บทที่ 107
พระราชวังหลวงของอาณาจักรดีไวท์ ที่ตอนนี้กลายเป็นจุดศูนย์กลางของจักรพรรดิพระองค์ เช้าวันที่ใครหลายคนต่างรอคอยก็เดินทางมาถึง ในสามวันหลังจากนี้จะเป็นการเริ่มศักราชใหม่แห่งราชวงศ์ ‘โอเวอร์ลอร์ด’ ในทางความหมายแล้วอาจจะหมายถึงเจ้าเหนือหัว แต่หากใครได้รู้ความเป็นจริงถึงเหตุว่าทำไมฌอนถึงได้ตั้งอย่างนี้นั้นก็คงจะหมดศรัทธาไปเลยในทันที มันเป็นการเล่นคำของภาษาบ้านเกิดของฌอนกับความหมายภาษาอังกฤษ ‘โอเวอร์’ ในความหมายถึงความเวอร์วังอลังการ ส่วนคำว่า ‘ลอร์ด’ นั้นมาจากคำว่า ‘ตลอด’ ดังนั้นความหมายที่แท้จริงมันเหมือนราชวงศ์ที่ทำอะไรก็เวอร์วังอลังการงานสร้างตลอด แนนซี่ได้ยินความหมายของมันก็ถึงกับหัวเราะเสียงดัง เพราะเธอเองก็คาดไม่ถึงเลยจริงๆว่าชื่อราชวงศ์นี้จะล้อเลียนการกระทำของเธอ ลานกว้างหน้าปราสาทหลวง ทหารยืนตั้งแถวเป็นแนวป้องกันหลายชั้น ชาวบ้านต่างก็ถือดอกไม้มาโบกเพื่อแสดงความยินดีกับจักรพรรดิองค์ใหม่ด้วยใจจริง หลังจากที่พวกเขานั้นทราบว่าท่านฌอนเจ้าของร้าน The Random ผู้โด่งดังขึ้นเป็นมหาจักรพรรดิผู้ครองดินแดนทั้งสามแล้วนั้น ก็ยิ่งทำให้พวกเขาคิดถึงความเป็นอยู่ที่น่าจะดีขึ้นหลายเท่าตัว มีข่าวลือต่างๆที่ว่ากันว่าตัวขององค์จักรพรรดินั้นมีทรัพย์สินมากกว่าประชาชนทุกคนในสามอาณาจักรรวมกันเสียอีก และพวกเขาก็หวังที่จะพึ่งเงินในส่วนที่ฌอนนั้นมีเพื่อนำมาพัฒนาอาณาจักร “เงียบได้แล้ว....” เสียงของโฆษกประจำพระราชวังเอ่ยออกมาเสียงดัง ก่อนที่เขาจะกล่าวออกมาต่อ “พี่น้องประชาชนแห่งโอเวอร์ลอร์ด ต่อไปนี้ขอเชิญพบกับองค์มหาจักรพรรดิฌอน คริสเตียน และองค์มหาจักรพรรดินีเฟียร์ คริสเตียน แห่งราชวงศ์โอเวอร์ลอร์ด..” เสียงยาวที่ดังออกมาเหมือนกับเป็นการเปิดตัวเจ้าผู้ครองดินแดนยิ่งใหญ่ทั่วๆไป ประกอบกับเสียงของแตรทหารที่ดังขึ้น ฌอน และเฟียร์เดินออกมาตรงระเบียงของปราสาท พร้อมกับเสียงร้องของประชาชนที่ดูจะดีใจมากเป็นพิเศษ ฌอนยกมือขึ้นช้าๆเพื่อทักทายกับประชาชนของเขา ก่อนที่จะให้สัญญาณว่าให้อยู่ในความสงบ“…ตัวข้ามีนามว่า ฌอน ฌอน คริสเตียน ผู้ครองแผ่นดินใหม่ แห่งราชวงศ์โอเวอร์ลอร์ด นับตั้งแต่วันนี้ไปเป็นเวลา 3 ปี ประชาชน ผู้คนที่รักยิ่งของข้า จะเสียภาษีหรือสิ่งที่พวกเจ้าเรียกว่าส่วยลดลงถึงครึ่งหนึ่งต่อปี...” ประชาชนที่ได้ยินก็ต่างร้องโฮออกมาอย่างดีใจ นับว่าพวกเขาสามารถตั้งตัวได้เลยในระยะสามปีนี้“...