บทที่ 114
ไอซ์ปวดหัวไม่น้อยกับนิสัยของพี่สาวตัวป่วน บิวตี้ที่รู้จักครอบครัวนี้มานาน เธอก็หัวเราะออกมาเสียงดัง เพราะว่าเพื่อนของเธอเสมอต้นเสมอปลายจริง คนอื่นๆที่เหลือก็ได้แต่เอิ่มอยู่ในใจ แม้ว่าจะนึกคิดอะไร แต่พวกเธอก็แสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ออกมาไม่ได้ มิ้งที่เห็นว่าตัวเองมีเรื่องต้องไปทำต่อจึงได้เวลาขอตัว“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ยังไงฉันคงต้องขออนุญาตกลับศูนย์บัญชาการก่อนนะคะ..ขอตัวค่ะ” มิ้งกล่าวพร้อมตะเบ๊ะท่าตำรวจตบเท้าทำความเคารพอย่างสวยงาม“วันนี้ขอบคุณคุณมากนะคะ เอาไว้ร้านฉันเปิดเมื่อไหร่ ฉันจะเลี้ยงข้าวเที่ยงคุณสักมื้อเป็นการตอบแทนนะคะ” บิวตี้กล่าวขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือของมิ้ง จากเหตุการณ์ในวันนี้ ต้องยอมรับเลยว่าถ้าไม่ได้เธอช่วย เธอคงตกอยู่ในอันตรายมากกว่านี้แน่นอน“ปอนเองก็ด้วยนะคะ ขอบคุณมากจริงๆค่ะ ไว้มีโอกาสปอนจะตอบแทนให้นะคะ” ปังปอนกล่าวออกมาอย่างจริงใจตามบิวตี้ไป หลินฟางฟางที่เห็นอย่างนั้นเธอขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะวางท่าคุณหนูผู้สูงศักดิ์แก่มิ้ง และกล่าวขึ้นมาในท่าทีที่ยังไม่ไว้วางใจในตัวของตำรวจสาวคนนี้“...ขอบคุณ!...” หลินฟางฟางกล่าว มิ้งที่เห็นปฏิกิริยาของทุกคนเธอก็ได้แต่พยักหน้าให้กับพวกเธอเท่านั้น และเดินออกไปจากห้อง VVIP นี้ไป ตอนนี้เธอจะต้องกลับไปรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นที่ร้านคาเฟ่อย่างละเอียดกับผู้บังคับบัญชาต่อ และอีกอย่างที่นี่ก็มีคนของหน่วยลับอีกหลายสิบคน จึงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงอีก“จริงสิ! พวกผู้ร้ายมันอาจจะกลับมาเล่นงานพวกเราก็เป็นได้ เราต้องหาวิธีการป้องกันเอาไว้ก่อน” จู่ๆครีมที่เหมือนนึกเรื่องนี้ได้กล่าวออกมาเสียงดัง เรียกร้องความสนใจจากทุกคนให้คิดตามในทันที“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกน่าครีม คุณตำรวจเขาก็บอกแล้วว่าจะคุ้มครองเราตลอดเวลา น่าจะวางใจได้ส่วนหนึ่งเลยนะ” บิวตี้กล่าวออกมาแย้งความคิดของครีม ถึงไอซ์ที่ได้ยินอย่างนั้นแล้วจะสบายใจได้บ้าง แต่เขาก็ยังไม่ไว้วางใจ เพราะเขารู้ว่าพวกนี้มันเป็นผู้ก่อการร้ายมืออาชีพ นอกจากนี้ยังมีพวกฮันเตอร์มาเกี่ยวข้องอีก“แกก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอว่าพวกนั้นมันใช้อาวุธสงครามเชียวนะ ตำรวจมีแต่ปืนสั้น ถ้าพวกมันมามากจริงๆ พวกเขาจะสู้ไหวเหรอ อีกอย่างถ้าเรามัวแต่หวังพึ่งคนอื่นอย่างนี้ แล้วตอนที่เรื่องมันซาลงล่ะ ตำรวจไม่ได้มีหน้าที่คุ้มกันเราตลอดไปหรอกนะ เราต้องหาทางกันเอาเอง” ครีมกล่าวแย้ง และนั่นมันก็เป็นเรื่องจริง“ถ้าอย่างนั้น ฟางฟางจะให้คนของตระกูลหลินมาคุ้มกันให้ดีไหมคะ เอาสัก 10-20 คน ปอนเองก็ด้วยนะ มีไว้สักคนสองคนก็ยังดี..” หลินฟางฟางกล่าวเสนอตัว และถ้าเธอเอ่ยขอกับพ่อของเธอ เธอเชื่อว่าพ่อจะไม่ปฏิเสธคำขอนี้อย่างแน่นอน เพราะมันเหมือนกับเป็นการได้สร้างบุญคุณกับตัวของไอซ์ด้วยในทางอ้อมๆ“10-20 คนก็เยอะไปนะฟางฟางน้อย.. อีกอย่างมันก็ต้องมีค่าใช้จ่ายใช่ไหมล่ะ พี่ว่าครีมมันคงไม่ค่อยจะโอเคหรอก” บิวตี้กล่าว ครีมที่ตอนแรกจะตอบตกลงไป เพราะห่วงในเรื่องของความปลอดภัย แต่เมื่อได้ยินเรื่องค่าใช้จ่ายในการจ้างแล้ว เธอก็พยักหน้าเห็นด้วยกับบิวตี้ทันที“ใช่! ปอนไม่มีเงินพอจะจ้างบอดี้การ์ดเยอะขนาดนั้นหรอกนะคะ..” ปังปอนเองก็กล่าวเสริม“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฟางฟางห่วงเรื่องความปลอดภัยของพวกพี่กับปอนมากกว่า แต่ถ้าพวกเขาต้องการใช้เงิน ฟางฟางจะเรียกเก็บจากไอซ์เขาเอานะคะ..” ฟางฟางกล่าว และด้วยคำพูดนั้นมันเป็นการสร้างงานให้กับไอซ์เอามากๆ แน่นอนว่าคิ้วขวาของเขากระตุกไม่หยุด“จริงด้วย! งั้นฟางฟางก็ไปเรียกเก็บเงินที่ไอซ์มันเลยนะ..” ครีมกล่าวพร้อมกับหัวเราะอย่างชอบใจ ดูเหมือนว่าฟางฟางน้อยจะเริ่มอยู่เป็นขึ้นมาแล้ว“แต่ว่าปอนเกรงใจน่ะค่ะ จะให้ไอซ์มาออกค่าบอดี้การ์ดให้กับปอนได้ยังไงล่ะคะ..” ปังปอนกล่าว“ไม่เป็นไรเลยครับปอน ความปลอดภัยของปอนต้องมาก่อนเงินทองอยู่แล้ว ไม่ว่าแพงแค่ไหน ไอซ์ก็จ่ายให้ได้..” ไอซ์รีบกล่าวขึ้นมาในทันที และแน่นอนว่าครีมกับบิวตี้ถึงกับเบะปากอย่างช่วยไม่ได้ พวกเธอเชื่อได้เลยว่าสักวันไอซ์จะถูกสาวๆปอกลอกจนหมดตัวเข้าให้ แม้แต่ฟางฟางเองก็ไม่ค่อยปลื้มเท่าไรนัก เธอได้แต่สะบัดหน้าหนี และคิดว่าจะเรียกเก็บเงินไอซ์เท่าไรดีเพื่อเป็นการเอาคืน“แต่ว่าถ้าเรามีบอดี้การ์ดไปไหนมาไหนด้วยอย่างนี้ เราต้องซื้อรถเพิ่มหรือเปล่าน้า อีกอย่างคงเกรงใจคนอื่นเขาน่าดู.. แกคิดดูสิครีม ถ้ามีบอดี้การ์ดหลายคนยืนเฝ้าหน้าห้อง มันจะไม่เป็นการสร้างความเดือดร้อนให้หมอในโรงพยาบาลเหรอ เหมือนในหนังน่ะ ต้องมีค้นตัวก่อนอะไรอย่างนั้นนะ” บิวตี้กล่าว“นั่นสินะ เรื่องรถก็ไม่น่าจะเป็นห่วงเท่าไร เดี๋ยวให้เจ้าไอซ์มันซื้อ แต่ว่าที่แกพูดมามันก็ถูกนะ อีกอย่างฉันเองก็ไม่ชินสักเท่าไรด้วย..” ครีมกล่าวเหมือนกับมันเป็นเรื่องธรรมดามาก ผิดกับไอซ์ที่อยากจะหายไปจากจุดนี้เร็วๆ“พี่ครีมกับพี่บิวตี้ไม่ทราบเหรอคะ.. ไอซ์เขาเป็นเจ้าของร่วมโรงพยาบาลนี้นะคะ”ปังปอนกล่าวออกมาอย่างไม่เข้าใจเลย มันไม่เห็นต้องเป็นห่วงเรื่องพวกนี้เลยแม้แต่น้อย ถ้าจะให้เปรียบเทียบ หมอที่โรงพยาบาลนี้ก็เหมือนกับเป็นลูกจ้างของไอซ์ทั้งนั้น แล้วจะมัวกังวลเรื่องพวกนั้นไปทำไม ก่อนที่ปังปอนจะหันมาดูที่หน้าของไอซ์ และตกใจเล็กน้อย เพราะตอนนี้หน้าของเขาดูเหวอเอามากๆ ‘นี่ปอนครับ กะจะให้ผมไม่มีที่ยืนบนโลกนี้อีกเลยใช่ไหมครับเนี่ย..’ ไอซ์ได้แต่หันไปมอง และกล่าวขึ้นมาในใจ ปังปอนเองก็ได้แต่ก้มหน้าสำนึกผิดกับคำพูดเมื่อครู่ หลินฟางฟางเองที่เห็นอย่างนั้นก็ได้โอกาสกล่าวแกล้งไอซ์ขึ้นมาเช่นกัน “ใช่ค่ะพี่ครีม พี่บิวตี้.. ส่วนบอดี้การ์ดจะเรียกมากี่คนก็ได้นะคะ เพราะยังไงไอซ์เองก็เป็นเจ้าของร่วมของบริษัทหลินกรุ๊ปอยู่แล้ว.. พวกเขาหรือเธอยินดีที่จะทำตามคำสั่งของพี่ครีมกับพี่บิวตี้อยู่แล้ว..” ฟางฟางกล่าวพร้อมกับหันหน้ามายักคิ้ว นอกจากนี้ยังทำหน้ากวนโอ๊ยกับไอซ์อีกด้วย ‘ยัย!.. ยัยฟางฟาง เธอ! ไม่นะ วันนี้มันเป็นวันซวยอะไรของฉันกันเนี่ยยยย’ ไอซ์ได้แต่ตะโกนอยู่ในใจเท่านั้น ครีม และบิวตี้ที่ได้ยินก็ถึงกับตกใจ ไปไม่เป็น พวกเธอไม่คิดเลยว่าไอซ์มันจะรวยมากขนาดนี้ “ไหน! แกลองอธิบายมาให้พวกฉันฟังอย่างละเอียดทีสิ..” ครีมกดเสียงทุ้มต่ำอย่างน่ากลัว และเอ่ยถามกับไอซ์อย่างคาดคั้น ผิดกับบิวตี้ที่ยังอมยิ้มราวกับว่าจะได้เห็นมวยคู่เอกอย่างไรอย่างนั้น“ก็.. จะว่ายังไงดีล่ะครับ แหะ! ก็บริษัทของผมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลหลินเมื่อเร็วๆนี้ พวกเขาเลยให้หุ้นส่วนมาไม่มากเท่าไร เปอร์เซ็นต์กว่าๆ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้บริษัทของผมอย่างมีประสิทธิภาพน่ะครับ..” ไอซ์กล่าวพร้อมกับเกาหัวแห้งๆของเขาไป และแม้ว่าหลินฟางฟางจะรู้ดีว่ามันไม่ใช่ความจริงเลยที่เขากล่าวมา แต่เท่านี้ก็ถือว่าแกล้งเขามากพอแล้ว เธอจึงไม่ได้กล่าวแย้งอะไรออกไป“แล้วเรื่องหุ้นส่วนโรงพยาบาลล่ะ มันหมายความว่ายังไง..” ครีมกล่าว ไอซ์ถึงกับต้องปาดเหงื่อกันเลยทีเดียวที่ความลับ 2 อย่างมันถูกเปิดเผยพร้อมกันอย่างนี้ แม้ว่าเขาเลิ่กลั่กที่จะตอบ แต่เขาก็ยังคงเป็นเจ้าปลาไหลสามารถอธิบายแก้ตัวได้ดีทีเดียว“ก็เพราะบริษัทของผมอีกนั่นแหละ เราได้สมุนไพรในดันเจี้ยนมาค่อนข้างเยอะ ก็เลยเลือกขายให้กับเครือโรงพยาบาลนี้ ซึ่งพวกเขามีงานวิจัยเกี่ยวกับพวกนี้อยู่ ส่วนเงินค่าสินค้า บริษัทไม่ได้เดือดร้อนอะไรมาก เดิมทีก็จะทิ้งพวกมันไปแล้ว ก็เลยขอรับเป็นหุ้นส่วนแทนในนามของผมก็เท่านั้นเอง..แหะ! แหะ!” ไอซ์กล่าว“แกแน่ใจเรื่องที่แกพูดนะ..” ครีมจ้องเข้าไปที่ดวงตาของเจ้าน้องชายอย่างพินิจคำนึก“แน่นอนสิพี่ ถ้าพี่ไม่เชื่อก็โทรไปถามเกียรติไกรเลยก็ได้เลยเอ้า” ไอซ์ไม่มีทางเลือก เขาต้องยกชื่อของเกียรติไกรขึ้นมาอ้างก่อน ครีมที่ได้ยินชื่อของเกียรติไกร ความทรงจำเก่าๆของเธอก็กลับมา และมันก็ทำให้เธอต้องหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย“ได้! งั้นแกก็เอาเบอร์เขามา เดี๋ยวฉันจะโทรไปเอง..” ครีมกล่าว“ผมว่าตอนนี้ยังไม่ควรนะครับ ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องเกิดขึ้นกับภรรยาของเขา ได้ยินว่าบาดเจ็บสาหัสเลยไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงบ้าง..” ไอซ์กล่าวความจริงผสมกับการถ่วงเวลา สีหน้าเวลากล่าวของเขาดูเศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด ครีมที่ได้ยินก็ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองสักเท่าไร แต่จะให้ทำยังไงได้ในตอนนี้“อย่างนั้นเหรอ แล้วภรรยาของเขาไม่เป็นอะไรใช่ไหม..”