“ก่อนอื่น ข้าเข่อซิง ในฐานะเจ้าเมืองไคชุน ขอกล่าวขอบคุณผู้ชม รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่ทำให้ศึกประลวงหมัดมวยครานี้ดำเนินไปอย่างราบรื่น และที่สำคัญที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้คือนักหมัดมวยที่เข้าร่วมชิงชัยทุกคน ข้ารู้ซึ้งถึงความอุตสาหะในการฝึกฝนวิชาของพวกเจ้าเป็นอย่างดี ข้าขอชื่นชมอย่างใจจริงที่เข้าร่วมประลองหมัดมวยกันด้วยจิตใจที่กล้าหาญ ศึกประลวงหมัดมวยแห่งเมืองไคชุนครานี้ดำเนินมาถึงการศึกต่อสู้สุดท้ายแล้ว ไม่กี่ชั่วอึดใจจากนี้จะได้รู้กันว่าใครจะคว้าตำแหน่งผู้ชนะเลิศ พร้อมเงินรางวัลห้าหมื่นชั่งไปครอง เช่นนั้นเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา รอบชิงชนะเลิศศึกหมัดมวยแห่งเมืองไคชุนประจำเฟยหลงศักราชที่ 10 เปิดฉากขึ้นได้ เชิญนักหมัดมวยจากมุมผืนพสุธาโม่โฉว หมัดพิษวิปลาส และนักหมัดมวยนิรนามจากมุมผืนสมุทร ก้าวขึ้นสู่สังเวียน ณ บัดนี้!”
จบแถลงการณ์ เข่อซิงก้าวตัวออกจากเวที พลันเสียงตะโกนของเหล่าฝูงชนดังกึกก้อง เปลี่ยนชายหาดทมิฬในยามสนธยาให้เร่าร้อนขึ้นทันตา จากนั้นชั่วอึดใจ เงาคนสองสายที่ถูกย้อมด้วยแสงตะวันสีส้มอมแดงปรากฏขึ้นในครรลองสายตาผู้ชมทุกคนจากคนละทิศของเวที
จากมุมผืนพสุธา โม่โฉว หมัดพิษวิปลาส สีหน้ายังคงราบเรียบและแฝงไว้ซึ่งความหยิ่งทะนงอันยากจะอำพราง ขณะสืบเท้าด้วยท่าทีสง่างามประหนึ่งหงส์ระบำบนผิวน้ำเข้าสู่อาณาเขตแห่งสังเวียน รอบกายชายหนุ่มเปี่ยมเลศนัยผู้นี้กึกก้องด้วยเสียงตะโกนสนับสนุนให้กำลังใจ
“เอาเลยโม่โฉว จัดการละลายผิวหนังของเจ้าตัวประหลาดนั่นให้เหี้ยนไปเลย!”
“จักรวรรดิเหลียนหยางต้องสุดยอดที่สุดในเรื่องหมัดมวย เพราะฉะนั้นโม่โฉว เจ้าต้องคว้าชัยชนะมาให้ได้”
แม้ไม่ใช่นักหมัดมวยขวัญใจเจ้าถิ่น อีกทั้งวิชาหมัดพิษวิปลาสของเขายังถูกรังเกียจจากผู้คนไม่น้อยว่าโหดร้ายป่าเถื่อนเกินไป แต่หากเทียบกับฮันเตอร์ภายใต้หน้ากากนักหมัดมวยนิรนาม ที่ตอนนี้ผู้ชมทุกคนคาดคะเนไปในทิศทางเดียวกันว่าต้องเป็นคนจากต่างจักรวรรดิ ดังนั้นหากฮันเตอร์เป็นฝ่ายคว้าชัยชนะเลิศ จักรวรรดิเหลียนหยางก็เหมือนโดนถูกหยามเกียรติ ประหนึ่งปักธงผืนอื่นลงกลางแผ่นดิน ดังนั้นจะยอมให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้เด็ดขาด ผู้ชมส่วนใหญ่จึงพากันหนุนหลังโม่โฉว หมัดพิษวิปลาสโดยพร้อมเพรียง
