ฉันโดน เจ้านายอาหรับ Nc40+++

    ตอนที่ 90: บททดสอบแห่งคมดาบและทรายสวาท

    ตอนที่ 90: บททดสอบแห่งคมดาบและทรายสวาท


    คาริมก้าวเหยียบย่ำลงสู่ลานประลองทรายอันร้อนระอุจนเกิดประกายความร้อนเต้นระริกสะท้อนไอร้อนวับแวมเหนือพื้นทรายสีทองเดือดดาลดุจเตาหลอมที่ไร้ความปราณี ดาบโค้งสีทองเหลืองในมือหนาสะท้อนแสงแดดจ้าแผดเผาดุจประกายไฟส่องแสงวาววับเฉียบคมเป็นมันปลาบ คาริมเงยใบหน้าหล่อเหลาเข้มคมส่งยิ้มอ่อนโยนที่แฝงความมั่นใจไม่ยอมจำนนมอบให้กับมะนาวและอามิราที่จ้องมองมาบนอัฒจันทร์หลวงด้วยความรักท่วมท้นปนหวาดเสียวลึกซึ้ง ฉันกุมมืออามิราไว้แน่นจนฝ่ามือชุ่มเหงื่อและเล็บจิกเกร็งเข้าเนื้อของกันและกันด้วยความหวาดวิตกขีดสุดจากการเผชิญหน้าชะตากรรมของพวกเราทั้งหมด ทาริกร่างยักษ์ขยับยืนคุมกันหลังฉันอย่างแน่นหนา มือของเขาแตะด้ามปืนพกซ่อนใต้สูทดำพร้อมชักออกมายิงช่วยเหลือทันทีหากยาเซอร์ตลบหลังเล่นสกปรกหรือสั่งองครักษ์บุกโจมตีตระกูลฟาร์ฮานอย่างฉ้อฉลในวินาทีใดวินาทีหนึ่งโดยปราศจากความเกรงกลัวพ่ายแพ้


    ฟาฮัดแชมป์ประลองหลวงร่างยักษ์ใหญ่ผิวสีเข้มเข้มขรึมก้าวลงมากลางลานทรายขาว ฟาฮัดควงดาบเล่มมหึมาสีเงินวาววับส่งเสียงแหวกพัดลมหวีดหวิวดูดุดันป่าเถื่อนน่ากลัวอย่างยิ่ง ฟาฮัดมีบาดแผลเป็นลึกยาวพาดผ่านดวงตาซ้ายชวนสยดสยองแสดงถึงประสบการณ์การฆ่าฟันมาอย่างโชกโชนเหนือกฎหมาย ยาเซอร์นั่งยิ้มเยาะสะใจจากแถวเกียรติยศมั่นใจว่าคาริมไม่มีทางรอดไปจากลานทรายเดือดนี้ได้ เสียงกลองศึกทหารหลวงกระหึ่มขึ้นดังก้องป่าช้าสะท้อนสะเทือนสัญญาณเริ่มการต่อสู้ชี้ชะตากรรมของพวกเราทั้งหมดในสนามหลวงท่ามกลางลมทะเลทรายโชยพัดพาเอาความแห้งแล้งและฝุ่นละอองละเอียดมาสู่ผิวหน้าของฉันจนรู้สึกสากไปหมดทัศนคติ


    "ประลองได้!" เสียงประธานสภาราชวงศ์ตะโกนสั่งสัญญาณเด็ดขาดกึกก้องสะเทือนฟ้าดินยิ่งใหญ่นัก


