“ิเจ๋อ นี่ก็ใกล้ค่ำแล้ว นายกำลังจะออกไปไหน แล้วนั่น นายถืออะไรไว้ในมือ” หลินเจิ้งฉีถามน้องชาย
“ซาลาเปาที่พี่สะใภ้ทำครับพี่ใหญ่ ผม..ผมจะเอาไปให้ป้าจง” หลินิเจ๋อยืนก้มหน้าตอบคำถามพี่ชาย
“ป้าจงหรือ” หลินเจิ้งฉีเริ่มคิดตาม
ป้าจงมีบ้านหลังเล็กอยู่ติดกับที่ดินของเฒ่าจางคนที่ขายที่ดินต่อให้กับหลินเจิ้งฉี ป้าจงมีลูกสองคน ลูกชายคนโตไปเป็ทหารและเสียชีวิตไปแล้ว เหลือลูกชายคนเล็กเพียงคนเดียวคือ ‘จงเว่ย’
แต่ด้วยชีวิตที่ต้องดิ้นรนและขัดสน ป้าจงมัวแต่ทำงานเพื่อหาเลี้ยงตัวเองและลูกชาย ทำให้นางไม่มีเวลาที่จะอบรมสั่งสอนลูกชายมากนัก ทำให้จงเว่ยไปเข้ากลุ่มกับอันธพาลท้ายหมู่บ้าน สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับชาวบ้านไปทั่ว
เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาป้าจงไปรับจ้างทำงานในไร่ที่หมู่บ้านข้างๆ แต่เกิดหกล้มทำให้ป้าจงไม่กล้ารับงานหนักเหมือนเมื่อก่อน ด้วยความเป็ห่วงแม่ จงเว่ยจึงขอออกจากกลุ่มเด็กอันธพาล หวังจะเข้าเมืองไปหางานทำเพื่อหาเงินมาเลี้ยงแม่ แต่เงื่อนไขของกลุ่มอันธพาลคือ หากใครที่คิดจะออกจากกลุ่มจะต้องถูกคนทั้งหมดในกลุ่มซ้อมคนครบถึงจะออกจากกลุ่มได้ ซึ่งจงเว่ยก็รู้เื่นี้ดีและเขาก็ยอมรับกติกาที่กลุ่มสร้างขึ้น
จงเว่ยถูกคนเกือบสิบคนรุมทำร้ายอย่างไม่ยั้ง แต่เพราะเขาตั้งใจจะออกจากกลุ่มให้ได้ เขาจึงไม่ร้องออกมาเลยสักนิดตอนที่ถูกทำร้าย พออันธพาลทุกคนลงมือเสร็จ พวกเขาก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองจงเว่ยเลย จะมีก็แต่เสี่ยวซือหัวหน้ากลุ่มที่พูดทิ้งท้ายไว้ “อาเว่ย ต่อไปแกไม่ใช่คนในกลุ่มของเราแล้ว ถือว่าความเป็สหายของเราจบกัน ในอนาคตไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเราจะไม่เกี่ยวข้องกันอีก”
ความจริงแล้วจงเว่ยก็รู้สึกเสียใจอยู่เหมือนกัน เพราะเสี่ยวซือสงสารที่มักจะเห็นเขาถูกรังแก เสี่ยวซือจึงรับจงเว่ยเข้ากลุ่ม หลังจากที่จงเว่ยเข้าไปอยู่ในกลุ่มของเสี่ยวซือแล้ว เขาก็ไม่เคยถูกคนรังแกอีกเลย แต่ถึงอย่างนั้น จงเว่ยก็เลือกที่จะออกมา อย่างไรเสียแม่ก็เป็คนที่เขาควรจะกตัญญูมากที่สุด จงเว่ยได้แต่ตอบกลับเสี่ยวซือ “ถ้าเป็ไปได้ ผมอยากให้ลูกพี่เลือกเดินทางที่ถูกต้องกว่านี้”
