เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    ตอนที่ 129 ร่างวิญญาณ

        จางเฉินนั้นไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรเพราะเขารู้มาก่อนแล้วจากการสำรวจก่อนหน้านี้ว่ามีอาเรย์ปิดกั้นพลังปราณอยู่ เขาจึงนั่งลงเอามือสัมผัสกับพื้นเพื่อตรวจสอบโดยใช้พลังจิตวิญญาณแม้ถูกปิดกั้นพลังปราณแต่จางเฉินยังมีพลังจิตและเวทมนตร์อยู่


        หลังจากตรวจสอบพื้นดินแล้ว จางเฉินก็มองไปรอบๆตามบ้านเรือนและทางเดินแล้วมองตรงเส้นทางเดินสู่วิหารขนาดใหญ่  อาเรย์ขนาดใหญ่นี้น่ากลัวมากมีทั้งรวบรวมพลังสวรรค์และโลกโดยรอบเพื่อดูดซับเสริมการก่อตัวมีการเสริมความแข็งแกร่งให้กับพื้นดินและบ้านเรือน แล้วยังมีอาเรย์ที่เป็นปัญหาสุดคือปิดกั้นพลังปราณ


        “แกนกลางของอาเรย์น่าจะมีอะไรอยู่การก่อตัวใหญ่ขนาดนี้ต้องมีตัวขับเคลื่อนที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้แกนวิญญาณสัตว์อสูรที่ได้รับจากถ้ำ”จางเฉินเพียงพูดกับตัวเองเบาๆ


         การก่อตัวต่าง ๆนั้นก็คล้ายร่างกายคน มีเส้นชีพจร เส้นเลือด มีแกนกลางคล้ายตันเถียนแต่เนื่องจากเมืองโบราณนี้กว้างใหญ่มากจางเฉินไม่ทราบว่าแกนกลางการก่อตัวอยู่ที่ไหน มีเพียงต้องค่อยๆเดินสำรวจจากรูปแบบการดูดซับพลังสวรรค์และโลกไปรอบ ๆ เท่านั้น


         “เอาละเราไปทางนี้”จางเฉินลุกขึ้นยืนแล้วชี้ไปทางด้านซ้าย


         “ทำไมพวกข้าต้องฟังเจ้า”นักรบปราณหน้าเดิมปฏิเสธทันที


        “เด็กน้อยข้าขอแนะนำให้เจ้าดูระดับฝึกฝนตัวเจ้าอีกทีกล้ามาชี้นิ้วสั่งพวกข้าหรือ?”นักรบปราณอีกคนพวกด้วยน้ำเสียงที่บอกถึงความอารมณ์เสีย และคุกคามจางเฉิน


         “ตกลง”ถังหลิงหลิงตัดสินใจตามทิศทางที่จางเฉินแนะนำส่วนหนึ่งเพราะนางมีความรู้สึกบางอย่างว่าจางเฉินนั้นมีดีมากกว่าที่เห็นคนทั่วไปมักจะอ่อนน้อมถ่อมตนเข้าหานางหรือไม่เช่นนั้นก็ต้องตื่นตระหนกเวลาพูดคุยด้วยแต่จางเฉินไม่ได้เป็นแบบนั้นกลับดูนิ่งเฉยอีกส่วนหนึ่งก็เพราะไม่รู้เส้นทางอยู่แล้วใครจะเลือกเส้นทางก็ไม่แปลกอะไร


        “แม่นางถัง”กลุ่มนักรบปราณอีกห้าคนนั้นพูดพร้อมกัน เนื่องจากประหลาดใจกับการตัดสินใจของนางแต่เนื่องจากพวกเขาติดตามนางมาอยู่แล้ว ถ้านางไปก็ต้องไปด้วยอย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ชอบจางเฉินมากและมากขึ้นไปอีก


      จางเฉินนำทางไปเพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงร้องของหมาป่าโหยหวนแผ่วเบาคล้ายกับเสียงสายลมเย็นๆทั้งกลุ่มต่างมองซ้ายขวาอย่างตื่นตระหนอกเพราะตอนนี้ถูกระงับพลังปราณแล้วการต่อสู้ย่อมเป็นไปได้ยากอย่างยิ่ง


        “แม่นางถังระวังตัวด้วย”


       ทุกคนต่างก็เอาอาวุธของตัวเองออกมา แล้ววิ่งล้อมรอบถังหลิงหลิง จางเฉินนั้นถอนหายใจกับภาพที่เห็นผู้ชายพวกนี้ดูน่ารำคาญมาก แล้วเขายังต้องมาโชคร้ายเดินทางกับกลุ่มคนพวกนี้อีกเหมือนคนบ้าดูน่าตลกเป็นอย่างมาก


        สัตว์อสูรนั้นมาจากมุมมืดรูปร่างเป็นหมาป่าขนสีดำสนิท ดวงตาสีแดงขนตั้งตรงเหมือนเข็มแต่แปลกที่ร่างกายของมันดูเหมือนภาพลวงตา เป็นหมอกสีดำเหมือนเป็นเงามากกว่าที่จะเป็นร่างจริง


