ข้าคือท่านย่า วัยเตาะแตะ

    ตอนที่56 เจ้าขาวผ่อง...หน้าทิ่ม...ขนหางหลุดเสียแล้ว!!

         ในระหว่างนั่งก้มๆ เงยๆ ยืนๆ สลับไปมาเก็บเศษซากเปลือกผลส้มอยู่นั้นเอง จังหวะเท้าของนางบางจังหวะดันไปเหยียบเจ้าขาวผ่องเข้าแบบไม่ได้ตั้งใจนะ!!?

         “ไอ้หยา…!!!”เจ้าขาวผ่อง

         “ตุ้บ……”ขาวผ่อง 

         “เอ๋….??เจ้าขาวผ่องเจ้าง่วงเหรอ ปรกติไม่ต้องนอนก็ได้นี่หน่าเจ้าเป็นสัตว์อสูรระดับในตำนานเชียวนะเฮ้อ…ไม่ไหวเลย ไม่ไหวจริงๆ….”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “.............!!!”เจ้าขาวผ่อง ที่ตอนนี้หน้าทิ่มจุ้มพื้นดินปีกซ้าย ปีกขวาทั้งสองข้างกางออกอย่างน่าเวทนานัก ผงกหัวขึ้นมาอย่างพูดไม่ออกเลยจริงๆ 

         ส่วนเหนี่ยวเหนี่ยวนั้นมิได้หันไปมองดูจริงๆจังๆเลยว่าเท้าของนางข้างหนึ่งไปเหยียบทับหางของมันเข้า เพียงแค่ได้ยินเสียงมันร้องแบบตกใจและเห็นมันทำท่าง่วงหลับไปเท่านั้นเอง

        ส่วนเจ้าขาวผ่องก็ดิ้นรนค่อยๆกระดึ้บ…กระดึ้บ…ตัวออกมาจากใต้เท้าของเจ้านายของมัน แต่ว่าพอตัวหลุดพ้นจากฝ่าเท้าพิฆาตของเจ้านายของมันได้แล้วก็จริง แต่ว่าขนหางของมันนั้นได้หลุดออกมาถึง 2  อันติดเท้าเจ้านายของมันไปแล้ว!!!

         “หางข้า….!!!”เจ้าขาวผ่อง

         “.........!!”เจ้าเด้งดึ๋ง ที่พึ่งจะประสบชะตากรรมกลิ้นเป็นลูกหินลงดิ่งไปหลายตลบ เมื่อมาเห็นพี่ใหญ่ขาวผ่องโดนก็ตกใจจนพูดไม่ออกไปเลยได้แต่มองอย่างไว้อาลัยให้พี่ใหญ่ของมันเพียงเท่านั้นเอง

         “เอ๋…?ขนของเจ้าเหรอทำไมกันเล่า??”เหนี่ยวเหนี่ยว รู้สึกว่าเริ่มรำคาญเจ้าขาวผ่องแล้วจริงๆ ทำเสียงดังสองรอบแล้วทีนี้ แต่รอบหลับนี่ นางกลับนึกขึ้นมาได้ว่า..

        “โอ้…ขนหางของเจ้านี่หน่า ขนหางเจ้าขาวผ่องหลุดเองแล้ว ขนหางเจ้าล่ะ ดีจังเลย ดีจังเลย….ขอบใจมากนะเจ้าขาวผ่องที่ผลัดขนเจ้าออกมาให้ตั้ง 2 อันเชียวนะ ข้าจะเอาไปทำอันใดดีเล่า ไปขายได้เงินตำลึงเยอะๆหรือจะเอาเก็บไว้ใช้เองดีนะ”เหนี่ยวเหนี่ยว 

         “..........!!!”เจ้าขาวผ่อง

         “โอ้…ดีนะที่ข้าไม่มีขนแบบพี่ใหญ่ขาวผ่องน่ะ”เจ้าเด้งดึ๋ง พึมพำออกมาเบาๆอย่างนึกขนลุกไม่ได้ แต่ว่าพอดีมันไม่มีขนน่ะนะ