นอกจากนี้ยังจะมีงานที่รองรับจากทางสำนักงานบริหารแผ่นดิน ให้ประชาชนได้ทำงานมีรายได้กันมากขึ้นอีกด้วย อีกอย่างที่สำคัญที่สุดกับสิ่งที่เราจะทำนั้นก็คือ การประกาศเลิกใช้แรงงานทาสอย่างฟรีในอาณาจักรโอเวอร์ลอร์ดแห่งนี้ แน่นอนว่าสำหรับบุคคลที่เป็นทาสไม่ว่าจะเป็นทาสระดับไหนจะเป็นอิสระ ณ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป...” แม้การกระทำในครั้งนี้อาจจะมีผู้คนไม่พอใจอยู่บ้าง แต่ฌอนก็ได้เตรียมแผนสำรองเอาไว้แล้ว ตอนนี้ประชาชนที่ถูกเกณฑ์มารับฟังก็พบแต่เรื่องดีๆเกินกว่าที่คาดเอาไว้มาก พวกเขาไม่รู้ว่าจะแสดงความขอบคุณอย่างไร ได้แต่ก้มหน้าก้มตาร้องไห้ไปอย่างนั้น“เราไม่ได้เอาเปรียบพ่อค้าทาส หรือบุคคลที่มีผลประโยชน์ต่อการค้านี้... หากพวกเจ้ายอมเปิดใจสักนิดให้เข้ามาที่สำนักงานบริหารแผ่นดินเพื่อรับฟังแนวทางการแก้ไขปัญหาในส่วนนี้..” นอกจากนี้ฌอนยังได้กล่าวออกไปอีกหลายอย่าง ตอนนี้เขากำลังวางโครงสร้างของอาณาจักรให้มุ่งตรงดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการคมนาคม การขนส่งที่ตอนนี้จะมีรถไฟเกิดขึ้น และเขาต้องการคนงานจำนวนมากเพื่อสร้างมันขึ้นมา และยังจะมีเรื่องของระบบธนาคารกลางที่เป็นหน่วยงานของสำนักงานบริหารแผ่นดินไว้ให้กับประชาชนใช้บริการอีกด้วย เขาไม่ได้กังวลเลยว่าสิ่งใหม่ๆที่ประชาชนต่างก็ไม่รู้จักนั้น จะเป็นอะไรที่เข้าใจยากสำหรับพวกเขา มันไม่ได้ยากเกินกว่าที่ใครจะเข้าใจได้เลยหากมีตัวอย่างจากคนอื่นๆที่อยากลองทำ ต่อมาเป็นเรื่องเกี่ยวกับการศึกษา ประชาชนทุกคนจะต้องเข้าเรียนอย่างน้อย 6 ปี(เด็ก) เพื่อให้ได้รับความรู้พื้นฐานต่อการดำรงชีวิต แน่นอนว่าฌอนก็ยังก่อตั้งการศึกษาระดับสูงเอาไว้ เพื่อรองรับอัจฉริยะที่อาจจะค้นพบในภายหลังได้อีกด้วย“เรามีนามว่าเฟียร์ คริสเตียน แห่งราชวงศ์โอเวอร์ลอร์ด จากนี้ไปเราจะตั้งกลุ่มบ้านสตรี ภายในหัวเมืองต่างๆ โดยที่เราจะมีครูสอนให้พวกเจ้าเหล่าสตรีทำงานฝีมือเล็กๆ เพื่อเป็นความรู้ประกอบอาชีพของพวกเจ้า แม้จะเล็กน้อยแต่ก็ไม่ใช่งานที่หนักจนเกินไป นอกจากนี้เด็กๆที่ไม่มีผู้ปกครองหรือบุคคลไร้บ้านตัวเราก็ไม่ได้ละเลยพวกเจ้า พวกเจ้าสามารถเข้ามาอยู่ในสถานรับเลี้ยงได้นานจนกว่าที่พวกเจ้าจะพอตั้งตัวเองได้ แต่ก็ต้องทำงานเล็กน้อยๆให้กับทางสถานรับเลี้ยงบ้างเท่านั้น... สถานรับเลี้ยงที่เคยมีอยู่แล้ว จะถูกรับเรื่อง และขึ้นตรงต่อเรา ผู้เป็นหนึ่งในราชวงศ์..”เฟียร์ที่เมื่อถึงเวลากล่าวก็กล่าวออกมาได้ดีมากเลยทีเดียว แต่ใครจะไปรู้ว่าตอนนี้แขนขาของเธอสั่นอย่างกับเจ้าเข้าทรง ฌอนที่อยู่ใกล้ที่สุดจึงโอบกอดภรรยาของตัวเองเอาไว้ เพื่อให้เธอตั้งสติ และดำเนินต่อไปได้ ไม่นานนักพวกเขาทั้งสองก็กล่าวกับประชาชนของเขาจบลง โครงการมากมายที่ได้เอ่ยออกไป มันทำให้ประชาชนมีทางเลือก และมีอันจะกินมากขึ้น ไม่มีใครเลยสักคนเดียวที่ไม่เอ่ยคำคำนี้ออกมา“องค์จักรพรรดิจงเจริญ องค์จักรพรรดินีจงเจริญ....” อยู่หลายครั้ง ฌอน และเฟียร์เดินเข้าไปภายในห้องรับรองของพวกเขาแล้ว