.. ปราณทลายนภาสดใสระยิบครอบคลุมทุกตารางนิ้ว สภาพโดยรอบแปรเปลี่ยนราวกำลังลอยคว้างอยู่บนฟากฟ้า .. กระบี่นภาลัยกลายเป็นลำแสงกระบี่ ลำแสงนั้นขยายจนกลายเป็นกระบี่แสงด้ามเขื่อง .. กระบวนท่านี้คือ
.. เทพกระบี่เปิดนภา !!!
เพลงกระบี่อันลือลั่น ปราณทลายนภาส่งพลังฉีกกระชากอันคมกริบพุ่งตรงไปเบื้องหน้า กระบี่เทพประจิมเร่งเร้าพลังปราณดาวดึงส์ถึงขั้นสุด ปรากฏรัศมีกลุ่มดาวดึงส์ม่วงวิ่งวนอยู่รอบกาย
.. แต่กระนั้นยังอ่อนด้อยกว่า ปราณทลายนภาอันเจิดจรัสของปรมาจารย์เฒ่าอยู่ขั้นสองขั้น
เฒ่าทลายนภายิ้มมุมปาก .. การประลองของปรมาจารย์กระบี่ทั้งสองต้องจบในกระบวนท่านี้แล้ว
คิ้วของกระบี่เทพประจิมขมวดขึง .. พลังปราณของปรมาจารย์เฒ่าช่างแหลมคมเข้มข้น ผลของการปะทะครั้งนี้ต้องทำมันสูญเสียพลังวัตรไปหลายส่วน
.. แต่มีหรือที่บุคคลดื้อด้านเช่นมันจะกริ่งเกรง
กระบี่เทพประจิมกัดฟันเร่งเร้าพลังปราณซ่อนเร้นจนปราณดาวดึงส์ม่วงรอบข้างกระเพื่อมไหว กระบี่เทวะการีย์ทอประกายระยับพุ่งตรงไปเบื้องหน้าอย่างไม่เกรงกลัว
เฒ่าทลายนภากล่าวขึ้น “.. เจ้านี่ ช่างกล้าบ้าบิ่น .. สมควรรู้ถึงผลที่ตามมา ..”
ฮึ .. กระบี่เทพประจิมหัวเราะในลำคอ กล่าวตอบว่า “.. พลังวัตรลดลงกึ่งหนึ่งแล้วจะเป็นไร .. มาสู้กันให้โลกจดจำเถิด”
ฮา .. เฒ่าทลายนภาหัวเราะ “เช่นนั้นก็ดี .. จะหาว่าผู้เฒ่าเช่นข้า รังแกทารกเช่นเจ้ามิได้หนา .. ฮา”
กระบี่ปราณพุ่งทะยาน .. ปราณทลายนภาสุดรุนแรง ทุกๆ นิ้วที่กระบี่นภาลัยเคลื่อนผ่าน ได้ฉีกกระชากพลังดาวดึงส์ม่วงออกเป็นริ้วๆ
กระบี่เทพประจิมรู้สึกพลังวัตรปั่นป่วน มันต้องฝืนรับแรงกระแทกของพลังปราณขั้นสุดที่พุ่งตรงเข้าหา
ระยะห่างของกระบี่ทั้งสองหดสั้นลง ความรู้สึกคล้ายเชื่องช้าคล้ายรวดเร็ว ตอนนี้ห่างกันถึงสิบวา .. ปรากฏโลหิตรินไหลออกมาจากจมูกของกระบี่เทพประจิมแล้ว
คิ้วเคราของเฒ่าทลายนภาโบกกระพือ มันยกยิ้มอย่างพอใจ .. การประลองครั้งนี้ต้องส่งเสริมชื่อเสียงแก่มันให้สูงส่งขึ้นไปอีก
.. แต่แล้ว
ที่ด้านหลังกระบี่เทพประจิมมีบางสิ่งเคลื่อนไหวเข้ามาอย่างรวดเร็ว
เจ้าสิ่งนั้นรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ เพียงเสี้ยววินาทีก็มาปรากฏอยู่ด้านข้างของกระบี่เทพประจิมแล้ว
“!!!” กระบี่เทพประจิมเหลือบตามอง
.. เจ้าสิ่งนั้น .. คือกระบี่เล่มเขื่องเล่มหนึ่ง !
