ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบในนิยายยุค 70

    บทที่ 11 : คอยซูคอยดูยหลิง

    *เนื้อหาในนิยายต่อไปนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งในงานเขียน 

    บุคคลและสถานที่ต่าง ๆ ไม่มีอยู่จริง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์แต่อย่างใด 

    ทั้งนี้ขอให้ผู้อ่าน อ่านด้วยความสนุก ไม่คิดมากถึงความไม่สมเหตุผลในบางกรณี


    บทที่ 11 : ไปเยี่ยมซูเหม่ยหลิง 


    เจ้าของเสียงนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน คนนั้นคือหัวจือเปา คนที่ลั่วซือหานเจอในโรงพยาบาล เมื่อตอนที่เขาไปส่งซูเหม่ยหลิง

    ลั่วซือหานจำหัวจือเปาได้ เพราะเขาคือทหารยศพันตรีที่อายุน้อยที่สุดที่เขารู้จัก (ขอเปลี่ยนยศของหัวจือเปาจากสิบเอกเป็นพันตรี เพราะในประเทศจีนไม่มียศสิบเอก) 

    ในขณะที่พวกเขากำลังจะทำการค้าขาย หัวจือเปาบังเอิญได้ยินการสนทนาของพวกเขา หัวจือเปารู้สึกทึ่ง ไม่คิดว่าตัวเองจะโชคดีบังเอิญเจอคนขายโสมอายุหนึ่งร้อยปีเข้าพอดี

    หัวจือเปาไม่สามารถต้านทานสิ่งล่อใจได้ เขาต้องการโสมต้นนั้น

    “สหายผมต้องการซื้อโสมร้อยปีของคุณ” หัวจือเปาอุทานอย่างกระตือรือร้น “และผมยินดีเสนอเงินห้าพันหยวนให้กับคุณ!” 

    ใบหน้าของซ่งจางเหว่ยลดลง เมื่อเขาตระหนักได้ว่า เขาไม่สามารถแข่งขันกับข้อเสนอของหัวจือเปาได้ เขารู้สึกผิดหวังเมื่อรู้ว่าเขาจะพลาดการทำกำไรครั้งใหญ่ 

    ในทางกลับกัน ลั่วซือหานมองเห็นโอกาสในการทำกำไรจำนวนมาก เขาโน้มตัวไปหาซ่งจางเหว่ยอย่างเจ้าเล่ห์และกระซิบว่า “เถ้าแก่ซ่ง ทำไมคุณไม่ลองเสนอราคาเพิ่มดูล่ะ? พี่ชายคนนั้นเสนอราคาให้สูงกว่ามาก และการเพิกเฉยต่อโอกาสแบบนี้คงเป็นเรื่องโง่เขลา!”

    ลั่วซือหานรู้จักชื่อของซ่งจางเหว่ยได้จากระบบตรวจสอบ เขาจึงเรียกเถ้าแก่เจ้าของร้านว่า เถ้าแก่ซ่ง 

    ซ่งจางเหว่ยเข้าใจอย่างไม่เต็มใจว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่น เขาไม่สามารถแข่งขันราคากับหัวจือเปาได้ เพราะเขารู้ถึงตัวตนของหัวจือเปา เนื่องจากชายหนุ่มมักจะมาซื้อยาที่ร้านขายยาของเขาประจำ เขาจึงทำได้เพียงถอยออกมาจากการซื้อขายในครั้งนี้

    “สามพันหยวนนั้นคือเงินทั้งหมดที่ฉันมี” ซ่งจางเว่ยพูดโกหก น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวัง 

    ลั่วซือหานรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เขาคิดว่าซ่งจางเหว่ยจะสู้ราคากับหัวจือเป่า แต่ดวงตาของลั่วซือหาน ก็กลับมาเปล่งประกายอีกครั้งด้วยความพึงพอใจขณะที่เขาหันไปหาหัวจือเปา “สหาย ดูเหมือนว่าคุณจะเสนอราคาโสมในราคาห้าพันหยวน?”

