The Age of Apocalypse (ศักราชสิ้นสูญ)

บทที่ ๑๗๕ รามอวตาร

        หก…

        ท่ามกลางเศษไม้และควันเพลิงที่ฟุ้งอยู่ในรถม้า นิลพัทที่เข้ามาอยู่ภายในมองเห็นยักษ์ตัวจ้อยที่พิงกายอยู่ข้างโลงในสภาพบาดเจ็บและมันกำลังง้างมือ คล้ายเตรียมโจมตีใส่ตนอยู่

        ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นห้าเท่ามันจึงแยกใจจากหนึ่งเป็นสองทันที

        วิชาเคลื่อนวายุ กรงเล็บขย้ำเหยื่อ

        มือขวาที่กุมดาบสั้นรวบรวมกำลังภายในโคจรผ่านกล้ามเนื้อจนเห็นเป็นเส้นสายทะลุลอดออกมาจากชั้นผิวหนัง บนตัวอาวุธเองก็ส่องประกายสีนิลมืดหม่นลำพังแค่การโจมตีนี้ ต่อให้เป็นผู้เล่นเลเวลหนึ่งร้อยห้าสิบเลือดเต็มเกราะหนาก็ต้องตายในครั้งเดียว และบัดนี้ มันก็เล็งโจมตีใส่โลงผนึกเวทเพื่อปลดปล่อยองค์รามออกมา

        และที่มือซ้าย ธาตุเวททั้งแปดพลันประสานตัวพร้อมกับพลังเวทมนตร์จำนวนมากที่พรั่งพรูออกจากร่างแม้เจ้าตัวจะมีความเร็วเพิ่มขึ้นถึงห้าเท่าทว่านั่นมิได้รวมถึงความเร็วร่ายเวทมนตร์ด้วย เขาจึงจำต้องฝืนใช้มายาเวทเพื่อเร่งรัดการโจมตีให้เร็วขึ้น

        มายาเวท บิดกาล เปลี่ยนทักษะ

        ธาตุเวทประสาน วงวิจิตรเวท

        มณีแปดสีผุดพรายขึ้นรอบข้อมือของนิลพัท ก่อนจะก่อตัวเป็นวงเวทขนาดสามฝ่ามือและอักษรแต่ละตัวก็ส่งพลังให้แก่กันในพริบตา ก่อนจะสาดกระแสพลังอันเกรี้ยวกราดสีทองอร่ามออกไปยิงอัดวิฬาร์ในระยะประชิด

        ทว่าวิฬาร์มิใช่ชนชั้นอ่อนด้อย เขาก็ฉวยโอกาสนั้นรับมือเช่นกัน

        มายาเวทประสาน มรรคาเวียนวน

        วิฬาร์ไม่รู้หรอกว่านิลพัทสามารถฝ่าแรงระเบิดเหล่านั้นเข้ามาได้อย่างไรทว่าอ้างอิงจากการต่อสู้กับโรซาจากสมัยก่อน รวมถึงข้อมูลที่เพื่อนๆของเขาเคยประสบมา เจ้าตัวรู้ดีว่านิลพัทต้องทำได้ เขาจึงร่ายมายาเวทคอยท่าอยู่นานแล้ว

        จากนั้นเมื่อเห็นเงาวูบวาบโผล่เข้ามาเขาก็เรียกใช้มันทันที

        มนตราที่ห่อหุ้มรอบโลงผนึกเวทสั่นไหวทันทีที่นิลพัทโจมตีลงไปวินาทีนั้นนิลพัทพลันนึกเสียใจขึ้นมาที่ไม่ได้ระวังกับดักเหตุเพราะเห็นความสำเร็จอยู่ตรงหน้า

        แม้เจ้าตัวจะยั้งมือไว้ได้ครึ่งหนึ่ง ทว่าดาบในมือก็ยังจมลงไปในมนตร์นั้นถึงหนึ่งคืบและเป็นหนึ่งคืบที่อาจถึงแก่ชีวิต

        กลางอากาศที่ด้านหลังของนิลพัท ปรากฏคมโลหะที่ทะลุผ่านประตูมิติออกมาอย่างไร้สุ้มเสียงแล้วแทงเข้าที่สันหลังของนิลพัทเข้าไป

        ดาบของเขานั่นเอง

        แม้ร่างกายของมันจะแข็งแกร่งปานใดก็ไม่อาจป้องกันตัวเองจากการโจมตีระดับนี้ได้ เจ้าตัวถึงกับทรุดขาลงหนึ่งข้างทันที

