บทที่ 34
ตามล่าสัตว์อสูร
ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าให้ความสนใจกับจางหมิงที่อยู่ด้านหลัง
ดวงตาของมันในตอนนี้จ้องมองเขม็งมาที่เขาหยวนเฉินผู้นี้มีสายตาที่แหลมคมมันมองเห็นเพียงครั้งเดียวก็รู้ได้ในทันทีว่าจางหมิงนั้นไม่มีลมปราณภายในร่างกาย
คิ้วทั้งสองข้างของมันคิ้วขมวดเข้ามาหากันพร้อมกับแสดงใบหน้าจริงจังถามหาตัวตนของเด็กหนุ่มที่อยู่บริเวณด้านหลัง
อี้หลงเซียนหันไปมองที่จางหมิงก่อนที่จะพูดขึ้น “ เขาอย่างนั้นหรอ? ”
“ เป็นสหายที่ข้าพบไม่มีอะไรมากหรอก”
ทำการกล่าวออกมาเช่นนั้น
เมื่อได้ยินนางพูดออกมาเช่นนั้นหยวนเฉินหันใบหน้าของตนเองกลับมามองที่นางอีกครั้ง
สำหรับเขาแล้วจากที่มองเห็นว่าไม่มีลมปราณภายในร่างกายก็ไม่อยู่ในสายตา
เป็นเพราะว่าภายในป่าแห่งนี้มันก็รู้ได้ในทันทีเลยว่าเด็กหนุ่มผู้นี้ถ้าไม่มีอี้หลงเซียนอยู่คงจะไม่สามารถเอาชีวิตรอดได้อย่างแน่นอน
คนธรรมดาไม่จำเป็นต้องให้ความสนใจมากขนาดนั้นภายในสถานการณ์เช่นนี้เพราะแบบนั้นในยามนี้มันจึงใช้ดวงตาของตนเองหันกลับมามองด้านหน้าอีก
ดวงตาของมันสนใจมาที่อี้หลงเซียนยอดฝีมือผู้นี้ที่ปรากฏกายอยู่บริเวณด้านหน้าด้วยความสงสัย
“ ท่านบอกว่าเดินทางผ่านทางมาแล้วก็เดินทางเข้ามาภายในอาณาเขตของสำนักเราเช่นนี้”
“ ถ้าไม่เคยรู้มาก่อนว่าภายในภูเขาแห่งนี้เป็นอาณาเขตของพวกเจ้าข้าเคยได้ยินว่าภายในภูเขาแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาก่อนที่สำนักของพวกเจ้าจะมาตั้งหลักปักฐานที่สถานที่แห่งนี้เสียอีก”
“ จะให้พูดถูกต้องต้องพูดมากบริเวณพื้นที่เขตภายในภูเขาแห่งนี้มันเป็นพื้นที่ที่ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของยกเว้นบริเวณด้านบนยอดเขาที่เป็นสำนักของพวกเจ้า ” ต้องการพูดออกมาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย
หลังจากที่ได้ยินนางพูดออกมาเช่นนั้นแน่นอนว่าหยวนเฉินไม่มีทางปฏิเสธได้
อันที่จริงแล้วคำพูดของมันก่อนหน้านี้ที่พูดออกไปก็ไม่ถูกต้องเสียทีเดียวเป็นเพราะว่ามันนั้นคิดว่าภายในอาณาเขตแห่งนี้เป็นอาณาเขตของสำนัก
แน่นอนว่าผู้คนภายในสำนักเองก็คิดเช่นเดียวกันแต่ว่ากลับลืมเรื่องสำคัญไปหนึ่งอย่าง
ตรงที่ว่าภายในอาณาเขตภายในภูเขาแห่งนี้ไม่ใช่พื้นที่ของสำนักงาน
