อี้เฉินยิ้มแก้มปริ เก็บของที่แลกเปลี่ยนมา อย่างสบายใจ พอจะคาดเดาสตรีนางนี้ได้ นางต้องมีเส้นสายเป็นเหล่านักปรุงยา อย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นนางไม่มี โอสถระดับสูงมากมายเฉกเช่นนี้
คนอื่นๆ เองก็ต่างพากันคาดเดาอี้เฉินเช่นกัน พวกเขาไม่คิดเลยว่า น้ำเสียงที่ดู ราวกับเด็กน้อยเฉกเช่นนี้ จะมีผลึกน้ำแข็งล้ำค่า ไว้ในครอบครอง ของล้ำค่ามากกว่า 5ส่วนอยู่ในการครอบครองของอี้เฉินแทบสิ้น ดวงตาของหลายคู่จึงจับจ้องไปที่อี้เฉินอย่างไม่วางตาภายในมุมมืดนั้น หมายมั่นจะจับสังเกตตัวเขา ว่าตัวเขาเป็นใครกันแน่
ก่อนเสียง หญิงชรา จะกล่าวเตือน "ทุกท่าน งานประมูลหลักใกล้จะเริ่มขึ้น ในอีกไม่ช้าท่านใดต้องการแลกเปลี่ยนของล้ำค่า โปรดเร่งมือ อย่างไรงานประมูลหลักก็ยังถือว่ามีสิ่งของล้ำค่า มากกว่างานประมูลลับ ไม่อาจพลาดได้ ด้วยประการทั้งปวง" พวกเขาเหล่าตระกูล ฉั่ว ล้วนรู้ดี จึงคิดหากำไลจากกลุ่มคนส่วนนี้ให้ได้ประโยชน์สูงสุด
เสียงบุรุษ ท่านหนึ่งกล่าวออกมาไม่มีอ้อมค้อม น้ำเสียงนั้นเจือด้วยความ มุ่งมั่น ส่งออกไปหาอี้เฉิน "ข้าต้องการผลึกน้ำแข็ง เจ้ายังมีมันอยู่อีกหรือไม่? ข้าขอแลกเปลี่ยนกับแผ่นยันต์ค่ายกลฆ่าสังหาร 3ใบ ที่ข้าใช้เวลาร่วมปี สลักมันขึ้นมา"
อี้เฉินมีสีหน้าครุ่นคิดอยู่เล็กน้อยเหตุใด น้ำเสียงนั้นมันดูคุ้นหูของเขาชอบกล ทว่า แผ่นยันต์ค่ายกลฆ่าสังหาร เองก็ไม่เลว คงจะมีประโยชน์กับเขาไม่น้อยภายในสงคราม เทพพันปี "ได้ข้ารับข้อเสนอของเจ้า"
หญิงสาว ฝ่ามือเรียว ขาว เหมือนนางเองก็สนใจเช่นกัน ครั้นเมื่อตรวจสอบ แผ่นยันต์ค่ายกลฆ่าสังหาร มีอานุภาพแฝงอยู่ไม่น้อย อาจจะฆ่าสังหารจอมยุทธ์ขั้นพลังเทวะขั้นสุดได้ นางจึงกล้ำกลืน นำผลึกน้ำแข็งระดับสูงออกไปประมูลเช่นกัน ก่อนน้ำเสียง ออดอ้อนของหญิงสาวจะดังขึ้นมา "ข้าเองก็ให้ผลึกน้ำแข็งระดับเดียวกับเขา เจ้าพิจารณาให้กับ ข้าได้หรือไม่?"