.. กระบี่โบราณยาวสี่ศอก โคนกระบี่หนาหนึ่งคืบตัวกระบี่ลู่แหลมจรดปลาย สันกระบี่สลักลวดลายสุดวิจิตร คมกระบี่ทั้งสองด้านคมกริบส่องประกายอมม่วงแวววาว
.. เป็นกระบี่ที่มีลักษณะเช่นเดียวกับที่มันถืออยู่ในมือขวา
.. กระบี่เทวะการีย์ !!!
.. คือ กระบี่เทวะการย์อีกเล่มหนึ่ง
.. กระบี่วิเศษประจำตัวราชครูมหาเวทดาวดึงส์
ในช่วงเวลาเป็นตาย กระบี่เทพประจิมไม่ครุ่นคิดมากความ มันใช้มือซ้ายดูดรั้งกระบี่เทวะการีย์เล่มนั้นมาถือกระชับไว้
กระบี่เทพประจิมร่างหยุดผึง !!! มันลอยหลับตาอยู่กลางอากาศ แขนซ้ายขวากางออกด้านข้าง กระบี่เทวะการีย์ยาวกว่าสี่ศอกสองเล่มลอยขนานอยู่กับพื้นโลก
.. ปราณดาวดึงส์พลังเพิ่มพูน รัศมีดวงดาวขยายตัวเข้มข้นเป็นเท่าทวี
พลังปราณของกระบี่เทพประจิมค่อยๆ เพิ่มปรับขึ้นจาก ๒๙๙,๙๙๙ จุด วิ่งไต่ระดับไปจนถึง ๓๙๙,๙๙๙ จุด .. ปราณพลังยังคงวิ่งเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายไปหยุดอยู่ที่ .. ๔๙๙,๙๙๙ จุด
อาาา .. เฒ่าทลายนภาอ้าปากหวอ .. อยู่ๆ คู่ต่อสู้ก็เพิ่มกระบี่วิเศษมาอีกเล่มหนึ่ง ทั้งพลังปราณยังปรับเป็นแข็งแกร่งจนล้ำหน้ามันไปอีกขั้นหนึ่ง
เพลงกระบี่ปลดปล่อยอย่างสุดกำลัง เมื่อส่งออกแล้วมิสามารถดึงรั้งกลับคืน เฒ่ากระบี่ได้แต่กัดฟันส่งปราณพลังที่เหลือทั้งหมดผ่านกระบี่นภาลัย
ย๊ากกกกก !!! .. เฒ่าทลายนภากู่ร้อง
ลำแสงกระบี่ส่งประกายวับวาม กระบวนท่าเทพกระบี่เปิดนภาทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ระยะย่นเข้ามาห่างเพียงห้าวา
.. กระบี่เทพประจิมเปิดเปลือกตาทั้งสอง สายตาอันคมกริบจ้องมองคมกระบี่ที่ตรงเข้าหา
.. ลูกนัยน์ตาปรากฏประกายม่วงครามวูบวาบ พลังปราณดาวดึงส์ระเบิดออกโดยฉับพลัน กลุ่มดวงดาวนับพันหมื่นฟุ้งกระจายส่งแสงระยิบระยับ
.. มือปล่อยออกจากด้ามกระบี่ สะบัดแขนทั้งสองส่งออกไป กลุ่มดวงดาวรวมตัวเป็นเส้นสายสองเส้นพุ่งตรงไปเบื้องหน้า
กระบี่เทวะการีย์รวมประสานกับปราณดาวดึงส์ เกิดภาพพันหมื่นดวงดาวรวมกันเป็นรูปกระบี่ขนาดมหึมา พลังอันไม่มีที่สิ้นสุดจากห้วงจักรวาลส่งผ่านมาในกระบวนท่านี้
.. ประสานดาวดึงส์การีย์เทวะ !!!
พลังแห่งจักรวาลม่วงวับวามสองสายพุ่งปะทะกับเส้นสายปราณพลังแห่งท้องนภาอันจ้าจรัส
.. ปร๊ะ !!! เกิดเสียงเพียงบางเบาจนน่าตกใจ
แสงสีจักรวาลม่วงสาดกระจายออกโดยรอบ กลบพลังปราณนภาอันสดใสไปเสียสิ้น
กระบี่นภาลัยสั่นสะท้านส่งเสียงร้องหวีดหวิว ร่างเฒ่ากระบี่ชะงักค้างกลางอากาศราววิ่งชนกำแพงไร้สภาพ
แต่กระบวนท่าของกระบี่เทพประจิมยังไม่หยุดอยู่เพียงนั้น หลังจากการปะทะครั้งแรก ปราณกลุ่มดาวกระบี่ทั้งสองยังพลิกกลับฟาดฟันออกอย่างต่อเนื่อง
.. ปร๊ะ !!!