แต่มันเป็นเพราะว่าสำนักของพวกมันตั้งมั่นอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้และบวกกับปัจจัยหนึ่งอย่างที่ว่าตัวของสำนักปกครองเขตแถบนี้และอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้และไม่มีผู้ใดย่างกายเข้ามาเป็นเวลานาน
มันจึงทำให้ภายในสถานที่แห่งนี้พวกมันจึงคิดว่าเป็นพื้นที่ของพวกมันไปโดยปริยาย
แต่พอที่จริงแล้วในสถานที่แห่งนี้ไม่ว่าผู้ใดก็ย่อมเดินทางเข้าออกได้ตามคำพูดของนาง
หยวนเฉินย่อมต้องระวังคำพูดของตนเองเอาไว้แน่นอนว่ามันจะใช้อารมณ์ไม่ได้อารมณ์ไม่ได้กระทันหันแล้วมันเองก็ที่รู้ฝีมือของผู้ที่อยู่ด้านหน้า
เพราะแบบนั้นไม่สามารถร้อนรนมันสงบสติอารมณ์ของตัวเองพยักหน้าตอบรับกลับไป “ เข้าใจแล้วขอรับคำพูดของข้านั้นผิดไปจริงๆอย่างไรเสียภายในเขตนี้พวกท่านก็มีสิทธิ์ที่จะเข้ามา ”
อี้หลงเซียนพยักหน้าจากนั้นก็พูดขึ้น “ แล้วเหตุใดพวกเจ้าถึงมาที่สถานที่แห่งนี้ล่ะ?”
หยวนเฉินที่ยืนอยู่เบื้องหน้ามันมองไปทางซ้ายและขวาก่อนที่จะตอบกลับไป “ พวกข้าทำการเดินทางไปที่สถานที่แห่งนี้เพื่อตามหาสัตว์อสูรแปลกประหลาดที่อยู่ภายในอาณาเขตแถบนี้”
“ สัตว์อสูรแปลกประหลาดหมายความว่าอย่างไร?” อี้หลงเซียนทำการพูดออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเรียบเฉย
นางแสดงใบหน้าราวกับว่าตนเองนั้นไม่ได้รู้เรื่องอันใดที่เกิดขึ้นทั้งที่จริงแล้วภายในใจกลับรู้ดีว่าคนพวกนี้เดินทางมาเพื่อตามหาอะไร
จางหมิงที่ยืนอยู่บริเวณด้านหลังก็พยามสงบนิ่งแม้จะรู้ว่าสิ่งที่พวกมันตามหานั้นคือสัตว์อสูรภายในพันธสัญญาของเขา
“ เมื่อประมาณหลายวันก่อนข้าพบเจอสัตว์อสูรแปลกประหลาดเป็นหมาป่าโลหิตตนหนึ่งที่มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมากมองเห็นว่ามันปรากฏบริเวณนี้คนภายในสำนักออกมาค้นหาหลายต่อหลายวันก็ไม่ได้เบาะแสอันใดในวันนี้บาดแผลของข้าเริ่มดีขึ้นเลยตั้งใจจะออกเดินทางมาตามหา ” มันกล่าวถึงจุดประสงค์ของตนเองออกมา
หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นอี้หลงเซียนทำการตีใบหน้าไม่รู้ไม่เห็น “ อย่างนั้นหรอแต่ว่าข้าอยู่อาศัยมาที่บริเวณแถบนี้สักพักใหญ่ใหญ่กลับไม่พบเจออะไรอยู่บริเวณนี้เลย”
หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นหยวนเฉินหันไปมองบริเวณรอบๆอีกครั้งมองเห็นว่าบริเวณนี้ก็ไม่มีอะไรที่ผิดแปลกออกไป
แล้วภายในใจของมันเองก็คิดว่าอย่างไรสัตว์อสูรก็ไม่น่าจะเป็นผู้กับมนุษย์ได้อี้หลงเซียนเป็นผู้ฝึกฝนวรยุทธ์เพราะแบบนั้นไม่น่าจะญาติดีกับพวกสัตว์อสูรอยู่แล้ว