เฟียร์ที่ยังตื่นเต้นไม่หายก็ได้ลงไปกองกับพื้นอย่างช่วยไม่ได้ ฌอนที่เห็นอย่างนั้นก็พยุงเธอขึ้นมานั่งดีๆ ก่อนจะบอกให้ข้าราชบริพารส่วนตัวที่รับผิดชอบการดูแลองค์จักรพรรดินีนำน้ำเย็นเข้ามาให้เฟียร์ดื่มทาน“ท่านพี่... น้องรู้สึกแปลกๆอย่างไรก็ไม่รู้เจ้าค่ะ.. เรื่องของน้องมันยิ่งกว่านิทานเจ้าหญิงตัวน้อยอีกนะเจ้าคะ หลังจากตื่นขึ้นมาไม่ใช่แค่เจ้าหญิง แต่เป็นถึงองค์จักรพรรดินีผู้ยิ่งใหญ่ น้องปรับตัวไม่ทันเลยเจ้าค่ะ..” เฟียร์กล่าวพร้อมซบไปที่ไหล่ของฌอน ฌอนจึงลูกหัวเธออย่างช้าๆ ก่อนจะเอ่ยปลอบเธอไป“มันก็ดีอยู่ไม่ใช่หรือน้องพี่.. ตอนนี้เจ้าเป็นบุคคลที่มีอำนาจ และสามารถเดินทางท่องเที่ยวไปได้แล้ว หลังจากที่พี่สร้างทางรถไฟเสร็จเมื่อไหร่ เจ้าก็จะยิ่งเดินทางได้สะดวกขึ้น นอกจากนี้เจ้าอยากทานอะไร หรืออยากได้สิ่งของสิ่งใด เจ้าก็สามารถหามันมาได้ทั้งหมดตามใจเจ้าปรารถนา..” ฌอนปลอบ“แต่มันก็ต้องแลกมากับภาระอันยิ่งใหญ่เช่นนี้... เป็นถึงมารดาของแผ่นดิน จะทำตัวเหลวไหลได้ยังไรกันล่ะเจ้าคะ ไม่อย่างนั้นขายหน้าไปจนถึงท่านพี่ น้องคงทนไม่ได้ที่จะเห็นใครมาดูถูกท่าน...” เฟียร์กล่าวตอบ พร้อมกับน้ำเย็นที่กำลังมาเสิร์ฟให้ทั้งสอง คนใช้ประจำตัวของเฟียร์เองก็เข้ามาถอดรองเท้าออก ก่อนจะเริ่มนวดให้อย่างผ่อนคลาย แม้เฟียร์จะยังไม่ชินที่มีคนรับใช้อย่างนี้ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะมันสบายจริงๆนั่นแหละ“น้องพี่อยู่พักผ่อนตรงนี้ก่อน เดี๋ยวพี่จะไปฟังสิ่งที่ทีโอดอลกล่าวเกี่ยวกับสำนักงานบริหารแผ่นดินสักหน่อย...” ตอนนี้ทีโอดอลที่มีตำแหน่งเป็นราชาก็จริงอยู่ แต่เขาก็ยังมีอีกตำแหน่งหนึ่งก็คือนายกรัฐมนตรีเหมือนกับโลกก่อนของฌอน หลังจากนี้จะเป็นการประกาศนโยบายต่างๆ และประกาศรับสมัครคนเข้าทำงานตามหน้าที่ส่วนต่างๆ ประชาชนเองก็ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และตำแหน่งที่จะเข้ารับคัดเลือกนั้นทั้งหมดจะมีจากการสอบวัดผลเป็นข้อๆไป ถึงประชาชนจะยังไม่เข้าใจมากเท่าไร แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะทำความเข้าใจกับมัน เพราะยังไงก็ตาม พวกเขาจะต้องสอบกันทุกๆคน ในอีก 5 วันข้างหน้า สำหรับคนที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปเท่านั้น เรื่องการสอบนั้นแนนซี่ได้จัดการให้กับเขาทุกอย่างแล้ว และมันก็เป็นเรื่องที่หมดห่วงไปได้อีกเรื่องหนึ่ง“หวังว่าทุกอย่าง จะเป็นไปได้ด้วยดีนะ... ตอนนี้ความเป็นอยู่ของมวลมนุษย์นั้นสำคัญที่สุด และอีกไม่กี่ปี สงครามคงจะทำให้สถานที่เหล่านี้ลุกเป็นเพลิงขึ้นมาอีกครั้งก็เป็นไปได้...” ฌอนกล่าวพร้อมกับมองไปยังเมืองที่ตอนนี้ผู้คนต่างดำเนินไป....