        จางเฉินขมวดคิ้วสัตว์อสูรนี้ผิดปกติเป็นอย่างมากหมาป่าสีดำกระโดดเข้าหาจางเฉินเนื่องจากเขาอยู่ด้านหน้าและใกล้มันสุดจางเฉินเพียงขยับตัวเล็กน้อย แล้วเอาดาบมังกรเพลิงแทงไปที่ส่วนท้องของมัน


        หมาป่าสีดำนั้นร่อนลงพื้นโดยไม่มีบาดแผลเลยไม่นานนักร่องร้อยที่จางเฉินโจมตีก็สมานเข้าหากันเป็นหมอกสีดำเช่นเดิมไม่มีเลือดสักหยดออกจากแผล


        “ร่างวิญญาณ!”


        ด้วยการโจมตีครั้งนี้จางเฉินจึงเข้าใจเกี่ยวกับสัตว์อสูรนี้อย่างชัดเจนมันคือร่างวิญญาณ ซึ่งทั่วไปแล้วเมื่อคนตายวิญญาณก็จะออกจากร่างส่วนสัตว์อสูรนั้นจะถูกเก็บไว้ในแกนสัตว์อสูรหากพลังบ่มเพาะสูงพอปกติก็จะสูญสลายไปกับสวรรค์และโลกแต่ถ้าไม่ระเหยหายไปไปไม่ว่าคนหรือสัตว์อสูรก็จะกลายเป็นร่างวิญญาณหรือเรียกอีกอย่างว่าผี


       มีหมาป่าสีดำเดินออกมาอีกหลายตัว แล้วพุ่งเข้าโจมตีกลุ่มของจางเฉินจากทุกทิศทางเหล่านักรบปราณนั้นต่างใช้อาวุธป้องกันตัวกันอย่างทุลักทุเลได้รับบาดเจ็บกันอย่างรวดเร็วจางเฉินนั้นยังคงหลบหลีกและต่อสู้กับหมาป่าดำตัวแรกอยู่


      ถังหลิงหลิงแอบมองจางเฉินที่แทบไม่ได้รับบาดเจ็บเลยและยังคงดูสงบอยู่ นางนั้นอยู่ตรงกลางการป้องกันของนักรบปราณทั้งห้าจึงยังไม่ได้ลงมือนางจึงเพียงแอบมองอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับจางเฉินเท่านั้น


      จางเฉินใช้ไฟสวรรค์ผสมกับดาบเข้าโจมตีหมาป่าสีดำอีกครั้งที่ส่วนหัวร่างสีดำนั้นก็แตกสลายไป


       “ต้องใช้ไฟ พวกมันแพ้ไฟ”จางเฉินตะโกนบอกคนในกลุ่ม


      ถังหลิงหลิงและนักรบปราณต่างเอาตะเกียงน้ำมันจุดไฟแล้วโยนใส่หมาป่าสีดำเหล่านั้นทันทีแม้จะไม่เชื่อจางเฉินแต่ด้วยเหตุจำเป็นจึงทำตามตะเกียงน้ำมันเหล่านี้พวกเขาไว้สำหรับพักผ่อนในป่า หรือเดินทางให้แสงสว่าง เมื่อโยนไปกระทบพื้นร่างหมาป่าสีดำก็เริ่มถอยหนีตะเกียงบางอันไฟลุกโซนรุนแรงก็สามารถเผ่าร่างวิญญาณได้


      จางเฉินวิ่งไปฟาดฟันพวกที่เหลือรอดด้วยไฟสวรรค์เมื่อจัดการจนหมดนักรบปราณทุกคนก็นั่งพักด้วยความเหนื่อยล้า


       “ขอบคุณเจ้ามากเจ้าช่างรอบรู้จริงๆ” ถังหลิงหลิงชมจางเฉินด้วยเสียงที่อ่อนหวาน


      “เมื่อเดินทางด้วยกันก็ต้องช่วยเหลือกัน”


      เหล่านักรบปราณนั้นเมื่อโยนตะเกียงไฟจนฆ่าพวกร่างวิญญาณได้ก็รู้สึกชื่นชมจางเฉินเล็กน้อยด้วยช่วยให้รอดตาย แต่เมื่อถังหลิงหลิงพูดคุยเสียงหวานกับจางเฉินทำให้พวกมันรู้สึกทนไม่ได้ อยากจะฆ่าจางเฉินเป็นอย่างมากจางเฉินแย่งชิงตำแหน่งฮีโร่ในใจนางไปอย่าง