         ส่วนเหนี่ยเหนี่ยวนั้นรีบก้มลงไปหยิบขนหาง 2 อันของมันลนพื้นดินขึ้นมาดูอย่างชอบอกชอบใจ และหันหน้ามาบอกขอบใจเจ้าขาวผ่องอย่างสุดซึ้ง

         ส่วนเจ้าขาวผ่องอยากจะตะโกนบอกเจ้านายของมันดังๆเลยว่า ขนของข้ามิได้หลุดเองแต่ว่าเจ้านายนั่นแหละเหยียบขนหางของมันเต็มฝ่าเท้าต่างหากเล่า!!

         “เหลนๆมาดูนี่สิ เจ้าขาวผ่องผลัดขนร่วงมาให้ตั้ง 2 อันแน่ดูนี่..”เหนี่ยเหนี่ยว ชูขนทั้ง 2 อันที่มีสีทองประกายแววับขึ้นเหนือหัวของนางเพื่อโชว์ให้ทุกๆคนได้เห็นกัน

         “ตุบ…ตุบ…”พวกเหลนๆต่างกรูวิ่งเข้ามานั่งยองๆ ดูเงยหน้าขึ้นมองขนอันสวยงามของเจ้าขาวผ่องกันอย่างชื่นชอบ มากๆเลยเพราะขนาดที่อยู่บนตัวของมันพวกเด็กๆยังชอบที่จะลูบและสัมผัสอยู่บ่อยๆทุกครั้งที่มีโอกาสเลย

         “ว้าว….สวยมากๆเลย”พวกเหลนๆ

         “เสียดายนะเจ้าคะเจ้าขาวผ่องหลุดร่วงเองแค่ 2 อันเอง”เหลนสาวสี่ทู่จึ พูดอย่างทำหน้าเสียดายมากๆ 

         “...............!!”เจ้าขาวผ่อง อยากจะตะโกนออกมาดังๆว่ามันไม่ได้ขนหลุดร่วงเองแต่เจ้านายข้าเหยียบหางของข้าต่างหากเล่า พวกท่านอย่าดีใจมากขนาดนั้น!!

        “จริงด้วย เสียดายจังเลย”พวกเหลนๆแต่ละคนก็อดบ่นเสียดายไม่ได้จริงๆ แต่พวกเขาเข้าใจว่าขนของขาวผ่องนั่นมีค่าเป็นอย่างมาก ได้มาถึง 2 อันขนาดนี้ก็ถือว่าดีเยี่ยมแล้วจริงๆ

         “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร รอรอบหน้าก็ได้วันนี้เจ้าทำได้ดีมากๆเลยนะขาวผ่องนะ”เหนี่ยวเหนี่ยว ลูบหัวของมันอย่างชื่นชมจากใจ แต่ไม่ได้เห็นสีหน้าของสัตว์อสูรในพันธะสัญญาของนางเองเลยที่ตอนนี้มันขื่นขมแบบสุดๆไปเลย

         “.............!!”เจ้าขาวผ่อง

         ส่วนทางผู้ที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็พากันหัวเราะและส่ายหน้าไปมาเสียไม่ได้ และอดไม่ได้ที่จะต้องพูดขึ้นมากันว่า….

         “ดูแล้วตอนนี้น่าจะเป็นขาวผ่องที่น่าสงสารที่สุดนะเจ้าคะท่านแม่”พี่สะใภ้ใหญ่

        “นั่นน่ะสิ คงจะเจ็บไม่ใช่น้อยเลยทีเดียวล่ะ”ท่านแม่

        “น้องเล็กก็ไม่ได้ตั้งใจนี่เจ้าคะท่านแม่ แต่น้องเล็กดันคิดว่า หางของขาวผ่องหลุดเองนี่น่ะสิเจ้าคะ”พี่สะใภ้รอง

