ไป่ฉี หลี่ซีหยานและไป๋หู่ แยกย้ายกันกลับ ตอนนี้ไป่ฉีกำลังนั่งอยู่ในห้องของหลี่ซีหยานและไป๋หู่ ถึงตอนกลับมาไป่ฉีจะไม่ได้พูดอะไรอีก แต่ทั้ง 2 คนกลับลากเขาเข้ามาในห้องเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดในสิ่งที่ไป่ฉีเห็นเมื่อครู่
“ว่ามา ฉันอยากจะเข้าไปอาบน้ำนอนแล้ว พรุ่งนี้ยังต้องเป็นกรรมการตัดสินอีกวันหนึ่ง ไม่ได้อยากเล่น 3P หรอกนะ” ไป่ฉีกล่าว เขารู้จากการอ่านความทรงจำของทั้ง 2 คนแล้ว แต่ยังแกล้งทำเป็นเข้าใจผิด และทำเป็นไม่ได้สนใจที่จะถามเรื่องเมื่อครู่ การกระทำแบบนี้ทำให้ไป๋หู่กับหลี่ซีหยานร้อนใจมาก
“คืองี้ ผู้หญิงคนหนึ่งมาจากตระกูลชั้น 3 เหมือนกับฉัน เธอมาดูการประลองด้วย พอหลังจากจบการประลอง ฉันกับไป๋หู่กำลังเดินเข้าตรอก เธอก็เข้ามาทักน่ะ” หลี่ซีหยานกล่าว
“ทีนี้ เธอมาสารภาพว่าชอบซีหยานและอยากจะให้ทำความรู้จักกันไปก่อน ซีหยานก็เลยส่งปราณคุยกับฉันให้ฉันช่วยเป็นคู่รักให้ชั่วคราว และปฏิเสธเธอ เพื่อให้เธอไปให้ไกล ๆ ก่อนที่นายจะมาน่ะ มันคงไม่ดีใช่ไหมถ้ามีคนมาเห็นว่าพวกเรากลับด้วยประตูมิติ” ไป๋หู่อธิบาย
“เป็นแบบนี้นี่เอง แต่ฉันเคยได้ยินประโยคที่ว่า เพื่อนกิน เพื่อนกัน เพื่อนกันกินกันเอง ตอนเห็นก็นึกว่าได้มาเห็นตัวอย่างจริง ๆ ซะอีก” ไป่ฉียิ้ม
“พี่ฉี เชื่อผมเถอะ ผมไม่ได้คิดอะไรกับหมอนี่เลยนะ ทั้งเจ้าระเบียบ ทั้งขี้บ่นเหมือนผู้หญิงจะตายไป” ไป๋หู่พยายามแก้ตัว
“ฉันก็ไม่ชอบคนไม่มีระเบียบอย่างนายหรอกนะ แต่ครั้งนี้นายยอมช่วย ฉันถือว่าติดหนี้นายครั้งหนึ่ง” หลี่ซีหยานกล่าว
“งั้นนายต้องเลี้ยงมื้อใหญ่ฉันมื้อหนึ่งเป็นการตอบแทน” ไป๋หู่กล่าว
'ทำไมตัวเราในโลกใบนี้มันถึงได้โง่จริง ๆ แทนที่จะเก็บไว้ขอความช่วยเหลือในเรื่องจำเป็น กลับให้ตอบแทนด้วยการเลี้ยงข้าวเนี่ยนะ ไมเกรนฉันจะขึ้น กลับไปนอนที่ห้องดีกว่า' ไป่ฉีคิด
“ที่จริงไม่ต้องอธิบายก็ได้ ฉันเห็นหมดตั้งแต่ต้น ไม่คิดว่าพวกนายจะคิดมากแบบนั้น แต่ถ้าพวกนายจะคบกันเองฉันก็ว่าเหมาะดีออก ไปก่อนนะ” ไป่ฉีกล่าวจบก็เดินออกไปจากห้องของทั้ง 2 ทันที
“ตายแน่ ๆ เพราะนายเลย ภาพลักษณ์ของฉันในสายตาพี่ฉีพังยับเยินไม่มีเหลือ” ไป๋หู่ขยี้ผมตัวเองอย่างหงุดหงิด
“ช่างมันสิ ไป่ฉีเข้าใจแล้วว่าพวกเราทำเพราะอะไร” หลี่ซีหยานกล่าว
“นายมันตัวต้นเรื่อง รับผิดชอบมาซะดี ๆ” ไป๋หู่กล่าว