ห้วงเวลาเดียว ณ ทางเดินสู่สังเวียนของมุมผืนพสุธา ฮันเตอร์ ปาร์กเกอร์ พกพาแววตาประหนึ่งราชสีห์ล่าเหยื่อขณะเท้าย่ำบนผืนทรายสีดำ มุ่งตรงสู่เวทีเบื้องหน้า ไม่ว่ารอบข้างจะสนั่นหวั่นไหวด้วยเสียงตะโกนสาปแช่งสนั่นเพียงใด ก็ราวกับว่าทุกสุ้มเสียงไม่สามารถล่วงเข้าสู่โสตประสาทของฮันเตอร์ได้ รอยสักปีกเทวาและซาตานสะท้อนกับแสงสนธยา ยิ่งเพิ่มความน่าเกรงขามแก่ชายหนุ่มผู้นี้อีกเท่าทวี
ชั่วครู่ถัดมา สองบุรุษยืนประจันหน้ากันตรงกึ่งกลางเวที โดยมีดวงตะวันกลมโตซึ่งกำลังจะลับขอบฟ้าคั่นกลาง เมื่อมาอยู่ในระยะประชิดเช่นนี้ ชัดเจนว่าฮันเตอร์ได้เปรียบเรื่องรูปร่างพอสมควร ด้วยความสูงที่มากกว่าเกือบสิบเซนติเมตร
ท่ามกลางแสงสว่างจากคบเพลิงนิจนิรันดร์ที่เพิ่งถูกจุดขึ้นที่สี่มุมรอบสังเวียน ทดแทนแสงพระอาทิตย์ที่กำลังจะจางหาย แววตาเยียบเย็นหยิ่งทะนงปะทะแววตาแข็งกร้าวดุร้ายอย่างไม่มีใครยอมใคร โดยมีสายตาของผู้ชมอีกนับหมื่นคู่เป็นประจักษ์พยาน
“กล้ามเนื้อเจ้าเป็นสัดส่วนที่สวยงามจริง ๆ ข้าขอชื่นชม ทว่าน่าเสียดายที่หลังจากนี้จะต้องโดนข้ากัดกร่อนจนแหลกเหลว” โม่โฉวกล่าวข่มขวัญ น้ำเสียงยะเยือกของเขาทำให้ผู้ฟังสั่นกลัวได้ไม่ยาก
ทว่าไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับฮันเตอร์ นอกจากจะไม่สะทกสะท้านแล้ว ชายหนุ่มยังยักไหล่เป็นเชิงยั่วโทสะเล็กน้อย ก่อนตอบกลับด้วยระดับเสียงที่ได้ยินกันเพียงแค่สองคน และที่สำคัญ ภาษาที่ใช้ไม่ใช่ภาษาจักรวรรดิเหลียนหยาง แต่เป็นภาษาอังกฤษ
“หุบปากเน่า ๆ ของแกไว้กินข้าวจะดีกว่า ไอ้กระจอก!!”
สดับภาษาไม่คุ้นหู โม่โฉวถึงกับทำหน้าปั้นยาก ไม่รู้ควรจะตอบโต้เช่นไร เนื่องเพราะไม่เข้าใจความหมายที่อีกฝ่ายกล่าว จึงทำได้เพียงถามกลับทื่อ ๆ อย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ว่า “เจ้าพูดอะไร หมายความว่าเช่นไร?”
