ภายหลังจากที่ลู่ซือประสานพลังเจตจำนงที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากอาจารย์จงเต๋อที่วัฏะก่อนได้สำเร็จ ดาบเขี้ยวมังกรที่ตัวดาบมีเขี้ยวมังกรระดับจักรพรรดิที่ลี้เฟยตัดออกมาจากจักรพรรดิมังกรผู้เป็นอาที่ทำลายครอบครัวของตนเองและเฟยหมิง ตัวดาบมีพลังระดับจักรพรรดิร่วมกับพลังเอกภพที่ลี้เฟยผนึกไว้ร่วมกับโลหิตมังกร
ตัวดาบลอยมาหมุนรอบลู่ซือตามแนววงแหวนรังสีรอบตัว พลังปราณหรือคมอาวุธที่ทั้งห้าคนพยายามส่งเข้ามา แตกกระจาย ไม่สามารถเข้าถึงได้ ประดุจเอาเศษใบไม้แห้งมาเผา ย่อมถูกเผาไหม้โดยง่ายและรวดเร็ว ซากที่เหลือกลายเป็นฝุ่นปลิวหายไปต่อหน้าต่อตา จากนั้นดาบจึงกลับเข้าสู่มือของลู่ซืออีกครั้ง
เมื่อเห็นดังนั้น แม้จะตกใจ แต่ฮุ่ยหมิงจึงพุ่งเข้าไปประชิดตัวพร้อมดาบ หยงจ้านและเอี้ยวซือก็หยิบดาบจู่โจมเข้าไปเช่นกัน จงหมาน จงซื่อ ก็หยิบกระบี่ของตนพุ่งไป เล่าหานยิ้มกระหย่องที่มุมปาก จากนั้นหยิบดาบพุ่งทะยานเข้าไปเช่นกัน
"ให้มันรู้ไป ห้าคน ห้าทิศทาง เจ้าจะรับมือยังไง" ฮุ่ยหมิงตะโกนออกมา
"ถึงคราวเจ้ามอบดาบให้พวกเราแล้ว" จงหมานตะโกนออกมาเช่นกัน มันไม่ได้หวังจะฆ่าลู่ซือในยามนี้ แม้มันจะไม่ชอบหน้าก็ตาม แต่ใจมันต้องการครอบครองดาบมากกว่า
"อามิตตาพุทธ ... ข้าเตือนเจ้าแล้ว"
"ครอบครองในสิ่งที่มิใช่วาสนาที่แท้จริง นำมาซึ่งจุดจบ" ไต้ซืออารามไตรวิหคกล่าวออกมา
เจ้าสำนักอสุนีหิมะ เห็นสถานการณ์เช่นนี้ จึงหยิบดาบและเตรียมพุ่งออกไป แต่ทว่า เจ้าสำนักหยวนมังกร ไต้ซืออารามไตรวิหค รองเจ้าสำนักอสุนีหิมะ ต่างเข้ามากระชับล้อมเจ้าสำนักอสุนีหิมะไว้
"ทำเช่นนี้ พวกเจ้าหมายความว่าอย่างไร" เจ้าสำนักอสุนีหิมะตะโกนถามออกไป
"ไม่มีอะไร เราตกลงกันแล้ว เจ้าไม่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้มิใช่หรือ"
"หากเจ้ายังดึงดัน อย่าหาว่าพวกเราไม่เกรงใจ" เจ้าสำนักหยวนมังกรคำรามกลับออกมา
"พวกเจ้า"
"พวกเจ้าเป็นผู้ใหญ่เสียเปล่า ผู้ใหญ่รังแกเด็ก" เจ้าสำนักอสุนีหิมะโกรธจัด แต่ก็ตระหนักดีว่า นี่เป็นกฏที่ลู่ซือเองก็ยอมรับ ต่อให้จะพยายามออกไปช่วย ก็คงทำได้ยาก ด้วยระดับพลังของอีกสองสำนัก ก็ไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่าตนเองมากนัก คิดได้เช่นนี้ จึงเก็บความเจ็บใจไว้แต่ภายใน
ลู่ซือใช้ดาบเขี้ยวมังกรตั้งรับกระบวนท่าที่ส่งมาทั้งห้าสายได้ ด้วยพลังเอกภพ ทำให้มองเห็นทิศทางการเคลื่อนไหวและออกตัวของพลังปราณที่ส่งมา ต่อให้เป็นเช่นนี้จะรับได้ แต่ก็น่าเบื่อหน่ายเกินไป คิดได้ดังนั้นจึงกล่าวออกไป
"พวกเจ้าช่วยออกแรงให้เต็มที่ ให้สมกับเป็นศิษย์เอกได้หรือไม่"
"มีถึงห้าคน แต่ไร้น้ำยาทั้งสิ้น"
เมื่อลู่ซือกล่าวจบ ทั้งห้าคนก็โกรธจัด แม้จะรู้ว่าพยายามเต็มที่แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้เลย
"ข้าจะช่วยจัดการเด็กยโสคนนี้เอง" รองเจ้าสำนักอสุนีหิมะผู้เป็นอาจารย์ของฮุ่นหยวนออกตัว ในขณะที่พุ่งตัวออกไปแล้ว แม้เจ้าสำนักอสุนีหิมะเองก็หยุดไม่ได้ จะออกไปช่วยก็ไม่ได้ เพราะโดนอีกสองสำนักล้อมไว้