“ก็จะเลี้ยงข้าวเป็นการตอบแทนไง” หลี่ซีหยานกล่าว
“คิดว่าแค่นี้มันจะพอเหรอ” ไป๋หู่กล่าว
“งั้นฉันแถมนมอุ่น ๆ ทุกวันก่อนนอนด้วย” หลี่ซีหยานยิ้มอย่างผู้กำชัยชนะ เขารู้จุดอ่อนของชายหนุ่มตรงหน้าดี แม้จะชอบกินขนาดไหน แต่ก็ไม่เท่านมอุ่น ๆ สักแก้วก่อนนอนที่เจ้าตัวถ้าไม่ดื่มจะนอนไม่หลับ
“ตกลง สัญญาแล้วนะ” ไป๋หู่เปลี่ยนท่าทีมาเป็นร่าเริงทันที
'รับมือหมอนี่ง่ายชะมัด' หลี่ซีหยานคิด
คอนโดหรูของซือซือ
[ซือซือ ช่วงนี้หยุดการเคลื่อนไหวไปก่อน พวกนั้นรู้ตัวแล้ว คงจะระวังตัวมากขึ้นแน่ ๆ] เสียงของประมุขพรรคตะวันดับ กล่าวเตือน
“รู้แล้ว แต่ว่ามันก็ท้าทายดี คนต่อไปเป็นหู่จิ้ง” ซือซือกล่าว
[เขาเป็นคนที่ไม่เที่ยวผู้หญิง อีกข้อคือ เวลาออกไปไหนก็จะมีคนตามติดตลอด เธอจะทำยังไง] ประมุขพรรคตะวันดับถาม
“จุดอ่อนก็มีไม่ใช่เหรอคะ จากข้อมูลที่ได้มา เขามีแฟนคนหนึ่งที่คบกันมาตั้งแต่มหาวิทยาลัย ฉันคิดว่ารูปร่างแฟนสาวของหู่จิ้งกับฉันก็ไม่ต่างกันมากนัก” ซือซือยิ้ม
[คิดจะปลอมเป็นแฟนของหู่จิ้งงั้นเหรอ ไม่ได้ มันเสี่ยงเกินไป เธอไม่ใช่คนคนนั้น เธอสามารถเลียนแบบนิสัยหรือแม้แต่การพูดของอีกฝ่ายได้รึไง อีกอย่างหู่จิ้งตอนนี้คงสั่งคนให้คอยคุ้มครองแฟนของตัวเองอย่างดีแน่] ประมุขพรรคตะวันดับแสดงความไม่เห็นด้วยกับแผนนี้
“คอยดูวิธีการของฉันก็แล้วกันนะคะ ยังไงก็ส่งตั๋วเครื่องบินไปทวีปเทพพยัคฆ์ขาวกับจองที่พักให้ด้วย อีกอย่างอย่าลืมสัญญาที่ว่าถ้าเสร็จงานนี้แล้ว ฉันจะเป็นอิสระ ไม่ต้องมานั่งทำงานให้พรรคตะวันดับอีก” ซือซือกล่าว
[ได้สิ มันระบุไว้ในสัญญาจ้างที่เธอเตรียมมา พรรคของเราถึงจะเป็นฝ่ายอธรรม แต่ถ้ามีสัญญาก็ไม่สมควรจะทำตัวไม่ซื่อสัตย์นี่จริงไหม ส่วนเรื่องตั๋วเครื่องบินกับที่พัก ทางนี้จะจัดการให้] ประมุขพรรคตะวันดับกล่าวก่อนจะตัดสายไป
ซือซือถอนหายใจออกมา ถ้าเธอได้วางมือจากยุทธภพแล้ว จากนี้เธอจะเดินหน้าเข้าหาดาราที่เธอชื่นชอบ ถึงอายุจะห่างกัน แต่เธอมั่นใจว่าเธอสามารถจะเริ่มต้นและมีครอบครัวกับเขาได้แน่
พรรคตะวันดับ
“ประมุขจะยอมให้มารจิ้งจอกถอนตัวจริง ๆ หรือครับ” ชายแก่ถาม
[ไม่มีทางอยู่แล้ว ไม่ว่ายังไงก็ต้องฆ่าเธอทิ้งหลังเสร็จงาน ฉันกะว่าจะให้ H ที่เราจะสร้างขึ้นเป็นคนไปฆ่าเธอ] ประมุขพรรคตะวันดับตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ครับ แต่ว่าประมุข ตอนนี้ท่านอยู่ที่ทวีปเทพมังกรครามก็ต้องระวังอวี้กงไว้ด้วยนะครับ” ชายแก่เตือน
[ไม่ต้องห่วงฉันหรอก ถึงฉันจะมีชื่อเสียงในสังคมเบื้องหน้า แต่ก็มั่นใจว่าไม่เคยพบอวี้กงมาก่อน ถึงจะเจอ เขาคงไม่อ่านความทรงจำของฉันหรอก เพราะฉันดูไม่เหมือนคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับเขาในโลกของคนปกติสักหน่อย] ประมุขพรรคตะวันดับกล่าว
“ครับ” ชายแก่กล่าว ตอนนี้เขาคุยกับประมุขพรรคตะวันดับผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
[ว่าแต่การวิเคราะห์วัตถุดิบที่ได้มาล่าสุดเป็นยังไงบ้าง] ประมุขพรรคตะวันดับถาม
“คงใช้เวลาอีกสักระยะครับ โดยเราได้คัด DNA ส่วนที่ดีที่สุดของเฟิงจินมาแล้ว ตอนนี้กำลังวิเคราะห์ DNA ของหลงเทียนหมิงกับอู่กุยเหวินป๋ออยู่ครับ” ชายแก่กล่าว
[ดีมาก ทำการวิเคราะห์ไว้ล่วงหน้า หากได้วัตถุดิบมาเพิ่มเราจะได้เตรียมการขั้นต่อไปได้เร็วขึ้น ต่อให้ตาแก่พวกนั้นโผล่มาร่วม 30 คน ก็ไม่อาจสู้กับ H ที่เราจะสร้างได้แน่ หากใช้มันร่วมกับน้ำยาที่พัฒนามาจากน้ำยาของเจียงซือล่ะก็........ ฮ่า ฮ่า ฮ่า] เสียงของประมุขพรรคตะวันดับดังก้องอยู่ภายในห้องที่ชายแก่อยู่ ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
เช้าวันใหม่
ตอนนี้แสงส่องเข้ามาภายในห้องนอนของชายหนุ่ม 2 คน หลี่ซีหยานรู้สึกอึดอัดมาก เขาจึงลืมตาขึ้นและพบว่าตัวเองกำลังโดนไป๋หู่ใช้แทนหมอนข้าง
“ท่านแม่ ท่านแม่ตัวหอมจัง” ไป๋หู่หอมเข้าที่แก้มของหลี่ซีหยานเพราะละเมอ แต่นั่นก็ทำให้หลี่ซีหยานถึงกับขนลุกเกลียว พร้อมกับซัดหมัดเข้าใส่หน้าไป๋หู่ทันที
โครม
“แว๊ก แกทำบ้าอะไรเนี่ยไอ้หัวสีน้ำยาล้างห้องน้ำ” ไป๋หู่ที่ถูกหลี่ซีหยานต่อยจนร่วงจากเตียง ตื่นเต็มตาพร้อมกับตะโกนด้วยความโมโหที่ถูกขัดจังหวะเวลานอน
“ยังมีหน้ามาถามอีก ฉันเป็นเพื่อนร่วมห้อง ไม่ใช่แม่นาย อย่าริอาจมาหอมแก้มฉัน มันหยะแหยงโว๊ย” หลี่ซีหยานกล่าว
“ทั้ง 2 คนทะเลาะกันเหรอคะ” เสียงเมิ่งชิงชิงดังมาจากข้างนอก
“ลงไปกินข้าวเถอะครับพี่ชิงชิง เขาทะเลาะกันออกจะบ่อย พี่น่าจะชินได้แล้วนะ ส่วนพวกนาย 2 คน นับวันจะชอบทำพฤติกรรมชวนโดนฟ้าผ่าขึ้นทุกทีแล้วนะ” ไป่ฉีกล่าว
“ไม่ใช่นะพี่ฉี ผมไม่ได้ชอบหมอนี่ซะหน่อย” ไป๋หู่ตะโกนบอกไป่ฉี
“นายหุบปากไปเลย” หลี่ซีหยานตะโกนใส่ไป๋หู่ก่อนจะคว้าผ้าเช็ดตัวของตนเพื่อเข้าไปอาบน้ำ