    ฟาฮัดไม่รอช้า พุ่งทะยานร่างยักษ์เข้าหาคาริมอย่างรวดเร็วผิดกับขนาดตัวที่ใหญ่โต ดาบเล่มมหึมาฟาดฟันลงมาดุจผ่าพายุทรายกระหน่ำหวังปลิดชีพในดาบเดียว คาริมขยับตัวหลบหลีกอย่างแคล่วคล่องว่องไวตามสัญชาตญาณทหารหาญ เสียงคมดาบปะทะกันดัง เกร๊ง! สนั่นลั่นลานประลองทรายสะท้อนประกายไฟสาดกระจายทั่วพื้นดินทรายขาวระยิบระยับ ฟาฮัดระดมเพลงดาบหนักหน่วงตอกย้ำฟันซ้ายขวาไม่หยุดยั้ง หวังบดขยี้คาริมให้ขาดเป็นสองท่อนด้วยพละกำลังมหาศาลป่าเถื่อน คาริมใช้ทักษะดาบโค้งโบราณป้องกันและปัดป้องคมดาบอย่างสุขุมเย็นชา แต่อานุภาพของดาบใหญ่ฟาฮัดบีบคั้นให้คาริมต้องถอยหลังทีละก้าวอย่างช้าๆ รอยเท้าลึกจมลงผืนทรายร้อนระอุจนฝุ่นทรายสีทองฟุ้งกระจายอบอวลสะท้านสายตาผู้คนรอบด้านอย่างตื่นเต้น


    ฉันจ้องมองการต่อสู้อยู่บนอัฒจันทร์ด้วยความรู้สึกวิตกจริจขีดสุด สมองหมุนวนคิดถึงอนาคตของครอบครัวและความรักลับๆ ในฮาเร็ม หากปราศจากคาริม ฉันที่เป็นเพียงแม่บ้านไทยวัย 23 ปีคนนี้จะพาลูกแฝดและชีวิตหนีพ้นจากกรงเล็บของนายพลยาเซอร์ได้อย่างไร ความรักความผูกพันและสัมผัสสวาทอุ่นซ่านที่เคยได้รับจากคาริมและทาริกพรั่งพรูเข้ามาในจิตสำนึก ปลุกปั่นความรู้สึกขัดแย้งในใจของแม่ลูกอ่อนจนเนื้อตัวของฉันสั่นสะท้านไปหมด สองเต้าคัพ E ยักษ์ธรรมชาติของฉันบดเบียดเสียดทานกระเพื่อมไหวรุนแรงตามจังหวะการลุ้นระทึก น้ำนมแม่อุ่นรสหวานไหลซึมทะลักออกมาเลอะเปียกชุ่มเสื้อคลุมสีครีมบางเบาจนเห็นยอดอกชูชันเด่นชัด ฉันคราง อ๊ะ... ซี๊ด... พร่าพรูในลำคอด้วยความกลัวจับใจเกรงว่าคาริมจะพลาดท่าเสียทีในสนามทรายแห่งนี้โดยไม่มีวันกลับมาหาพวกเราอีกและส่งฉันกลับไปเผชิญหนี้นอกระบบที่เมืองไทยตลอดกาลชีวิตแสนระทม


    ทันใดนั้น ฟาฮัดตวัดดาบหลอกในมุมมืดและหมุนตัวฟันแนวราบต่ำ คาริมพยายามกระโดดหลบกระทันหันแต่ทว่ากลับพลาดท่าถูกคมดาบยักษ์ถากเข้าที่ท่อนแขนซ้ายอย่างจัง คมดาบคมกริบกรีดผ่านผิวเนื้อจนเสื้อทหารสีขาวฉีกขาด เลือดสีแดงฉานไหลทะลักชโลมทะลักออกมานองเปรอะและหยดแหมะย้อมผืนทรายขาวสะอาดจนแดงฉานดั่งสีโลหิต คาริมเสียหลักทรุดเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นทรายร้อนระอุเหงื่อและเลือดไหลซึมปนเป พิษร้ายเคลือบปลายดาบเริ่มส่งผลให้แขนซ้าย of คาริมชาหนึบสะท้านไปถึงอกอย่างทารุณแสนสาหัส คาริมกัดฟันกรามแน่นส่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดพยายามรักษาความสมดุลของร่างกายสู้กับความทรมานทาสีแดง


    "คุณคาริมคะ!!" ฉันกรีดร้องเสียงหลงลั่นอัฒจันทร์ น้ำตาร่วงรินไหลด้วยความเจ็บปวดแทนสามีในใจสั่นระริก อามิราปิดหน้าสะอื้นไห้ซบไหล่อวบของฉัน ทาริกขยับตัวก้าวไปข้างหน้าดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นแทบจะชักอาวุธยิงถล่มลานประลองหากเกิดเหตุร้าย ยาเซอร์หัวเราะลั่นด้วยความสมเพชสะใจมั่นใจในชัยชนะและตะโกนสั่งให้ฟาฮัดลงดาบสุดท้ายเพื่อปลิดชีพในพริบตา