.. ปร๊ะ !!!
.. เปรี๊ยงงง !!!
ร่างเฒ่ากระบี่ลอยคว้างเด้งกลับตามแรงฟาดฟัน
เฒ่ากระบี่นภาลัยร่างลอยกลับไปไกลกว่าสิบห้าหลา แรงกระแทกทำมันไม่สามารถฝืนยืน ต้องทรุดลงชันเข่าอยู่ข้างหนึ่ง ขวางกระบี่วิเศษไว้แนวหน้าอก
ส่วนกระบี่เทพประจิมยังหยุดยืนอยู่ที่จุดปะทะ คนหลับตาย่อตัวกางแขนทั้งสองออก กระบี่วิเศษทั้งสองเล่มยังกางขนานกับพื้นโลก
.. การประลองจบลง ดังปรมาจารย์เฒ่าต้องการแล้ว
.. แต่ ผลที่ปรากฏ มิได้เป็นอย่างที่มันคาดหวังไว้
ทั้งวิหารเงียบสนิท ไม่มีผู้ใดกล้ากล่าววาจา .. กระบวนยุทธ์ที่สองปรามาจารย์แสดงออก ทำพวกมันสำนึกได้ว่าตนเองเป็นแค่ทารกน้อยที่เพิ่งออกท่องยุทธภพเพียงเท่านั้น
เฒ่ากระบี่ยังฝืนรักษาทรงของปรามาจารย์ยุทธไว้ .. ใบหน้าชราภายใต้หนวดเคราขาวกลับซีดเผือด พลังปราณภายในสับสนพลุ่งพล่านไร้การควบคุม
.. กระบี่ทลายนภาพ่ายแพ้แล้ว !!!
.. เป็นการพ่ายแพ้ที่ไม่เคยคาดคิดไว้ !!!
แต่ .. กระบี่เทพประจิมก็ชะงักค้างไป
เมื่อกระบวนท่าสิ้นสุดลง สมาธิจิตใจของปรมาจารย์หนุ่มจึงหวนมาพิจารณากระบี่เทวะการีย์เล่มนั้น
ทันใดบัญญัติมนตราที่อยู่ในกระบี่เทวะการีย์ก็พุ่งเข้าใส่ดวงจิต เป็นบัญญัติมนตราที่มหาเวทดาวดึงส์ผู้เป็นตาสร้างไว้สื่อสารกับมันโดยเฉพาะ
ภาพเหตุการณ์ถูกถ่ายทอดออกมา ราวกับอยู่ในสถานที่จริง*
.. ณ ชั้นสามของปราสาทหงส์ทะยาน เมืองนพรัตน์ราชธานี แคว้นมัธยะปุรา
.. มิติเบื้องหน้ายืดขยายออกอย่างรวดเร็ว แสงสว่างสีขาวนวลฟุ้งกระจายสุดสายตา หมอกขาวบางๆ ปกคลุมเรี่ยพื้นอยู่โดยทั่ว
.. แกร๊ซซซ !!! เสียงร้องอันเกรี้ยวกราดแสบแก้วหูของหงส์นภา .. เป็นหงส์เทวะตัวมหึมา ทั้งตัวปกคลุมด้วยขนสีขาวบริสุทธิ์ จะงอยปากสีทองสุกเปล่งประกาย ลำตัวตั้งตรงปีกทั้งสองแผ่กว้างดูน่าเกรงขาม
.. ทันใดมหาเวทดาวดึงส์เหินทะยานนำกระบี่เทวะการีย์พุ่งผ่านกลางอก สังหารหงส์นภาตัวนั้นจนล้มคลืนลง
.. ขณะที่หงส์นภาจะสิ้นใจได้พูดคุยบางอย่างกับอุทัย และแล้วเบื้องบนกลับมีสายวิชชุนับร้อยสายพาดกระจายอยู่เต็มผืนฟ้า
.. โครมมม !!! .. ปรากฏเงาร่างสายหนึ่งบินเหินลงมากระทืบเข้าที่กลางหลังหงส์นภาอย่างรุนแรง
.. ร่างนั้นคือองค์เทวะองค์หนึ่งรูปร่างดังบุรุษดูสูงโปร่ง ทั่วกายส่งประกายสีรุ้งเจิดจรัส ที่ด้านหลังมีปีกเป็นเส้นแสงสีเงินยวงเรียวยาวราวปีกของวิหคยักษ์โบกกระพือเบาๆ
.. มหาเวทดาวดึงส์คุกเข่าก้มศีรษะลงกราบกรานให้กับองค์เทวะนั้น
แต่แล้ว