หลังมื้อเช้าอันแสนวุ่นวาย ไป่ฉี หลี่ซีหยาน และไป๋หู่ก็แยกกันเดินทางไปสมาคมการค้า โดยวันนี้ทางตระกูลไป๋กับตระกูลหลี่ส่งรถมารับทั้ง 2 คน ส่วนไป่ฉีนั้นแปลงเป็นอวี้กงและเดินทางไปสมาคมการค้าด้วยประตูมิติ
ที่สนามประลอง
ผู้ชมต่างเริ่มเดินทางมา พิธีกรสาวกล่าวทักทายผู้ชมอย่างเป็นกันเอง นอกจากนี้ยังได้อธิบายตารางการแข่งขันวันนี้ที่เป็นวันสุดท้าย
“สำหรับวันนี้จะเป็นการแข่งขั้นรอบ 8 คนสุดท้าย เพื่อคัดให้เหลือ 4 คน ในช่วงเช้า และช่วงบ่ายเป็นการแข่งเพื่อหาผู้ชนะที่เป็นอันดับ 1-3 ค่ะ กฎวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย โดยวันนี้จะให้ทุกคนสามารถใช้พลังปราณในการต่อสู้ได้ทั้งหมด โดยผู้ที่มีพลังปราณสูงกว่าคู่ต่อสู้ จะถูกลดระดับพลังปราณลงให้เทียบเท่ากับคู่ต่อสู้ของตน และสามารถใช้อาวุธของตนเองได้ค่ะ” พิธีกรสาวแจ้งกฎของวันนี้ใหทุกคนทราบ
“หมายความว่าต่อให้มีอาวุธดีขนาดไหน แต่ถ้าคู่ต่อสู้พลังปราณน้อยเกินไป พลังปราณของเราก็จะน้อยตามจนไม่สามารถใช้อาวุธที่ระดับสูงกว่าระดับปราณของคู่ต่อสู้ได้สินะ” หลงเทียนหมิงกำลังทำความเข้าใจกับกฎกติกาของรอบนี้
“ไม่ว่ายังไง ก็ยังดีกว่าสู้ด้วยกระบวนท่าเพียงอย่างเดียวล่ะนะ” หู่จิ้งที่ยืนข้าง ๆ หลงเทียนหมิงกล่าว
“เริ่มการจับคู่การประลองได้” ไป่ฉีปรากฏตัวที่กลางสนามประลอง พร้อมกับศิลาสีดำเริ่มปรากฏตัวอักษรสีเหลืองทองขึ้นมา
“คู่แรกเป็นการต่อสู้ระหว่างจี๋หลินไท่หยางกับหู่จิ้ง คู่ที่สองจี๋หลินเต๋อเทียนกับหลงเทียนหมิง คู่ที่สามไป๋หู่กับจี๋หลินเฟิงเทียน คู่ที่สี่อู่กุยเหวินป๋อกับหลี่ซีหยาน” ไป่ฉีประกาศรายชื่อคู่ประลองแต่ละคู่
การประลองคู่แรกระหว่างจี๋หลินไท่หยางกับหู่จิ้ง ด้วยกระบวนท่ากิเลนเหินเพียงอย่างเดียวก็สามารถเล่นงานหู่จิ้งได้ แต่หู่จิ้งก็ใช้วิธีจัดการ โดยใช้พลังปราณเป่าลูกเหล็กให้ออกจากสนามประลองไปทั้งหมด
“มีช่องว่าง เขากิเลนตัดฟ้า” ไท่หยางพุ่งเข้าหาหู่จิ้งด้วยความเร็วสูง
“ทำไมมันเร็วงี้วะ” หู่จิ้งหงุดหงิดมาก แม้ตาของเขาจะชินกับความเร็วระดับสูง แต่ก็ไม่สามารถตามความเร็วของจี๋หลินไท่หยางทันอยู่ดี ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีนี้
“อ๊าก” เสียงของหู่จิ้งดังขึ้น เลือดที่ไหลออกตรงสีข้างมีปริมาณค่อนข้างมากจนน่ากลัว แผลน่าจะลึกมาก ทำให้แพทย์สนามต้องส่งสัญญาณให้อวี้กงยุติการประลอง
