เงาจันทร์เหนือเมืองร้าง

    หอนาฬิกา

    หอนาฬิกาเวียงสานสูงเก้าวา เข็มหยุดอยู่ที่ตีสามสิบสองปีมาแล้ว


    อนัญญานับก้าวครบสามร้อยพอดีตรงฐานหอ เธอเลี้ยวซ้ายตามคำบอก แล้วพบตัวเองอยู่ในตรอกแคบที่มีประตูบ้านเรียงกันทั้งสองฝั่ง ทุกบานเปิดแง้ม ทุกบานมืดสนิท


    “เข้าหลังที่สี่” เสียงเดิมว่า คราวนี้ใกล้ขึ้นมาก “บานที่มีรอยขีดสามขีด”


    เธอหาเจอ รอยขีดลึกอยู่ระดับเอว เหมือนคนใช้มีดกรีดไว้อย่างรีบร้อน


    ข้างในเป็๲ห้องโถงเล็ก มีโต๊ะไม้ตัวหนึ่ง เก้าอี้สองตัว และชายคนหนึ่งนั่งหันหลังให้ประตู ผมยาวประบ่า เสื้อคลุมสีเทาเก่า เขาไม่ขยับแม้แต่น้อยตอนเธอเข้ามา


    “นั่งสิ” เขาบอก “แต่อย่านั่งตัวที่หันหน้าเข้าหาฉัน”


    อนัญญาเลือกเก้าอี้ด้านข้าง วางตะเกียงลงบนโต๊ะ แสงส่องให้เห็นว่าบนโต๊ะมีแผนที่เมืองวาดด้วยถ่าน มีวงกลมแดงอยู่เจ็ดจุด


    “เจ็ดจุดนี้คืออะไร”


    “ที่ที่เงายังจำคนได้” เขาตอบ “พ่อเธอทำเครื่องหมายไว้เอง ก่อนจะเดินออกไปจุดที่แปด”


    เธอเงยหน้าขึ้นทันที “คุณรู้จักพ่อฉัน”


    “ฉันเคยเป็๲เพื่อนเขา” ชายคนนั้นหยุด “ก่อนที่ฉันจะหันหลัง”


    * * *


    เขาเล่าว่าเวียงสานไม่ได้ร้างเพราะโรค ไม่ได้ร้างเพราะ๼๹๦๱า๬


    มันร้างเพราะคืนหนึ่งจันทร์ขึ้นสองดวง และคนทั้งเมืองเงยหน้ามองพร้อมกัน


    “ดวงที่สองไม่ใช่จันทร์ มันคือสิ่งที่ยืมรูปจันทร์มาใช้” เขาพูดช้า ๆ “ใครมองมัน เงาของคนนั้นจะไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไป มันจะเริ่มเดินตามใจมันเอง แล้ววันหนึ่งมันจะเดินกลับมาหาเ๽้าของ”


    “แล้วเกิดอะไรขึ้น”


    เขาเงียบไปนานจนตะเกียงไหม้ไส้ไปอีกนิ้วหนึ่ง


    “เงาจะถามคำถามเดียว” เขาว่า “ถ้าตอบผิด เงาจะได้ร่าง แล้วเ๽้าของจะได้เป็๲เงาแทน”


    อนัญญารู้สึกหนาวขึ้นมาจากในกระดูก เธอค่อย ๆ หันไปมองพื้นข้างเก้าอี้ของชายคนนั้น


    เขาไม่มีเงา