ตอนที่ 5: ความจริงที่คืบคลาน (The Pursuit)
ความรักมักจะมาพร้อมกับอุปสรรคและความท้าทายเสมอครับ เหมือนกับการที่เราพบหนังสือโบราณเล่มสำคัญที่ถูกใครบางคนจงใจพ่นสีสเปรย์ทับลงไปบนหน้ากระดาษเพื่อทำลายคุณค่าและบิดเบือนเนื้อแท้ของมัน การที่เราจะค่อยๆ ลอกเอาสีสเปรย์หนาๆ นั้นออกโดยไม่ให้เนื้อกระดาษฉีกขาดเสียหาย ต้องใช้ความเงียบสงบ สติปัญญา และแผนการที่คาดการณ์ล่วงหน้าไว้หลายชั้นอย่างรัดกุมที่สุด
สามวันผ่านไปหลังจากความพยายามสร้างเบาะแสเท็จเื่ที่พีทขับรถสปอร์ตสีดำหนีไปพักผ่อนและหลบซ่อนอารมณ์ที่ภูเก็ต ทุกอย่างดูเหมือนจะดำเนินไปได้ด้วยดี ข้อความลวงโลกที่ผมส่งออกไปจากโทรศัพท์ของเขาสามารถดึงเวลาและหลอกล่อให้คนรอบข้างและครอบครัวของเขาเชื่อได้อย่างสนิทใจชั่วคราว แต่ทว่า... มนุษย์เรามักจะมีสัญชาตญาณบางอย่างที่น่ารำคาญใจเหลือเกิน โดยเฉพาะคนในครอบครัวของพีทที่เริ่มพบความผิดปกติบางอย่างจากการที่เขา "หายตัวเงียบและขาดการติดต่อ" นานเกินไป ซึ่งผิดวิสัยของคนรักความสนุกสนาน รักความสะดวกสบาย และติดการอัปเดตชีวิตลงโซเชียลมีเดียในทุกๆ ชั่วโมงอย่างเขา
ผมรู้เื่ราวความเคลื่อนไหวเหล่านี้เป็อย่างดี... เพราะผมได้ลอบติดตั้งเครื่องดักฟังขนาดเล็กจิ๋วรุ่นล่าสุดซ่อนไว้ในสันหน้าปกของหนังสือภาพศิลปะโบราณฉบับหายากที่ผมจงใจบูรณะและมอบให้วิเวียนเป็ของขวัญวันเปิดบ้านใหม่เมื่อสัปดาห์ก่อน มันตั้งอยู่บนชั้นวางหนังสือกลางห้องนั่งเล่นของคอนโดมิเนียมหรูของเธอพอดิบพอดี ทำให้ผมสามารถสดับฟังทุกเสียงสนทนา ทุกความเคลื่อนไหว และแม้กระทั่งเสียงถอนหายใจยาวของวิเวียนได้อย่างละเอียดลออตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงผ่านแอปพลิเคชันเข้ารหัสพิเศษในหูฟังไร้สายของผม ผมจดบันทึกปฏิกิริยาของเธอในแต่ละวันประหนึ่งนักจดหมายเหตุผู้บันทึกความเคลื่อนไหวของดวงดาว
บ่ายวันนั้น ขณะที่ผมกำลังนั่งทำความสะอาดและลงน้ำมันรักษาผิวปกหนังสือหนังแท้โบราณอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวที่หอสมุดกลาง เสียงสัญญาณเตือนจากหูฟังส่วนตัวก็ดังขึ้นเบาๆ บ่งบอกว่ามีการจับสัญญาณเสียงพูดคุยของคนมากกว่าหนึ่งคนในห้องนั่งเล่นของวิเวียน ผมรีบหยิบหูฟังไร้สายมาสวมทันทีและกดปุ่มบันทึกเสียงเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลทุกคำ
"วิเวียน แกได้ข่าวคราวเื่ของพีทบ้างหรือเปล่า่นี้" น้ำเสียงร้อนรนและเต็มไปด้วยความกังวลที่ดังขึ้นผ่านหูฟังคือเสียงของ 'อร' เพื่อนสนิทที่เป็แฟชั่นพีอาร์คอยประสานงานจัดนิทรรศการเสื้อผ้าคอลเลกชันใหม่ของวิเวียน
"ไม่เลยอร ั้แ่วันก่อนที่เขามาโวยวายอาละวาดที่หน้าคอนโดและพยายามจะฉุดฉันไป ฉันก็ไม่ได้เจอหน้าหรือได้รับการติดต่อจากเขาอีกเลย... ทำไมเหรออร เกิดเื่อะไรขึ้นงั้นเหรอ" วิเวียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวลใจ แฝงความหวาดระแวงและเหนื่อยล้าอย่างชัดเจน
"คืออย่างนี้แก... เมื่อเช้านี้เลขาฯ ส่วนตัวของพีทโทรมาถามฉันด้วยน้ำเสียงร้อนรนมากว่าพีทได้ติดต่อมาหาแกบ้างหรือเปล่า เพราะพีทไม่ได้เข้าบริษัทเลยั้แ่วันจันทร์ที่ผ่านมา ข้อความไลน์ที่ส่งหาก็บอกแค่ว่าไปพักร้อนภูเก็ตสักสัปดาห์หนึ่ง แต่คุณพ่อของพีทรู้สึกแปลกใจและไม่เชื่อ เพราะปกติพีทไปไหนมักจะถ่ายรูปอวดลงไอจีตลอดเวลา แต่นี่ไอจีเงียบสนิทเหมือนคนตาย แถมเลขาฯ พยายามโทรหาก็ติดต่อไม่ได้เลย เครื่องปิดตลอดเวลา... คุณพ่อของเขาเริ่มสงสัยว่าอาจจะเกิดเื่ไม่ดีขึ้น เลยจ้าง 'มนัส' นักสืบเอกชนชื่อดังที่เป็อดีตนายตำรวจกองปราบมาช่วยสืบเื่นี้อย่างลับๆ แล้วนะแก"
ผมชะงักมือที่กำลังถือพู่กันปัดฝุ่นทันที แววตาของผมแปรเปลี่ยนเป็ความตึงเครียดและเยือกเย็นขึ้นมาในพริบตา
*มนัส... นักสืบเอกชนที่เป็อดีตนายตำรวจกองปราบงั้นเหรอ ช่างเป็กรรไกรคมๆ ที่พยายามจะตัดเฉือนกระดาษทำงานของผมจริงๆ*
ผมเริ่มสืบค้นข้อมูลส่วนตัวของมนัสทันทีผ่านหน้าจอมอนิเตอร์ลับในห้องบูรณะ มนัสเป็อดีตพันตำรวจโทที่ลาออกจากราชการก่อนเกษียณ เขามีชื่อเสียงในเื่การสืบหาคนหายและคดีลักพาตัวในแวดวงเศรษฐี เขาเปิดสำนักงานสืบสวนเล็กๆ แต่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีและเส้นสายในกรมตำรวจ เขาทำงานเงียบ ข้อมูลแน่น และกัดไม่ปล่อย คดีนี้ชักจะน่าสนใจขึ้นเรื่อยๆ เสียแล้วสิ
