หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก

    บทที่ 40 เงินทังโจว (2)

    หลี่เป่า น้องสาวคนเล็ก


    บทที่ 40 เงินทังโจว (2)




    เมื่อหารือเรื่องแก้ปัญหาปากท้องของคนในเมืองเสร็จ เจ้าเมืองทังโจวอย่างฝูเฟิ่งที่ได้ฟังหลี่ต้าเล่าถึงหลักการของกลยุทธ์การทำงานทั้งหมด และเห็นด้วยกับแผนการก็อนุมัติให้ดำเนินการทันที เรื่องการเสนอฎีกาแนวคิดการทำเงินทังโจวเข้าเมืองหลวงเขาจะเป็นผู้ดำเนินการ แต่กระบวนการอื่นๆ ภายในเมืองทังโจวจะเป็นทางหลี่ต้าที่ขอรับไว้ทั้งหมด


    กลยุทธ์เงินทังโจวครั้งนี้ เกิดจากความคิดของเป่าเปากับหลี่ซานพี่ชายคนที่สามที่ร่วมกันวางแผนจนลงตัว และให้หลี่ต้าพี่ชายคนโตเป็นคนเสนอ


    ซึ่งจะต้องเริ่มจากขอเงินสนับสนุนให้มีการผลิตเงินทังโจวจากเจ้าเมือง โดยยื่นฎีกาไปที่เมืองหลวงอย่างเร่งด่วน เมื่อได้รับอนุมัติงบประมาณในส่วนนี้แล้ว ก็จะเริ่มกระจายข่าวเรื่องวิธีการใช้งานเงินทังโจวไปให้ประชาชนในเมืองได้รับรู้ ไม่ว่าจะเป็นวิธีติดประกาศ วิธีบอกเล่าปากต่อปากโดยให้เหล่าทหารและนักเล่านิทานพูดถึงวิธีการใช้จ่ายเงินทังโจว ให้ทุกคนได้เตรียมตัวก่อนใช้งานจริง


    หลักการใช้เงินทังโจว คือ เงิน 1 เหวิน จะสามารถแลกเงินทังโจวได้ 1.5 ทังโจว ทำให้คนในที่แลกเงินเหมือนมีเงินเพิ่มมา 0.5 เหวิน ขณะที่ราคาสินค้ายังคงเท่าเดิม แต่ต้องบอกก่อนว่ามันสามารถใช้ได้ในเมืองทังโจวเพียงแห่งเดียวเท่านั้น เงินเหล่านี้สร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาภาษีที่เพิ่มขึ้น จึงให้มีกำหนดระยะเวลาใช้อยู่ที่หนึ่งปี 


    หลังจากครบหนึ่งปี ผู้คนที่มีเงินสกุลทังโจวอยู่ในมือจะสามารถนำเงิน 1 ทังโจว มาแลกเป็นเงิน 1 เหวินได้ โดยกำหนดให้นำเงินกลับมาแลกภายในระยะเวลาหนึ่งเดือน มิฉะนั้นเงินทังโจวในมือทั้งหมดจะกลายเป็นเพียงกระดาษที่ไม่ค่าใดๆ อีก โดยมีเงื่อนไขว่าครอบครัวครอบครัวหนึ่งจะสามารถแลกเงินทังโจวได้ไม่เกินสิบตำลึงเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการเกร็งกำไรของเหล่าคหบดีและขุนนาง


    แต่หากมีผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนเงินทังโจวกลับไปเป็นเงินเหวินก่อนครบกำหนดระยะเวลาหนึ่งปี พวกเขาต้องยอมแลกเปลี่ยนในอัตรา 1.6 ทังโจว ต่อ 1 เหวิน




    คำอธิบาย


    1. อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างปีเมื่อเริ่มโครงการเงินทังโจว ดังนี้


