“แม่นางหลานฟางเกรงใจไปแล้ว ข้าเพียงจอมยุทธ์เร่ร่อน รู้จักกันนับว่าเป็วาสนา” หลานฟางยิ้ม
สุราในมือถูกรินลงคอ ง่ายดาย
“ท่าน รู้สึกอย่างไรกับนาง”
“นางเปรียบดั่งบุบฝาแรกแย้ม ไร้ซึ่งเสแสร้งทั้งปวง”เยว่เหนียงยิ้ม
“ แล้ว สิ่งใดที่เป็ เหตุให้ใจท่านเป็ทุกข์”
สุราถูกส่งลงไปในลำคออีกครั้ง
ไท่านจอมยุทธ์ ยินดีเหลือเกิ ที่ท่านช่วยเหลือบุตรสาวข้าจากโจรป่า” คหบดีเฒ่าขอบคุณด้วยใจจริง
“เกรงใจไปแล้ว” เสี่ยวเหวินยืนยิ้มอยู่ข้างๆ หลานฟาง
“หลานฟางพูดถึงท่านเสียจนข้า ต้องมาพบด้วยตัวเอง หากท่านยังไม่รีบร้อน เดินทางที่ใด เชิญพำนักที่นี่เสียนานหน่อย ข้ากำลังมองหาผู้ที่จะมาฝึกวรยุทธ์ให้เสี่ยวเหวินพอดี เพื่อที่เสี่ยวเหวินจะได้คอยคุ้มครองคุณหนูยาม ที่ต้องออกไปไหน เสี่ยวเหวินคารวะอาจารย์เสีย”รีบรวบรัดเหมือนกลัวจะเปลี่ยนใจ เสี่ยวเหวินยิ้มหวานใบหน้าใส่ซื่อยื่นส่งถ้วยชาตรงหน้า ให้จอมยุทธ์หนุ่ม”อาจารย์เสี่ยวเหวิน ขอคารวะ” จอมยุทธ์หนุ่มนิรนามรับถ้วยชามาถือไว้ด้วยความเต็มใจ ยิ้มบางๆ
“ท่านพ่อข้าอยากฝึกวรยุทธ์ด้วย ท่านฝากฝังแต่เสี่ยวเหวินแล้วข้าเล่า”ท่านคหบดี หัวเราะเสียงดังลั่น
“ท่านจอมยุทธ์ หวังว่าท่านจะไม่รังเกียจเด็่กสาวดื้อรั้นคนนี้รับเปืนศิษย์อีกคนช่วยสั่งสอน แทนข้า”จอมยุทธ์หนุ่ม ยกถ้วยชา ชูขึ้นก่อนจะกระดกจนหมดถ้วย หลานฟางะโตัวลอย
เสียงกระบี่กระทบกันดังสนั่น เสี่ยวเหวินและหลานฟาง ปะมือกันตามคำสั่งอาจารย์ที่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ ด้วยท่าท่าทีแข็งทื่อของเสี่ยวเหวิน ไม่เหมาะแก่การร่ายรำกระบี่นับว่าไม่มีพร์ด้านนี้ จอมยุทธ์หนุ่มเดินเข้าไปข้างหลัง เอื้อมมือจับ ที่ข้อแขน ข้างหนึ่งอีอีกข้างจับที่ไหล่บางผอมเหมือนหญิงสาว เสี่ยวเหวิน ร่างอ้อนแอ้นไม่ต่างจากหลานฟางทว่าหลานฟางกับร่ายรำกระบี่ได้งดงามกว่าอย่างเห็นได้ชัด
หลานฟางยืนเบ้ปากเมื่อเห็น อาจารย์โอบ เสี่ยวเหวินแบบนั้น
“เสี่ยวเหวินเ้านี่ช่างไม่ได้เื่เช่นนี้ ริอาจจะปกป้องข้าอย่างนั้นหรือ จะไม่เกิน