“ข้ามาตามคุณหนูกลับบ้าน”สืออวิ๋นหายใจหอบ แต่ก็โล่งใจที่หานางพบ
“ที่นั่นไม่ใช่บ้านข้าอีกต่อไปแล้ว”
“บ้านสกุลหวงคือบ้านของนายท่านผู้เฒ่าย่อมต้องเป็นบ้านของคุณหนู ใครก็เปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ไม่ได้” เขานั่งลงใกล้ๆ นางเห็นดวงตาคู่งามแดงก่ำคงเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก
“ท่านอาน่ะสิท่านอาไม่ต้องการให้ข้าอยู่” เขารักหลางรั่วอิ๋งมากกว่านางที่มีสายเลือดเดียวกันกับเขา
“คุณหนูยิ่งต้องอดทนอยู่ให้ได้นะขอรับ”
“เพื่ออะไร อยู่ให้คนอื่นแกล้งสารพัดอย่างนั้นหรือข้าไม่ไหวแล้ว เบื่อ เหนื่อย!” นางโวยวาย หันหน้าหนี
“ทุกสิ่งในบ้านคุณหนูมีสิทธิ์ท่านลืมเรื่องปีหน้าที่พวกท่านผู้เฒ่าจะมาที่ถูหยางแล้วหรือ”
นัยน์ตาหวงเฟิ่งเหยาไหววูบจริงด้วย...นางลืมเรื่องสามท่านผู้เฒ่าได้อย่างไร นางมองออกไปยังผืนน้ำที่มีดอกบัวขึ้นอยู่จนแน่นสระ
“ข้าจะส่งจดหมายหาท่านปู่ทั้งสาม”
“ไม่ทันแล้วขอรับเท่าที่ข้ารู้นายท่านได้ส่งจดหมายแจ้งไปยังบ้านสกุลหวงที่อยู่เมืองอื่นไม่ให้รับตัวคุณหนูไว้ดูแลคุณหนูต้องอยู่ในความดูแลของนายท่าน อย่างน้อยก็จนกว่าจะครบสิบเจ็ดหรือออกเรือนไป”
เด็กสาวกำหมัดแน่นหันกลับมาเผชิญหน้ากับสืออวิ๋น นางเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันใส่เขาราวกับเขาเป็นอาของนาง
“กฎบ้าบอผู้ใหญ่รังแกเด็กเห็นๆ!”
“คุณหนูอดทนอีกสักนิดเถอะเว้นแต่วันที่ทนไม่ไหวจริงๆ ข้ากับแม่ยินดีจะพาคุณหนูออกจากบ้านสกุลหวง”
“ทำไมข้าต้องพึ่งเจ้าด้วย”นางกับเขาเคยญาติดีกันเมื่อไร
“มันเป็นหน้าที่สุดท้ายที่แม่ข้าจะต้องทำให้ได้นางคงตายตาไม่หลับถ้าไม่เห็นคุณหนูอยู่รอดปลอดภัยนางอยากดูแลจนกว่าคุณหนูจะเจอคนที่พร้อมดูแลไปตลอดชีวิต”
ตัวเขาเป็นกำพร้าบิดาภัยธรรมชาติทำให้อดอยากจนมารดาพามาอยู่ถูหยางหญิงหม้ายที่ลูกยังเล็กได้รับความช่วยเหลือจากบิดามารดาคุณหนูเฟิ่งเหยาได้อาศัยอยู่ในบ้านสกุลหวงเพราะความเมตตาของนายผู้เฒ่าบุญคุณของสกุลหวงมีล้นเหลือประมาณต่อให้คุณหนูเฟิ่งเหยาร้ายกับเขากว่านี้สักร้อยเท่าเขากับมารดาก็ตัดใจทอดทิ้งนางไม่ลง
อืม...มีเหนียงเซียงคอยดูแลเรื่องข้าวปลาอาหารมันก็ยังดีกว่าหนีออกจากบ้านคนเดียว ส่วนเจ้าตัวดำนี่นางจะทำเป็นไม่เห็นเขาก็แล้วกัน
“มืดค่ำแล้วไม่ปลอดภัยกลับบ้านกับข้าเถอะนะขอรับ”
“ถ้าข้าบอกว่าไม่”