    ทว่า... คาริมสูดลมหายใจเข้าลึกสะกดความเจ็บปวดและพิษร้ายทิ้งไป คาริมแหงนหน้ามองมาที่ฉันและอามิรา แววตาของคาริมที่มองเห็นน้ำตาและความหวาดกลัวของเมียรักทั้งสองรวมถึงลูกแฝดที่รอคอยอยู่หลังวังหลวง ช่วยปลุกเร้าจิตวิญญาณแห่งราชสีห์ทรายผู้ไม่ยอมแพ้ขึ้นมา คาริมทรงตัวลุกขึ้นยืนหยัดหยิบดาบโค้งทองเหลืองขึ้นมาตั้งหลักใหม่อย่างทระนงเด็ดเดี่ยว คาริมเหยียดกายสูงตระหง่านกวัดแกว่งดาบโค้งตวัดอย่างรวดเร็วจนเกิดแสงสะท้อนระยิบระยับเป็นวงกลมล้อมตัว ดาบโค้งฟาฮัดฟาดฟันซ้ำ คาริมเบี่ยงตัวหลบคมดาบฉิวเฉียดอย่างงดงามในท่ารำ "ระบำพายุทราย" ก่อนจะใช้กระบวนท่าหมุนตัวตวัดคมดาบโค้งของตนเองฟันสวนกลับเข้าข้อมือของฟาฮัดอย่างรวดเร็วแม่นยำดั่งสายฟ้าฟาด เสียงดาบยักษ์ของฟาฮัดหลุดมือลอยละลิ่วตกลงพื้นทรายขาว คาริมพลิกดาบฉับไวจ่อปลายดาบโค้งทองเหลืองคมกริบเข้าที่คอหอยของฟาฮัดสยบลานประลองทั้งหมดให้เงียบกริบในพริบตาเดียวประทับใจขุนนางสภาราชวงศ์จนฮือฮาชื่นชมยอมรับ


    ฟาฮัดยกมือยอมแพ้ คาริมลดดาบลงอย่างมีเกียรติและละเว้นชีวิตแชมป์หลวง องค์ราชันประทับยืนขึ้นปรบพระหัตถ์เสียงดัง ขุนนางสภาหลวงทั้งหมดต่างโห่ร้องชื่นชมในความกล้าหาญและชัยชนะอันงดงามของคาริม ยาเซอร์หน้าซีดเผือดด้วยความคั่งแค้นตกต่ำหมดหนทางกราบทูลบิดเบือนชั่วร้ายไม่มีใครเข้าข้างสนับสนุนอีกแล้ว


    "คาริม อัล-ฟาร์ฮาน! ชัยชนะของเจ้าในลานประลองทรายพิสูจน์แล้วว่าเจ้าเป็นผู้บริสุทธิ์และคู่ควรแก่เกียรติยศ ข้าขอประกาศยกเลิกหมายจับทั้งหมด และยกเลิกการแต่งงานของอามิรากับซาเมียร์ ข้ายอมรับความรักและการตัดสินใจของเจ้าและอามิราให้อยู่ร่วมกันอย่างเป็นทางการในฐานะสามีภรรยาผู้สืบทอดเกียรติยศผืนทรายและธุรกิจมั่งคั่งชั่วนิรันดร์!" องค์ราชันประกาศคำตัดสินทรงเกียรติทำให้อามิราและฉันกอดกันแน่นปิติยินดีสูงสุดด้วยรอยยิ้ม