สดับคำ สีหน้าเคร่งขรึมดุร้ายปานจะกินเลือดกินเนื้อของฮันเตอร์พลันแปรเปลี่ยนเป็นเปี่ยมมิตรไมตรี ระบายยิ้มกว้างออกมาอย่างไม่มีใครคาดคิด ก่อนตอบกลับด้วยเสียงสุภาพว่า “ข้ากล่าวชื่นชมว่าเจ้าเป็นนักหมัดมวยที่เก่งกาจน่ะ เรามาต่อสู้อย่างสมศักดิ์ศรีกันเถอะ”
ได้ยินเช่นนี้ โม่โฉวตกอยู่ในสภาวะจับต้นชนปลายไม่ถูก งุนงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของอีกฝ่าย ทำได้เพียงตอบรับแก้เก้อ
“ก็แล้วไป ข้าเต็มที่ไม่มีออมมืออยู่แล้ว เจ้าทนความเจ็บปวดให้ไหวก็แล้วกัน”
จบประโยคนี้ของโม่โฉว ฮันเตอร์ถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูสะใจเป็นพิเศษจากการได้หลอกด่าปั่นประสาทคู่ต่อสู้จอมหยิ่งทะนงผู้นี้ คงไม่ผิดนักหากจะกล่าวว่าผู้ชนะในสงครามน้ำลายครั้งนี้คือฮันเตอร์
แก๊ง!
คล้อยหลังจากนั้นเพียงชั่วอึดใจ เสียงระฆังที่ทุกคนรอคอยก็ดังกังวานขึ้น เป็นสัญญาณบ่งบอกว่ารอบชิงชนะเลิศศึกหมัดมวยแห่งเมืองไคชุนเปิดม่านอย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ตาม หลังเสียงระฆังจางหายไปตามสายลมทะเลยามเย็น เหล่าผู้ชมที่หมายรวมถึงอเล็กซ์และจางเหว่ยด้วยต่างก็ต้องเลิกคิ้วสูงอย่างแปลกใจ จากที่ทุกคนคาดคิดว่าทั้งคู่จะต้องพุ่งตัวโรมรันเข้าหากันทันทีให้สมกับเป็นศึกรอบชิงชนะเลิศ ทว่าภาพที่เห็นคือนักหมัดมวยทั้งสองต่างยืนจดจ้องกันด้วยท่าทีสงบนิ่ง ในระยะห่างประมาณสองเมตร ราวกับว่าทั้งคู่พยายามหาช่องโหว่ของอีกฝ่าย และไม่มีใครอยากเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำก่อน
“จะยืนนิ่งเป็นแท่นหินแบบนั้นไปถึงเมื่อไร หรือพวกเจ้าเกิดตาขาวขึ้นมา”
ยิ่งล่วงผ่านไปหลายวินาที ความไม่พอใจเริ่มก่อตัวขึ้นในหมู่ผู้ชม สุดท้ายสะท้อนออกมาเป็นเสียงตะโกนก่นด่าเช่นนี้
ในชั่วพริบตาที่สมาธิของโม่โฉวถูกเสียงผู้ชมดึงดูดความสนใจไป แม้เป็นเพียงเสี้ยววินาทีที่คนทั่วไปอาจไม่สังเกตเห็น แต่ก็ไม่อาจหลุดรอดสัญชาตญาณที่ผ่านศึกบนสังเวียนผ้าใบมานับไม่ถ้วนของฮันเตอร์ไปได้ ฉับพลัน ชายหนุ่มพุ่งโฉบเข้าสู่ระยะทำการของหมัดทันที
แม้โม่โฉวจะเรียกสติกลับคืนมาได้อย่างรวดเร็ว และมิได้แสดงท่าทีตื่นตกใจกับการเข้าประชิดอย่างกะทันหันของฮันเตอร์ แต่ดูเหมือนจะสายไปเสียแล้ว เมื่อหมัดฮุคขวาพุ่งเข้าปะทะใบหน้าบุรุษเจ้าของวิชาหมัดพิษวิปลาสอย่างรวดเร็วปานเหยี่ยวโฉบกระชากเหยื่อ