อี้เฉินได้ยินเสียงเย้ายวนออดอ้อนของหญิงสาว เขาหน้ามืดทะมึนไม่น้อยไม่คิด อิสตรีผู้นี้ จะใช้น้ำเสียงของมารยาหญิง ทว่าดันผิดคาด เมื่อได้ยินน้ำเสียงของบุรุษปริศนาในมุมมืด กล่าวพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง "ข้าแลกเปลี่ยนกับคุณชายท่านนี้ แม่นางโปรดอภัย"
เฉินอิน นางอยากจะเผยตัวเสียตรงนี้ นางที่ได้ฉายาว่าเสียงสังหาร จำศีลมาเป็นเวลาหลายร้อยปี ทว่าบัดนี้ กลับโดนอนุชนคนรุ่นหลัง ข้ามหน้าข้ามตาไปเสียได้ ฝ่ามือเรียวเล็กของนางจึงทุบโต๊ะออกมาดังสนั่น ปัง!! มองดูอี้เฉิน หยิบแผ่นยันต์ค่ายกลฆ่าสังหาร เข้าไปภายในมุมมืด ด้วยความไม่จำยอม
"ข้าซื้อต่อ แผ่นยันต์ค่ายกลฆ่าสังหาร ต่อเจ้าหนึ่งแผ่นได้หรือไม่ หนุ่มน้อย"
อี้เฉินได้ยินสะดุ้งเฮือกเล็กน้อย เมื่อสัมผัสได้ถึงเสียงที่นางส่งออกไปปะปน ด้วยไอสังหาร
ก่อนบุรุษท่านหนึ่งจะทุบโต๊ะออกมาดังลั่น ปัง!! "พวกเจ้าจะเล่นขายของกันหรืออย่างไร? สถานที่แห่งนี้คืองานประมูลลับ ไม่ใช่ที่เล่น หากไม่ยื่นสิ่งของล้ำค่าก็ไสหัวไปเสีย งานประมูลหลักเองก็ใกล้จะเริ่มแล้ว" บุรุษที่กล่าวพูดยังพูดไม่ทันขาดคำ เขาก็ต้องกลืนคำพูดเหล่านั้นลงคอไปจนหมด เมื่อเห็นหญิงสาว หยิบแผ่นกระดาษ ที่ถูกฉีกออกมาจากหน้าตำราเล่มหนึ่ง
เฉินอิน กล่าวด้วยน้ำเสียงปะปนมาพร้อมความเย้ยหยัน "เจ้าคงรู้สินะ ว่าภายในงานประมูลแห่งนี้ มีตำราจำแนกไฟเทพ ข้าขอนำส่วนหนึ่งของตำราจำแนก ไฟเทพ แลกเปลี่ยนกับแผ่นยันต์ค่ายกล ฆ่าสังหาร 1แผ่นเจ้าคิดเห็นเช่นไร"
กลุ่มคนภายในงานประมูลลับ พวกเขาถึงกับตกตะลึงไม่คิดว่าหญิงสาวผู้นี้ จะมีตำราจำแนกไฟเทพ 'หรือว่านางจะเป็นลูกศิษย์ของ ราชาโอสถ' ผู้คนไม่น้อยอดไม่ได้ที่จะคิดเช่นนั้น ทว่าเมื่อหมู่ชนภายในงานประมูลลับ ได้ยินน้ำเสียงของอี้เฉิน มันก็ทำให้หลายๆ คนพยักหน้า รับคำ
"แม่หญิง เศษกระดาษเพียงแผ่นเดียว ข้าจะอ่านมันรู้เรื่องได้อย่างไร อย่างน้อยๆ ก็ต้องมากกว่านี้"
เฉินอิน ครั้นนางได้ยินหนังตาของนางก็กระตุกถี่ยิบ ฝ่ามือน้อยๆ สั่นไหว อยากจะเข้าไปตบไอ้น้ำเสียงที่โอหังนี้เสียเหลือเกิน "แล้วเจ้ามีปัญญาอย่างนั้นหรือ? ที่จะประมูลมันมาอ่านได้ แต่ข้าบอกเจ้าไว้อย่างหนึ่ง หากเจ้าเข้าใจความหมายของมัน เจ้าก็เหมือนได้อ่านตำราทั้งเล่ม ทว่าคนอย่างเจ้าจะทำมันได้หรือ?" น้ำเสียงนั้น บ่งบอกถึงความดูถูกดูแคลนในตัวอี้เฉินไม่น้อย
อี้เฉินได้แต่ส่ายหัว ตอบรับคำของนางในทันที 'ก็จริงอย่างที่นางบอกกล่าวเขาไม่มีปัญญา ที่จะไปประมูลมันมายกเล่ม' แต่เมื่อคิดจะบีบให้นางคลายเศษกระดาษออกมา คงจะเป็นเรื่องยากในยามนี้ "ได้ๆ ข้าตอบรับข้อเสนอของเจ้า" เมื่ออี้เฉินได้เศษกระดาษ นั้นมาเขาก็ออกจากการประมูลลับในทันที
เฉินอิน ผู้นี้นางเอง ที่เห็นเสียงทางด้านอี้เฉินหายไปจากงานประมูลลับเสียดื้อๆ นางเร่งออกตามหาตัวตนของอี้เฉินในทันที หมายจะหาโอกาส ลอบฆ่าสังหารช่วงชิงของล้ำค่าที่เขา ครอบครอง "ไอ้เวรดูสิ เจ้าจะหนีข้าไปไหนได้ ข้าอยากรู้นักใบหน้าของเจ้ามันจะเป็นเช่นไรเมื่ออยู่ต่อหน้า เหล่าจอมยุทธ์จำศีล ปิดขั้นพลังมาจนรากฐานแข็งแกร่ง"