         “นั่นน่ะสินะ ตอนแรกทำเด้งดึ๋งกลิ้งหล่นมาทีนี้ก็เหยียบขนหางขาวผ่องเสียหลุดเลย ได้แต่หวังว่าพวกมันจะอยู่ดีและปลอดภัยจนกว่าเหนี่ยวเหนี่ยวจะโต เฮ้อ…..”ท่านแม่

         พวกท่านที่เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่แรกเริ่ม ก็อดไม่ได้จริงๆที่จะนึกสงสารเจ้าขาวผ่อง แต่ก็จะบอกว่าเป็นความผิดของเหนี่ยวเหนี่ยวก็ไม่ได้ เพราะมันเป็นเพียงแค่อุบัติเหตุจริงๆที่นางเผลอถอยหลังไปเหยียบหางเจ้าขาวผ่องเข้า!!

         ขนาดพวกท่านพ่อ ท่านลุง พี่ชาย หลานชาย ยังจะต้องพากันมารวมกลุ่มกับพวกเด็กๆด้วย เพราะผู้ใดเล่าจะไม่ตื่นเต้นกัน พวกเขาทุกๆคนจดจำได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวว่า ขนของเจ้าขาวผ่องสัตว์อสูรระดับตำนานที่เรียขานกันว่า วิหคล่องหน นั้นมีคุณสมบัติอะไรบ้าง

    ขนนก - นำไปสร้างเป็นได้ทั้งอาวุธ ชุดเกราะ เครื่องประดับ

         เหนี่ยวเหนี่ยว ที่ตอนนี้ส่งขนเจ้าขาวผ่อง ทั้ง 2 อันให้พวกเหลนๆได้จับและสัมผัสอย่างใกล้ชิด 

         “เหนี่ยวเหนี่ยว ขอพ่อดูหน่อยนะลูกรัก”ท่านพ่อ

         “สักครู่นะเจ้าคะท่านพ่อ ให้เหลนๆได้จับกันครบทุกๆคนเสียก่อนนะเจ้าคะ”เหนี่ยวเหนี่ยวเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มหวานบอกท่านพ่อของนางอย่างอารมณ์ดี วันนี้ช่างเป็นวันนี้ของนางจริงๆ

        “ได้ลูกรัก”ท่าน

         พวกเหลนๆ วนกันจับขนของเจ้าขาวผ่องกันครบหมดก็ยื่นส่งกลับมาให้ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวกัน และนางก็ลุกขึ้นมาส่งให้ท่านพ่อทันทีเลย 

         “นี่เจ้าค่ะ ท่านพ่อ”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “ขอบใจมากลูกรัก”ท่านพ่อ

         เมื่อท่านรับขนของเจ้าขาวผ่องไปแล้ว ก็รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก มันเหมือนกับฝันไปเลยจริงๆที่ได้สิ่งนี้มาครอบครองแล้วถึงแม้จะเป็นของลูกสาวของท่านก็ตามที

         “มันดูสวยสง่างามมากจริงๆ เพียงแค่ขนอันเดียวยังมีกลิ่นไอละอองพลังธาตุเข้มข้นมากขนาดนี้เลยนะ”ท่านพ่อ

         “สมกับเป็นชิ้นส่วนของสัตว์อสูรในตำนานทีเดียวล่ะ”ท่านลุงฉือ

          “หากผู้ใดรู้เข้าว่าเหนี่ยวเหนี่ยว มีสัตว์อสูรในพันธะสัญญาเป็นระดับสูงสุดในตำนานถึงสองตนแบบนี้ ไม่รู้ว่าทวีปเฟยเทียนแห่งนี้จะปั่นป่วนวุ่นวายสักเพียงใดนะ”ท่านลุงอี้

         “ยังดีที่ว่ากฎแห่งการทำพันธะสัญญาระหว่างมนุษย์กับสัตว์อสูรนั้น ไม่มีผู้ใดสามารถแย่งชิงไปได้ไม่อย่างนั้นแล้วคงจะวุ่นวายมากเลยทีเดียวนะ”ท่านพ่อ

