พอรอมาได้ครึ่งชั่วยาม ฉางกวงจึงได้เข้าไปถึงยังจุดลงทะเบียน หันมองซ้ายมองขาว เห็นชายหนุ่มหน้าตาดีผู้หนึ่ง รูปร่าง ผอม ค่อนข้างสูง เเต่งตัวดูมีภูมิฐาน คล้ายกับบัณฑิตเเก่เรียน ผมมัดจุกไว้ด้านหลัง
“หมอนี่ คือ ซ่งหยวนสินะ” ฉางกวงจ้องไปยังซ่งหยวน ซ่งหยวนเห็นดังนั้นจึงยิ้มตอบด้วยมารยาท
ฉางกวงพลันหันไปอีกทาง เห็นหญิงสาวผู้หนึ่ง หน้าตาสะสวย ผิวดุจน้ำนม ผมยาวสยาย รูปร่างค่อนข้างไปทางเล็กราวหญิงอายุ 14 15 มีหญิงรับใช้ยืนคั่นสาวผู้นั่นอยู่ระหว่างกลาง คล้ายถ้ามีใครมาก่อกวนเ้านาย
ตนจะออกหน้ามาจัดการคนผู้นั้นทันที
พอเห็นฉางกวงมองมา คุณหนูผู้นั้นก็จ้องมองฉางกวงตอบกลับอย่างเรียบเฉย คล้ายชินชา พบเจอเื่เเบบนี้มานับไม่ถ้วน
ฉางกวงรู้สึกได้ดังนั้นจึงยิ้มให้ตามมารยาท เเล้วก็หันหน้ามองไปยังอีกคนหนึ่ง ก็คือร่างที่ไม่อาจระบุได้ว่าเป็ชายหรือหญิง สวมผ้าคลุมสีน้ำตาลอ่อนๆ ปิดไว้ทั่วลำตัว ดูเเล้วส่วนสูงประมาณชายวัย 20 ทั่วๆไป
พอหันมาสบตากันซักพัก ชายผู้นี้เเผ่รังสีอำมหิตออกมาส่วนหนึ่ง สายตาไม่แยแส ฉางกวงเห็นดังนั้นจึงหันกลับมาด้านหน้ารอลงทะเบียนเข้าสนามประลอง พลางคิดในใจ ‘“ซ่งหยวนนั่นยิ้มดูดี น่าเข้าหาเป็สหาย เเต่ก็ต้องระวังไว้”
“ส่วนคุณหนูจินนางนั้นกับเ้าผ้าคลุมนับว่าเ็าเกินไปเเล้ว”
พลันจึงได้ยินผู้ดูเเลเรียกชื่อ เขาก็เดินไปยังโต๊ะที่ผู้ดูเเลยืนอยู่ “ท่านฉางกวง ใช่ไหมขอรับ
ขอเช็คหยกลงทะเบียนหน่อยขอรับ”
ผู้ดูแลมองมายัง ฉางกวง แบมือ น้ำเสียงเรียบเฉย
“ทำไมต้องมีไอ้หยก ยุ่งยากนี้ด้วยนะ”
“เเล้วผู้ดูเเลทุกคนต้องเป็อย่างงี้ทุกคนเลยรึไง”
คิดก็ส่วนคิด เขาจึงหยิบหยกสีเขียวออกมาจากสาบเสื้อ ที่ตอนนี้มีคำสลักว่า ‘ฉางกวง’
“ช้าสลักมัน ใช้เวลาตั้ง 1 ก้านธูปเลยนะ คงต้องมีคนอิจฉาข้าเเน่ๆ…”
หันซ้ายหันขวาสังเกตท่าทีผู้เข้าประลอง ก็ปกติ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง สีหน้าเขาเลยดูหัวเราะก็ไม่ได้ร้องไห้ก็ไม่ออก
ยื่นให้ยังผู้ดูเเล พอเห็นดังนั้นผู้ดูเเลก็พยักหน้ารับกล่าวต่อว่า
“ท่างฉางขอรับ เชิญเข้าห้องพักนักสู้ก่อนนะขอรับ ถ้าถึงรอบของท่านจะมีประกาศเรียกชื่อท่าน” พูดจบพลางให้ผู้คุ้มกัน 2 คนที่เอาหอกพาดกันขวางทางไว้ให้เปิดออก พอเห็นดังนั้นฉางกวงจึงเดินผ่านหน้าประตูเข้าไปยังห้องพักนั่งรออย่างสบายใจ
ลานประลองของโรงเตี๊ยมมหาวารีนั้น มีเวทีใหญ่อยู่ 1 เวที ห่างออกมาซักเล็กน้อยจะมีที่นั่งผู้ชมล้อมรอบสนามประลองเป็วงกลม ที่นั่งผู้ชมจะสูงเเละมีส่วนพื้นยื่นออกมาเล็กน้อย พื้นที่ด้านใต้ที่นั่งผู้ชม จะเเบ่งเป็ห้องๆ เป็ห้องขนาดเล็กมีหน้าต่างหันมาทางลานประลองพอดิบพอดี ฉะนั้นเวลาผู้เข้าประลองเวลานั่งรอเวลาจึงมองเห็นเวทีได้อย่างชัดเจน ผู้ชมก็เช่นกันเเต่ก็ไม่ควรอยู่ด้านหลังเกินไปเพราะอาจมองเห็นไม่ชัดได้
ผ่านไป1จิบชา คู่เเรกก็เริ่มประลองกันขึ้น พอเริ่มประลอง หอกพลันเสียดเเทงเข้าหาคู่ตัวสู้ อีกฝ่ายฟันดาบใหญ่เเนวข้างลำตัวมาต้านรับ เสียงเคร้ง ดังขึ้นเป็ระยะๆ ปะทะกันได้ราวสิบกระบวนท่า ฝ่ายดาบใหญ่จึงขอยอมเเพ้ อย่างไม่เต็มใจ พอจบการประลองคู่เเรก ก็จัดคู่ต่อไปเรื่อยๆ จนมาถึงคู่ล่าสุด
“คู่ต่อไป ซ่งหยวนประลองสินะ ข้าขอเห็นฝีมือเ้าหน่อย” ฉางกวงคิดในใจ พลางจับจ้องไปที่สนามประลอง