ห้องโถงขนาดใหญ่ที่บรรจุคนได้มากกว่าร้อยคน ที่นั่งแบบอัฒจรรย์ที่มีนักศึกษาจับจองพื้นที่ไว้มากมาย เว้นที่ด้านหน้าเพื่อเป็เวทีสำหรับไว้ให้ผู้ที่เข้ามาบรรยายในหอประชุม
“วันนี้ใครมานะ” หญิงสาวดวงตาคมเฉี่ยว สีผมดำขลับเรียงเส้นสวย เธอหันไปถามเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ท่ามกลางเสียงอึกทึกครึกโคม
“ไม่รู้สิ เห็นเขาว่ามีการเปลี่ยนตัวกระทันหัน แต่ฉันเองก็ไม่ได้สนใจว่าใครมา รู้แค่ว่าพอเปลี่ยนตัวคนก็มาลงสมัครเยอะขึ้นเลย”
“เอาล่ะ นักศึกษาทุกคนเงียบได้แล้ว” อาจารย์ภาควิชาคนหนึ่งเดินเข้ามา เพียงคำพูดปรามเดียวทำเอาทั้งหอประชุมเงียบเป็ป่าช้า “ทุกคนพร้อมแล้วน๊าา” เขาลากเสียงยาวเพื่อกระตุ้นความตื่นเต้นของทุกคน
“ค่ะ/ครับ”
“ขอเชิญคุณตฤณ พิจิตเจริญวงศ์ วิทยากรพิเศษของวันนี้ด้วยครับ” สิ้นเสียงประกาศชายในชุดสูทสีน้ำเงินก็เดินก้าวเข้ามา เรียกเสียงปรบมือและเสียงฮือฮาจากคนได้ทั้งฮอล์
“ห้ะ!!” หลังจากที่ทั้งคู่ได้ยินเสียงประกาศชื่อจากวิทยากร สติก็หลุดไปออกตัว ได้แค่แผดเสียงแล้วหันหน้าเข้าหากัน
“อยู่ตรงนั้นนี่เอง หาง่ายเลยทีนี้” เขาพูดออกมากับตัวเองเบา ๆ พลางส่งสายตาไปยังลลินที่นั่งอยู่ริมซ้ายแถวกลางหอประชุม ก่อนจะยื่นมือไปรับไมค์จากอาจารย์
“สวัสดีครับนักศึกษาทุกคน ผมตฤณ พิจิตเจริญวงศ์ ประธานบริหาร PJ ENTERTRAINMENT ยินดีที่ได้พบกับทุกคนในวันนี้นะครับ”
“มึงงง หล่อมากก หล่อเหมือนหลุดมาจากนิยาย”
“จริง แต่เสียดายไม่น่าเป็เกย์เลย” เสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นมาเป็พัก ๆ
“เป็เกย์บ้าเกย์บออะไร เพื่อนฉันโดนทั้งคืน”
“ยายเฌอ หุบปาก!!” เธอรีบพูดห้ามเพื่อนของตัวเอง ดีที่หล่อนส่งเสียงเบาทำให้ไม่มีใครได้ยิน
ระหว่างที่ตฤณบรรยายอยู่หน้าชั้น เขาก็พยายามที่จะมองไปยังลลินอย่างออกนอกหน้า ทำเอาเธอต้องก้มหน้าระหว่างฟังบรรยายเป็อันไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย
“จากที่พูดไปทั้งหมด มีใครสนใจมาแสดงเป็ตัวอย่างไหมครับ” เขากวาดสายตามองไปทั่วทั้งห้อง คนมากมายต่างก็ยกมือเสนอตัว แต่เขาก็เลือกที่จะมองข้าม “นักศึกษาคนนั้นที่ก้มหน้าอยู่น่ะ ผมว่าลองมาแสดงให้เพื่อนดูดีกว่า”