“ข้าคงต้องอุ้มคุณหนูกลับไป”ชายหนุ่มลุกขึ้น พร้อมจะทำจริงอย่างพูด
นางแหงนหน้าตั้งบ่าส่งสายตาขุ่นเขียวให้เขา
“ข้ามาเองได้กลับเองได้ เจ้าไม่ต้องยุ่ง”
“เป็นอย่างนั้นก็ดีเพราะข้าก็รู้สึกเมื่อยหากจำเป็นต้องอุ้มคุณหนูจริงๆ”
หวงเฟิ่งเหยาดีดตัวลุกขึ้นนางปัดเศษฝุ่นที่ติดกระโปรง
“ข้าจะฟ้องเหนียงเซียง”เจ้าของร่างบางกระจ้อยก้าวฉับๆ ผ่านหน้าเขาไป
สืออวิ๋นเดินตามหลังนางอยู่ห่างๆจนมั่นใจว่าเด็กสาวเดินเข้าประตูบ้านสกุลหวงแล้วจึงถอนหายใจราวยกภูเขาที่ทับตัวอยู่ทิ้งไปก่อนจะรีบไปรายงานผลกับมารดา
บ่าวหน้าประตูไปรายงานหวงกว่างฝูว่าคุณหนูเฟิ่งเหยากลับถึงบ้านแล้วหลางรั่วอิ๋งที่คอยท่าดูสถานการณ์ว่าสามีจะส่งคนออกไปตามหลานสาวหรือไม่แต่เขาก็ยังนิ่งเฉยจนหลานสาวกลับมาเอง เขาแสดงทีท่าโล่งใจนั่นทำให้นางรู้สึกว่าต้องเริ่มปั่นหัวหวงกว่างฝูเพื่อจะกำจัดเด็กสาวไปให้ไกลๆสายตาโดยเร็วที่สุด
“หากนางยังอยู่ที่นี่คงมีเรื่องทำให้ท่านพี่ปวดหัวอยู่บ่อยๆเกิดวันดีคืนดีไปก่อเรื่องที่สกุลติง เราจะเข้าหน้าพวกเขาไม่ติดนะเจ้าคะดีหรือไม่ที่จะส่งนางไปอยู่ที่อื่นสักพัก”
“ให้นางไปอยู่ที่อื่น...”เขาเกรงแต่นางจะแล่นไปหาสามท่านผู้เฒ่าน่ะสิขนาดเขาต้องส่งจดหมายไปห้ามไม่ให้รับตัวนางเพราะนางชอบก่อปัญหา เขาก็ยังไม่วางใจกับความคิดและการกระทำของหลานสาวผู้นี้
หลางรั่วอิ๋งพยักหน้าหวงกว่างฝูดูท่าจะหว่านล้อมไม่ยากแล้ว
“ให้นางไปทำงานที่ไร่ถั่วลิสงจะดีหรือไม่เจ้าคะแต่เล็กจนโตฟังว่านางสบายถูกตามใจจากบิดาท่านจนเคยตัว จึงไม่ค่อยสำนึกบุญคุณที่ท่านพี่เลี้ยงดูส่งนางไปเจอความลำบากเสียบ้าง กลับมาคงจะปกครองง่ายขึ้น”
“นางจะหาว่าข้ารังแกน่ะสิ”
“นี่ไม่ใช่การรังแกเจ้าค่ะนิสัยนางเป็นเช่นไร ท่านย่อมรู้ดีกว่าใคร นี่เป็นการสั่งสอนนางต่างหากข้ารับรองว่าชื่อเสียงท่านจะไร้ข้อครหา โบราณกล่าวไว้ ‘ลาดีมีค่ากว่าม้าพยศสู้’ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะทำให้นางเชื่องกว่านี้”
หวงกว่างฝูคล้อยตามคำพูดของเมียรักเขาเบื่อหน่ายเหลือเกินกับความหัวแข็งของหลานสาวอีกทั้งเรื่องที่นางเป็นทายาทของหวงเหวินฝูก็รบกวนจิตใจเขาตลอดเกรงนางจะใช้จุดนี้เป็นข้อต่อรองไปร้องเรียนกับพวกผู้อาวุโสของตระกูลเพื่อขอแบ่งทรัพย์สมบัติอีกทั้งเขาอยากตัดปัญหา ไม่ให้มีแรงปะทะกันระหว่างนางกับหลางเชียนอิงป้องกันไม่ให้นางไปยุ่งเกี่ยวกับติงเฉิงคุนเขาไม่อยากถูกติงฟูเหรินดูแคลนและโพนทะนาว่าดูแลหลานสาวไม่ดี
