ฉันมีเทเลพอร์ตสุดเจ๋ง(ทั้งเรื่องติดหัวใจแค่4ตอน)

    ตอนที่ 55 ความโด่งดังของร้านอัญมณี

    ตอนที่55 ความโด่งดังของร้านอัญมณี


    เสียงร้องด้วยความตื่นตระหนกจากจ้าวเชิงชุนและจ้าวหวางห่าว


    พวกเขาไม่พบหลิวเย่มาทานอาหารเช้า!


    จึงคิดไปว่าหลิวเย่อาจมาที่ค่ายกลพันปีนี้!


    พวกเขาพร้อมด้วยชายฉกรรจ์อีกนับสิบคนได้เร่งรุดมาด้วยความเป็นห่วง!


    แต่ภาพที่ปรากฏต่อหน้าทำให้พวกเขาตื่นตระหนก!


    จากเดิมที่เป็นป่ารกชัฏมีต้นไม้และเถาวัลย์ปกคลุมไปทั่วบริเวณ!


    แต่ในตอนนี้ป่าเสาหินเป็นเหมือนสวนพฤกษาที่มีเสาหินประดับเพื่อความสวยงามอย่างเป็นระเบียบ


    ความรกรุงรังจากหายไปอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง!


    “โอ้ นี่ใช่ฝีมือคุณหลิวไหม?” เสียงพึมพำด้วยความสงสัยของจ้าวหวางห่าว


    “อืมน่าทึ่งเสียจริงที่นายหลิวสามารถแก้ไขค่ายกลพันปีได้!”จ้าวเชิงชุนพยักหน้าอย่างตื่นเต้นดีใจ


    ทันใดนั้นมีแสงวูบดำโฉบลงมาจากท้องฟ้าและชะลอตัวลงจอดบนพื้นห่างจากจุดที่พวกยืนราวครึ่งลี้


    “โอ๊ะ นั่นคุณหลิวนี่!” จ้าวหวางห่าวมองเห็นหลิวเย่ที่ลงยืนกับพื้นพลางตะโกนด้วยความแปลกใจ


    “จริงด้วย เขามาแล้ว!” จ้าวเชิงชุนดีใจและเดินนำหน้าทุกคนไปหาหลิวเย่


    เมื่อเข้ามาใกล้ๆพวกเขาเห็นหลิวเย่มีอาการหน้าซีดและอ่อนเพลีย


    “คุณหลิวเป็นอย่างไรบ้าง?” น้ำเสียงที่ห่วงใยของจ้าวหวางห่าวถามขึ้นมา


    “ไม่เป็นไรนี่ของพวกคุณ!” หลิวเย่โบกมือปฏิเสธและนำกล่องไม้ขนาดย่อมออกมาจากมิติพื้นที่โดยตรง


    “ห๊ะ!” จ้าวเชิงชุนและทุกคนตื่นตะลึงตัวแข็งทื่อที่เห็นกล่องไม้จู่ๆโผล่ออกมาจากอากาศ


    “นี่นี่คือของพวกเรา?”น้ำเสียงไม่แน่ใจมาจากจ้าวเชิงชุน


    “.....” หลิวเย่พยักหน้าแทนคำตอบ


    ในเวลานี้เขารู้สึกอ่อนเพลียมากเสียจนพร้อมจะล้มลงกับพื้น!


    การทำลายค่ายกลพันปีที่ต้องใช้พลังปราณและความมุ่งมั่นมหาศาล!


    ได้เผาผลาญพลังปราณไปเป็นจำนวนมาก!


    เนื่องจากเสาหินแต่ละต้นถูกฝังและยึดเหนี่ยวจากคาถาของผู้ฝึกฝนขอบเขตแกนเทพไม่ใช่แกนสวรรค์


    และนั่นเป็นขอบเขตที่เหนือกว่าเขามากมายนัก!