         “จริงๆ”ทุกๆคน

         ทุกๆคนก็มีสีหน้าวิตกเช่นกัน แต่ว่าเมื่อคิดถึงพลังของสัตว์อสูรในตำนานถึงสองตนอยู่ร่วมกันแล้ว ก็ทำให้พวกเขาผ่อนคลายได้เยอะว่าเหนี่ยวเหนี่ยวจะปลอดภัยจากผู้อื่นที่คิดไม่ดีกับนาง และถึงแม้ว่าคนในตระกูลหวังจะยังไม่แข็งแกร่งมากพอ แต่พวกเขาทุกๆคนยอมเสียสละตัวเองเพื่อปกป้องนางเช่นเดียวกัน 

        สายตาของทุกๆคนดูมั่นคงมากกับสิ่งที่พวกท่านคิด และมองมาที่เหนี่ยวเหนี่ยวด้วยความมุ่งมั่นมาก

         “เหนี่ยวเหนี่ยว ลูกจะเอาขนวิหคล่องหนทั้ง 2 อันนี้เอาไปทำอะไรบอกพ่อได้หรือไม่??”ท่านพ่อ

         “อือ..ตอนนี้เหนี่ยวเหนี่ยวมีไว้ในใจสองอย่างเจ้าค่ะท่านพ่อ”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “อะไรหรือ?”ทีนี้ทุกๆคนดัน พูดคำถามออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน ด้วยใจที่กำลังเต้นตูมตาม ตึกตักกันทั้งหมด

         “ทำชุดเกราะ…”เหนี่ยวเหนี่ยว เพียงแค่พูดสิ่งแรกที่นึกไว้ก็ทำให้ทุกๆคนที่ได้ยินนางพูดออกมาตื่นเต้นกันไปหมดแล้วเช่นกัน

         “ชุดเกราะ..!!”ทุกๆคน

         “กับชุดคลุมล่องหนเจ้าค่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว สิ่งแรกที่ว่าพูดออกไปเป็นอะไรที่ทุกๆคนว่าตื่นเต้นแล้ว พอได้ยินสิ่งที่สองที่เหนี่ยวเหนี่ยวต้องการที่จะทำยิ่งทำให้ทุกๆคน ยืนนิ่งกันไปเลยเพราะสิ่งนี้เป็นของที่มันเหนือความคาดหมายกับทุกๆคนมากๆ และแน่นอนเจ้าสิ่งนี้เท่าที่พวกท่านรับรู้มามันหายากมากๆและแพงมากๆเช่นกัน ถ้าไม่ใช่ระดับตระกูลผู้นำในตัวเมืองก็ไม่สามารถที่จะหาซื้อใช้ได้ และถึงจะมีในครอบครองแน่นอนว่าไม่เกินตระกูลละ 1-2 ชุดเพียงเท่านั้นเอง!!

         “ชุดคลุมล่องหน ใช่ไหมเมื่อตะกี้นี้ลูกพูดว่าชุดคลุมล่องหน??”ท่านพ่อ ที่เอ่ยถามเหนี่ยวเหนี่ยวอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าท่านได้ยินนั้นไม่ผิดไป

         “ใช่เจ้าค่ะท่านพ่อ เหนี่ยวเหนี่ยวบอกว่าชุดคลุมล่องหนที่ใส่แล้วไม่มีผู้ใดเห็นเราได้อย่างไรเล่าเจ้าคะ ให้สมกับเป็นขนนกจากวิหคล่องหนหน่อย”เหนี่ยวเหนี่ยว

         ตัวนางเองที่พูดอธิบายรายละเอียดแบบสบายๆ เหมือนกับว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องปรกติ ผิดกับคนที่ฟังอยู่รอบๆข้างทั้งหมดที่พากันสติหลุดลอยกันไปไกลเสียแล้ว