“เขาไม่ได้หมายถึงฉันใช่ไหม” ปลายนิ้วสะกิดถามเพื่อนข้าง ๆ โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมา
“หึ เขาหมายถึงแกนั่นแหละ”
“ออกมาเร็ว ๆ สิครับ เพื่อน ๆ รออยู่” เขาเรียกย้ำอีกครั้งหนึ่ง ทำให้เธอต้องยอมเงยหน้าขึ้นมา
“ออกไปเถอะน่า คนมองหมดแล้ว” สายตาจากนักศึกษาร่วมร้อยคนกดดันให้เธอต้องยอมเดินออกมาข้างหน้า
“เอาละครับ ปรบมือให้เพื่อนหน่อยครับ” เสียงปรบมือดังก้องไปทั่วห้องประชุม ยิ่งทำให้คนที่ออกมากดดันตัวเองมากขึ้นไปอีก
“งั้นเราเริ่มจากบทง่าย ๆ ก่อนแล้วกันครับ อย่างเช่น บังเอิญเดินไปเจอคนที่เคยวันไนท์สแตนด์ด้วย แล้วเขาพยายามตามตื้อเรา แต่เราต้องทำเป็ไม่สนใจ” เขาพูดพลางเดินหมุนตัวไปรอบ ก่อนที่จะก้มมากระซิบที่ข้างหู “เดี๋ยวผมแสดงเป็ผู้ชายคนนั้นเองครับ”
เมื่อเริ่มการแสดงทั้งสองต่างยืนอยู่กันคนละฝั่ง ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้ามาหากัน สายตาหวานเยิ้มที่ส่งมาให้เธอมันชวนให้เธอคิดไปไกล ไม่รู้ว่าเป็ความรู้สึกจริงหรือเพราะแค่เขาเก่งการแสดงมาก ๆ เท่านั้น
“คุณรอผมก่อนสิ” จังหวะที่ทั้งคู่เดินสวนกันไป อยู่ ๆ เขาก็หันตัวมาคว้าข้อมือเธอเอาไว้
“คุณเป็ใครคะ ฉันว่าฉันไม่รู้จักคุณ”
“เมื่อคืนเรายังสนุกด้วยกันอยู่เลยนะครับ” เสียงพูดเย้ายวน พร้อมสายตาที่มีเลศนัย อีกทั้งเขายังดึงตัวเธอให้เข้ามาใกล้จนััได้ถึงไอร้อนจากลมหายใจของเขา
“อ่อ ตอนแรกก็เข้าใจว่า ถ้าได้กันแล้วก็คงจบ ไม่นึกว่าคนอย่างคุณจะไม่มีปัญญาหากินใหม่” เธอพูดพลางใช้สายตามองเขาั้แ่หัวจรดปลายเท้า แล้วผลักเขาออกไปไกลตัว ก่อนจะดึงแขนของตัวเองกลับมาแล้วเดินจากไป
“เยี่ยมเลยครับ” เสียงปรบมือดังไปทั่วอีกครั้ง “งั้นเรามาแบบที่ยากหน่อย ถ้าต้องแสดงบทโกรธ โกรธมาก ๆ แต่ไม่สามารถทำอะไรเขาได้ ควรแสดงออกยังไง”
“ได้ค่ะ” เธอมองไปที่หน้าของเขา ภาพของป้าตัวเองก็ฉายซ้อนขึ้นมา แววตาอำมหิตร้ายน่ากลัวเหมือนมีเปลวไฟแผดเผาอยู่ข้างใน กลับมีหยาดน้ำใสเอ่อคลอออกมา เธอกัดริมฝีปากแน่นจนมีเืซิบ สองมือกำหมัดแน่น แต่ก็ทำอะไรคนตรงหน้าไม่ได้ เธอจึงเลือกที่จะเดินกลับยังที่นั่งของตัวเอง