    “ฉันต้องการพักผ่อน!” หลิวเย่ฝืนพูดบอกพวกเขาก่อนจะเหินตัวก้าวกระโดดอย่างรวดเร็วไปยังห้องพัก


    “ทุกคนกลับไปเฝ้ายามคุณหลิวและรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด” น้ำเสียงเฉียบขาดของชายชราสั่งการกับชายฉกรรจ์ที่ยืนอยู่ตรงนั้น


    “รับทราบ!” เสียงหนักแน่นดังพร้อมกัน


    จากนั้นพวกเขาหันหลังวิ่งกลับไปทางวิลล่า


    จ้าวเชิงชุนประครองกล่องไม้อย่างทะนุถนอมโดยมีจ้าวหวางห่าวเดินตามหลัง


    ..........


    เวลา 13.00 น.ของวันรุ่งขึ้น


    หลิวเย่ค่อยๆลืมตาขึ้นในห้องนอนรับแขกของวิลล่าตระกูลจ้าว


    เขาลุกขึ้นนั่งและทบทวนเหตุการณ์เมื่อวานนี้!


    นิ้วโป้งมือซ้ายลูบนิ้วชี้ด้วยความรู้สึกประหลาดใจ!


    “ฉันมีแหวนไหม? ทำไมมันรู้สึกคล้ายกับมีวงแหวนอยู่บนนิ้วนี้”ความรู้สึกคลุมเครือเกิดขึ้นในใจของเขา


    พลันเสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น


    หลิวเย่หยิบมาออกมาจากกระเป๋าเป้และพบเบอร์โทรของเจ้าอ้วน


    “สวัสดี”เขารับสายทันที


    “รายงาน! กัปตัน!”เจ้าอ้วนทักทายเขาด้วยเสียงเคร่งเครียด


    “อืม ว่ามา?”


    “สายข่าวรายงานมาว่าสมาชิกองค์กรซีเคร็ตหลายคนทยอยเข้ามากบดานอยู่ในเมืองเทียนจินพวกมันเหมือนมีจุดประสงค์

    บางอย่าง แผนกข่าวกรองกำลังตามสืบเรื่องนี้อยู่” เจ้าอ้วนสรุปรายงานให้เขาฟัง


    “หืมพวกมันคิดจะทำอะไรกันแน่? คุณตรวจสอบข้อมูลต่อไปพบสิ่งใดที่ผิดปกติรีบรายงานฉัน!”หลิวเย่แปลกใจที่พวก

    องค์กรซีเคร็ตมีการเคลื่อนไหวในเมืองและเวลานี้


    “รับทราบ!”


    จากนั้นเขาส่งข้อความถึงทุกคนในทีมกองกำลังพิเศษเพื่อเฝ้าระวังเหตุฉุกเฉิน


    เขาไม่ได้กังวลหากพวกมันมาหาเรื่องพวกเขา!


    แต่เขากังวลหากเหตุร้ายใดๆเกิดขึ้นกับประชาชนผู้บริสุทธิ์


    หลังจากพักผ่อนอย่างเต็มที่และรับประทานอาหารเสร็จแล้ว


    หลิวเย่เดินทางกลับเมืองเทียนจินตามลำพัง


    จ้าวหวางห่าวขอโทษเขาที่ไม่สามารถเดินทางกลับด้วย


    ..........


    เวลา 21.00 น.หลิวเย่เดินทางถึงสนามบินเมืองเทียนจิน


    เขาไม่ได้เดินทางกลับห้องพักที่อพาร์ตเมนท์ทันที!


    แต่มุ่งหน้าไปยังวิลล่าของหานจง!


    ถึงเวลาจัดการกับความโลภของหานจงแล้ว!


    ในตอนนี้หานจงยังทำงานอยู่ในห้องหนังสือโดยมีหานเฉินและหานจูลูกชายทั้งสองคนของเขา


    ขาดแต่หานเล่ยที่ไม่ได้อยู่ในห้องด้วยกัน


    “พ่อต่อไปพวกเราไม่มียาอายุวัฒนะแล้ว ยอดขายสินค้าจะลดลงอย่างมาก!” น้ำเสียงกังวลของหานเฉินดังขึ้น