    - 1 เหวิน แลกได้ 1.5 ทังโจว


    - 1.6 ทังโจว แลกกลับได้ 1 เหวิน




    2. อัตราแลกเปลี่ยนกลับเมื่อสิ้นสุดโครงการเงินทังโจว (ครบระยะเวลาหนึ่งปี) ดังนี้


    - 1 ทังโจว แลกกลับได้  1 เหวิน


    (ต้องนำตั๋วเงินทังโจวมาแลกกลับเป็นเงินเหวินภายใน 1 เดือน หลังจากครบกำหนด 1 ปีของโครงการหากเลยระยะเวลาที่กำหนดจะแลกกลับเป็นเงินเหวินไม่ได้อีกต่อไป)






    หากถามว่าเงินทังโจว 0.5 ทังโจว ที่เพิ่มมานี้ได้มาจากที่ไหน คำตอบคือตระกูลหลี่จะเป็นคนรับภาระในส่วนนี้เอง ไม่ใช่เพราะพวกเขาต้องการสร้างความดีความชอบจนยอมเสียเงินมหาศาลอย่างเดียวหรอกนะ แต่เพราะพวกเขาคิดมาดีแล้วว่านอกจากจะได้เงินลงทุน ยังได้ชื่อเสียงที่จะช่วยให้พี่ชายคนโตสามารถเข้าไปทำงานในที่ที่ตั้งใจได้อีกด้วย


    หลี่ซานพี่ชายคนที่สามมั่นใจว่าเงินที่ได้มาในระยะเวลาหนึ่งปีนี้จะสามารถนำไปลงทุนและทำกำไรที่เมืองหลวงได้มากกว่าเงินที่เสียไปแน่นอน เหตุผลที่ตระกูลหลี่ตัดสินใจจะเริ่มลงทุนที่เมืองหลวง เพราะพวกเขาวางแผนไว้ว่าจะย้ายครอบครัวเข้าไปอยู่ที่นั่น เพื่อคอยสนับสนุนพี่ชายคนโตและเริ่มเปิดฉากโต้กลับแบบเต็มกำลัง


     "นี่ๆ พวกเจ้าเคยได้ยินหรือไม่ เรื่องที่เจ้าเมืองจะแจกเงินพวกเราน่ะ?"


    "เจ้าเมืองจะแจกเงินจริงๆ หรือ ได้กันทุกคนหรือไม่"


    "ได้ยินมาว่าจะได้กันทุกคนเลยนะ"


    "เห็นว่าจะใช้เป็นวิธีแลกเงินนะ แต่ก็ไม่ต่างจากแจกเงินหรอก"


    "โอ้วดีจริงๆ เจ้าเมืองนี่เป็นคนดีจริงๆ ผลงานเขาครั้งนี้ข้าชอบมากๆเลย"


    "ใช่ที่ไหนล่ะ ครั้งนี้เป็นผลงานของใต้เท้าหลี่ต่างหาก"


    ชาวบ้านที่ได้ยินข่าวเรื่องเงินทังโจวเริ่มพูดคุยกันไปต่างๆ นานา ซึ่งทางตระกูลหลี่ก็ได้เตรียมการในเรื่องนี้ไว้เป็นอย่างดี พวกเขาให้คนแทรกซึมไปกับชาวบ้านทุกจุดเพื่อกระจายข่าวเรื่องวิธีการใช้เงินทังโจวที่ถูกต้อง และป่าวประกาศว่าความดีความชอบครั้งนี้เป็นความคิดของหลี่ต้าพี่ชายคนโต 


    ----------


    ณ เมืองหลวง


    ฎีกาด่วนผ่านมือจิ้นอันและเฟยหลงไปอย่างรวดเร็ว มันถูกนำเข้าที่ประชุมในเวลาไม่กี่วันต่อมา เหล่าขุนนางล้วนถกเถียงถึงวิธีการทำแบบนี้ เสียงส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วยเพราะมีความเห็นว่าอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง แต่เสียงส่วนใหญ่กลับเห็นว่าเรื่องนี้จะช่วยประชาชนได้ ทั้งยังสามารถแจกแจงที่มาที่ไปของเงิน และกำหนดระยะเวลาดำเนินการได้อย่างชัดเจน ทำให้ไม่นานนัก งบสนับสนุนจากส่วนกลางก็ถูกส่งลงมาพร้อมกับคนจากทางการที่คอยเฝ้าดูการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด


    จิ้นอันที่เห็นฎีกานี้ครั้งแรกก็รู้สึกแปลกใจ เมืองทังโจวมีบัณฑิตที่เฉลียวฉลาดขนาดนี้แฝงอยู่ตั้งแต่เมื่อใดกัน? เมื่อคิดดูอีกทีเขาก็นึกขึ้นได้ว่าลายมือบนฎีการ้องเรียนใต้เท้ากรมคลังที่ดูคุ้นตานั้น แท้จริงแล้วคล้ายคลึงกับลายมือของเป่าเปาศิษย์น้องของเขาที่หายตัวไปนั่นเอง ดังนั้นจิ้นอันจึงเผยยิ้มกว้างออกมาก่อนจะตัดสินใจขอติดตามไปที่เมืองทังโจวด้วยอีกคนหนึ่ง


    ------------


    ณ หอดนตรี เมืองทังโจว


    หลี่ชุนนั่งอยู่บนห้องพิเศษที่บุตรสาวสร้างเอาไว้ให้โดยเฉพาะ ทุกวันเขาจะทำงานอยู่ที่นี่ และจะกลับบ้านในช่วงค่ำๆ ทำให้คนในหอเข้าใจว่าเถ้าแก่ไม่มีภรรยา และมักจะมีคนที่หวังรวยทางลัดคอยให้ท่าหลี่ชุนอยู่เสมอ


    จากคนที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้กลับใช้ความพยายามอย่างมากในการฝึกฝน จนตอนนี้สามารถบันทึกรายรับรายจ่ายและทำบัญชีได้ด้วยตัวเอง แม้จะมีคนบอกให้เขาจ้างคนมาทำบัญชีให้ แต่เขาอยากทำบัญชีด้วยตัวเอง เมื่อภรรยาฟื้นขึ้นมา จากที่โดนทุบตีหนักๆ อาจจะเบาลง เพราะเขาสามารถพูดได้ว่าตัวเองมาทำบัญชีของหอไม่ได้มาเที่ยวจริงๆ


    วันนี้นอกจากมานั่งดูความเรียบร้อยของหอดนตรีแล้ว เขายังมีภารกิจเพิ่มเติมมาอีกอย่างหนึ่ง


    "วันนี้ข้ามีเรื่องจะบอกให้ทุกคนรับรู้ อีกไม่กี่วันจะมีการประกาศใช้เงินทังโจว ซึ่งเงินชนิดนี้สามารถใช้เหมือนเงินเหวินทุกประการ"


    "เงินทังโจวคืออะไรหรือขอรับเถ้าแก่"


    "เงินทังโจวก็คือเงินนั่นแหละ เพียงแต่หากพวกเจ้านำเงินเหวินไปแลก จะได้เงินทังโจวที่มีมูลค่ามากกว่ามาแทน"


    "แบบนี้จะเชื่อถือได้จริงหรือเจ้าคะ"


    "เชื่อถือได้เพราะว่าลูก เอ่อ เพราะทางการเป็นคนจัดการ หากไม่เชื่อทางการแล้วจะเชื่อใคร"


    "ถูกต้อง ต่อไปหากพวกเจ้าเห็นเงินที่มีหน้าตาแบบนี้ก็จงรับเข้ามา คิดเสียว่าเป็นเงินเหวิน เข้าใจหรือไม่"


    "ขอรับ/เจ้าค่ะ"


    ผู้คนในหอดนตรีที่ได้ยินเช่นนั้นต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย ไม่เชื่อทางการแล้วจะไปเชื่อใคร ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยได้ยินเรื่องการแลกเปลี่ยนเงินจาก 10 เป็น 15 มาก่อน  แต่ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่อง เมื่อได้ยินคำยืนยันจากเถ้าแก่ ว่าเงินทังโจวก็สามารถใช้กับหอดนตรีได้ พวกเขาก็มั่นใจและตั้งใจว่าจะไปแลกเงินทังโจวมาเก็บไว้ใช้จ่ายภายในเมืองต่อไป


    นอกจากหอดนตรีแล้ว กิจการอื่นของตระกูลหลี่เองก็ทำแบบนี้เช่นกัน ทำให้มีคนเลือกที่จะใช้เงินทังโจวเพิ่มมากขึ้น จนไม่นานทั่วทั้งเมืองก็ใช้เงินทังโจวเป็นเงินหลัก


    "ท่าป้า ข้าขอซาลาเปาไส้หมูสองลูก"


    "ทั้งหมดหกทังโจว"


    "หกทังโจวคืออะไรหรือขอรับ??"


    "พ่อหนุ่ม เจ้าไม่ใช่คนในเมืองรึ?"


    "ขอรับ ข้ามาจากเมืองหลวง"


    "งั้นทั้งหมดก็หกเหวิน"


    ชายหนุ่มจ่ายเงินออกไปหกเหวินด้วยความสงสัย และมารู้ทีหลังว่าเงินทังโจวคือเงินที่ใช้ในเมืองแห่งนี้ หากนำเงินเหวินไปแลกจะได้เงินเพิ่มขึ้นมา 0.5 เท่า แต่หากแลกคืนขณะยังไม่ครบกำหนดสัญญา จะเสีย 0.6 เท่า ซึ่งมากกว่าเดิม 0.1 เท่า นั่นเอง


    ใครเป็นคนต้นคิดวิธีแบบนี้กันนะ ช่างน่าสนใจจริงๆ ขณะที่เขากำลังคิดเรื่องนี้อยู่นั้น เสียงโวยวายของคนหน้าร้านแลกเงินดังขึ้น


    "เหตุใดถึงแลกไม่ได้ ไหนบอกว่าเงินทังโจวสามารถแลกคืนได้ตลอดเวลา นี่พวกเจ้าโกหกงั้นหรือ!?!"


    "พวกเราไม่ได้โกหก แต่เงินที่เจ้านำมาแลกคืนนี่มันเงินปลอม!!"


    "เป็นไปได้อย่างไรที่เงินในมือข้าเป็นเงินปลอม"


    "เฮอะ เพราะข้าคิดไว้แล้วว่าต้องมีพวกคนแบบเจ้าน่ะสิ ทุกท่านโปรดดูตรงนี้ เงินทังโจวจะมีสัญลักษณ์ที่ไม่เหมือนที่อื่นอยู่ตรงนี้ หากใครนำเงินที่ไม่ใช่ของจริงมาใช้ โปรดนำเรื่องมาแจ้งข้า ข้าจะให้รางวัลนำจับ หัวละหนึ่งตำลึง!!"


    หลังจากนั้นก็ไม่มีใครกล้าผลิตเงินทังโจวปลอมขึ้นมาอีกเลย แต่กลับมีมิจฉาชีพรูปแบบใหม่มาแทน


    "เจ้าข้าเอ๊ยๆๆๆ เร่เข้ามาๆๆ นาทีทอง นาทีถูก หากท่านนำเงินเหวินมาให้เราตอนนี้ เราสามารถแลกเปลี่ยนให้ท่านได้ ในอัตรา  1 เหวิน ต่อ 2 ทังโจว โดยใช้เวลาสามวัน!!"


    ผู้ที่หลงเชื่อตอนนี้ต่างนั่งร้องห่มร้องไห้อยู่หน้าศาลกลางเมือง นั่นมันพวกมิจฉาชีพชัดๆ เฮ้อ...


    คล้ายกับเรื่องหลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก ที่คุณอ่าน