“สุดยอดมากครับ ปรบมือ ๆ” เสียงปรบมือทำให้เธอหลุดออกมาจากบท แล้วรีบกลับไปที่นั่งของตัวเองอย่างไว “งั้นเราก็พอแค่นี้กันแล้วกันนะครับ วันนี้สนุกมากครับขอบคุณทุกคนมากครับ” เขาก้มตัวหนึ่งที่เป็การจบการบรรยาย ก่อนจะเดินออกไปจากห้องพร้อมเสียงปรบมือชื่นชม
“อีคุณตฤณนี่เขาต้องตั้งใจมาเพื่อแกล้งเธอแน่ ๆ”
“ก็จริงแหละ แต่ปล่อยไปเถอะ”
“ปล่อยไปได้ไง เพื่อนฉันจะกลายเป็ภรรยาของเศรษฐีพันล้าน”
“ยายนี้นี่ เดี๋ยวฉันจะทุบแกให้” โชคดีที่คนในห้องต่างเดินทะยอยกันออกไปจนเกือบหมดแล้ว เลยไม่มีใครได้ยินพวกเขาสองคนคุยกัน “เก็บของเสร็จยัง ไปได้แล้วไป” หลังจากที่เธอเก็บข้าวของของตัวเองเสร็จ ก็หันไปเร่งเพื่อน
“เสร็จแล้วไป ๆ” ทั้งสองเดินออกจากห้องไปก็เจอผู้ช่วยของตฤณยืนดักรออยู่หน้าประตู
“สวัสดีครับคุณลลิน พอจะมีเวลาว่างสักครู่ไหมครับ พอดีท่านประธานอยากคุยกับคุณเป็การส่วนตัวน่ะครับ”
“ไม่ว่างค่ะ ไม่สะดวกด้วย ไปแล้วนะคะ” เธอเดินทิ้งไปไม่ปล่อยโอกาสให้เขาได้พูดต่อ
“เดี๋ยวก่อนครับ ผมฝากนามบัตรไว้ให้นะครับ” เขารั้งมือเพื่อนสาวของเธอไว้ได้ทัน ก่อนจะหยิบกระดาษใบเล็กยื่นมาให้เธอ “ถ้ามีอะไรก็โทรมาได้เลยนะครับ” เขาขยิบตาให้หนึ่งที แล้วเดินแยกออกไปอีกทาง
“เขาเรียกแกไว้ทำไม” หลังจากที่เพื่อนรักเดินตามมาทัน เธอก็หยุดแล้วถามไถ่
“เขาแค่บอกฉันว่าถ้ามีอะไรให้โทรหา”
“ทำไมเขาจีบแกหรอ”
“ใช่ที่ไหนล่ะ เขาน่าจะหมายถึงแกนั่นแหละ”
“จ้า ๆ ไปกลับบ้านกัน”
ระหว่างทางกลับบ้านรถขับผ่านร้านอาหารร้านหนึ่ง
“เฌอฉันอยากสมัครงานที่นี่” ระหว่างที่รถติดไฟแดงเธอสะกิดให้เพื่อนดูป้ายประกาศรับสมัครพนักงานที่ติดอยู่หน้าร้าน
“ก็ดีนะ อยู่ไม่ไกลคอนโดด้วย แต่แกจะไหวหรือไหนจะต้องเรียนอีก” เธอเหลือบไปมองดูร้านอาหารญี่ปุ่นขนาดเล็กที่ตัวเองเคยมากินบ่อย ๆ ก่อนจะหันกลับไปโฟกัสทางบนถนนต่อ
“แล้วเธอจะให้ฉันเกาะเธอกินหรือไงเล่า ฉันก็อยากมีเงินไว้เป็ของตัวเองบ้าง”
“ฉันก็เข้าใจแกนะ แต่เพื่อนคนเดียวฉันเลี้ยงได้”
“คำว่าเกรงใจจ้ะ ฉันไม่ได้หน้าด้านเหมือนอีครอบครัวนั้นนะ” เธอพูดออกมาอย่างอารมณ์เสีย เหมือนจะยังอินอยู่กับบทละครเมื่อตอนที่อบรมอยู่
“ฮ่าฮ่า ก็จริงเอาที่แกสบายใจเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันมาสมัครงานเป็เพื่อนแล้วกัน” เธอพูดกลั้วเสียงหัวเราะ ก่อนจะหักพวงมาลัยไปทางซ้ายเพื่อเลี้ยวเข้าคอนโด