         “เหนี่ยวเหนี่ยว พูดว่าชุดเกราะและชุดคลุมล่องหนจริงๆ”ท่านพ่อ หันมามองทางท่านลุงฉือ ท่านลุงอี้ 

         “ข้าก็ได้ยินเช่นกัน”ท่านลุงอี้

         “ของวิเศษทั้งสองอย่างนี้มันหายากมากๆนะในทวีปเฟยเทียนของพวกเรา”ท่านลุงฉือ

         “ใช่”ท่านพ่อ

         “ไม่ยากหรอกเจ้าค่ะท่านลุง ท่านพ่อ และทุกๆคนด้วยแค่มีขนของเจ้าขาวผ่องก็ทำได้แล้วเจ้าค่ะ ใช่ไหมเจ้าขาวผ่อง”เหนี่ยวเหนี่ยว ที่หันไปหาสัตว์อสูรในพันธะของนางเอง

         “...........!!”เจ้าขาวผ่อง

         มิใช่แค่เหนี่ยวเหนี่ยวหันไป ทุกๆคนก็หันไปมองเจ้าขาวผ่องแบบตาเป็นประกายแวววับกันไปหมด เจ้าขาวผ่องเห็นสายตาแบบนี้แล้วรู้สึกที่ขนลุกไม่ได้จริงๆเลย 

         “แค่รอเจ้าขาวผ่องผลัดขน เหมือนอย่างเมื่อตะกี้นี้เหนี่ยวเหนี่ยวรับรองเลยว่าพวกเราทุกๆคนจะมีของดีๆใช้กันแน่นอนเจ้าค่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว 

         “..............!!”เจ้าขาวผ่อง

         เมื่อเหนี่ยวเหนี่ยวพูดย้ำแบบนี้อีก สายตาทุกๆคนก็พุ่งตรงไปทางเจ้าขาวผ่องแบบเหมือนจะกดดันมันประมาณว่า “เจ้าต้องผลัดขน..ผลัดขน…ผลัดขน…บ่อยๆนะ”อะไรแบบนี้เลยในความรู้สึกของเจ้าขาวผ่องในเวลานี้

         “เห็นไหมเจ้าคะเจ้าขาวผ่องเปรียบเสมือนอาวุธที่ร้ายกาจ ส่วนเจ้าเด้งดึ๋งเปรียบเสมือนยาวิเศษที่ชุบชีวิต ไม่ว่าอย่างไรพวกเราก็ได้เปรียบทั้งหมดเลย”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “.............!!”เจ้าเด้งดึ๋ง อยากจะละลายตัวให้เป็นน้ำเละๆลงพื้นดินไปเสียตอนนี้แล้ว

         เพราะไม่ใช่แค่สายตาที่ร้อนแรงจากทุกๆคนมองมาแบบกดดันและมีความหวังส่งมาทางเจ้าขาวผ่องแล้ว สายตาของทุกๆคนก็เบี่ยงไปมองเจ้าเด้งดึ๋งต่อทันทีทันใดเลย

         “1…2…3…4….5…6…7…”พวกเหลนๆที่หันมามองทางเจ้าขาวผ่องไม่ใช่มองด้วยแววตาที่วิบวับเป็นประกายเท่านั้น แต่ว่ายังบ่นพึมพำนับเลขอะไรบางอย่างกันอีกด้วย

         ในทีแรกไม่มีใครรู้หรอกว่าพวกเหลนๆนับเลขนั้นหมายถึงสิ่งใดกันจนกระทั่งเหลนสาวน้อยของเหนี่ยวเหนี่ยวบ่นออกจากปากพวกนางว่า…

         “ว้า….ขนของเจ้าขาวผ่องเยอะแยะไปหมดแบบนี้จะนับอย่างไรหวาดไหวกันเล่า ข้าลืมไปแล้วว่านับถึงจำนวนที่เท่าไหร่น่ะ”เหลนสาวสี่ทู่จึ

         “...............!!!”เจ้าขาวผ่อง สะดุ้งสุดตัวกันเลยทีนี้เมื่อได้ยินเต็มๆ จากปากเหลนสาวน้อยของเจ้านายมัน ช่างแสบสมกับเป็นสายเลือดเดียวกันเสียจริงๆ!!

