกได้ไหมครับว่ามีกี่คน” ชายหนุ่มนับไปมาในสายตาซอมบี้เด็กที่แอบอยู่ด้านบน
“ห้าสิบคน ส่วนใหญ่เลเวลเฉลี่ยใกล้เคียงกับเรา แต่จำนวนสมาชิกมีมากกว่าสิบคน ขณะที่เรามีกันแค่สี่สิบคนเท่านั้น แล้วพวกมันก็สวมผ้าคลุมทุกคนด้วย ทำให้ฉันมองไม่เห็นหน้า”
เทพอสูรสายฟ้าเริ่มแสดงสีหน้าไม่ดี แม้แต่ซอว์ก็รับรู้ว่าคนพวกนี้ไม่ได้อยู่ในสารระบบของอาณาจักรหั่วซาน มีความเป็นไปได้สูงว่าจะมาจากอาณาจักรอื่น แถมยิ่งกว่านั้นต้องเป็นผู้มีอิทธิพลสูงมากแน่ ๆ ไม่งั้นระดับลมปราณที่ใกล้เคียงอย่าง 53 54 มันไม่ใช่ที่ผู้เล่นธรรมดาจะมาถึงได้เลย
“ไลท์นายไปบอกคนอื่นซะ…ส่วนการตัดสินใจก็ขึ้นตรงกับเจ้าสำนักลวงตาเท่านั้น” เทพอสูรขมวดคิ้ว
“แล้วพี่จะทำอะไร? พี่จะอยู่ต้านพวกมันหรอ? ระดับลมปราณแค่สิบเนี่ยนะ! ” เขายักไหล่สบาย ๆ
“ฉันจะออกเดินเล่นน่ะ เอ็งกังวลมากไปนะ” เขาหันไปมามองเทพอสูรอย่างใจเย็น พร้อมเอ่ยคำพูดช้า ๆ
“พวกนายจะไม่ตายแน่นอน หากให้พลอยกล่อมเสี่ยวเสียได้สำเร็จอะนะ…ไอ้เด็กนั้นน่ะสามารถควบคุมซอมบี้ได้ชั่วคราวเท่านั้น ต่อให้ซอมบี้เลเวล 60 ก็สามารถกลายเป็นข้าทาสบริวารพวกนายได้ แต่จำไว้ว่าแค่ชั่วคราวเท่านั้น แค่ชั่วคราว ส่วนฉันจะเดินตัวปลิวไปทำธุระก่อน อุส่าห์มาที่นี่ทั้งทีไม่ไปดูอาณาจักรใต้น้ำคงเสียเวลาเปล่าแน่ ฉันกำลังหาวิธีเข้ามาอยู่เลย”
ซอว์ยังไม่อยากพลาดโอกาสนี้ โอกาสที่แมลงกลืนวิญญาณของเขาจะได้โลดแล่นสักที