.. องค์เทวะก็กระพือปีกแสงสีเงินโบยบินไปหยุดลอยอยู่กลางอากาศ แล้วจึงกระดิกนิ้วบังคับร่างมหาเวทดาวดึงส์กางแขนขาลอยล่องขึ้น
.. ภาพเหตุการณ์อันสุดสยดสยองพลันบังเกิด
.. ร่างกายเนื้อหนังมหาเวทดาวดึงส์ค่อยๆ หลุดกร่อนเป็นอณูละเอียด พลังชีวิตอณูเลือดเนื้อโลหิตสีแดงเข้ม ปะปนด้วยแก่นปราณพลังสีม่วงล่องลอยออกเป็นสายเส้น
.. อณูเหล่านั้นค่อยๆ หมุนวนจับกันเป็นกลุ่มก้อน ที่ก่อเกิดเป็นผลึกสีแดงม่วงแวววาว ที่แกนกลางคือก้อนผลึกสีแดงเข้มข้น
.. มหาเวทดาวดึงส์ ปรมาจารย์ยุทธ์ผู้ลือลั่น ถูกย่อยสลายทั้งพลังชีวิตและปราณยุทธ์ คงเหลือเพียงซากร่างผุกร่อนถูกทิ้งลงสู้พื้นเบื้องล่าง
ราวท้องฟ้าถล่มทับ .. กระบี่เทพประจิมองค์ชายอนันตราชสายตาล่องลอย สองเข่าทรุดลงกับพื้น .. บัญญัติมนตราที่ได้รับเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นโดยมหาเวทดาวดึงส์ ผู้เป็นบิดาของมารดามันอย่างแน่นอน
กระบี่เทวะการีย์ทั้งสองเล่มเหินบินลงมาปักลงบนพื้นตรงด้านหน้าของอนันตราช .. ซุบบบบ .. ซุบบบบ
'.. ท่านตาจากไปแล้วหรือนี่ .. ท่านตาอันเป็นที่รักของข้า ..' เสียงภายในจิตใจของปรมาจารย์หนุ่ม .. ชัยชนะที่ได้มากลายเป็นสิ่งไร้ค่า เมื่อความจริงที่รับรู้กลับกลายเป็นความสูญเสียอันยิ่งใหญ่
.. ทั้งกับตัวมันเอง
.. และแคว้นมหาการีย์
.. คนยังโศกสลด คุกเข่าอยู่เช่นนั้น ยังไม่มีท่าทีจะลุกขึ้น
ทางด้านกระบี่ทลายนภาหลังจากได้ปรับพลังปราณ พบว่าตนเองได้รับบาดเจ็บทั้งอวัยวะภายในและเส้นปราณพลัง .. กลับเป็นมันที่พลังลดลงกึ่งหนึ่ง .. คงเหลือเพียง ๑๗๑,๘๘๒ จุด
ภายนอกเฒ่ากระบี่ทลายนภายังคงรักษาทรงปรมาจารย์ยุทธ์แห่งทวีปเอาไว้ แต่ภายในรู้สึกปั่นป่วนทั้งด้านอารมณ์ความรู้สึก ทั้งอาการบาดเจ็บที่เริ่มทวีความรุนแรง
หากมันไม่ผนึกเส้นลมปราณเร่งรักษาตัว .. นามปรมาจารย์กระบี่ทลายนภาอันลือลั่น .. คงหลงเหลือแค่ตำนานให้ชาวยุทธ์เพียงกล่าวถึงแล้ว
“อา .. อาจารย์ ..” นาธากระบี่หน้าหยกร้องเรียกด้วยความร้อนใจ
ฮี ฮี ฮี .. เสียงหัวเราะอันเยือกเย็น ราวเห็นความเพลี่ยงพล้ำของผู้อื่น เป็นเพียงความบันเทิงชนิดหนึ่ง
นักพรตสัมผัสฟ้าส่งพลังเสียงถึงเฒ่ากระบี่ “การประลองจบลงแล้วหรือไม่ ขึ้นอยู่กับท่าน .. ท่านต้องสังหารมันในกระบี่เดียว มิเช่นนั้นชื่อเสียงเกียรติภูมิเพียรสร้าง จะสูญสลายไม่คงอยู่อีก”
ความหมายคือ หากต้องการรักษาสถานะในยุทธจักรไว้เช่นเดิม กระบี่ทลายนภาต้องประลองต่อ และสังหารกระบี่เทพประจิมให้ได้