         “ก็นั่นน่ะสิ แต่ว่านะข้าว่าขนบนตัวเจ้าขาวผ่องถ้าได้ผลัดขนแล้วจริงๆก็น่าจะเพียงพอสำหรับทุกๆคนใช่หรือไม่กัน? พวกเจ้าว่าอย่างไร พี่สาวด้วย??”เหลนสาวยวี๋ยวี๋

        “...............!!!”เจ้าขาวผ่อง

        “จะว่าไปก็ไม่แน่นักนะ เพราะข้าและพวกเจ้าเองก็ไม่รู้ว่าขนจำนวน 1 อันของเจ้าขาวผ่องนั้นจะสามารถนำไปทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหนกันเล่า เท่าที่เห็นในตอนนี้ก็แค่จำนวน 2 อันเองนะและอันเท่าฝ่ามือพวกเราอีกด้วยนะ”เหลนสาวรองมี่เฟิง

        “จริงด้วยสิ”พวกเหลนสาวหันไปมองที่เจ้าขาวผ่องกันอีกครั้ง และมองไปยังที่ขนที่อยู่ในมือของท่านปู่ทวดของพวกนาง มันอันเล็กจริงๆนั่นแหละ

         “น่ากลัวที่สุด...............!!!”เจ้าขาวผ่อง พึมพำหลุดออกมาเบาๆ 

         “ท่านย่าเล็ก ท่านย่าเล็กเจ้าคะแล้วขนจำนวน 1 อันนั้นพวกเราเอาทำอันใดได้ขนาดเท่าไหร่เจ้าคะ พวกข้าอยากรู้เจ้าค่ะ??”เหลนสาวใหญ่ยายา

        “อือ…..จริงด้วย”พวกเหลนๆคนอื่นๆ ต่างพากันมองหน้ากันอย่างสงสัยและหันมามองที่ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวกันทั้งหมดเพื่อรอฟังคำตอบจากนางกัน

         ไม่ใช่เพียงแค่พวกเหลนๆเท่านั้น บรรดาพวกผู้ใหญ่เองก็ตั้งใจรอฟังคำตอบจากเหนี่ยวเหนี่ยวด้วย เพราะในเรื่องรายละเอียดที่มากมายแบบนี้ พวกท่านเองก็ใช่จะรับรู้ทั้งหมด เรื่องราวบางสิ่งบางอย่างที่ได้รับสอนสั่งมากันตั้งแต่บรรพบุรุษมายังสู้เรื่องราวที่บอกออกจากปากเหนี่ยวเหนี่ยวไม่ได้เลย

         เพราะความรู้ใหม่ๆ ที่เหนี่ยวเหนี่ยวบอกมันมีประโยชน์มากกว่าเยอะ และทำให้พวกท่านได้มีความรู้มากขึ้นและจะได้สอนสั่งบรรดาลูกๆหลานๆต่อๆไปอย่างถูกต้องเสียที มิใช่เพียงแค่เรื่องเล่าอีกต่อไปเพราะพวกท่านได้ทั้งสัมผัสมัน และได้เห็นกับตาสองตาอีกด้วย

    ************

         น่าสงสาร น่าสงสารเจ้าขาวผ่องเสียจริงๆ ที่จะโดนถอนขนเสียหมดตัวซะก่อนที่ขนของมันจะได้หลุดล่วงตามธรรมชาติ!!

         รอติดตามการผจญภัยของท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวกันต่อนะเจ้าคะ ขอบคุณค่ะ

        


    คล้ายกับเรื่องข้าคือท่านย่า วัยเตาะแตะ ที่คุณอ่าน