    “เราสามารถปรับปรุงสูตรยาเสริมความงามเพื่อลดต้นทุนได้”หานจูแสดงความคิดเห็นออกมา


    “พวกเราไม่เคยต้องก้มหัวให้ใครในเมื่อนายหลิวทำเช่นนี้ก็ใช่ว่าเราจะล้มลง อาจูไปจัดการเรื่องปรับปรุงสูตรยาเสริมความงาม”หานจงครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนสบตาลูกชายทั้งสองคนและตัดสินใจทันที


    “พ่อสูตรใหม่มันอันตรายมากนะ!” หานเฉินพยายามท้วงติงพ่อตนเอง


    “ทำเลย!” หานจงโบกมือปฏิเสธข้อโต้แย้งของหานเฉิน


    หลิวเย่ที่นั่งอยู่บนหลังคาวิลล่าใช้สัมผัสสวรรค์ดูและฟังการสนทนาของพวกเขาแล้วส่ายหน้าเบาๆ


    “พวกคุณโลภมากเกินไปและไม่เห็นคุณค่าของคนที่ซื้อสินค้าไปเลย”


    จากนั้นรอยยิ้มโหดแสยะขึ้น“ฉันจะลงโทษพวกเขาสถานเบาก็แล้วกัน!”


    ทันใดนั้นหลิวเย่ล่องหนเข้าไปในห้องหนังสือ


    แล้วใช้การสะกดจิตด้วยทักษะจิตวิญญาณชูราทำให้ชายทั้งสามคนในห้องกลายเป็นคนปัญญาอ่อน


    คล้ายกับที่เขาทำกับญาติที่ไร้ค่านั่น!


    นี่คือบทลงโทษสถานเบาสำหรับพวกเขา!


    การฆ่าให้ตายมันง่ายเกินไป!


    หลิวเย่จะปล่อยให้พวกเขาได้ลิ้มรสชาติของการอยู่ไม่สู้ตาย!


    เขาใจดีมีเมตตาแล้วที่ไม่ทำให้พวกเขาเจ็บปวดทรมานแสนสาหัส!


    ..........


    บ่ายวันจันทร์เจ้าอ้วนโม่หยานไป๋โทรหาหลิวเย่


    “กัปตัน! มีข่าวรายงาน!”น้ำเสียงกระหายการต่อสู้ดังมาตามสาย


    “อืม ว่าอย่างไร?”


    “สายข่าวรายงานแหล่งกบดานของพวกองค์กรซีเคร็ตแล้วพวกมันกระจายตัวอยู่ทั่วเมือง และเข้ามามากถึงหนึ่งร้อยคน มี

    นักฆ่าฝีมือระดับสูงของพวกมันเข้ามาสองคน”


    “เป้าหมายพวกมัน?” หลิวเย่ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจกับจำนวนที่เข้ามามากผิดปกติ


    “พวกมันต้องการยาเม็ดเลื่อนระดับความแข็งแกร่ง!” น้ำเสียงไม่แน่ใจของเจ้าอ้วนดังขึ้น


    “หือ?” คำตอบของเจ้าอ้วนทำให้หลิวเย่ตกตกตะลึง


    ใครกันที่เป็นผู้ฝึกฝนและมียาเม็ดเลื่อนระดับนั่น!


    และใครกันที่ต้องการมันขนาดที่ทุ่มเทกำลังคนมากเช่นนี้!


    หลิวเย่หรี่ตาลงอย่างครุ่นคิดแล้วถามเจ้าอ้วน


    “แหล่งกบดานของนักฆ่าอยู่ที่ไหน?” เขาต้องการตรวจสอบสถานการณ์กับนักฆ่ามากกว่า


    เป็นเพราะว่าเขาไม่แน่ใจว่าสมาชิกคนอื่นๆจะมีใครรู้ข้อมูลของยาเม็ดเลื่อนระดับ


    “วิลล่าหลังที่เจ็ดในเขตปินไห่”เจ้าอ้วนตอบอย่างมั่นใจเพราะนี่เป็นผลงานการแฮ็คข้อมูลของเขาเอง


    “อืม ดีมาก! พวกคุณควรไปทักทายพวกที่เหลือสักหน่อยเขาอุตส่าห์มาเยี่ยมแล้ว ส่วนนักฆ่าฉันจะจัดการเอง”