"นักสืบเลยเหรออร..." วิเวียนอุทานเสียงแ่ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือคล้ายคนจะร้องไห้ "เขาจะหายไปไหนได้ล่ะ หรือว่าเขาไปเที่ยวพักผ่อนจริงๆ แล้วอยากปิดเครื่องอยู่เงียบๆ อย่างที่ข้อความบอกไว้"
"ฉันก็หวังว่าจะเป็อย่างนั้นนะแก แต่ฉันกลัวว่าพีทจะวางแผนทำอะไรบ้าๆ หรือเปล่า ยิ่งแกประกาศตัดสัมพันธ์และยกเลิกงานหมั้นแบบนี้ด้วย ฉันกลัวว่าเขาจะแอบกบดานเพื่อหาทางกลับมากลั่นแกล้งแกหรือทำร้ายแกอีกรอบ แกต้องระวังตัวไว้มากๆ นะวิเวียน ่นี้ถ้าเป็ไปได้ อย่าออกไปไหนมาไหนคนเดียวในที่เปลี่ยวๆ เด็ดขาดเลยนะ ฉันเป็ห่วงแกจริงๆ" อรเตือนด้วยความหวังดีตามประสาเพื่อนสนิท
"อื้ม... ขอบใจมากนะอร ฉันจะระวังตัวและล็อคประตูห้องให้แ่าตลอดเวลา"
เสียงสนทนาเงียบลงพร้อมกับเสียงเปิดและปิดประตูคอนโดหลังจากอรขอตัวกลับไปทำงานต่อ ผมดึงหูฟังออกจากหูช้าๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ไม้บานเดิมในห้องทำงานที่เงียบสงัด ความคิดต่างๆ เริ่มพรั่งพรูเข้ามาในสมองเหมือนน้ำหลาก
การมีนักสืบเอกชนฝีมือดีเข้ามาพัวพันไม่ใช่เื่ที่จะมองข้ามได้เลย แม้ผมจะมั่นใจว่าไม่ได้ทิ้งลายนิ้วมือ ดีเอ็นเอ หรือหลักฐานทางกายภาพใดๆ ไว้ที่รถสปอร์ตของพีทที่จอดทิ้งไว้ในสนามบิน และจุดที่ผมลงมือลักพาตัวเขาก็เป็มุมอับสายตาของกล้องวงจรปิดในลานจอดรถหลังผับหรู แต่คนระดับมนัสย่อมมีเครือข่ายและวิธีการสืบสวนหาเบาะแสที่เฉียบคมและคาดไม่ถึงเสมอ ผมต้องเริ่มวางแผนจำกัดความเสี่ยงและเบี่ยงเบนความสนใจของนักสืบคนนี้ออกไปให้พ้นจากตัวผมและวิเวียนให้เร็วที่สุด
และที่สำคัญ... ผมต้องไปอยู่เคียงข้างเธอในยามที่เธอหวาดกลัวเช่นนี้ เพื่อแสดงตัวเป็เกราะกำบังหนึ่งเดียวในชีวิตของเธอ
หนึ่งชั่วโมงต่อมา โทรศัพท์มือถือของผมก็สั่นเตือน หน้าจอแสดงชื่อเรียกสาย 'วิเวียน' ผมสูดหายใจลึก ปรับโทนเสียงให้ดูสุภาพ อบอุ่น และแฝงความห่วงใยก่อนจะกดปุ่มรับสาย
"สวัสดีครับคุณวิเวียน มีอะไรหรือเปล่าครับ"
"คุณนนท์คะ..." น้ำเสียงของเธอสั่นเครือสะอื้นไห้และแฝงความหวาดกลัวจนจับใจลอยผ่านมาตามสาย "คุณพอจะสะดวกไหมคะ... วิเวียนรู้สึกไม่ค่อยดีเลยค่ะ รู้สึกหวาดระแวงและกลัวไปหมดเลย..."