แก้มซ้ายรับแรงกระแทกของหมัดดีกรีอันดับหนึ่งรุ่นเฮฟวี่เวทเข้าไปอย่างจัง เข่าของโม่โฉวถึงกับทรุดลงเล็กน้อย และแน่นอน ฮันเตอร์ไม่ปล่อยโอกาสทองฝังเพชรเช่นนี้ให้หลุดมือไปเด็ดขาด หมัดอัปเปอร์คัทซ้ายจึงตามเข้าไปสมทบอย่างไม่รีรอ ปะทะเข้าอย่างจังเข้ากับคางเรียวแหลมเปี่ยมเสน่ห์ของโม่โฉว
โดนหมัดหนักหน่วงของฮันเตอร์เข้าไปเต็มอัตราถึงสองหมัด เท้าสองข้างของโม่โฉวไม่อาจหยัดยืนต้านท้านแรงโน้มถ่วงได้อีกต่อไป เซถอยหลังไปสามสี่ก้าว ก่อนร่างทรุดลงบนพื้นสังเวียน
เพื่อให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะไม่สามารถลุกขึ้นได้อีกครา ฮันเตอร์โผพุ่งตัวเข้าหาร่างของโม่โฉวที่นอนกองอยู่กับพื้น หมายมั่นจะระดมกำปั้นชุดใหญ่เข้าใส่ ทว่าในวินาทีเดียวกันนั้นเอง ใบหน้าที่ควรจะสติพร่าเลือนของโม่โฉว ริมฝีปากกลับแสยะยิ้มออกมา ความเจ้าเล่ห์แฝงอยู่อย่างเต็มเปี่ยม
เป็นโชคร้ายของฮันเตอร์ที่ขณะนี้เวลาย่างเข้าสู่ช่วงพลบค่ำแล้ว แสงสว่างจากคบเพลิงนิจนิรันดร์ที่ส่องสว่างเข้าสู่สังเวียนไม่มากเพียงพอ ยังคงมีความมืดสลัวอยู่หลายส่วน และมันก็ช่วยอำพรางไม่ให้ฮันเตอร์ได้ทันสังเกตเห็นรอยยิ้มของโม่โฉว รู้ตัวอีกที ขณะที่ฮันเตอร์เข้าประชิดร่างที่นอนอยู่ สองมือของโม่โฉวก็พุ่งปราดเข้าหาข้อเท้าทั้งสองข้างของฮันเตอร์ หมายจับให้มั่นแล้วกัดกร่อนทำลายอวัยวะสำคัญที่สุดในการต่อสู้ของศัตรูให้ป่นปี้
อย่างไรก็ตาม ในโชคร้ายยังมีโชคดี ครั้งหนึ่งตอนที่ยังอยู่ในโลกมนุษย์ หลังจากครองตำแหน่งแชมป์โลกเฮฟวี่เวทมาได้ระยะหนึ่ง ป้องกันแชมป์ได้หลายสมัย จนเริ่มไร้คู่ต่อสู้ที่จะมาท้าชิงแล้ว ฮันเตอร์ได้รับข้อเสนอก้อนโตให้ไปสู้ศึกในกรงเหล็กกับแชมป์โลกศิลปะการต่อสู้แบบผสมในกติกาที่ไร้กติกา กล่าวคือ ยกเว้นเพียงแค่การใช้อาวุธ จะทำอย่างไรก็ได้ให้อีกฝ่ายหมดสภาพต่อสู้หรือกล่าวยอมแพ้ออกมาก็พอ
ในตอนแรกฮันเตอร์ตัดสินใจจะไม่รับข้อเสนอดังกล่าว แต่สุดท้ายด้วยอำนาจเงินอันหอมหวาน เขาก็ตอบตกลง และผลลัพธ์คือเขาส่งแชมป์โลกศิลปะการต่อสู้แบบผสมคนดังกล่าวลงไปนอนจมกองเลือดบนพื้นเวทีภายในเวลาไม่ถึงสามนาที