        ห้า…

        แม้นิลพัทจะบาดเจ็บ ทว่าวิฬาร์ก็นึกไม่ถึงว่ามันจะระวังตัวถึงเพียงนี้เมื่อเขาถูกนิลพัทโจมตีด้วยวงวิจิตรเวท จึงผนึกพลังป้องกันเพียงหนึ่งในสามส่วนก่อนจะโดนอัดเข้าอย่างจังลดความเสียหายจากศัตรูได้เพียงเล็กน้อย ส่งผลให้ร่างปลิวหวือไปด้านหน้ารถม้ากระแทกเข้ากับผนังจนได้ยินเสียงไม้ร้าวดังลั่น นับว่ายังดีที่ค่าสถานะของเขาถีบตัวขึ้นมาช่วงใหญ่แล้วจึงไม่ถึงกับรับไม่ไหว

        นิลพัทที่บาดเจ็บเพราะฝีมือของวิฬาร์อดชื่นชมเบาๆในใจมิได้ มนตร์ที่เหนือล้ำขนาดนี้ช่างน่ามหัศจรรย์ยิ่งนัก เกรงว่าฝ่ายศัตรูก็นับเป็นยอดขุนพลผู้หนึ่งเช่นกัน

        เจ้าตัวถอนอาวุธคู่กายออกจากมนตร์ประหลาด แล้วใช้ความเร็วอันมหากาฬพุ่งไปโจมตีตัวต้นเหตุอย่างวิฬาร์

        โชคร้ายนัก อาการบาดเจ็บของมันค่อนข้างสาหัสแล้วการเคลื่อนไหวจึงถดถอยลงกว่าครึ่ง การโจมตีก็ไม่เฉียบคมเท่าเดิมวิฬาร์จึงเริ่มตามความเร็วของมันทัน

        ธาตุเวทประสาน โรงมหรสพ

        วิฬาร์เร่งเร้าเวทมนตร์อีกชุดขึ้นมา และพลันใช้มายาเวทมุดหายไปไหนไม่ทราบจากนั้นในรถม้าก็พลันเกิดแสงสีเสียงอันฉูดฉาดขึ้นมันส่องประกายครบทุกเฉดสีราวกับทั้งคันติดไฟดิสโก้ นิลพัทที่เลือดโชกจึงพลันเวียนศีรษะทันทีการโจมตีจึงอ่อนโทรมลงเพราะขาดความแม่นยำ

        สี่…

        ทั้งสองดวลมนตรากันอีกสองสามชุดจนรถม้าคันดังกล่าวไม่อาจทนรับการโจมตีดังกล่าวไหว และในกระบวนท่าถัดมาขณะที่วิฬาร์หลบฉากไปมุมหนึ่ง นิลพัทก็สบโอกาสเข้าพอดี

        เจ้าตัวก็สะบัดมือวูบ ยิงมนตร์ใส่โลงผนึกเวทเพื่อโจมตีอย่างแข็งกร้าว

        ภายในห้องโดยสารอันคับแคบบังเกิดระเบิดขนาดใหญ่จนผนังทุกด้านกระจุยกระจายโลงผนึกเวทดังกล่าวก็ลอยขึ้นจากพื้นเพราะแรงระเบิด

        มันกำลังจะลอยพ้นความสูงสามเมตร!

        ลอยพ้นความสูงที่โลงจะขังรามเอาไว้ได้

        ทว่าก่อนที่มันจะกระเด็นขึ้นสูงกว่านั้น เงาร่างหนึ่งก็ประทับฝ่าเท้าลงบนโลงใหญ่เสียงตึงตัง

        ภายใต้ไอเพลิงที่คล้ายผุดออกมาจากขุมนรก นิลพัทเห็นยักษ์เขียวตัวนั้นยืนสถิตนิ่งอยู่เหนือโลงผนึกเวทราวกับมีรากงอกก็ไม่ปานทั่วร่างของวิฬาร์ปรากฏเกราะน้ำแข็งราวมณีแก้วเพื่อปกป้องตัวเองจากเพลิงร้อนพร้อมทั้งยิงตราประทับเล็กจิ๋วสิบกว่าชิ้นออกมาเพื่อโจมตีสวนกลับ

        แต่แม้เกราะน้ำแข็งจะลดทอนพลังโจมตีลงไปไม่น้อย ทว่าวิฬาร์ก็ยังบาดเจ็บอยู่ดี

        แต่เพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้โลงผนึกเวทร่วงหล่นสู่พื้นจนได้

        ทว่าท่ามกลางเสียงตึงสนั่นของโลงที่กระแทกพื้นมันกลับมีเสียงเบาบางเสียงหนึ่งดังขึ้นมาด้วย

        แครก…

        วินาทีนั้น เสมือนวิฬาร์เห็นทุกสิ่งช้าลงนับสิบเท่า

        ท่ามกลางวงล้อมและเวทมนตร์ที่ปลิวว่อนของทหารแนวหลังที่ตามมาเสริมตำแหน่งตรงด้านข้างของโลงผนึกเวทใต้เท้าเขา มีดาบเล่มหนึ่งปักเข้าไปเกือบครึ่งเล่มและมันก็เป็นต้นกำเนิดของรอยแตกร้าวกลุ่มหนึ่งบนโลง

        ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!