เพราะแบบนั้นการที่ปรากฏกายภายในสถานที่แห่งนี้คงจะต้องมีการปะทะเกิดขึ้นนางไม่มีเหตุผลอันใดจะต้องโกหกมัน
หลังจากที่เห็นว่าบริเวณนี้ไม่มีเบาะแสที่ตนเองต้องการจึงทำการหันไปหาอี้หลงเซียนแล้วก็พูดขึ้น “ เข้าใจแล้วขอรับข้าจะเป็นค้นหาบริเวณอื่นแต่ว่าการที่ท่านปรากฏกายภายในสถานที่แห่งนี้ข้าเองก็เห็นว่าข้าจำเป็นจะต้องรายงานเรื่องนี้ให้กับทางสำนักได้ล่วงรู้หวังว่าท่านจะไม่ถือโทษ”
“ ข้าไม่สามารถห้ามปากเจ้าได้เพราะแบบนั้นจะทำอันใดก็เชิญขอเพียงแต่อย่ามาวุ่นวายกับข้าก็พอ” นางตอบกลับ
หยวนเฉินไม่คิดจะทำการสนทนาต่อแล้วก็คิดจะทำให้ตนเองนั้นผิดใจกับนางด้วย
เพราะหลังจากที่ตนเองนั้นได้ปะทะกับนางรู้ได้ในทันทีว่าถ้าผิดใจกับนางภายในสถานที่แห่งนี้คงจะโดนสังหารตายอย่างแน่นอน
จันทราทมิฬผู้ที่ได้ฉายานี้เป็นจอมยุทธ์ที่ไม่มีสังกัดเป็นจอมยุทธ์อิสระภายในใต้หล้าไม่ได้รวมอยู่กับสำนักใดเพราะแบบนั้นจอมยุทธ์ประเภทนี้ค่อนข้างจะมีจิตใจที่อิสระอยากจะทำอะไรก็ทำ
เรียกได้ว่าในตอนนี้ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งคิดจะสังหารเขาก็คงจะสามารถทำได้
จึงรู้ดีว่าตนเองไม่ควรจะทำอันใดให้เป็นที่ติดใจกับนางในตอนนี้
เพราะแบบนั้นหลังจากสนทนาจบก็ค่อยค่อยถอยออกไปจากบริเวณนี้อย่างรวดเร็ว
พวกเขาได้ไปค้นหาทิศทางอื่นที่ไม่ใช่บริเวณนี้พยายามออกห่างให้มากที่สุดเพราะเกรงกลัวว่าจะผิดใจกับนางหรือว่าไปทำอันใดให้นางไม่พอใจ
ภายในความมืดสายธาราที่ไหลเชี่ยวเมื่อกลุ่มคนนั้นเดินออกไปทั้งสองยังคงยืนอยู่บริเวณนั้นใช้ดวงตามองกลุ่มคนที่ค่อยค่อยเดินทางไปอย่างช้าๆ
อี้หลงเซียนนางค่อยค่อยหันใบหน้ามาหาเค้าอย่างช้าๆก่อนที่จะพูดขึ้น “ คนพวกนั้นมาตามหาเจ้าน่ะ”
“ ไม่ใช่ข้าคนพูดกันมาตามหาสัตว์อสูรต่างหาก” จางหมิงตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว
“ ก็เหมือนว่าคนผู้นั้นจะแค้นเคืองสัตว์อสูรของเจ้ามากที่โดนการโจมตีเล่นงานไป”
“ ไม่ใช่แค้นเคืองคนผู้นั้นไม่ได้มีความโกรธแค้นอยู่เลยแม้แต่น้อยเพียงแต่แค่รู้สึกสงสัยเท่านั้นสงสัยในตัวของสัตว์อสูรของข้าจึงทำการลงทุนออกมาตามหาภายในสถานที่แห่งนี้”
“ นั่นเองก็น่าจะจริงข้าเองก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกันแต่ว่ากระบี่ของคนเมื่อครู่ที่พุ่งทะยานเข้ามาทรงพลังไม่เบาเลยทีเดียว ” นางทำการกล่าวชมเชยออกมาหลังจากที่ได้ลองรับกระบี่นั้น