ในเวลานี้กลายเป็นหกรุมหนึ่ง สายตาของผู้คนบ้างก็เวทนาลู่ซือ บ้างก็สมเพชที่ไม่รู้จักเพียงพอกับวาสนาที่ได้มา บ้างก็โกรธแค้นในความไม่ยุติธรรมนี้
ด้วยความโลภทำได้แม้กระทั่งช่วยกันรุมเด็กคนเดียว หกรุมหนึ่ง ได้ยินไปที่ไหน ก็อายไปถึงที่นั่น แต่ก็ป่วยการที่จะพูดออกไป
ลู่ซือเห็นดังนั้น จึงร่ายเคล็ดกระบวนวิชามังกรทลายสวรรค์ วิชาที่ลี้เฟยเคยบุกขึ้นไปปราบกบฐที่เป็นเซียนในวัฏะก่อน ด้วยท่าร่างที่กระชับแต่ทรงพลัง ตัวดาบชี้ขึ้นฟ้า ทันใดนั้นเอง สายฟ้านับร้อยจากฟากฟ้า พุ่งลงมาที่ตัวดาบไม่หยุดยั้ง พร้อมรังสีแห่งความร้อนแรงสีแดง
ลู่ซือใช้เจตจำนงดึงพลังฟ้าในตัวดาบ หล่อหลอมกับจักระมังกรภายในร่าง ฟาดดาบออกไปสองครั้ง ทว่าปราณดาบที่พุ่งออกมากลับกลายเป็นปราณดาบนับร้อย พุ่งออกไปสู่ผู้คนทั้งหก
แน่นอนว่า เมื่อปราณดาบนี้พุ่งขยายออกไป ปราณดาบนี้ย่อมเผาทำลายอาวุธของทั้งหกในอึดใจ ไม่เหลือแม้แต่ซาก ความร้อนของไฟพุ่งเข้าไปสู่ร่างไล่เข้าไปภายในของตัวตนคนทั้งหก จากนั้นก็มีเสียง "เปรี๊ยง" ระเบิดแตกกระจายภายในร่างของคนทั้งหก กระดูกภายในของแต่ละคนแตกหัก ถูกกระแทกทะลุออกมาด้านนอก
ลู่ซือไม่หยุดเพียงเท่านั้น พลันสะบัดปราณดาบพุ่งไปที่รองเจ้าสำนักอัสนีหิมะ ตัดแขนขวาขาดสะบั้น ปราณดาบไม่เพียงแต่ตัดแขน แต่ปราณดาบที่มาพร้อมกับไฟ ได้เผาไหม้แขนขวาเป็นจุล ไม่เหลือให้นำกลับไปต่อได้อีก
"นี่เป็นบทเรียนของเจ้า"
"เป็นผู้ใหญ่แต่ไร้ซึ่งมโนธรรม ข้าเมตตาไว้ชีวิตเจ้า แต่จงอย่าได้มากำแหงชั่วช้าเช่นนี้อีก" ลู่ซือกล่าวกับรองเจ้าสำนักอัสนีหิมะ ที่กระเด็นออกไปนอนล้มลงโอดโอยด้วยความเจ็บปวด โลหิตหลั่งไหลออกจากร่างเป็นสายและหมดสติไป
ลู่ซือตั้งใจจะหยุดเพียงเท่านี้ หากแต่เมื่อมองไปที่สามในห้าคนที่เหลือ คือ เล่าหาน หยงจ้าน เอี้ยวซือ ที่ตะโกนด่าทอ และพยายามจะเข้ามาทำร้ายตนเอง จึงเปลี่ยนใจ
"ในเมื่อพวกเจ้าไม่ได้มีความสำนึก ข้าจะให้บทเรียนเจ้าไป" ลู่ซือหยิบขลุ่ยเซียนออกมาบรรเลงอินจิตรพิษ เป็นบทเพลงที่ส่งพลังเอกภพที่หลอมรวมกับพิษเข้าไปในร่างและควบคุมจิตวิญญาณ เมื่อใดที่คิดร้าย จะเจ็บปวดทรมาน หากแม้นจะตายก็ตายไม่ได้ ต้องอยู่อย่างทรมาน เมื่อใดร่างกายทนไม่ไหว พิษก็จะกระตุ้นความเจ็บปวด จนร่างกายรับไม่ได้จริง ก็จะเสียชีวิต เรียกว่า ตายทั้งเป็น
บทเพลงอินจิตรพิษ หลอมรวมเข้าไปในร่างของคนทั้งสาม บทเพลงที่เข้าไปทางช่องโสตสัมผัส ไล่เลื้อยไปตามร่าง ค่อย ๆ เข้าควบคุมจิตวิญญาณทีละน้อย ๆ ในขณะที่เสียงร้อยโหยหวนค่อย ๆ ดังออกมาไม่สิ้นสุด
เรียกได้ว่า ในตอนนี้ทั้งสามคน เจ็บปวดทั้งร่างกาย เจ็บสาหัสทางกาย และจิตวิญญาณ หมดสิ้นแล้วซึ่งตัวตนของตนเอง หมดสิ้นแล้วซึ่งความภาคภูมิใจในตัวตน อีกทั้งยังขายหน้าต่อประชาชนผู้คนมากมาย พวกมันมารุมประลองด้วยความอยุติธรรม หากแต่ก็ยังพ่ายแพ้อย่างหมดรูป
"ส่วนเจ้าสองคน ข้าจะให้โอกาสเจ้า"
"ถ้ายังต้องการดาบ ก็เข้ามาท้าทายได้ แต่ในคราวนี้ ข้าจะไม่เบามือกับเจ้าแล้ว" ลู่ซือหันไปบอกจงหมานและจงซื่อพร้อมกัน