ป้าจงนำเงินเก็บทั้งหมดออกมาเพื่อพาลูกชายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ในระหว่างที่จงเว่ยพักรักษาตัว ป้าจงก็ไปรับจ้างทำงานเล็กๆ น้อยๆ กับคนในหมู่บ้านเพื่อหาเงินมาใช้ซื้ออาหารประทังชีวิต แต่มีวันหนึ่งที่ป้าจงนอนเป็ลมอยู่ข้างถนน หลินิเจ๋อและหลินเจียวเหมยที่เพิ่งเดินกลับจากโรงเรียนมาเห็นป้าจงเข้าพอดี ทั้งสองคนจึงรีบเข้าไปปลุกป้าจงและพาป้าจงกลับบ้าน
ั้แ่วันนั้นหลินิเจ๋อก็แอบนำอาหารไปมอบให้ป้าจงอยู่เป็ประจำ เพราะเขาสงสารที่ป้าจงต้องมาทำงานหนักเพื่อหาเงินมาดูแลลูกชายที่เพิ่งจะฟื้นตัวจากอาการาเ็ และเพิ่งจะเริ่มเดินได้คล่องขึ้นเท่านั้น
“ิเจ๋อ นายเล่าให้พี่ใหญ่ฟังหน่อยได้ไหมว่าทำไมนายถึงต้องเอาอาหารไปให้ป้าจงด้วย ใม่ใช่ว่าป้าจงมีลูกชายที่เป็อันธพาลอยู่คนหนึ่งหรอกหรือ นายไม่กลัวเขาจะทำร้ายนายหรือไง” หลินเจิ้งฉีถามน้องชาย
“ผมกับอาเหมยเคยเจอป้าจงเป็ลมตอนที่พวกผมเดินกลับจากโรงเรียนน่ะครับ ป้าแกแก่แล้ว แต่ก็ยังต้องทำงาน ผมก็เลยสงสาร แอบเอาอาหารที่บ้านไปส่งให้แกบ้าง ผมขอโทษนะครับพี่ใหญ่” หลินิเจ๋อตอบ
“แล้วยังไงต่อ”
“พี่เว่ยลูกชายป้าจงน่ะครับ ตอนนี้เขาออกจากกลุ่มอันธพาลแล้วล่ะครับ แต่พี่ใหญ่รู้ไหมครับว่ากว่าพี่เว่ยจะออกจากกลุ่มมาเป็อิสระได้ เขาต้องโดนคนในกลุ่มซ้อมจนครบทุกคนเลยนะครับ ป้าจงแกก็เลยเอาเงินทั้งหมดในบ้านไปรักษาพี่เว่ย ทำให้แกไม่เหลือเงินเลยล่ะครับพี่ใหญ่”
หลินเจิ้งฉีทำท่าคิด ก่อนที่จะบอกกับน้องชาย “นายไปเอาอาหารมาเพิ่มอีกหน่อย แล้วก็พาพี่ไปบ้านป้าจงด้วยก็แล้วกัน”
“เจิ้งฉี เธออย่าดุิเจ๋อเลยนะ ค่าอาหารที่ิเจ๋อเคยเอามาให้ ป้าจะทยอยหามาคืนนะ ข้าขอโทษที่ไปรบกวนน้องชายของเธอ” ป้าจงรู้สึกผิดและละอายใจมาก ทุกครั้งที่นางรับอาหารมาจากหลินิเจ๋อ นางก็มักจะจดบันทึกไว้ทุกครั้ง และคิดว่าเมื่อไหร่ที่นางพอจะมีเงิน นางก็จะนำเงินมาให้หลินิเจ๋อเป็ค่าอาหาร
“พี่ใหญ่” หลินิเจ๋อเริ่มมองหน้าพี่ชายอย่างไม่สบายใจ