เฒ่าทลายนภาหนวดกระตุกครุ่นคิดจนแทบกระอักโลหิต .. มองดูกระบี่เทพประจิมที่ยังคุกเข่าก้มหน้า ไม่รู้บาดเจ็บมากน้อยเพียงใด
ส่วนตัวมันเองก็ย่ำแย่ หากผืนใช้พลังปราณอีก หลังจากนี้คงกลายสภาพเป็นผู้พิการติดเตียงแล้ว
ฮี ฮี ฮี .. นักพรตสัมผัสฟ้าหัวเราะอย่างเย็นชา กล่าวว่า “.. ท่านดู”
นักพรตสัมผัสฟ้านำมือล้วงเข้าไปในอกเสื้อ มันหยิบกล่องไม้ใบขนาดเท่าฝ่ามือมาถือไว้ ทันทีที่เปิดออกแสงสีเขียวสดใสก็สาดกระจาย
นักพรตสัมผัสฟ้ากล่าวขึ้นว่า “นี่คือ .. โอสถหมื่นเทวะ .. เพียงท่านรับประทานเข้าไป พลังวัตรของท่านจะกลับคืนมา .. ไม่แน่นะ อาจจะสูงล้ำกว่าเดิมอีก .. ฮี ฮี”
เฒ่าทลายนภาถึงกับใจสั่นวาบ .. มันมองเห็นโอสถสีเขียวใสวามวับเม็ดกลมเม็ดหนึ่งว่างนิ่งบนผ้ากำมะหยี่สีแดงสด
โอสถในตำนาน .. ’โอสถหมื่นเทวะ’ จัดสร้างจากแก่นบริสุทธิ์ของธาตุธรณี อัคคี วารี วายุ และดวงจิตของสัตว์อสูรสิบกว่าชนิด เคี่ยวกับโลหิตของมังกรเทวะด้วยความร้อนจากหินหลอมเหลวใต้ธรณี ใช้เวลานานกว่าห้าร้อยปีส่วนผสมทั้งหมดจึงรวมจนตัวยาหนึ่งเม็ด
นักพรตสัมผัสฟ้ากล่าวต่อ “เหลือเม็ดสุดท้าย หาไม่ได้อีกแล้ว .. ข้าลดให้ เหลือเพียง .. หนึ่งร้อยตำลึงทอง”
เฒ่าทลายนภา “...”
นักพรตสัมผัสฟ้าขายของต่อ “ชำระคราวหลังก็ได้ .. เห็นแก่รู้จักกันมานาน ข้าให้ท่านเชื่อเอาไว้ก่อน”
เฒ่าทลายนภา “...” .. มันหัวเราะไม่ออก ร้องไห้ก็ไม่ได้ .. ในช่วงความเป็นความตาย กลับปรากฏมิตรแท้เช่นนี้
ชื่อเสียงสถานะของ ‘ปรมาจารย์เทพกระบี่ทลายนภา’ ต้องมาแลกด้วยสิ่งต่างๆ มากมาย เกินที่ผู้คนธรรมดาจะเข้าใจได้ .. มีหรือ ที่ตาเฒ่าผู้นี้จะยอมสูญเสียมันไป
“ตกลง ..” เฒ่าทลายนภากล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว
ไม่ว่าต่อจากนี้จะเป็นเช่นไร กระบี่ทลายนภายอมตกตาย ยังดีกว่าการถูกตราหน้าว่า .. เป็นผู้พ่ายแพ้
“ดี ..” นักพรตสัมผัสฟ้ากล่าว “.. โอสถวิเศษเป็นของท่านแล้ว ฮา ฮา” .. กล่องไม้ถูกซัดออกไป
กระบี่ทลายนภารับกล่องนั้นไว้ แล้วเปิดออก นำโอสถวิเศษหย่อนลงลำคอไปอย่างรวดเร็ว
.. ทันทีที่เม็ดยาหล่นลงกระเพาะ เม็ดโอสถก็แตกตัวออกโดยทันใด
.. พลังงานร้อนแรงอันมหาศาลกระจายออกอย่างรวดเร็ว พลังงานเหล่านั้นชำแรกผ่านทุกอณูของชีพจรปราณของเฒ่าทลายนภา
.. ความปวดร้าวสุดแสนจะพรรณนาแพร่กระจายไปทั่วร่าง ใบหน้าของเฒ่าทลายนภาเหยเก โลหิตรินไหลจากทวารทั้งเจ็ด กายแดงก่ำแต่สุกใสราวเมล็ดทับทิม