        แม้อยู่ท่ามกลางสนามรบทว่าเมื่อวิฬาร์เห็นรอยแตกที่กำลังขยายตัวออกเขาก็คล้ายได้ยินเสียงเบาบางลั่นขึ้นด้วย

        ไม่แน่ว่ามันอาจเป็นเสียงหัวใจของเขาเองก็เป็นได้

        และพริบตา มันก็ร้าวไปจนถึงขอบฝาโลงจนเปิดรูเล็กจิ๋วรูหนึ่งขึ้นเผยให้เห็นดวงตาสีเขียวข้างหนึ่งที่สะท้อนเงาเย็นยะเยียบออกมาจากด้านใน

        “ผู้เล่นวิฬาร์พบ ราม เลเวล 250”

        ดวงตานั่นจ้องตอบเขากลับมาด้วยความมั่นคงส่งแรงกดดันอันมหาศาลออกมา

        วิฬาร์พลันรู้สึกเหมือนร่างกายถูกพลังอำนาจบางอย่างหน่วงเอาไว้สองแขนขาคล้ายถูกแขวนไว้ด้วยหินพันชั่ง แม้แต่เข่ายังสั่นสะท้าน

        เจ้าตัวรู้ดีว่านี่คือพลังอำนาจของกษัตริย์แห่งอยุธยาจึงฝืนกัดฟันคว้าหอกออกมาจากหน้าต่างระบบ โคจรพลังจนมันคำรามเสียงลั่นแล้วปักสวบลงรูเล็กนั่นทันที

        กระบวนหอกวิชชุมมาลา อสนีพิโรธ

        วิฬาร์ผู้เคยประมือกับกฤษณะมาก่อนรู้ดีว่ารามไม่ได้อ่อนแอถึงขนาดถูกหอกเสียบแล้วตายเจ้าตัวจึงหมายใช้การโจมตีนี้เพื่อลดทอนศักยภาพของฝ่ายตรงข้ามก่อนที่เขาจะออกมาจากโลงได้

        นิลพัทที่เห็นการกระทำนั้นทำได้เพียงร้องออกมาด้วยน้ำเสียงสิ้นหวังเหตุเพราะตนกำลังรับมือกับทหารยักษ์ที่กรูเข้ามาขวางอยู่จึงไม่อาจหยุดยั้งการกระทำนั้นได้

        “ม่ายยยยยย!”

        ทว่าหอกระดับ C ที่วิฬาร์มีกลับปักลงไปได้ไม่ถึงคืบ ก่อนที่จะหยุดลงแล้วนิ่งสนิทราวกับเสียบลงพื้นพสุธา

        วิฬาร์เหนี่ยวร่างลงจนแขนสั่นสะท้านพร้อมกับเร่งพลังเวทมนตร์สายดินขึ้นทั่วร่าง ทำให้ไม่กี่วินาทีถัดมาเกราะน้ำแข็งบนตัวก็ถูกแทนที่ด้วยชั้นดินหนาที่เริ่มแข็งตัวเป็นก้อนหินเพิ่มน้ำหนักตัวเขาอย่างต่อเนื่องพร้อมทั้งมีวงเวทสนับสนุนอีกหลายวงที่เขาเสกขึ้นเพื่อเร่งพลังโจมตีปรากฏเสาแสงสีดำจำนวนสามต้นขึ้นบนพื้น ส่งพลังเวทต่อเนื่องมาให้เขา

        และกดหอกของเขาให้จมลงอย่างเชื่องช้า

        “ทหาร ถ่วงน้ำหนัก!” วิฬาร์กัดฟันตะโกนเสียงแห้งโดยไม่ได้หมายถึงผู้ใดแต่ผู้เล่นและเหล่าทหารยักษ์รอบกายต่างเห็นการกระทำของเขาโดยชัดเจน

