ราชันเพลิงผลาญพิภพ

    การทดสอบอาชูร่า

    หลังจากที่ฟางเฉินมองไปรอบ ๆแล้วไม่พบกับใครเลยมีเพียงเสวี่ยหลิงที่นอนหมดสติอยู่ข้างๆตน ฟางเฉินเริ่มตื่นตระหนกและขบคิดทันที“หรือว่าสะพานแสงนั่นจะสุ่มพวกเราไปยังที่ต่าง ๆ” ฟางเฉินกล่าว“ไม่ใช่ ในตอนที่พวกเรากำลังจะเข้าไปในตำหนักวิญญาณคัมภีร์มหาดาบอาชูร่าของเจ้าก็ตอบสนองต่อสะพานแสงนี่และนั่นทำให้เจ้าถูกส่งมายังที่แห่งนี้โดยเฉพาะ” ความโลภกล่าว“คัมภีร์อาชูร่างั้นเหรอ” ฟางเฉินหยิบคัมภีร์สีดำออกมาจากแหวนมิติซึ่งก็พบว่าตัวของคัมภีร์อาชูร่ากำลังเรืองแสงอยู่ ฟางเฉินสัมผัสได้ถึงการตอบสนองที่รุนแรงอย่างมากจากตัวงของคัมภีร์มหาดาบอาชูร่า“ดูเหมือนว่าคัมภีร์มหาดาบอาชูร่าท่านอาจารย์จะได้มาจากที่แห่งนี้สินะ เสวี่ยหนิงเจ้าตื่นได้แล้ว” ฟางเฉินกล่าวและรีบปลุกเสวี่ยหนิงที่หมดสติอยู่“จริงสิแล้วทำไมนางถึงถูกสุ่มมาอยู่กับข้าละ” ฟางเฉินกล่าว“อาจจะเป็นเพราะตราประทับเปลวเพลิงที่ข้าวางเอาไว้บนตัวของนางก็ได้” ความโลภเองก็แสดงสีหน้าไม่แน่ใจแต่ในเมื่อนางมาอยู่ด้วยกันแล้วก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ เสวี่ยหนิงที่ได้สติก็แสดงสีหน้าแปลกใจและงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะในขณะที่นางเข้าไปในสะพานแสงนางก็ถูกพลังที่แข็งแกร่งดึงตัวไปและมาปรากฎขึ้นในที่แห่งนี้พร้อมกับฟางเฉิน“แล้วตอนนี้เราจะไปที่ใหน” เสวี่ยหนิงกล่าวเพราะรอบ ๆตัวพวกนางไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลยมีแต่ต้นไม้ที่ตายแล้ว“ข้าเองก็ไม่รู้แต่เจ้าตามข้ามาดีๆก็แล้วกัน” ฟางเฉินกล่าวฟางเฉินใช้ความรู้สึกของตนเองสัมผัสกับคัมภีร์มหาดาบอาชูร่าก็รับรู้ได้ว่าคำภีร์มหาดาบอาชูร่ากำลังต้องการให้ตนไปในทิศทางใหนใช้เวลาประมาณสองวันพวกฟางเฉินที่เดินทางตลอดในที่สุดก็มาถึงพื้นที่โล่งแห่งหนึ่งและในพื้นที่โล่งแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยป้ายหลุมศพ และในใจกลางป้ายหลุมศพมีรูปปั่นขนาดใหญ่อยู่ รูปปั้นนี้เป็นรูปปั้นของชายวัยกลางคนที่ถือดาบขนาดใหญ่อยู่ ชายวัยกลางคนในรูปปั้นนั้นปลดปล่อยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวจนแม้แต่ฟางเฉินก็ยังแทบหายใจไม่ออกเมื่อมองไปยังรูปปั้น“นี่มันอะไรกันข้าหายใจไม่ออก” เสวี่ยหนิงกล่าวและล้มคุกเข่ากับพื้และหายใจอย่างยากลำบากในตอนนั้นเองคำภีร์มหาดาบอาชูร่าที่อยู่ในมือของฟางเฉินก็พุ่งออกไปจากมือของฟางเฉินและลอยไปอยู่จรงหน้ารูปปั้น“วิ้ง!!!!!!!!!!!”ในตอนนั้นเองรูปปั้นชายวัยกลางคนก็เปล่งแสงสีดำออกมาพร้อมกับป้ายหลุมศพเริ่มสั่นใหวและพื้นดินก็ขยับไปมา และทันใดนั้นเองโครงกระดูกก็โผล่ออกมาจากหลุมศพซึ่งโครงกระดูกเหล่านี้ปลดปล่อยกลิ่นอายของเซียนออกมาทั้งนั้น“นี่มันเกิดอะไรขึ้น” ฟางเฉินแสดงสีหน้าตื่นตระหนก“นี่มันอะไรกันเนี่ยเจ้ารูปปั้นนั้นมันคิดจะทำอะไร” ความโลภเองก็ไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น“นายท่านเรารีบหนีกันเถอะ” เสวี่ยหนิงกล่าว“หนีไม่ทันแล้ว” ฟางเฉินหันไปด้ายหลังและเห็นโครงกระดูกเข้ามาล้อมพวกฟางเฉินเอาไว้แล้ว“เสวี่ยหนิงเจ้าใช้พลังน้ำแข็งของเจ้าสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นและปละปล่อยให้โครงกระดูกเหล่านั้นเข้ามาทีละหนึ่งหรือสองตัวอย่าให้พวกมันเข้าทีเดียวทั้งหมดเด็ดขาด” ฟางเฉินกล่าว“นายท่านคิดจะสู้กับโครงกระดูกเหล่านี้ทีละตัวงั้นเหรอ” เสวี่ยหนิงกล่าว“ใช่แล้ว