เปรี้ยงงงงง !!!!! .. เสียงดังสนั่นราวฟ้าร้อง พลังปราณสีแดงสดระเบิดออกจากร่างกระบี่ทลายนภา
เฒ่ากระบี่ในชุดยาวสีขาวโบกกระพือ ผมเคราสีดอกเลายาวสะบัดโบก ดวงตาขาวแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน .. คนยืนจังก้าปราณพลังสีแดงแผ่ออกจากร่างกาย หน้าตาของมันบูดเบี้ยว กระบี่นภาลัยลอยคว้างอยู่กลางหน้าอก
ปราณพลังของเฒ่าทลายนภาเพิ่มพูนอย่างรวดเร็ว .. จนสุดท้ายไปหยุดอยู่ที่ .. ๕๕๙,๙๙๙ จุด
อาาาา .. ฮาาา .. ฮาาา .. เสียงแหบแห้ง เฒ่าทลายนภากล่าว “เป็นโอสถวิเศษอย่างแท้จริง ข้าไม่เคยรู้สึกถึงพลังอันเต็มปริ่มเช่นนี้มาก่อน .. แฮรรรรรร ..” กล่าวไปน้ำลายไหลยืดไป
นาธากระบี่หน้าหยกร้องเรียก “อา .. อาจารย์ .. ท่านเป็นอะไรไปแล้ว”
แฮรรรรร .. เฒ่ากระบี่แลบลิ้น ไม่สนใจผู้เป็นศิษย์ กล่าวกับตนเองว่า “.. นี่หรอ .. คือพลังขั้นสุด ของข้า .. ฮา ฮา ฮา ฮี”
ทันทีที่เฒ่ากระบี่มองไปยังองค์ชายอนันตราชที่นั่นคุกเข่าอยู่หน้ากระบี่วิเศษสองเล่ม ดวงตาแดงฉานของมันแปรเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราดสั่นกระตุก
“เจ้าาาา !!! .. เทพประจิมมมม .. มาสู้กันต่ออออ .. แฮรรรรรร” เสียงเฒ่ากระบี่ตวาดลั่นราวคนเสียสติ
.. แต่องค์ชายอนันตราชยังคงนั่งนิ่ง
“เจ้าเต่าน้อย .. ลุกขึ้นมา .. ข้าสั่ง ให้ลุกขึ้น ..” เฒ่ากระบี่ตวาดน้ำลายสาดกระเซ็น
.. แต่องค์ชายอนันตราชก็ยังคงแน่นิ่งราวหุ่นไม้
“.. เช่นนั้น .. ข้าจาลงมือละน้าาาา .. ฮาาาา ฮาาาาา” เฒ่ากระบี่กล่าว
เฒ่าทลายนภาดวงตาแดงฉานเล็กเรียว โลหิตสีดำไหลย้อยออกมาจากดวงตาทั้งสอง
ปราณทลายนภากลายเป็นสีแดงระยิบแผ่กระจายออก สภาพโดยรอบแปรเปลี่ยนเป็นฟากฟ้าสีแดงอันกว้างใหญ่ ..
กระบี่นภาลัยลอยตั้งหันปลายกระบี่ไปยังด้านหน้า ลำแสงนั้นขยายจนกลายเป็นกระบี่แสงสีแดงด้ามเขื่อง .. กระบวนท่านี้คือ
.. เทพกระบี่เปิดนภา ขั้นสุดหล้า !!!
.. แต่องค์ชายอนันตราชก็ยังคงนิ่ง ไม่ไหวติงไม่แต่น้อย
ทันใดเงาร่างหนึ่งวูบวาบเข้ามาดักที่ด้านหน้าไว้ เด็กหนุ่มหัวโล้นร่างปราดเปรียว
มันคือผู้ใด .. จึงหาญกล้ามาขัดขวางกระบวนท่าทำลายล้างขั้นสุดของปรมาจารย์กระบี่แห่งยุค
เด็กหนุ่มกล่าวอย่างกวนบาทาว่า “.. โอเวอร์โดสแล้วเมิง .. อัพไปกี่ขาหล่ะ .. อิตาเฒ่า .. ฮา ฮา”
*การตายของมหาเวทย์ดาวดึงส์ อยู่ใน บทที่ ๘๔ ชำระหงส์สวรรค์ และ ๘๕ เทวะจุติ