    หัวจือเปายิ้มอย่างมีชัย เมื่อรู้ว่าเขาได้ของที่ต้องการมาไว้ในครอบครอง “ยอดเยี่ยม! ผมขอขอบคุณสำหรับความตั้งใจของคุณที่ยอมขายโสมต้นนั้นให้กับผม นี่คือจำนวนเงินที่ตกลงไว้”

    หัวจือเปาส่งเงินให้ลั่วซือหาน นั่นคือเงินที่เขาพึ่งถอนออกมาจากธนาคาร ตอนแรกเขาคิดว่าถ้าซ่งจางเหว่ยเสนอราคาที่มากกว่าห้าพันหยวน ถึงตอนนั้นเขาจะพาลั่วซือหานไปถอนเงินที่ธนาคารเพิ่ม โชคดีที่เถ้าแก่ซ่งยอมถอยให้เขา

    ลั่วซือหานรับเงินมาด้วยความพึงพอใจ เขาทำเป็นเก็บเงินใส่กระเป๋า แต่ความจริงแล้วเงินจำนวนนั้นถูกเก็บไว้ในระบบ โดยที่เขาไม่จำเป็นต้องนับเงินเลย

    เมื่อการซื้อขายสิ้นสุดลง ซ่งจางเหว่ยก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียใจ เขาสูญเสียโอกาสที่จะได้รับโสมอายุหนึ่งร้อยปี แต่เพื่อรักษาหน้าและอนาคตของเขา เขาจึงต้องไว้หน้าหัวจือเปาสักครั้ง

    หลังทำการค้าเสร็จสิ้น ลั่วซือหานจึงได้ไปซื้อของกินหลายอย่าง มีทั้งผัก ธัญพืช น้ำมัน แป้งและเนื้อหมู เมื่อซื้อของที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว ในที่สุดก็ถึงเวลาไปเยี่ยมซูเหม่ยหลิงสักที 

    ลั่วซือหานมองหาสถานที่ที่ไม่มีคนอีกครั้ง จากนั้นเขาจึงนำเอาอาหารไปเก็บไว้ในช่องเก็บของ จากนั้นก็นำของเยี่ยมออกมา เมื่อเห็นว่าซุปไข่ยังคงร้อน ๆ อยู่เขาก็รู้สึกพอใจมาก 

    เมื่อมาถึงโรงพยาบาล ลั่วซือหานเดินเข้าไปในห้องผู้ป่วย เขามาเยี่ยมซูเหม่ยหลิง หญิงสาวที่เขาบังเอิญช่วยชีวิตจากการจมน้ำเมื่อไม่กี่วันก่อน ขณะที่เขาเข้าไปใกล้เตียงของเธอ เขาสังเกตเห็นว่าเธอดูบอบบางเพียงใด ใบหน้าซีดเซียวของเธอตัดกับผ้าปูที่นอนสีขาวของโรงพยาบาล

    “สวัสดีครับ สหายซู” ลั่วซือหานทักทายอย่างนุ่มนวล “ผมหวังว่าคุณคงจะรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว” 

    ซูเหม่ยหลิง หันศีรษะไปทางต้นเสียงของเขา ริมฝีปากของเธอยกยิ้มอย่างอ่อนแรง “ขอบคุณ สหายลั่ว ฉันรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว” 

    ลั่วซือหานวางกระเป๋าใบเล็กไว้บนโต๊ะข้างเตียง เผยให้เห็นชามซุปไข่อุ่นๆ เพราะของถูกเก็บไว้ในระบบ มันจึงช่วยรักษาความร้อนไว้ได้ “แม่ของผมฝากซุปไข่มาให้สหายซู มันน่าจะดีสำหรับการฟื้นฟูกำลัง ผมหวังว่าสหายซูจะชอบมัน” 

    ดวงตาของซูเหม่ยหลิงเป็นประกายด้วยความขอบคุณ ขณะที่เธอเอื้อมมือไปหยิบชาม กลิ่นหอมของน้ำซุปอบอวลไปทั่วห้อง “ขอบคุณ สหายลั่วและขอบคุณแม่ของคุณด้วย พวกคุณช่างมีน้ำใจจริงๆ” 

    ลั่วซือหานดึงเก้าอี้ขึ้นมานั่งข้างเธอ “สหายซูไม่ต้องขอบคุณผม ผมแค่รู้สึกว่าต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นที่ริมแม่น้ำในวันนั้น ผมทนไม่ได้ที่จะทิ้งคุณไว้ที่นั่น ดังนั้นผมจึงกระโดดลงไปโดยไม่ต้องคิดซ้ำสอง” 