        นักรบปราณทั้งห้านั้นต่างสบตากันคล้ายจะสื่อสารกันอย่างชัดเจน พวกเขาจะต้องฆ่าเด็กคนนี้  จางเฉินนั้นไม่ได้สนใจเกี่ยวกับคนอื่นเขาเพียงเอามือสัมผัสพื้นดินและผนังบ้านเรื่อนเพื่อรับรู้การก่อตัวตรวจหาจุดศูนย์กลางของการก่อตัวของอาเรย์และเดินหน้าต่อไป


        ตลอดทางร่างวิญญาณนั้นยังคงพบเรื่อยๆแต่ด้วยวิธีการแก้ไขที่จางเฉินแนะนำทุกคนจึงต่อสู้ได้ง่ายขึ้น ร่างวิญญาณนั้นควบแน่นเป็นรูปร่างเมื่อโจมตีที่ส่วนหัวของร่างนั้นมันก็กระจัดกระจายตามธรรมชาติ


        ปัง!



        จางเฉินทำลายร่างวิญญาณอีกตัวหนึ่งแล้วทุบประตูหินซึ่งเป็นประตูบ้านขนาดใหญ่หลังหนึ่ง


        “บ้านนี้มีอะไรพิเศษ?”นักรบปราณที่กำลังต่อสู้กับร่างวิญญาณหันมามองจางเฉินที่ทำเสียงดังอยู่ด้วยความสนใจ เมื่อประตูถูกทำลายก็มองเห็นด้านในมีแสงสลัวๆ จางๆคล้ายกับมีอะไรส่องแสงอยู่ในบ้าน


        “สมบัติ?”


       นักรบปราณทั้งห้านั้นต่างรีบฆ่าร่างวิญญาณแล้วพุ่งไปจุดที่จางเฉินอยู่พร้อมกันถังหลิงหลิง เมื่อมองดูด้านในดีๆ ดูเหมือนจะมีชั้นอาเรย์ป้องกันอยู่ด้านในอีก


        “เจ้าเข้าไปดูข้างในสิ”นักรบปราณคนหนึ่งชี้นิ้วสั่งจางเฉิน จางเฉินมองนักรบปราณนั้นด้วยแววตาเย็นชาถ้ามีสมบัติก็คือมีอันตรายอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นกับดักหรือผู้พิทักษ์สมบัติจางเฉินนั้นเพียงแค่ต้องการตรวจสอบรูปแบบเท่านั้นเขาไม่รู้สึกถึงพลังวิญญาณอะไรพิเศษมันจะเสียเปล่ามากถ้ามีสมบัติแล้วมีคนพวกนี้อยู่ด้วยคล้ายโดนสั่งให้ไปฆ่าตัวตายแล้วพวกมันก็รอเก็บสมบัติจางเฉินไม่สนใจแล้วเดินหน้าต่อไป


        “เจ้าหูหนวกเหรอ?”เมื่อเห็นจางเฉินนิ่งเงียบและไม่ทำตามคำสั่ง นักรบปราณก็พูดเสียงดังด้วยความโกรธแต่ถังหลิงหลิงนั้นแอบไม่พอใจนักรบปราณทั้งห้าเล็กน้อย แรกๆนางรู้สึกว่าค่อนข้างดีที่จะมีคนคอยป้องกันและประหยัดพลังงานในการค้นหาในดินแดนความตายแต่หลังๆ นางเริ่มรู้สึกรำคาญนักรบปราณเหล่านี้


         “ถ้าพวกท่านจะสำรวจบ้านหลังนี้ก็ตามสบายแต่ข้าไม่ว่าง ขอตัว” จางเฉินเดินหนีอย่างไม่สนใจทำไมต้องเสี่ยงแล้วมีส่วนแบ่งเยอะแยะมากมายหลายคน มันเสียเวลาเปล่าจริงๆถ้ามีของดีๆ สุดท้ายคงตกอยู่กับหญิงสาว


         “เจ้า ข้าอนุญาตให้เจ้าไปไหม”นักรบปราณคนหนึ่งวิ่งคว้าไหล่ของจางเฉินโดยตรง


         “หยุด!อย่าสร้างปัญหา” ถังหลิงหลิงตะโกนต่อว่านักรบปราณนั้นด้วยความตกใจ


         ตูมมมม


        นักรบปราณนั้นปลิวกระเด็นไปชนกับกำแพงบ้านหลังหนึ่งเมื่อกลับมายืนทรงตัวอีกครั้งก็กระอักเลือดออกมา


         “ครั้งต่อไปจะเป็นชีวิตเจ้าหากยุ่งกับข้าอีก” จางเฉินเดินหนีออกมา
         
         การสำรวจพื้นที่นั้นต้องทำไปอย่างช้าๆไม่รู้ว่ามีภัยอะไรอีกบ้าง คนพวกนี้น่ารำคาญแต่ก็สลัดทิ้งไม่ง่ายครั้งนี้ถ้าพวกเขาวุ่นวายอยู่กับบ้านหลังนี้นับได้ว่าเป็นโอกาสดีของจางเฉินที่จะปลีกตัว

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God) ที่คุณอ่าน

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    142K 432
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912