    ฉันและอามิราโผเข้ากอดกันแน่นด้วยน้ำตาแห่งความดีใจท่วมท้น หัวใจของฉันเต้นตึกตักเป็นท่วงทำนองแห่งความสุขสมหวัง ชัยชนะครั้งนี้ทำให้พวกเราได้อยู่ร่วมกันอย่างเปิดเผยเสียที ทาริกร่างยักษ์พรูลมหายใจยาวผ่อนคลายความเครียดสะสม คาริมก้าวเดินขึ้นมาบนอัฒจันทร์เพื่อโอบกอดประคองพวกเราไว้แน่นใต้ร่มแดดแผดเผา ฉันรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวมาช่วยซับเลือดที่ท่อนแขนของคาริมเบาๆ ด้วยฝ่ามือสั่นเทาด้วยความรักลึกซึ้งห่วงใย ทาริกและอามิราต่างเข้ามากอดคาริมไว้ด้วยความอบอุ่นล้นพ้นปิติยินดีในความรอดพ้นความตายและรักษาชีวิตรักของพวกเราไว้ได้จนสำเร็จสมบูรณ์


    ทว่า... ยาเซอร์ผู้แพ้พ่ายยังไม่ยอมแพ้ ยาเซอร์รีบก้าวเข้าไปกราบทูลเป่าหูองค์ราชันเรื่องกฎโบราณและมณเฑียรบาลของสภาราชวงศ์อย่างรวดเร็วขี้ฉ้อ ยาเซอร์อ้างว่าการปล่อยให้หญิงต่างชาติไร้หัวนอนปลายเท้าคนไทยและบอดี้การ์ดสัญชาติทาสร่วมแชร์เตียงรักในฮาเร็มเกียรติยศจะทำให้ชื่อเสียงของราชวงศ์ดูไบมัวหมองต่อสายตาชาวโลกและไม่ควรได้รับเกียรติยศใดๆ ในวังหลวงนี้ องค์ราชันฟังเสร็จก็หันพระพักตร์กลับมาจ้องมองพวกเราด้วยดวงตาสงบนิ่งทว่าแฝงเจตนาอันลึกซึ้งและเฉียบขาดกว้างไกลไร้ความปราณีดั่งกษัตริย์ทรายผู้ยิ่งใหญ่คุมชะตาฟ้าลิขิตสูงสุด


    องค์ราชันชี้นิ้วตรงมายังมะนาวและทาริก ก่อนจะประกาศสุรเสียงดังก้องสะท้านผืนทรายกว้างขวางอีกครั้งส่งผลร้ายแรงทำลายความสุขในพริบตาเดียวอย่างแสนสาหัสเจ็บปวด


    "คาริม... ข้ายอมรับเจ้าและอามิราผ่านการประลองชูเกียรติ... แต่หญิงต่างชาติต่างชั้นระดับล่างคนนี้ (มะนาว) และบอดี้การ์ดสัญชาติทาส (ทาริก) คือผู้ร่วมสมคบคิดทำลายกฎมณเฑียรบาลและศีลธรรมอันสูงศักดิ์ของราชวงศ์ในวังหลวงแห่งนี้ พวกเขาไม่มีคุณสมบัติที่จะอยู่ในแผ่นดินดูไบของเราได้อีกต่อไป... ข้าขอสั่งเนรเทศพวกเขาทั้งสองคนออกนอกขอบเขตแดนในทันที และห้ามเหยียบผืนทรายหลวงของข้าอีกตลอดกาลชีวิต!"


    คำสั่งเนรเทศดุจสายฟ้าฟาดซ้ำลงกลางใจของฉัน ฉันตัวชาดิกหน้าซีดเผือดลนลาน สองเต้าคัพ E ยักษ์กอดประคองลูกแฝดไว้แน่นจนตัวโยนสะอื้นไห้ระทมหัวใจสลายสิ้นหวัง ความสุขเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา คาริมก้าวขึ้นมาขวางหน้าฉันและทาริกไว้ทันที แววตาคมดุจสิงโตทะเลทรายจ้องตรงไปยังองค์ราชันพลางคำรามประกาศกร้าวท้าทายบัลลังก์กษัตริย์และสภาราชวงศ์อีกครั้งอย่างอหังการเด็ดเดี่ยวไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตาเพื่อปกป้องพวกเราจนถึงที่สุด และพร้อมจะยอมสละชีวิตและอำนาจทั้งปวงบนบัลลังก์ทรายเพื่อปกป้องความรักที่แสนยิ่งใหญ่นี้ชั่วกาลนานสะท้านผืนทรายเดือดเวิ้งว้างกว้างไกล!