นอกจากเงินตามสัญญามูลค่าหลายร้อยล้านเหรียญแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่เขาได้รับติดตัวจากศึกดังกล่าวคือทักษะท่านอน เนื่องจากแชมป์โลกศิลปะการต่อสู้แบบผสมที่เขาต้องต่อสู้ด้วยถือเป็นผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้ท่านอนตัวฉกาจ ดังนั้นหากคิดจะเป็นฝ่ายชนะ ฮันเตอร์ต้องฝึกฝนในจุดนี้
ในระยะเวลาจำกัด ฮันเตอร์ทุ่มแรงกายแรงใจทั้งหมดที่มีฝึกฝนการต่อสู้ท่านอนจนเชี่ยวชาญ แม้จะเทียบกับนักสู้ท่านอนขนานแท้ไม่ได้ แต่ก็ไม่อ่อนด้อยให้ใครเคี้ยวได้โดยง่ายเป็นแน่ และหนึ่งในบทเรียนที่ฮันเตอร์จดจำขึ้นใจคือ “ทุกครั้งที่คู่ต่อสู้ล้ม และเราพุ่งตัวเตรียมเข้าซ้ำ สังเกตการเคลื่อนไหวของมือให้ดี เพราะนั่นอาจเป็นกับดักให้เราเพลี่ยงพล้ำเข้าสู่เกมที่เราไม่ถนัด”
บทเรียนนี้ผุดขึ้นในสมองฮันเตอร์ได้ทันเวลาพอดิบพอดี ขณะที่สองมือของโม่โฉวอยู่ห่างจากข้อเท้าฮันเตอรไม่กี่เซนติเมตร ชายหนุ่มพลันสังเกตเห็นการลักลอบจู่โจมครั้งนี้ ทว่ามันก็กระชั้นชิดเกินกว่าที่เขาจะชักเท้าหลบได้ทัน สุดท้ายจึงลงเอยด้วยการที่ฮันเตอร์ทิ้งเข่าลงไปทับมือสีดำทมิฬทั้งสองข้างเพื่อหยุดการเคลื่อนไหว
เมื่อหยุดการเคลื่อนไหวได้สำเร็จ ฮันเตอร์รีบอาศัยจังหวะเด้งตัวขึ้น กลับเข้าสู่ท่าตั้งการ์ดและ เริงระบำฟุตเวิร์ค รักษาระยะห่างจากโม่โฉวราวสามเมตร
แม้เป็นเพียงชั่ววินาทีสั้น ๆ ที่เข่าของฮันเตอร์สัมผัสกับหมัดพิษวิปลาส ทว่าเท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้เข่าทั้งสองข้างมีเลือดเปื้อนซึมออกมา ผิวหนังปรากฏรอยคล้ายถูกเผาไหม้เล็กน้อย เป็นหลักฐานชัดถึงความร้ายกาจของวิชาหมัดพิษวิปลาส
ด้านโม่โฉว เมื่อเห็นว่ากับดักที่ขุดหลุมพรางไว้ไม่ได้ผลอย่างที่คิด จึงเด้งตัวขึ้นจากพื้นสังเวียน พลิ้วไหวบนอากาศเล็กน้อย ก่อนร่อนลงในท่าเตรียมสู้อย่างสง่างาม ปากถุยโลหิตที่แทรกตัวตามไรฟันออก ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้รู้สึกว่าตนเสียเปรียบอยู่แม้แต่น้อย
“ว่องไวดีนี่นา แต่ครั้งต่อไปรับประกันได้ว่าเจ้าจะไม่โชคดีเช่นนี้อีก”
กล่าวจบ เท้าสะกิดพื้น ร่างโม่โฉวพลันแปรเปลี่ยนเป็นเงาดำสายหนึ่ง พุ่งปราดเข้าหาฮันเตอร์อย่างว่องไว
เมื่อคราวนี้โม่โฉวเปิดฉากโจมตีก่อน ฮันเตอร์จึงกลายเป็นฝ่ายตั้งรับอย่างจำยอม แต่เป็นความจำยอมที่แฝงไปด้วยความยินดียิ่ง เนื่องจากจุดเด่นของฮันเตอร์ที่ใช้โค่นล้มคู่ต่อสู้รายแล้วรายเล่าบนสังเวียนคือการตั้งรับ และรอจังหวะสวนกลับอย่างแม่นยำไร้ที่ติ