“เข้าไปคุยกันในบ้านดีกว่าครับ คุยกันอยู่หน้าประตูอย่างนี้มันดูไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ คนเดินผ่านไปผ่านมาจะนึกเอาได้ว่าไม่ป้าก็ผมที่ไปทำความผิดมา”
ด้วยความใที่เห็นหลินิเจ๋อพาหลินเจิ้งฉีมาที่บ้านของตน ทำให้ป้าจงยืนพูดกับหลินเจิ้งฉีอยู่ที่หน้าประตูรั้วจนลืมเชิญเขาเข้ามาในบ้าน
“ป้าลืมไปเลย ถ้าอย่างนั้นเชิญเธอทั้งสองคนเข้ามาในบ้านก่อนนะ เข้ามาดื่มน้ำกันก่อน ที่บ้านมีแค่ป้ากับอาเว่ยอยู่กันสองคนเท่านั้น”
"ตอนนี้ป้าจงทำงานอะไรอยู่ครับ” หลินเจิ้งฉีเริ่มถามหลังจากที่รับน้ำมาดื่ม
“ป้ารับจ้างทำงานทั่วไปจ้ะ แต่ก็ไม่ได้รับงานหนักเหมือนเมื่อก่อนแล้วล่ะ ตอนนี้ป้าทำอย่างนั้นไม่ไหวแล้ว”
“แล้วงานบ้านทั่วไปล่ะครับ ป้าจงพอจะทำไหวไหม อย่างพวกซักผ้า ล้างจาน ทำความสะอาดบ้านทั่วไปน่ะครับ”
“ทำไหวสิจ๊ะ งานพวกนั้นไม่ได้หนักหนาอะไร”
“ถ้าอย่างนั้นป้าสนใจจะไปทำงานที่บ้านผมไหมครับ ผม้าแม่บ้านไปช่วยงานอันอัน ผมตั้งใจจะเปิดร้านขายของชำที่บ้าน พอถึงตอนนั้นอันอันคงจะยุ่งมาก ผมก็เลยอยากจะหาคนไปทำงานเพื่อแบ่งเบาภาระของเธอ ผมจะมีเงินเดือนให้พร้อมกับอาหารอีกสามมื้อ แต่ถ้าป้าไม่สะดวกรับอาหาร ผมจะเพิ่มเงินเดือนให้อีกนิดหน่อย ทำงานหกโมงเช้าถึงสี่โมงเย็นทุกวัน ป้ารับข้อเสนอนี้ได้ไหมครับ”
“จริงหรือจ๊ะ เธออยากจ้างป้าไปเป็แม่บ้านจริงหรือ เงินเดือนเธอจะให้เท่าไหร่ก็ได้ ไม่ต้องมากหรอก แต่ว่าเื่อาหารป้าขอเพิ่มเป็สำหรับสองคนได้ไหม ถ้าป้าไปทำงานกับเธอ ป้าก็จะไม่มีเวลาทำอาหารไว้ให้อาเว่ย” ป้าจงพูดขึ้นอย่างเกรงใจ
“เื่นั้นไม่มีปัญหาหรอกครับ ถ้าป้าตกลงที่จะไปทำงานกับผม ก็เริ่มงานต้นเดือนหน้าเลยนะครับ รอผมขึ้นบ้านใหม่ผมก็จะเปิดร้านทันที อ้อ...แล้วอาเว่ยไปไหนเสียล่ะครับ”
“เขาอยู่ในบ้านจ้ะ เขาไม่กล้าออกมาเจอหน้าผู้คนหรอก เมื่อก่อนเขาทำตัวแย่ขนาดไหนเธอก็น่าจะรู้ คนเคยเป็อันธพาลมาก่อน ใครจะอยากคบหาเป็เพื่อนล่ะ” ป้าจงพูดพร้อมกับถอนหายใจ
“ป้าไปพาอาเว่ยออกมาหาผมหน่อยเถอะครับ ผมอาจจะมีงานให้เขาทำ”
ป้าจงมองหลินเจิ้งฉีอย่างใ ้าจ้างงานลูกชายอันธพาลของนางอย่างนั้นหรือ ป้าจงรีบเดินเข้าบ้านไปพาจงเว่ยออกมาพบหลินเจิ้งฉีทันที