ทว่าเมื่อ เฉินอิน ที่เข้าไปจ่ายส่วนต่างภายในงานประมูล กลับไม่พบเจอผู้ใด ฝ่ามือของหญิงสาวกำหมัดไว้จนแน่น "หรือว่าไอ้เวรนั้นมันทำข้อแลกเปลี่ยนกับ คนตระกูล ฉั่ว" ครั้นเมื่อนางเข้าไปภายในงานประมูลหลักได้ ใบหน้าของนางก็บูดเบี้ยวขึ้นมาไม่น้อย
ทว่าเฉินอิน นางหารู้ไม่ ว่ามีสายตาคู่หนึ่งจับจ้อง ประตูด้านหลังที่มีคนเดินเข้าออก อยู่ตลอดเวลา ในยามนี้ "หืม!! เป็นนางอย่างนั้นหรือ?" อี้เฉินรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เมื่อเห็นหญิงโฉมสะคราญงามล่มเมือง สวมใส่อาภรณ์สีม่วงเข้ม โชว์สัดส่วนเรือนร่างอยู่ไม่น้อย พร้อมกับอาภรณ์ที่ขยับไหวไปตามการก้าวเดินของนาง บ่งบอกว่า นางในยามนี้ไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก สืบเท้าขึ้นไปด้านบนชั้น3 ซึ่งเป็นแหล่งรวมตัวของผู้สูงส่ง อย่างไม่ลังเล
ทว่าเมื่ออี้เฉินได้ยินน้ำเสียงของหมู่ชนเรียกนามของนาง ว่าเสียงสังหาร เฉินอิน หนึ่งในอนุชน แช่แข็งจำศีลตนเอง มันก็ทำให้อี้เฉินขมวดคิ้วมุ่น 'ถึงว่าเหตุใดข้ารู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างที่นางแผ่ซ่านออกมา จากตัวนาง บ่งบอกว่านางอยู่ในขั้นพลังเทวะขั้นสุด แถมยังดูถูกดูแคลน ตัวนางไม่ได้' เขาจึงรีบเก็บสายตากลับไปโดยพลัน
เฉินอิน จู่ๆ นางที่สืบเท้าขึ้นไปด้านบนชั้น3ของโรงประมูล ก็ส่งรอยยิ้มลงมาให้อี้เฉิน เมื่อเห็นสายตาของอี้เฉินจับจ้องมาที่ตัวนาง "หรือว่าจะเป็นเจ้า?" ก่อนนางจะส่ายหัว ละสายตาจากอี้เฉินไป เมื่อเห็นว่าอี้เฉินไม่ใช่ผู้สูงส่งแต่อย่างใด ไม่มีค่าอะไรให้นางต้องเก็บมาใส่ใจ
งานประมูลเองก็ใกล้จะเริ่มเต็มที แต่ภายในงานประมูลผู้คน ยังพูดคุยกันออกไปไม่ขาดโดยเฉพาะกลุ่มคนที่อยู่ด้านล่าง ครั้นเมื่อเห็น อนุชน แช่แข็งตนเอง ออกจากการจำศีล มาเข้าร่วมงานประมูลในครานี้ อยู่หลายคน "ดูนั้นเร็ว นั้นแม่นาง เฉินอิน ผู้ที่ได้ฉายาว่าเสียงสังหาร นางเองก็มาด้วยงั้นหรือ?"
"นางช่างโฉมสะคราญสมคำร่ำลือ จริงๆ ..แล้วบุรุษที่ทักทายนาง ผู้นั้นเขาเป็นใคร"
ชายหนุ่มที่รู้นามของเขา บอกกล่าวในทันที "ราชัน10ทิศเจ้าเฟิง อนุชน แช่แข็งตนเอง ออกจากการจำศีล เช่นกัน ดูสิแม้แต่องค์ชายทั้งสอง ยังต้องรับหน้าทักทายพวกเขา เกรงว่า อนุชนผู้เป็นอันดับหนึ่ง ยืนบนหัวเต่ามังกร จะเป็นกลุ่ม อนุชน แช่แข็งตนเอง แล้วกระมัง"
ชายหนุ่ม ยกฝ่ามือป้องปาก "เจ้าอย่าพูดเสียงดังไป บริเวณนี้มีกลุ่มคนของราชวงศ์ไม่น้อย เดี๋ยวได้เป็นเรื่องเอาหรอก"
องค์ชายชิงไป๋ยี่ ที่อยู่ด้านบนชั้น3 ภายในโซนส่วนตัว เมื่อเขาทักทาย หมู่ชนที่มีชื่อเสียงครบถ้วนกระบวนการไปหมดแล้ว ครั้นเมื่อสืบเท้าลงไปนั่งรอชม งานประมูลที่กำลังจะเริ่ม ครั้นปรายตาเหลือบไปเห็นอี้เฉิน ที่อยู่ชั้นล่างสุด อดไม่ได้ที่จะแสยะยิ้มกว้าง แฝงด้วย เลศนัยกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไร้ระลอกคลื่นเพียงนิด ทว่าน้ำเสียงนั้น ข่มขวัญอนุชน คนอื่นๆ ไม่น้อย
"อี้เฉินอนุชน มีชื่อเยี่ยงเจ้า เหตุใดมานั่งขลุกอยู่ยังโรงประมูลชั้นที่1เล่า ..ขึ้นมานั่งเป็นเพื่อนข้ามา"