    หลิวเย่ยิ้มเหี้ยมเกรียมพลางออกคำสั่งให้ทีมกองกำลังพิเศษกวาดล้างพวกมันก่อน


    แทนที่จะปล่อยให้อาชญากรเหล่านี้สร้างปัญหา


    “รับทราบ!” น้ำเสียงตื่นเต้นของเจ้าอ้วนดังขึ้น


    หลิวเย่โทรแจ้งข่าวนักฆ่าขององค์กรซีเคร็ตกับโจวเริ่น


    “บอสหลิวพวกมันบังอาจเข้ามาในเมืองนี้แล้ว?”น้ำเสียงเคียดแค้นของโจวเริ่นดังก้อง


    “ใช่หากคุณต้องการมีส่วนร่วม! เจอกันที่วิลล่าหลังที่เจ็ดในเขตปินไห่!”หลิวเย่ต้องการให้พวกเขาได้มีโอกาสชำระหนี้

    แค้น


    หลิวเย่เหินบินตรงไปยังวิลล่าหลังที่เจ็ดในเขตปินไห่


    เขายืนเฝ้าสังเกตการณ์ภายในวิลล่าหลังนั้น


    และรอเวลาให้ทีมของโจวเริ่นเดินทางมาถึง


    สิบนาทีต่อมา


    โจวเริ่นและลูกทีมอีก6 คน เชาต้าซี คังหยาง ก้วยหยง อ้ายเฟย หลินฟ่าน และเป่ยเซียง


    ทุกคนยืนต่อหน้าหลิวเย่ด้วยแววตาและสีหน้าที่กระหายเลือดและต้องการแก้แค้น


    “ในนั้นมีนักฆ่าจากองค์กรซีเคร็ตฝีมือเหนือกว่าพวกคุณคนหนึ่งแต่ที่เหลือฉันคิดว่าพวกคุณสามารถจัดการได้”


    หลิวเย่บอกข้อมูลสำคัญและเขาไม่ต้องการให้ทีมของโจวเริ่นเสี่ยงมากเกินไป


    “หากเป็นพวกมันไม่ว่าชายหรือหญิงล้วนแต่โหดเหี้ยมอำมหิต และพวกเราจะไม่ละเว้นพวกมันแม้แต่คนเดียว”


    โจวเริ่นพูดอย่างจริงจัง


    “อืม ไปเถอะ”หลิวเย่พยักหน้าและส่งสัญญาณให้พวกเขาบุกเข้าไป


    สำหรับหลิวเย่เขาพุ่งตรงไปยังตำแหน่งของหญิงสาวสวยคนหนึ่งซึ่งเธอมีขอบเขตแกนเสมือนระดับกลาง


    มันสูงกว่าพวกของโจวเริ่นมากนักและเธอน่าจะมีข้อมูลสำคัญสำหรับเขา


    เธอนั่งจิบชาบนโซฟาในห้องโถงคนเดียว


    “ห๊ะ!” ความรู้สึกถึงอันตรายทำให้จินอ้ายซัดมีดบินพลังปราณเข้าใส่ทิศทางที่รู้สึกถึงอันตรายนั้น


    “โอ๊ย!” แต่มีดบินพลังปราณที่อ่อนด้อยไม่สามารถทำอันตรายอะไรหลิวเย่ได้เลย!


    เขาโบกมือส่งมีดบินนั้นคืนให้เธอทำให้เธอกระเด็นและมีดกรีดตามร่างกายจนเลือดอาบทั่วร่าง


    “อึ๊ก คุณเป็นใคร?” น้ำเสียงที่ข่มกลั้นความเจ็บปวดเงยหน้าถามหลิวเย่อย่างสงสัย


    “.....”หลิวเย่ไม่อยากเสียเวลา เขากางมือคว้าหัวของเธอแล้วสืบค้นความทรงจำทันที


    มีภาพชายหนุ่มสวมหน้ากากคนหนึ่งยืนมือไขว้หลังในห้องโถงแปลกตา


    และจินอ้ายที่กำลังยืนอยู่ด้านล่าง


    พวกเขากำลังพูดคุยกัน


    “หมายเลข 2คุณมีหน้าที่นำยาเม็ดเลื่อนระดับแกนทองคำมาให้ฉัน!”เสียงสั่งการแหบต่ำดังขึ้น