ครั้นหวงเฟิ่งเหยารู้ว่าตัวเองจะต้องเดินทางไปดูแลไร่ถั่วที่เมืองอิ๋นเทียนเด็กสาวก็ยืนกรานท่าเดียวว่าไม่ยอมไป นางจ้องหลางรั่วอิ๋งตาไม่กะพริบเข้าใจด้วยสัญชาตญาณว่าเป็นความคิดของนังจิ้งจอกแซ่หลางอีกตามเคย
“ท่านอาคิดจะขับไล่ข้าเช่นนี้น่ะหรือข้าไม่ยอมหรอกนะ” ส่งนางไปอยู่ไกลให้พวกเขาอยู่ที่นี่สบายใจเฉิบน่ะสิ
“นี่เป็นคำสั่งของข้าเจ้าไม่มีทางเลือก อยู่ที่นี่ก็มีแต่จะสร้างเรื่อง” ผู้เป็นอาไม่ยอมถอนความคิดของตนเช่นกัน
“คนชอบสร้างเรื่องคือหลางรั่วอิ๋งกับน้องสาวของนางต่างหากเมื่อไรท่านอาจะเข้าใจเสียทีว่าพวกนางมีเจตนาร้ายต่อสกุลหวงของเรา”
“เลิกสามหาวกับข้าที่เป็นอาของเจ้าได้แล้วอย่างไรเจ้าก็ต้องไป ถ้าไม่ไปดีๆ ข้าก็จะล่ามขาจับเจ้ามัดตัวส่งขึ้นเรือไปอยู่ดี”ชายร่างท้วมตวาด
“ข้าไม่ไป...ไม่ไป!”นางไม่ยอมไป และไม่จะยอมเอาความตายมากดดันอีกฝ่ายด้วยเพราะทำอย่างนั้น ท่านอากับหลางรั่วอิ๋งคงสมใจที่นางรนหาเรื่องตายเอง
ระหว่างถกเถียงกันอยู่นั้นเหนียงเซียงก็กระหืดกระหอบวิ่งมาจนถึงห้องของหวงเฟิ่งเหยา
“เจ้ามาทำไม” ผู้เป็นใหญ่ในบ้านสกุลหวงถามเสียงเครียดลมหายใจถี่กระชั้นเพราะความโกรธที่มีต่อหลานสาว
“ข้า...ข้ารู้เรื่องที่นายท่านจะส่งคุณหนูไปภาคใต้”น้ำเสียงแม่ครัวของบ้านสั่นๆ
หวงกว่างฝูแค่นเสียงเฮอะครัวก็อยู่ตั้งไกล แต่สายสืบของเหนียงเซียงก็ว่องไวใช่เล่น
“นางสร้างแต่เรื่องให้ข้าปวดหัวส่งไปลำบากเสียบ้าง เผื่อจะคิดตกไม่หาเรื่องให้ข้าอีก”
“นายท่านเจ้าคะข้าขอติดตามไปรับใช้คุณหนูได้หรือไม่เจ้าคะ” เหนียงเซียงเข้าประเด็นทันทีนางไม่ไว้ใจที่คุณหนูจะออกจากบ้านสกุลหวงไปใช้ชีวิตที่อื่นตามลำพัง
“บ่าวที่จะติดตามนางไปข้าเลือกไว้แล้ว”
“ให้ข้าไปแทนเถอะเจ้าค่ะบ่าวขอร้องนายท่าน” นางอ้อนวอนอย่างไรก็จะไปกับเด็กสาวให้ได้
หากเหนียงเซียงตามไปดูแลหวงเฟิ่งเหยามันก็ไม่ต่างอะไรกับการที่นางยังอยู่ที่นี่ หลางรั่วอิ๋งจึงกีดกันทุกทาง
“จะได้อย่างไรเจ้าเป็นแม่ครัวบ้านสกุลหวง งานในครัวเยอะแยะที่ต้องให้เจ้าจัดการส่วนเรื่องบ่าวที่จะติดตามนางไป ข้าไม่เห็นว่าจำเป็นนะเจ้าคะท่านพี่ต้องการดัดนิสัยนางให้รู้จักความลำบาก เหตุใดจะส่งสาวใช้ไปรองมือรองเท้านางอีก”
หวงเฟิ่งเหยาอยากเอาเข็มเย็บปากหลางรั่วอิ๋งไว้นักนอกจากจิตใจโสมมน่ารังเกียจที่นางมีสิ่งน่ารังเกียจอันดับสองก็คือปากของนางนี่แหละด้านเหนียงเซียงเองก็คับแค้นใจจนเจียนคลั่งเป็นกังวลสารพัดกับการเดินทางไกลของคุณหนูเฟิ่งเหยา ความต้องการจะติดตามดูแลดูเหมือนจะไม่เป็นดั่งหวังตัวนางคงต้องแบกรับความรู้สึกผิดต่อวิญญาณนายท่านไปจนตายแน่
“คนที่เหมาะจะไปกับเฟิ่งเอ๋อร์ก็คือสืออวิ๋น”
เหนียงเซียงมองหน้าหลางรั่วอิ๋งแทบเรียกได้ว่าจ้องเขม็ง นี่นางหูฝาดไปหรือไร
“เจ้าฟังไม่ผิดลูกชายเจ้าเหมาะสมที่สุด”
“เขาต้องทำงานหีบเมล็ดถั่วนะ”หวงกว่างฝูเป็นอีกคนที่แปลกใจกับคำแนะนำของนาง
“ใช่แล้วเจ้าค่ะท่านพี่สืออวิ๋นทำงานหีบเมล็ดถั่ว เขาคุ้นเคยกับเมล็ดถั่วพวกนั้นดี ส่งเขาไปทำงานที่ไร่เพื่อให้เห็นต้นตอของวัตถุดิบที่หวงเสียงเป่าใช้และยังควบคุมดูแลเฟิ่งเอ๋อร์ด้วย นับเป็นเรื่องที่เหมาะสมทั้งสองคนเติบโตมาพร้อมกันมิใช่หรือเจ้าคะ ให้คนสนิทคุ้นเคยไปอยู่ด้วยกันคงจะอยู่ด้วยไม่ยาก คนอื่นก็จะไม่ครหาว่าเรากลั่นแกล้งส่งนางไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองตามลำพัง”เหตุผลของนางช่างหาข้อโต้แย้งได้ยากยิ่งหวงกว่างฝูเห็นคล้อยกับความคิดของหญิงสาว
จะให้นางไปอยู่เมืองอิ๋นเทียนกับสืออวิ๋นเนี่ยนะคนคุ้นเคยกันที่ไหนเล่า นางกับเขาจะตีกันตายกี่ครั้งแล้ว!
“ข้าไม่ไปกับสืออวิ๋น”หวงเฟิ่งเหยาไม่ยับยั้งคำพูดและความรู้สึกต่อต้าน
“คุณหนูเจ้าคะ” เหนียงเซียงเสียงแผ่วๆ สีหน้าซีดเผือดส่ายหน้าเป็นเชิงให้นางใช้เวลาคิดก่อนปฏิเสธ
“คิดดีๆ ก็แล้วกันเจ้าจะไปกับสืออวิ๋นหรือจะไปกับสาวใช้ที่ข้าเลือก” หวงกว่างฝูกดดัน
หลางรั่วอิ๋งก็ยิ้มเยาะอยู่ในทีรอยยิ้มของหญิงสาวราวกับใบมีดที่ตั้งท่าคอยฟันนางให้ขาดเป็นสองท่อนหากตัดสินใจผิดหวงเฟิ่งเหยารู้สึกใจไม่ดีขึ้นมาบ้างแล้ว
“คุณหนู...” มารดาของสืออวิ๋นส่งความรู้สึกผ่านมาทางสายตา
อืม...อย่างน้อยสืออวิ๋นก็น่าไว้วางใจกว่าคนอื่นหากท่านอาเปลี่ยนใจส่งคนที่หลางรั่วอิ๋งเป็นคนเลือกให้ตามนางไปด้วยผลลัพธ์อาจจะแย่กว่าการไปกับสืออวิ๋นก็เป็นได้
“ข้ามีทางเลือกเดียวคือต้องไปใช่หรือไม่”
หวงกว่างฝูพยักหน้ารู้สึกเบาใจกับทีท่าจำยอมรับสภาพของหลานสาวเขาหวังว่าแผนกำราบความพยศของนางจะได้ผล
ทางด้านสืออวิ๋นเมื่อรู้ว่าตนเองต้องเดินทางไปเมืองอิ๋นเทียนพร้อมกับหวงเฟิ่งเหยาก็อดเป็นห่วงมารดาไม่ได้
“แม่อยู่บ้านสกุลหวงมาเกินสิบปีแล้วคนที่เราต้องห่วงคือคุณหนู ถ้าไม่มีแม่กับเจ้าสักคนนางไปอยู่ลำพังก็ไม่รู้จะเป็นอย่างไร แม่ไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น”