        คนที่พอจะว่างจึงหันมาเสกเวทหนุนเสริมทันที

        เวทมนตร์โจมตีไม่ได้ส่งผลกับพรรคพวกทว่ามันยังมีเวทมนตร์หลายชนิดที่ใช้ดึงพวกพ้องออกมาจากพื้นที่อันตรายได้ทำให้ทันทีที่เขาสั่ง ก็ปรากฏรยางค์สีดำนับสิบเส้นพุ่งขึ้นมารัดเขาเอาไว้ก่อนจะกระชากลงพื้น

        กดหอกของเขาให้จมลงอีกสองนิ้ว

        ท่ามกลางรอยแตกของโลงผนึกเวทปรากฏเลือดสีแดงฉานซึมออกมาทีละน้อยเห็นได้ชัดว่าผู้ที่อยู่ข้างในนั้นกำลังบาดเจ็บ

        พร้อมกับโลงเวทที่เริ่มปริแตกมากขึ้นเรื่อยๆ

        ทหารทั้งสองฝ่ายต่างพุ่งเข้าหาโลงเวทที่อยู่กลางวงเพื่อช่วงชิงฝั่งหนึ่งคิดทำลายเพื่อให้รามได้มีโอกาสออกมา ส่วนฝ่ายยักษ์ก็พยายามปกป้องสุดฝีมือพร้อมทั้งกดดันให้ฝ่ายตรงข้ามถอยออกไป โดยมีวิฬาร์สถิตนิ่งอยู่ใจกลางดุจอนุสาวรีย์ที่มีชีวิตเหนี่ยวหอกกดเข้าไปในโลงให้ได้ลึกที่สุด พร้อมทั้งเริ่มประสานมนตรากับคนอื่นๆเพื่อเร่งการโจมตีไปด้วย

        ทว่าหลังจากการดึงดันอยู่หลายวินาทีในที่สุดหอกในมือวิฬาร์ก็ทิ่มพรวดลงจนสุด

        เลือดเป็นลิ่มทะลักออกมาทันที

        วิฬาร์เป็นคนแรกที่รับรู้ถึงการเปลี่ยนน้ำหนักของหอกในมือเจ้าตัวที่ระแวงอยู่ก่อนจึงถือโอกาสซ้ำเติม เร่งธาตุสายฟ้าโจมตีลงไปในหอก แล้วกระทืบเท้าเปรี้ยงทะลุฝาโลงลงไปอีกท่า

        และพร้อมกันนั้น โลงผนึกเวทก็แตกออกเปล่งแสงสีเขียวเจิดจ้าออกไปทุกทิศทาง พร้อมกับมีแรงระเบิดมหาศาล ดีดจนวิฬาร์กับหอกปลิวออกมาหกเจ็ดเมตร

        รามโผล่ออกมากลางสนามรบด้วยร่างที่เกือบเปลือยไหปลาร้าขวาอาบเลือดจนชุ่ม เจ้าตัวถอนหอกที่ปักอยู่แล้วสะบัดทิ้งอย่างไม่แยแสทั่วร่างไม่มีไอเทมอื่นใดติดตัว มีเพียงกางเกงขาสั้นตัวเดียวเพื่อป้องกันความอุจาดคาดว่าตอนที่ถูกไมยราพจับตัวมา คงโดนลอกคราบตั้งแต่หัวจรดเท้ามาแล้ว

        แม้รามจะไร้ไอเทมใดติดกายทว่าวิฬาร์ไม่กล้าแม้แต่จะประมาท คล้อยหลังการโจมตีของสตาร์ดัสต์เพียงเล็กน้อยเจ้าตัวก็พาทหารอีกหกนายพุ่งเข้าไปจากอีกด้าน พยายามใช้ทักษะราชันอสูรที่ยกระดับตัวเองขึ้นห้าสิบขั้นอย่างเต็มกำลังประสานการโจมตีจากหกรวมเป็นหนึ่ง โจมตีเข้าจากซ้ายขวาบนล่าง

        สายตาคมปลาบจากเนตรคู่นั้นของกษัตริย์แห่งอยุธยาจับการเคลื่อนไหวแล้วประมวลผลอย่างรวดเร็วสี่ทิศแปดทางล้วนถูกศัตรูล้อมกรอบเอาไว้ บวกกับขณะนี้ตนไร้ซึ่งอาวุธคู่กายนับว่าสถานการณ์หนักหนายิ่งนัก ทว่าเจ้าตัวก็สมกับเป็นหน่อวงศ์พงศ์นักรบ เขาจึงเรียกใช้ทักษะส่วนตัวทันที

        ทักษะขั้นกลาง รามอวตาร นารายณ์สี่กร

คล้ายกับเรื่องThe Age of Apocalypse (ศักราชสิ้นสูญ) ที่คุณอ่าน