“พายุนาคาพิษ” สุ้มเสียงโม่โฉวตวาดก้อง
เมื่อเข้าสู่ระยะทำการ โม่โฉวไม่รีรอที่จะโหมโจมตีเข้าใส่ปานพายุ อาวุธคือมือทั้งสองข้างที่ห้านิ้วกุมเข้าหากันในลักษณะคล้ายดอกบัวตูม เช่นนี้เมื่อมันเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว กอปรกับสีผิวหนังดำทมิฬบริเวณฝ่ามือ พิษร้ายแรงเคลือบอยู่ทุกอณู ภาพที่ปรากฏจึงแลดูคล้ายฝูงงูจำนวนมากระดมเข้าฉกคู่ต่อสู้ร่างใหญ่
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการโจมตีคำรบนี้ของโม่โฉวสร้างความตื่นตะลึงแก่ฮันเตอร์ไม่น้อย เมื่อสิ่งที่เห็นเบื้องหน้าประหนึ่งว่าคือฝูงงูพิษที่แท้จริงฝูงหนึ่ง บาดแผลที่เข่าช่วยตอกย้ำอีกเสียงว่าจะพลาดโดนการโจมตีกระบวนนี้ไม่ได้เด็ดขาด หนทางเดียวที่มีคือต้องหลบให้พ้น
เบี่ยงตัวซ้ายที ขวาที นับว่ายังเป็นโชคดีสำหรับฮันเตอร์ ถึงแม้วิชาหมัดมวยพายุนาคาพิษจะมีอานุภาพโจมตีร้ายกาจ เพียงสัมผัสโดนก็สามารถกัดกร่อนผิวหนังได้ในพริบตา แต่ในด้านความรวดเร็วยังไม่น่ากังวลเท่าไรนัก สายตาและประสาทสัมผัสของฮันเตอร์ยังจับการเคลื่อนไหว ส่งสัญญาณให้ร่างกายหลบหลีกหมัดนาคาพิษทุกหมัดได้อย่างหมดจด
อย่างไรก็ตาม ฮันเตอร์ก็ทำได้ดีที่สุดเพียงแค่หลบหลีก เขาไม่มีจังหวะสวนกลับไปเลยสักครั้งเดียว เนื่องเพราะทันทีที่สวนกลับ เท่ากับเปิดช่องว่างให้หมัดนาคาพิษมีโอกาสสัมผัสโดนร่าง และเพียงวินาทีเดียวก็เพียงพอแล้วที่วิชาหมัดนี้จะสร้างความเจ็บปวดแสนสาหัส
พายุนาคาพิษดำเนินไปเกือบครึ่งนาที แม้ฮันเตอร์ยังคงหลบหลีกได้อย่างหมดจด ทว่าตอนนี้ดูเหมือนสถานการณ์จะแย่ลง เมื่อโม่โฉวไล่ต้อนเขามาจนแผ่นหลังพิงกับเชือก เช่นนี้เท่ากับว่าพื้นที่ในการหลบหลีกน้อยลง หากไม่รีบฉากตัวออกจากมุม โอกาสในการโจมตีเข้าเป้าของโม่โฉวย่อมเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี
สุดท้ายฝ่ายตั้งรับก็พลาดท่าเข้าจนได้ โม่โฉวตระหนักชัดว่าหากคู่ต่อสู้ไม่มีพื้นที่ด้านหลังให้หลบหนี ก็แค่ต้องโจมตีจากมุมซ้ายขวาเท่านั้น และเขาก็ทำสำเร็จ เมื่อหมัดนาคาพิษจากมือขวาพุ่งเข้าปะทะชายโครงซ้ายของฮันเตอร์อย่างจัง
“อ๊าก!”
ราวกับโดนงูพิษงับเข้าเต็มแรง ฮันเตอร์ที่ผ่านการต่อสู้มานับไม่ถ้วนยังกลั้นความเจ็บปวดไว้ไม่ไหว ปล่อยเสียงโหยหวนออกมา