หลังจากที่เห็นว่านางกล่าวชมเชยออกมาเช่นนั้นจางหมิงถึงพูดสวนขึ้น “ ถ้าเช่นนั้นกระบี่ของท่านถ้าแสดงออกมาคงจะทรงพลังมากกว่านั้นนับ10 เท่า ”
นางแสดงรอยยิ้มเล็กน้อย
“ จริงสิข้าเองก็มีเรื่องที่จะขอร้องท่านพอดี” จางหมิงมองตรงไปที่นาง
อี้หลงเซียนที่กำลังยิ้มอยู่หันมองกลับมาแล้วก็ถามขึ้น “ อันใดเรื่องที่ขอร้อง? ”
“ ข้าอยากไปภายในป่าที่มันอยู่ในส่วนลึกมากกว่านี้เพื่อตามหาสัตว์อสูรที่มีระดับสูงกว่านี้ท่านช่วยข้าได้หรือไม่?”
ในตอนนี้สิ่งที่จางหมิงอยากจะทำก็คืออยากจะทำภารกิจที่ตนเองพึ่งได้รับมาให้สำเร็จภารกิจที่ว่าคือการทำสัญญากับสัตว์อสูรที่มีระดับสามดาวขึ้นไปสองตัว
แน่นอนว่าในตอนนี้กำลังของเค้าไม่สามารถปะทะกับสัตว์อสูรระดับสามดาวได้อย่างแน่นอน
จึงต้องการคนที่ช่วยเหลือเพื่อที่จะสำเร็จเกี่ยวกับภารกิจในครั้งนี้ให้รวดเร็วที่สุด
แน่นอนว่าคนที่จะช่วยเหลือได้แน่นอนอี้หลงเซียนถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดหลังจากเหตุการณ์ในวันนี้ที่นางสามารถสังหารสัตว์อสูรระดับสี่ดาวจำนวนมากได้อย่างง่ายดายนั่นเองก็เป็นข้อพิสูจน์ว่าเหตุใดนางจึงเป็นตัวเลือก
จากที่กล่าวออกไปเช่นนั้นนางไม่ได้แสดงท่าทางปฏิเสธแต่ก็ไม่ถึงแสดงท่าทางยอมรับ
นางจึงถามขึ้นมา “ ถ้าเกิดว่าตัวของข้าจะช่วยเจ้าเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วข้าจะได้รับอันใด”
“ ก่อนหน้านี้ที่นำแก่นวิญญาณของอสูรมาให้ข้าเป็นจำนวนมากท่านเองก็ไม่ได้รับอะไร”
“ ผิดแล้วผิดแล้วในตอนนั้นข้าได้ข้าได้รับความรู้รวมไปถึงได้รู้สิ่งที่ข้านั้นสนใจมากขึ้นอีกด้วยเพราะแบบนั้นจะกล่าวว่าไม่ได้อันใดได้อย่างไร”
“ ในครั้งนี้สิ่งตอบแทนที่ข้าจะให้กับท่านได้ก็เป็นความรู้เช่นเดียวกันท่านดูสนใจกับพลังของข้าข้าจะบอกความลับของพลังนี้ให้อีกหนึ่งอย่างเพื่อตอบแทน ” จางหมิงยื่นข้อเสนอออกไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นนางแสดงใบหน้าสนอกสนใจเป็นอย่างมาก “ ถือว่าเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจ”
จางหมิงถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่าตัวเลือกนี้จะถูกต้องหรือไม่แต่มันเองก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้
จากนั้นก็เริ่มสาธยายความสามารถหนึ่งอย่างและก็ความลับหนึ่งอย่างของพลังนี้ให้กับนางฟัง
จบบท