    ดวงตาของซูเหม่ยหลิง เต็มไปด้วยอารมณ์ขณะที่เธอจิบซุป “ฉันรู้สึกขอบคุณที่สหายลั่วทำแบบนั้น สหายลั่วช่วยชีวิตฉันไว้ ฉันจะไม่ลืมความกล้าหาญของคุณ” 

    ลั่วซือหานหัวเราะเบา ๆ ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อย "ไม่เป็นไรจริงๆ ผมแค่ดีใจที่สหายซูไม่เป็นไร"

    ขณะที่พวกเขาคุยกัน เวลาก็เหมือนจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาค้นพบความสนใจร่วมกันและแลกเปลี่ยนเรื่องราว ก่อให้เกิดสายสัมพันธ์บางอย่างที่ไม่สามารถพูดได้

    ลั่วซือหานอดไม่ได้ที่จะชื่นชมความยืดหยุ่น และการมองโลกในแง่ดีของ ซูเหม่ยหลิงแม้จะต้องเผชิญกับความทุกข์ยากก็ตาม

    ตั้งแต่ต้นจนจบเขายังไม่ได้ถามสาเหตุของการตกน้ำในครั้งนั้นของเธอเลย “ไม่ทราบว่าสหายซูจำได้ไหมว่า คุณตกน้ำได้ยังไง?” 

    แววตาของซูเหม่ยหลิงเปลี่ยนไป เมื่อได้ยินคำถามของลั่วซือหาน แต่ในเวลาต่อมาแววตาของเธอก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม 

    “ดูเหมือนว่าฉันจะลื่นตกลงไปเอง” ซูเหม่ยหลิงตอบ แต่เธอไม่กล้าสบตากับเขา 

    เห็นแบบนั้นลั่วซือหานจึงไม่ได้ถามอะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้นอีก 

    จากนั้นบรรยากาศภายในห้องก็เงียบไป ลั่วซือหานมองไปยังนาฬิกาบนฝ่าผนัง ตอนนี้คงได้เวลาที่เขาต้องกลับไปแล้ว 

    “ดูเหมือนว่าผมต้องกลับแล้ว” ลั่วซือหานบอก “ผมจะไปถามว่าสหายซูกลับบ้านได้วันไหน ถึงวันนั้นผมจะได้มารับสหายซูถูก” 

    ซูเหม่ยหลิงหน้าแดง เมื่อรู้ว่าเขาต้องการมารับเธอตอนออกจากโรงพยาบาล แต่เธอก็ปฏิเสธไป “ขอบคุณสหายลั่วมาก แต่คุณไม่ต้องลำบากมารับฉันก็ได้” 

    ลั่วซือหานไม่ยอมให้เธอปฏิเสธ “ไม่เป็นไรผมเต็มใจ” ลั่วซือหานยกยิ้มมุมปาก

    “ผมกลับก่อนนะ” ลั่วซือหานลุกขึ้น 

    เมื่อเห็นว่าลั่วซือหานจะกลับแล้วซูเหม่ยหลิงจึงกล่าวคำลา “ขอให้เดินทางปลอดภัยค่ะ” ซูเหม่ยหลิงยิ้ม 

    แม้ใบหน้าของเธอจะยังคงซีดขาวเพราะการเจ็บป่วย แต่อาการเจ็บป่วยนั้นไม่สามารถซ่อนความงามของเธอได้เลย

    จากนั้นลั่วซือหานจึงเดินทางกลับบ้านด้วยหัวใจที่พองโตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

    หลังจากที่ลั่วซือหานออกไปเพียงไม่นาน หลิวผิงอันก็ได้เดินกลับเข้ามาในห้องผู้ป่วยของซูเหม่ยหลิง 

    “ลั่วซือหานกลับไปแล้วเหรอ?” หลิวผิงอันถาม ก่อนหน้านี้เธอออกไปทำธุระข้างนอกมา เมื่อเธอกลับมาแล้วบังเอิญได้ยินเสียงของคนอื่นที่ไม่ใช่ซูเหม่ยหลิง จึงได้แอบดูก่อน 