ลงมือเร็วเข้า!!!!!!!” ฟางเฉินคำรามเสวี่ยหนิงปลดปล่อยพลังน้ำแข็งสร้างกำแพงน้ำแข็งรอบ ๆตัวพวกฟางเฉินและเหลือช่องว่างขนาดเล็กให้โครงกระดูกเข้ามาทีละตัว“ก็ไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าของคัมภีร์มหาดาบอาชูร่าต้องการจะทำอะไรแต่ข้าก็ไม่คิดจะมาตายที่นี่อย่างแน่นอน” ฟางเฉินกล่าวและปลดปล่อยอาภรย์อาชูร่าออกมาแต่เมื่อฟางเฉิรคิดจะใช้พลังเปลวเพลิงออกมากลับรับรู้ได้ว่ามีพลังบางอย่างปิดกั้นไม่ให้ฟางเฉินใช้พลังจากจิตวิญญาณทั้งสองดวง แต่กลับกันฟางเฉินกลับสามารถใช้พลังของอาภรณ์อาชูร่าได้อย่างไม่มีปัญหา“นี่คิดจะเล่นแบบนี้เลยงั้นเหรอ” ฟางเฉินยิ้มออกมาแต่รอยยิ้มของฟางเฉินนั่นดูเจ็บปวดอย่างมาก“เคร๊ก!!!!” โครงกระดูกตัวหนึ่งถือกระบี่แทงมามางฟางเฉินทันที ถึงแม้จะตายไปแล้วแต่กระบี่ในมือของโครงกระดูกกลับเต็มไปด้วยปราณกระบี่ที่ทรงพลังฟางเฉินกัดฟันและพุ่งเข้าหาโครงกระดูกและฟาดฟันดาบใส่โคงกระดูกทันที ดาบและกระบี่เข้าปะทะกันอย่างรุนแรงและในตอนนั้นเองจิตสังหารอันน่าหวาดกลัวก็ปะทะออกมาจากโครงกระดูก“คนที่ตายไปแล้วทำไมถึงได้มีจิตสังหารที่ทรงพลังแบบนี้ ในตอนที่พวกเขายังมีชีวิตพวกเขาเคยสังหารมามากแค่ใหนเนี่ย” ฟางเฉินคำรามและระเบิดพลังออกมาก่อนจะทำลายโครงกระดูกจนแตกระเอียด“เอ๊ะ!!!!” ในพริบตาที่โครงกระดูกถุกทำลายจิตสังหารทั้งหมดที่โครงกระดูกปล่อยออกมาก็ถูกฟางเฉินดูดซับทำให้พลังของอาภรณ์อาชูร่าเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล“แบบนี้นี่เองเป็นแบบนี้นี่เองเป้าหมายของการต่อสู้ในครั้งนี้” ฟางเฉินคำรามและดวงตาก็เปล่งประกายก่อนจะเข้าไปต่อสู้กับโครงกระดูกที่เข้ามาเรื่อย ๆไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่ฟางเฉินต่อสู้กับโครงกระดูกมาตลอดหลายวันติดกัน แต่ฟางเฉินกลับไม่รู้สึกเหนื่อยเลยและพลังของอาภรณ์อาชูร่าเองก็เพิ่มขึ้นจนถึงขีดสุดอีกด้วย เรียกได้ว่าตอนนี้จิตสังหารของฟางเฉินนั้นทรงพลังกว่าเก่าหลาย 100 เท่าจนแม้แต่เสวี่ยหนิงก็ยังเกิดความหวาดกลัว“ในที่สุดก็จบเสียที” ฟางเฉินกล่าวด้วยสียินดี“ยอดเยี่ยมมาผู้สืบทอดแห่งข้าตลอดหลายพันปีมีผู้สืบทอดอของข้ามากมายที่เข้ามาทดสอบในสถานที่แห่งนี้แต่ไม่มีใครเลยที่สอบผ่านการทดสอบเลยสักคนและคนเหล่านั้นก็กลายเป็นร่างไร้วิญญาณอยู่ในที่แห่งนี้จนหมด” เสียงที่ดูเก่าแก่และโบราณดังขึ้นฟางเฉินและเสวี่ยหนิงถึงกับสะดุ้งขึ้นในในทันทีเพราะในตอนนี้เองที่รูปปั้นของชายวัยกลางคนก็ลืมตาขึ้นและดวงตาสีแดงโลหิตคู่นั้นมองมาที่ฟางเฉินด้วยความยินดี“ยังมีชีวิตอยู่งั้นเหรอ” ฟางเฉินกล่าวออกมาด้วยความกลัว“เปล่าข้าได้ตายไปแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่คือเจตจำนงของข้าเท่านั้น เจตจำนงที่จะหาผู้สืบทอดให้ได้ก่อนจะจากไปตลอดกาลและในตอนนี้ในที่สุดข้าก็พบแล้ว เด็กน้อยเอ๋อจงใช้พลังทั้งหมดที่เจ้าสะสมมาโจมตีมายังรูปปั้นของข้าซะและเมื่อเจ้าทำลายรูปปั้นของข้าได้เจ้าก็จะได้รับมรดกของมหาดาบอาชูร่าที่สมบูรณ์และกลายเป็นผู้สืบทอดของข้าอย่างเต็มตัว” เจตจำนงของอาชูร่ากล่าวขึ้น“จะให้ข้าทำลายรูปปั้นของท่านจริง ๆงั้นเหรอ” ฟางเฉินมองไปยังรูปปั้นก็รู้สึกถึงออร่าที่น่าหวาดกลัวจนฟางเฉินไม่อยากที่จะโจมตีเลย  

    คล้ายกับเรื่องราชันเพลิงผลาญพิภพ ที่คุณอ่าน