“ข้าห่วงเรื่องที่หวงเสียงเป่า”เขาเริ่มเห็นความผิดปรกติหลายอย่างในโรงทำน้ำมันจึงคิดเสียดายหากจะต้องไปอยู่ที่อื่นในขณะกำลังตามสืบเรื่องวัตถุดิบไม่ได้คุณภาพกับผลผลิตที่หายไปบางส่วน
“เมื่อนายท่านสั่งให้เจ้าไปเจ้าก็ต้องไป ไปทำประโยชน์ในส่วนที่เจ้าสามารถทำได้ดีกว่าอยู่ในที่ที่เขาไม่อยากให้เจ้าอยู่นะเสี่ยวสือ”
“คนที่ไม่อยากให้ข้าอยู่คงไม่ใช่นายท่านกระมัง”เขาคิดไม่ออกว่าหลางรั่วอิ๋งคิดส่งเขาเดินทางไปกับคุณหนูด้วยเหตุผลใดหรือนางจะล่วงรู้เรื่องเขากำลังสงสัยว่าปัญหาในโรงทำน้ำมันนั้นอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับถังเจี๋ย
“ความคิดเห็นของบ่าวไพร่เช่นพวกเราไหนเลยจะสู้สามีภรรยาคุยกันจำไว้นะเสี่ยวสือ หน้าที่เจ้าคือดูแลคุณหนูให้ดีที่สุดแทนแม่อย่าคิดเป็นกังวลกับเรื่องอื่นอีกเลย”
เพราะอยากให้มารดาเบาใจสืออวิ๋นจึงตกปากรับคำแต่โดยดี กำหนดการเดินทางนั้นรู้แน่ชัดแล้วเหนียงเซียงจึงช่วยลูกชายเก็บสัมภาระ นางเตรียมของกินแห้งๆ ให้ลูกชายนำติดตัวไปด้วยกำหนดระยะเวลาที่ต้องอยู่เมืองอิ๋นเทียนคือสามเดือนหากลูกชายกับคุณหนูเฟิ่งเหยาสามารถผ่านสามเดือนนี้ได้ด้วยดีก็คงต้องขอบคุณสวรรค์อีกครา
ภาษิตโบร่ำโบราณกล่าวเตือนไว้‘ลิ้นไม่มีกระดูก แต่คมยิ่งกว่าฟัน’ หนำซ้ำลิ้นอันนั้นยังเป็นของหลางรั่วอิ๋งด้วยแล้วเพราะเหตุผลกลนี้สาวน้อยสกุลหวงจึงจำใจออกจากบ้านเกิดเป็นครั้งแรกในชีวิต
ในวันที่หวงเฟิ่งเหยาเดินทางออกจากถูหยางขณะรถม้าเคลื่อนตัวผ่านบ้านสกุลติงนางเห็นติงเฉิงคุนยืนอยู่หน้าประตูใหญ่มองมายังม่านหน้าต่างรถม้าที่เปิดไว้เพื่อจดจำทุกทัศนียภาพของเมืองหลวงซึ่งเกิดและเติบโตมากว่าสิบห้าปีริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นด้วยความขัดเคืองที่นางต้องพลัดบ้านเรือนหนนี้เพราะภรรยารักของเขามีส่วนเด็กสาวปิดม่านหลังจากสบตากับเขาด้วยความบังเอิญ
สืออวิ๋นซึ่งนั่งอยู่หลังคนบังคับม้าเห็นการประสานตาของสองหนุ่มสาวก่อนม่านหน้าต่างจะถูกปิดด้วยอารมณ์ไม่พอใจของเด็กสาวซึ่งนั่งอยู่ข้างในเขาหวังว่าความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่จะตัดขาดกันอย่างสิ้นเยื่อขาดใยอนาคตวันหน้าติงเฉิงคุนจะไม่มาวุ่นวายจนเกิดปัญหาให้คุณหนูเฟิ่งเหยาต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงอีก