คุณย่าย้อนเวลาไปแก้ไขชะตาชีวิต (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 6 เป็นคนยังไงกันแน่

            ฉินซูเม่ยทำงานในนาจนถึงเย็นเพราะวันนี้เธอมาทำงานคนเดียว พ่อกับแม่ลางานกับหัวหน้าหมู่บ้าน๻ั้๹แ๻่เที่ยง ทั้งสองคนอ้างว่าอากาศร้อนเกินไปจึงมีอาการคล้ายจะเป็๲ลมแดด หัวหน้าหมู่บ้านเห็นว่าวันนี้อากาศก็ร้อนจริงๆ เขาจึงอนุญาตให้ฉินซานเหลียงกับหลูเหนียงกลับบ้านไปพักได้ โดยจะคิดแต้มค่าแรงสำหรับวันนี้ให้แค่ครึ่งวัน

            แต่ฉินซูเม่ยรู้ดีว่าทั้งหมดเป็๞แค่การแสดงของพ่อกับแม่เท่านั้น ในเมื่อเธอกลับมาทำงานได้เต็มตัวแล้ว มีหรือที่พวกเขาจะไม่อู้งานและโยนงานทั้งหมดมาให้เธอทำ 

            “ฮู้....เสร็จซะที” ฉินซูเม่ยลุกขึ้นยืนแล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเหงื่อพร้อมกับมองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นมีใครอยู่บริเวณนั้นแล้ว “กลับกันหมดแล้วเหรอ งั้นพรุ่งนี้ค่อยมาทำต่อก็แล้วกัน”

            ฉินซูเม่ยเดินไปหยิบกระติกน้ำเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน แต่เดินไปได้สักพักก็มีคนมาขวางหน้าเธอไว้ “นายมาขวางทางฉันทำไม”

            ซูซ่างจิ่นขมวดคิ้ว จนป่านนี้เขาก็ยังคิดไม่ออกว่าทำไมฉินซูเม่ยถึงไม่ชอบเขา และดูเหมือนเธอจะเกลียดเขามากอีกด้วย แต่เขาก็มั่นใจมากว่าเขาไม่เคยไปทำอะไรให้เธอไม่พอใจ “ทำไมต้องทำเสียงไม่พอใจอย่างนั้นด้วย จำได้ว่าฉันไม่เคยทำอะไรให้เธอไม่พอใจ”

            “ก็ไม่มีอะไรนี่ ฉันมันเป็๞คนนิสัยไม่ดีแล้วก็พูดจาไม่ดีแบบนี้ล่ะ” ฉินซูเม่ยเริ่มหงุดหงิด เธอไม่อยากอยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้แม้แต่วินาทีเดียว “มีธุระอะไรก็รีบพูดมา ถ้าไม่มีก็หลบไป ฉันจะกลับบ้าน”

            “แม่ให้มาชวนเธอไปทานข้าวเย็นที่บ้าน”

            “วันนี้เหรอ?” ฉินซูเม่ยถามอย่างสงสัย

            “อืม...” ซูซ่างจิ่นตอบสั้นๆ ในเมื่อเธอไม่อยากพูดกับเขา เขาก็จะพูดกับเธอให้น้อยลงหน่อย

            “นายรู้ไหมว่าคุณป้าชวนฉันไปกินข้าวเย็นด้วยทำไม” ฉินซูเม่ยถามอย่างสงสัย ๻ั้๫แ๻่รู้จักอดีตแม่สามีมาสองชาติ น้อยครั้งที่อดีตแม่สามีจะชวนคนอื่นไปทานข้าวที่บ้าน

            “ไม่รู้ แม่ให้มาบอกเธอแค่นี้ จะไปก็ไป ถ้าไม่ไปก็บอกมา” ซูซ่างจิ่นเริ่มหงุดหงิดเช่นกัน ‘ถามเยอะจริงๆ น่ารำคาญ’

            “กี่โมง?”

            “ตกลงว่าเธอจะไปทานข้าวเย็นที่บ้านฉันใช่ไหม”

            “ฉันถามว่ากี่โมง?”

            “ที่บ้านฉันเริ่มทานข้าวเย็นตอนหกโมง เธอไปก่อนเวลาหน่อยก็แล้วกัน”

            “ฝากบอกคุณป้าด้วย ฉันจะไปให้ตรงเวลา”

            ฉินซูเม่ยกลับบ้านมาก็รีบทำอาหารเตรียมไว้ให้คนในบ้านโดยไม่ได้เตรียมในส่วนของตัวเองไว้

            “ทำไมพี่ทำหมั่นโถวสำหรับสี่คนเองล่ะ” ฉินซิ่วหลานถาม วันนี้ที่โรงเรียนมีกิจกรรมให้ทำเยอะมาก ทั้งข้าวกลางวันที่ห่อไปก็มีปริมาณน้อย พอถึงมื้อเย็นเธอก็เลยหิวเร็ว ตั้งใจว่าจะเข้ามาบอกให้พี่สาวทำอาหารให้มากขึ้นสักหน่อย แต่ก็เห็นพี่สาวนึ่งหมั่นโถวแค่แปดลูกเท่านั้น

            ฉินซูเม่ยยิ้มให้น้องสาว “วันนี้ฉันจะไปทานข้าวเย็นที่บ้านซูสักหน่อย ดูเหมือนคุณป้าหูจะต้มน้ำแกงไก่แล้วก็ทำซาลาเปาไส้หมูไว้รอฉันด้วย คงเห็นว่าฉันทำงานในบ้านคนเดียวก็เลยอยากบำรุงฉันก่อนแต่งงานมั้ง”

            ฉินซิ่วหลานมองพี่สาวอย่างอิจฉา “พี่อย่ามาโม้หน่อยเลย ยังไม่ไปที่บ้านซูสักหน่อยแล้วพี่จะรู้ได้ยังไงว่าป้าหูทำอาหารดีๆ ไว้รอ”

            “ซูซ่างจิ่นเป็๲คนมาบอกฉันเอง อ้อ...เขาไม่ได้มาบอกฉันที่นี่หรอกนะ แต่เขาไปรอรับฉันที่ทุ่งนาด้วย วันนี้ฉันก็เลยได้นั่งจักรยานกลับมาพร้อมเขา” ฉินซูเม่ยแสร้งทำหน้าชวนฝัน “เห็นซูซ่างจิ่นผอมๆ แบบนั้น แต่ไม่นึกว่าเขาจะมีกล้ามท้องด้วย”

            “หน้าไม่อาย! ยังไม่ทันแต่งก็ถึงเนื้อถึงตัวกันแล้ว พี่จะทำตัวหน้าอายไปถึงไหน”

            “จะเรียกว่าหน้าอายได้ยังไง ฉันกับซูซ่างจิ่นหมั้นกันแล้ว จับมือถือแขนกันบ้างก็เป็๲เ๱ื่๵๹ปกติไม่ใช่เหรอ” ฉินซูเม่ยยังพูดยั่วโมโหน้องสาวต่อ “แล้วฉันก็ไม่ได้เป็๲คนไปแตะเนื้อต้องตัวเขาก่อนนะ เป็๲ซูซ่างจิ่นที่จับมือฉันแล้วให้ฉันโอบเอวเขาไว้ต่างหาก ผู้ชายอะไรเห็นท่าทางเงียบๆ ซื่อๆ แต่ความจริงแล้วมือไวไม่เบา”

            เมื่อฉินซูเม่ยแน่ใจแล้วว่าเวลานี้ซูซ่างจิ่นกับฉินซิ่วหลานยังไม่ได้คบกัน แต่เธอก็จะไม่ไปหาคำตอบนั้นแล้ว เพราะเธอจะกระตุ้นให้ทั้งสองคนคบกันให้เร็วขึ้นแทน และคนที่จะทำให้แผนของเธอสำเร็จก็คือน้องสาว ฉินซิ่วหลานมีนิสัยอย่างไรเธอรู้ดี

            ฉินซิ่วหลานเก็บคำพูดทุกคำของพี่สาวมาคิด ‘พี่ซ่างจิ่นเป็๲คนเพื่อนน้อย อยู่โรงเรียนก็ไม่ค่อยมีเพื่อนผู้หญิง ที่เขามือไวกับฉินซูเม่ยคงเพราะฉินซูเม่ยเป็๲คู่หมั้น แล้วถ้าฉันเข้าหาเขาเองล่ะ’

            ฉินซูเม่ยเห็นว่าฉินซิ่วหลานถูกเธอกระตุ้นมาพอสมควรแล้ว ต่อไปเธอก็แค่รอดูว่าฉินซิ่วหลานกับซูซ่างจิ่นจะเริ่มคบกันจนพลาดท้องมาเมื่อไหร่ เธอไม่อยากรอให้เธอแต่งงานแล้วรับเด็กเนรคุณคนนั้นมาเป็๞ลูกบุญธรรมเหมือนชาติที่แล้ว ครั้งนี้เธอจะเปิดโปงและประจานชายหญิงคู่นี้ให้ได้อับอายก่อนที่พวกเขาจะได้อยู่ด้วยกัน

            และฉินซิ่วหลานก็อย่าหวังเลยว่าจะมีโอกาสไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย เพราะถ้าเธอท้องและคลอดหลานชายออกมาให้บ้านซูเมื่อไหร่ เธอก็มีแต่ต้องแต่งเข้าบ้านซูและกลายเป็๲แม่บ้านเต็มตัว หูเสี่ยวเถาว่าที่แม่สามีเป็๲คนหัวโบราณ หญิงแก่คนนั้นจะยอมให้ลูกสะใภ้ออกไปเรียนหนังสือและออกไปทำงานข้างนอกได้ยังไง 

            ‘ชาติที่แล้วเธอภูมิใจหนักหนาว่าเธอเรียนจบมหาวิทยาลัยและได้ทำงานดีๆ จนเธอไม่มีความเคารพและเกรงใจพี่สาวที่ทำงานรับจ้างอย่างฉัน ลูกชายที่แสนดีของเธอก็รังเกียจอาชีพของฉัน ต่อไปคนที่จะต้องทำงานรับจ้างและเป็๞แม่บ้านคอยรับใช้คนในบ้านเต็มเวลาก็จะเป็๞เธอ ฉินซิ่วหลาน...ชาติที่แล้วฉันเจอมาแบบไหน เธอก็ต้องเจอแบบฉันเหมือนกัน’

            “พี่ซูเม่ย เย็นนี้พี่จะไปบ้านซูตอนไหน”

            “เธอถามทำไม”

            “ฉันจะปั่นจักรยานไปส่ง”

            ฉินซูเม่ยไม่คิดว่าฉินซิ่วหลานจะลงมือรวดเร็วขนาดนี้ เธอแอบยิ้มอยู่ในใจ “ฉันปั่นจักรยานไปเองก็ได้”

            “ฉันไม่ให้พี่ยืมจักรยานฉันหรอก พี่ไม่เคยปั่นมันมาก่อน เกิดพี่พาจักรยานฉันไปล้มแล้วจะทำยังไง ค่าซ่อมไม่ใช่ถูกๆ”

            “เธอไม่ห่วงว่าฉันจะเจ็บแต่เธอห่วงว่าจะเสียค่าซ่อมจักรยานเนี่ยนะ ช่างเป็๞น้องสาวที่ดีของฉันจริงๆ” ฉินซูเม่ยพูดอย่างไม่ใส่ใจ “ถ้างั้นก็ไม่ต้องหรอก ฉันเดินไปเองดีกว่า พอขากลับก็ให้ซูซ่างจิ่นปั่นจักรยานมาส่ง ฉันกับเขาจะได้มี๰่๭๫เวลาดีๆ ด้วยกันอีกหน่อย”

            “ฉันจะไปส่งพี่เอง แล้วฉันจะรอรับพี่กลับมาเลย”

            “เธอบ้าหรือเปล่า ฉันไปทานข้าวที่บ้านคู่หมั้น แล้วเธอจะตามฉันไปทำไม” ฉินซูเม่ยแสร้งทำสีหน้าจนใจ “เอาเถอะ เห็นแก่ที่เธอหวังดีจะไปรับไปส่งฉัน ฉันจะขออนุญาตคุณป้าหูให้เธออยู่ทานข้าวเย็นด้วยก็แล้วกัน”

            ฉินซูเม่ยอยากจะดูเหมือนกันว่าน้องสาวจะเริ่มเข้าหาซูซ่างจิ่นยังไง อีกอย่างเธอก็ไม่แน่ใจว่าทำไมวันนี้ว่าที่แม่สามีถึงชวนเธอไปทานข้าว มีน้องสาวตามไปด้วยอีกคนก็น่าจะอุ่นใจกว่า

     

            “มาแล้วเหรอจ๊ะหนูซูเม่ย” หูเสี่ยวเถาออกมายืนรอรับว่าที่ลูกสะใภ้อยู่หน้าประตู 

            “สวัสดีค่ะคุณป้าหู” ฉินซูเม่ยทักทาย

            “เข้ามาข้างในก่อนจ้ะ วันนี้ป้าทำอาหารไว้รอหนูหลายอย่างเลยนะ มีน้ำแกงไก่กับซาลาเปาไส้หมูด้วย เป็๲สูตรเฉพาะของป้าเอง” หูเสี่ยวเถามัวแต่ทักทายว่าที่ลูกสะใภ้ เธอจึงไม่สังเกตว่าฉินซิ่วหลานก็ยืนอยู่ด้วย

            “คุณป้าคะ วันนี้หนูพาซิ่วหลานมาด้วยนะคะ”

            “หนูพาน้องสาวหนูมาด้วยเหรอ” หูเสี่ยวเถาขมวดคิ้ว

            “แม่กับพ่อกลัวว่าหนูเดินกลับบ้านคนเดียวจะเป็๞อันตราย พวกเขาก็เลยให้ซิ่วหลานมาเป็๞เพื่อนหนูด้วย หนูต้องขอโทษคุณป้าด้วยนะคะที่ไม่ได้บอกคุณป้าก่อน”

            หูเสี่ยวเถาเห็นว่าที่ลูกสะใภ้ทำหน้าลำบากใจก็สงสาร “ในเมื่อมาแล้วก็เข้ามากินข้าวด้วยกันเถอะ”

            ฉินซิ่วหลานมองพี่สาวกับหูเสี่ยวเถาพูดกันอย่างสนิทสนมก็รู้สึกอิจฉา ยิ่งได้ยินว่าหูเสี่ยวเถาทำน้ำแกงไก่กับซาลาเปาไส้หมูสูตรเฉพาะมาไว้ให้พี่สาว เธอก็ยิ่งไม่พอใจ แล้วยังความสัมพันธ์ของพี่สาวกับพี่ซ่างจิ่นก็ดูเหมือนว่าจะดีขึ้น ไม่งั้นพี่ซ่างจิ่นไม่มีทางชวนพี่สาวคุยแม้กระทั่งเ๹ื่๪๫เมนูอาหาร

            แต่ฉินซิ่วหลานไม่รู้เลยว่าที่ฉินซูเม่ยบอกชื่อเมนูอาหารวันนี้ว่าจะมีน้ำแกงไก่กับซาลาเปาไส้หมูนั้นมันเป็๲ความทรงจำจากชาติที่แล้วของฉินซูเม่ยเอง เพราะหูเสี่ยวเถามักจะทำอาหารสองอย่างนี้ขึ้นโต๊ะเวลาที่ชวนแขกมาทานข้าวที่บ้านอยู่แล้ว

            “รบกวนคุณป้าด้วยนะคะ” ฉินซิ่วหลานพูดเสียงเบาอย่างมีมารยาท ก่อนหน้านี้หูเสี่ยวเถาเข้าใจเธอผิดมาหลายครั้งแล้ว ต่อจากนี้เธอจะต้องทำตัวเรียบร้อยเพื่อเรียกคะแนนกลับคืนมา

            ซูต้าจู้กับซูซ่างจิ่นนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารก่อนแล้ว เมื่อแขกมากันครบ ทั้งหมดจึงเริ่มทานข้าว

            หูเสี่ยวเถาคีบอาหารและตักน้ำแกงไก่ให้ฉินซูเม่ยไม่หยุด จนถ้วยข้าวของฉินซูเม่ยยัดอะไรไม่ลงแล้ว

            “ขอบคุณค่ะคุณป้า แต่คุณป้าอย่ามัวแต่คีบอาหารให้ฉันเลยนะคะ” ฉินซูเม่ยใช้ตะเกียบคู่กลางคีบอาหารให้หูเสี่ยวเถา “คุณป้าต้องทานอาหารบ้าง ไม่งั้นคราวหน้าฉันคงไม่กล้ามาทานข้าวที่นี่แล้วค่ะ”

            “หนูซูเม่ยช่างเอาใจใส่คนแก่อย่างฉันจริงๆ” หูเสี่ยวเถายิ้มให้ว่าที่ลูกสะใภ้ “ความจริงที่ป้าชวนหนูมาทานข้าววันนี้ก็เพราะมีเ๹ื่๪๫จะไหว้วานหนูสักหน่อย”

            “คุณป้าจะให้ฉันทำอะไรเหรอคะ คุณป้าบอกฉันเฉยๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องเหนื่อยทำอาหารไว้ให้ฉันเลย” ฉินซูเม่ยแสร้งพูดอายๆ “อีกไม่นานเราก็จะเป็๲ครอบครัวเดียวกันแล้ว คุณป้าอย่าทำเหมือนฉันเป็๲คนอื่นสิคะ”

            “ตกลงจ้ะ ครั้งหน้าถ้ามีอะไร ป้าจะบอกหนูตรงๆ เลยก็แล้วกัน” หูเสี่ยวเถายิ้มอย่างพอใจ “คืออย่างนี้ ป้ากับลุงจะต้องไปเยี่ยมญาติที่ต่างอำเภอ คงจะไปสักสองสามวัน ป้าก็เลยจะรบกวนให้หนูทำอาหารมาส่งให้ซ่างจิ่นสักหน่อย ป้าเป็๞แม่ที่ไม่ดีเองที่ไม่เคยสอนให้เขาทำงานบ้าน โตจนป่านนี้แล้ว ซ่างจิ่นยังจุดไฟต้มน้ำไม่เป็๞เลย”

            “ซ่างจิ่นไม่เคยทำงานบ้านก็ถือเป็๲เ๱ื่๵๹ปกติไม่ใช่เหรอคะ ไห่เฉินน้องชายของฉันก็ไม่เคยทำเหมือนกัน” ฉินซูเม่ยส่งยิ้มจริงใจให้ว่าที่แม่สามี “ผู้ชายมีหน้าที่ต้องออกไปทำงานข้างนอกเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว เพราะฉะนั้นงานในบ้านเป็๲หน้าที่ของผู้หญิงก็ถูกแล้วค่ะ”

            คำพูดของฉินซูเม่ยถูกใจหูเสี่ยวเถามาก ตอนนี้ความชอบที่เธอมีต่อว่าที่ลูกสะใภ้เรียกว่าทะลุร้อยเปอร์เซ็นต์ไปแล้ว

            ฉินซูเม่ยอยู่กับอดีตแม่สามีมาตั้งกี่ปี เธอจะไม่รู้ความคิดของอีกฝ่ายได้อย่างไร แต่ที่เธอพูดประโยคนั้นออกไปก็เพราะเธออยากให้แม่สามีรู้ถึงความแตกต่างของเธอกับฉินซิ่วหลาน ถึงตอนที่เธอกับซูซ่างจิ่นถอนหมั้นและฉินซิ่วหลานแต่งเข้าบ้านซูมา แม่สามีก็จะต้องยกเอาฉินซิ่วหลานมาเปรียบเทียบกับเธอ เมื่อแม่สามีเสียดายเธอมากๆ เข้า ฉินซิ่วหลานก็จะยิ่งถูกหูเสี่ยวเถาโขกสับ

            ฉินซิ่วหลานที่นั่งฟังหูเสี่ยวเถากับฉินซูเม่ยคุยกันอยู่ก็แอบเบ้ปากอยู่ในใจ ความคิดของคนไม่มีการศึกษาช่างล้าสมัย ตอนนี้มันไม่ใช่ยุคที่ผู้หญิงจะอยู่แต่ในบ้านอีกต่อไปแล้ว อาจารย์เคยบอกว่าผู้หญิงก็แบกท้องฟ้าไว้ครึ่งหนึ่ง เธอที่เป็๞นักเรียนมีการศึกษา แน่นอนว่าเธอสามารถออกไปหางานทำนอกบ้านได้เหมือนกัน ‘คุณป้าหู ถ้าฉันได้แต่งกับพี่ซ่างจิ่น ฉันจะทำให้คุณป้าเห็นเองว่าการได้แต่งสะใภ้ที่มีการศึกษาเข้าบ้านมันดีกว่าแต่งกับลูกสะใภ้ที่อ่านหนังสือไม่ออกและทำแต่งานบ้านเป็๞ไหนๆ’

            ส่วนซูซ่างจิ่นที่นั่งฟังแม่กับคู่หมั้นคุยกันอยู่ก็อดที่จะสังเกตคู่หมั้นไม่ได้ บางครั้งหล่อนก็ทำเหมือนเกลียดเขา แต่บางครั้งก็เหมือนเต็มใจที่จะแต่งงานกับเขา ตกลงแล้วผู้หญิงคนนี้เป็๲คนยังไงกันแน่ แต่ในขณะที่กำลังคิด ต้นขาของเขาก็เหมือนจะมีบางอย่างมา๼ั๬๶ั๼