    เมื่อเห็นว่าคนที่อยู่ด้านในคือลั่วซือหาน เธอก็คิดจะเข้าไปสอบถามอะไรบางอย่างกับเขา แต่เมื่อเห็นว่าบรรยากาศของทั้งสองคนกำลังเป็นไปด้วยดี เธอจึงไม่อยากจะทำลายบรรยากาศนั้น เลยเลือกที่จะไม่เข้าไป 

    จนเวลาล่วงเลยไปนานเป็นชั่วโมง เธอจึงคิดจะเข้าไป แต่เมื่อเข้าไปแล้วคนที่เธอต้องการเจอกลับหายไปก่อน

    “ใช่เขาพึ่งออกไปได้ไม่นาน” ซูเหม่ยหลิงตอบ 

    หลิวผิงอันมาดูแลเธอมา ตั้งแต่เธอเข้าโรงพยาบาลวันแรก และยังเล่าเรื่องของลั่วซือหานให้เธอฟังหลายอย่าง 

    หลิวผิงอันแสดงสีหน้าเสียดาย เพราะคิดจะถามอะไรบางอย่างที่สำคัญมาก ๆ กับลั่วซือหาน 

    ซูเหม่ยหลิงเห็นสีหน้าสลดลงของหลิวผิงอัน จึงถามเธอด้วยความสงสัย “หลิวผิงอันมีอะไรจะคุยกับสหายลั่วหรือเปล่า?” 

    หลิวผิงอันตื่นจากภวังค์ จากนั้นจึงตอบซูเหม่ยหลิงด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่มีอะไร” 

    ระหว่างหลิวผิงอันและซูเหม่ยหลิง พวกเธออยู่ด้วยกันมาหลายวัน ดังนั้นพวกเธอจึงสนิทกันมากขึ้น

    หลิวผิงอันอยากเป็นเพื่อนกับซูเหม่ยหลิง เลยให้ซูเหม่ยหลิงเรียกชื่อของเธอโดยตรง ไม่ต้องเรียกสหาย แม้ว่าการดูแลซูเหม่ยหลิงจะเป็นเพียงการว่าจ้าง แต่หลิวผิงอันรู้สึกถูกชะตากับซูเหม่ยหลิง จึงอยากเป็นเพื่อนกับเธอ 

    แม้หลิวผิงอันจะบอกว่าไม่มีอะไร แต่ซูเหม่ยหลิงไม่เชื่ออย่างนั้น เธอจึงได้พูดบางอย่างกับหลิวผิงอัน “ลั่วซือหานบอกว่าจะมารับฉันตอนที่ออกจากโรงพยาบาลด้วย” 

    “จริงเหรอ?!” หลิวผิงอันอุทานด้วยความแปลกใจ จากนั้นเมื่อเธอเห็นสายตาของซูเหม่ยหลิง เธอจึงรู้ตัวว่าเธอพลาดแล้ว! 

    ทางด้านลั่วซือหาน หลังจากที่เขาออกมาจากห้องผู้ป่วย เขาก็ได้ไปถามพยาบาลว่า ซูเหม่ยหลิงจะออกจากโรงพยาบาลได้วันไหน คำตอบที่ได้คือ อีกสามวันซูเหม่ยหลิงก็สามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว

    เมื่อทราบวันที่แน่ชัด เขาจึงคิดว่าจะมารับซูเหม่ยหลิงวันที่เธอออกจากโรงพยาบาล ระหว่างนั้นเขาจะไปทำงานเกี่ยวข้าวเพื่อรับโบนัสจากสกิลเก็บเกี่ยว 

    ก่อนจะไปยังจุดขึ้นรถแทรกเตอร์ ลั่วซือหานได้นำของที่ซื้อไว้ก่อนหน้านี้ออกมา แต่ไม่ได้นำออกมามากจนเกินไป เพื่อไม่ให้น่าสงสัย 

    เมื่อกลับมาถึงบ้านลั่วซือหานเห็นว่ายังไม่มีใครกลับบ้าน เขาจึงถือโอกาสทำอาหารรอพวกเขากลับมา

    แม้ว่าเมนูที่เขาสามารถทำได้จะมีไม่มาก แต่อย่างน้อยก็ดีกว่ารอให้ฟู่อันฉีกลับมาทำอาหารให้กิน ทั้งที่เธอเหนื่อยกลับมาจากการทำงานเหมือนกัน 


    TBC. 




    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบในนิยายยุค 70 ที่คุณอ่าน

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    1.11M 1756