“สะ...สวัสดีครับพี่...เอ่อ...พี่เจิ้งฉี” จงเว่ยทักทายหลินเจิ้งฉีอย่างกล้าๆ กลัวๆ
หลินเจิ้งฉีมองจงเว่ยอย่างพิจารณา เขาจำเด็กหนุ่มคนนี้ได้ดี ในวันที่เขากับหย่งลี่อันเกิดเหตุการณ์ในวันนั้น เป็เ้าเด็กหนุ่มคนนี้ที่ะโพาคนทั้งหมู่บ้านไปที่กระท่อมร้างแห่งนั้น
“นั่งลงเถอะ ฉันได้ยินจากิเจ๋อมาว่านายออกจากกลุ่มอันธพาลแล้ว” หลินเจิ้งฉีหยุดมองหน้าจงเว่ยนิ่งก่อนที่จะพูดต่อ “นายสนใจจะไปทำงานที่ไร่ของฉันไหม ฉันมีสวนผลไม้ แปลงผัก และบ่อปลาให้นายดูแล แต่งานในไร่มันหนักน่าดูเลยนะ”
“ไปสิจ๊ะ งานที่ไหนไม่หนักบ้างล่ะ” ป้าจงรีบตอบคำถามแทนลูกชาย
หลินเจิ้งฉีมองหน้าจงเว่ยนิ่ง เขาอยากฟังคำตอบจากเด็กหนุ่มมากกว่า ซึ่งจงเว่ยก็มองหน้าหลินเจิ้งฉีอย่างไม่อยากจะเชื่อ เขารู้อักษรเพียงแค่ไม่กี่ตัว ถ้าไปหางานทำในเมืองก็ไม่พ้นต้องเป็คนงานแบกหามหรือคนใช้แรงงานทั่วไป แล้วมันจะต่างอะไรกับงานในไร่ที่หลินเจิ้งฉีเสนอมาล่ะ ทำงานที่นี่เขายังได้อยู่ดูแลแม่ใกล้ๆ อีกด้วย
“สนใจสิครับ งานหนักขนาดไหนผมก็อยากทำ ถึงผมจะไปสมัครงานในเมือง ความรู้อย่างผมก็คงไม่พ้นงานแบกหามเหมือนกันนั่นล่ะครับ” จงเว่ยตอบอย่างดีใจ
“ถ้าอย่างนั้นเอาไว้รอให้นายหายดีก่อน นายก็ไปทำงานกับฉันที่ไร่ก็แล้วกัน ฉันจะพิจารณาเงินเดือนให้อีกครั้งตามความเหมาะสม เพราะฉันยังต้องรับคนงานเพิ่มอีกหลายคน” หลินเจิ้งฉีหยิบเงินออกมาให้ป้าจงจำนวนหนึ่ง “ป้าจงครับ เงินนี่ถือเป็ครึ่งหนึ่งของเงินเดือนที่ผมจะให้ป้า ป้าเอาไว้ใช้ชั่วคราวก่อนนะครับ พอป้าเข้าไปทำงานกับผมแล้ว เดือนแรกผมจะหักเงินจำนวนนี้ไว้เลย เดือนถัดไปป้าถึงจะได้เงินเดือนครบตามที่ตกลงกันไว้”
“แต่ป้ายังไม่ได้เริ่มงานเลย ป้าจะรับเงินเธอมาได้ยังไง เธอเก็บเงินนี้กลับไปเถอะ” ป้าจงผลักมือหลินเจิ้งฉีกลับ
“จนกว่าป้ากับอาเว่ยจะไปเริ่มงาน ผมจะไม่ให้ิเจ๋อเอาอาหารมาให้ป้าแล้วล่ะครับ เพราะถ้ามีคนอื่นรู้เข้า มันจะทำให้บ้านผมเกิดปัญหาตามมาไม่หยุด ป้าเอาเงินนี้ไว้ใช้จ่ายจนกว่าจะได้เริ่มงานเถอะนะครับ” พูดจบหลินเจิ้งฉีก็ขอตัวกลับ