“ยุติการประลองแต่เพียงเท่านี้ หู่จิ้ง บาดแผลที่เจ้าได้รับแม้จะไม่ร้ายแรง แต่ต้องรีบปิดปากแผลเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นจะตายเพราะเสียเลือดมาก เราจึงได้สั่งยุติการประลอง เจ้าจะยอมรับคำตัดสินนี้หรือไม่” ไป่ฉีหันไปถามหู่จิ้ง
“ยอมรับครับ” หู่จิ้งให้คำตอบ เพราะต่อให้รั้นจะแข่งต่อ เขาก็ไม่สามารถป้องกันการโจมตีของจี๋หลินไท่หยางได้อยู่ดี
การประลองคู่ที่สองหลงเทียนหมิงกับจี๋หลินเต๋อเทียน ทั้งคู่ต่างใช้กระบี่เข้าปะทะกัน แต่หลงเทียนหมิงดูจะได้เปรียบจี๋หลินเต๋อเทียนอยู่ ด้วยเหตุนี้จี๋หลินเต๋อเทียนจึงโคจรพลังปราณสายฟ้าไปที่เท้า เพื่อเปลี่ยนรูปแบบการโจมตี ฉับพลันความเร็วในการเคลื่อนที่ของเขาก็เพิ่มขึ้นอีกระดับ
“บัดซบ เร็วเกินไปแล้ว” หลงเทียนหมิงสบถทันทีที่จังหวะการเคลื่อนไหวของจี๋หลินเต๋อเทียนเร็วขึ้นกว่าเดิม
“เหยียบย่างไร้เสียง” เสียงของเต๋อเทียนดังขึ้นก่อนที่ร่างของเขาจะจางหายไป
“ทางนี้เหรอ” หลงเทียนหมิงคว้าแขนของจี๋หลินเต๋อเทียนไว้ได้ แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไร หลงเทียนหมิงก็รีบปล่อยมือจากแขนของจี๋หลินเต๋อเทียนทันที
“เขาอัสนี” เพียงเสี้ยววินาที แขนของเต๋อเทียนก็มีสายฟ้าพุ่งไปทั่วแขน นับว่าเป็นโชคดีของหลงเทียนหมิงที่เขาปล่อยมือทัน
“ฟู่....อึก” เพิ่งถอนหายใจได้ไม่เท่าไหร่ หลงเทียนหมิงก็ต้องตั้งรับอีกครั้ง เพราะจี๋หลินเต๋อเทียนบุกโดยการใช้ลูกเตะรัวกลางอากาศใส่เขา
“กิเลนเหยียบเมฆา” จี๋หลินเต๋อเทียนรัวลูกเตะใส่หลงเทียนหมิง
หลงเทียนหมิงเก็บกระบี่และใช้ฝ่ามือปัดป้องลูกเตะของจี๋หลินเต๋อเทียน แต่ก็ยังโดนการโจมตีไปหลายครั้ง เขาถอยมาตั้งหลักก่อนจะใช้พลังปราณสร้างมังกรน้ำความยาว 5 เมตร 2 ตัวพุ่งเข้าโจมตีจี๋หลินเต๋อเทียน
ส่วนจี๋หลินเต๋อเทียนก็ใช้ปราณสายฟ้า ก่อร่างเป็นกิเลนตัวเดียวพุ่งเข้าต่อสู้กับ 2 มังกรน้ำของหลงเทียนหมิง แม้กิเลนจะมีเพียงแค่ตัวเดียว แต่ก็สามารถต่อสู้กับมังกรน้ำของหลงเทียนหมิงได้อย่างสูสี
ถึงจะเป็นแบบนั้นแต่จี๋หลินเต๋อเทียนกำลังรออะไรบางอย่างอยู่ แผนการที่เขาจะเล่นงานหลงเทียนหมิงแบบไม่ทันตั้งตัว ตอนนี้ใกล้จะสำเร็จแล้ว
__________________________
+ฝากเพจนิยายด้วยครับ+