"ผมว่างเสมอสำหรับคุณครับวิเวียน คุณอยู่ที่ห้องใช่ไหมครับ นอนพักผ่อนเฉยๆ นะครับ เดี๋ยวผมจะรีบเดินทางไปหาคุณเดี๋ยวนี้เลย" ผมตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว
ผมรีบเดินทางฝ่าสายฝนพรำและเบียดเสียดการจราจรหนาแน่นไปยังคอนโดมิเนียมของเธอ ทันทีที่ประตูห้องเปิดออก ใบหน้าหวานของเธอซีดเผือด แววตาเต็มไปด้วยความหวาดวิตกและโดดเดี่ยว บนโต๊ะทำงานของเธอมีสมุดสเกตช์ภาพวางอยู่ ลายเส้นดินสอที่เธอพยายามวาดเสื้อผ้าคอลเลกชันใหม่ดูบิดเบี้ยว ยับย่น และไร้ระเบียบ บ่งบอกชัดเจนถึงสภาวะจิตใจที่กำลังสั่นไหวของคนวาด
เธอโผเข้ากอดกุมตัวผมไว้แน่นทันทีราวกับคนหาที่ยึดเหนี่ยวท่ามกลางพายุฝนพัดกระหน่ำ ผมโอบแขนกอดร่างบางของเธอไว้แนบกาย ลูบไล้แผ่นหลังบางเบาๆ พลางพรมจูบที่ขมับของเธออย่างอ่อนโยนเพื่อส่งผ่านไออุ่นและปลอบประโลมจิตใจที่สั่นเทาของเธอ ผมจับมือขวาที่กำลังสั่นของเธอขึ้นมา วางดินสอลงบนฝ่ามือของเธอและโอบกุมมือของเธอจากด้านหลัง ช่วยนำทางลายเส้นดินสอให้ลากผ่านกระดาษอย่างมั่นคงและอ่อนโยนจนเกิดเป็เส้นสายที่งดงามและประณีต
"เห็นไหมครับวิเวียน... แค่มีผมอยู่ข้างๆ คุณก็สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่สวยงามได้แล้ว ไม่ต้องกลัวนะครับ ไม่มีอะไรต้องหวาดกลัวอีกต่อไปแล้วนะครับ" ผมกระซิบข้างหูของเธออย่างช้าๆ ด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลที่สุด
"วิเวียนกลัวค่ะคุณนนท์... กลัวว่าพีทจะแอบวางแผนกลับมาทำร้ายวิเวียน เพื่อนบอกว่าตอนนี้คุณพ่อของเขาจ้างนักสืบตามหาตัวเขาแล้ว... วิเวียนกลัวว่าตัวเองจะมีความผิด หรือมีอันตราย..." เธอพูดพลางก้มหน้าซบกับอกกว้างของผมไหล่บางสั่นเทา
ผมประคองใบหน้าหวานของเธอขึ้นมาสบตา มองลึกลงไปในดวงตากลมโตคู่นั้นด้วยความรักอันท่วมท้นและเยือกเย็นเด็ดเดี่ยวในส่วนลึก "ผมสัญญาด้วยเกียรติและชีวิตของผมครับวิเวียน... ตราบใดที่ผมยังหายใจอยู่ตรงนี้ ผมจะไม่ยอมให้ใคร หรือสิ่งชั่วร้ายใดๆ ก็ตามก้าวเข้ามาทำร้ายคุณได้อีกเด็ดขาด เชื่อใจผมนะครับ ทุกอย่างจะเรียบร้อย"
รอยยิ้มอุ่นใจและแววตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งระคนเชื่อมั่นที่วิเวียนส่งกลับมาให้ผมช่างงดงามและคุ้มค่ากับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมยอมแลก แม้ว่ามือของผมจะต้องเปื้อนเืหรือต้องเหยียบย่ำลงในโคลนตมหนาเพียงใดก็ตาม ผมก้มลงจูบซับน้ำตาที่เอ่อล้นขอบตาของเธอเบาๆ ััที่โหยหาและเต็มไปด้วยความห่วงใยนั้นแฝงกระแสความปรารถนาลึกล้ำที่รอวันปะทุขึ้นมาอีกครั้งในค่ำคืนนี้
ความจริงและมนัสกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้... แต่มันจะไม่มีวันก้าวเข้ามาััตัวตนหรือสร้างรอยร้าวให้วิเวียนของผมได้เด็ดขาด เพราะผมจะเป็ผู้ทำลายหลักฐานและขัดขวางพวกมันทิ้งไปทีละคนอย่างไร้ร่องรอยเอง โลกนี้จะมีเพียงแค่เราสองคนเท่านั้นที่สมบูรณ์แบบ