    “นั่นมันมีจริงเหรอเจ้านาย?” จินอ้ายถามด้วยความสงสัย


    เธอรู้มาว่าผู้ที่สามารถปรุงยาเลื่อนระดับแกนทองคำได้นั้นหายสาบสูญไปมากกว่าสิบปี


    และคนสุดท้ายที่ได้รับยาเม็ดนั้นคือรุ่นพี่ของเธอเองหม่าเหยียน


    “อืมมันเป็นสมบัติตกทอดของตระกูลจ้าว!”


    หม่าจงตอบคำถามของจินอ้ายด้วยความรู้สึกหลากหลาย


    บันทึกของอาจารย์พวกเขาระบุไว้ชัดเจนว่ายาเม็ดเลื่อนระดับถูกเก็บไว้โดยตระกูลจ้าว


    ทาสรับใช้ที่ซื่อสัตย์ของอาจารย์ที่เป็นศัตรูคู่แค้นของอาจารย์พวกเขา!


    แต่ทว่าตระกูลจ้าวในเวลานี้ตกต่ำลงมาก!


    ดังนั้นพวกเขาไม่สมควรที่จะใช้ยาเม็ดเลื่อนระดับนั้นอย่างสิ้นเชิง


    “รับคำสั่งเจ้านาย!” จินอ้ายก้มหัวคำนับชายสวมหน้ากากอย่างเคารพ


    เมื่อเขารับรู้ข้อมูลและเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว


    หลิวเย่ส่งมีดบินพลังปราณพุ่งเข้าตัดเส้นชีพจรของจินอ้ายทันที


    “โอ๊ย! อ๊าก!”เสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดดังสนั่น


    ครู่หนึ่งพวกของโจวเริ่นวิ่งเข้ามาในห้องโถง


    ตามร่างกายของพวกเขามีเลือดสาดกระเซ็นทั่วร่าง


    ไม่รู้ว่าเป็นเลือดของพวกเขาเองหรือเลือดฝ่ายตรงข้าม


    “นี่ใช่หนึ่งในคนที่พวกคุณต้องการหรือไม่?” หลิวเย่หันมาถามพวกของโจวเริ่น


    เขาต้องการให้โอกาสพวกเขาได้ลงมือแก้แค้นเองหากไม่ใช่ เขาจะสังหารเธอเสีย


    “ใช่!” เสียงโกรธแค้นและแววตาเคียดแค้นมาจากพวกเขาทุกคน


    “อืม จัดการตามสบายและเคลียร์ที่นี่ด้วยฉันจะไปก่อน”หลิวเย่สั่งการกับพวกเขาเสร็จแล้วเขาเหินตัวบินกลับที่พักอพาร์ต

    เมนท์โดยตรง


    เขาไม่ได้สนใจเหตุการณ์ต่อจากนั้นว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับจินอ้าย


    ให้พวกของโจวเริ่นเป็นคนตัดสินใจเองแล้วกัน


    ..........


    เมื่อหลิวเย่กลับมาถึงอพาร์ตเมนท์แล้ว


    เขากังวลใจเพราะยังมีนักฆ่าเหลืออีกคนหนึ่งจากองค์กรซีเคร็ต


    จึงนำตัวสอดแนมที่เหลืออยู่สิบตัวออกมาติดตั้งระบบตามหาจ้าวเชิงชุนและจ้าวหวางห่าว


    หากองค์กรซีเคร็ตต้องการยาเม็ดเลื่อนระดับแกนทองคำนั้นจริง!


    ตระกูลจ้าวที่ชายสวมหน้ากากพูดน่าจะหมายถึงตระกูลจ้าวของชายชรา จ้าวเชิงชุน!


    เนื่องจากเขาพบร่องรอยของพลังปราณจากชายชราที่อยู่ในขอบเขตสร้างฐานรากระดับปลาย!


    ส่วนจ้าวหวางห่าวอยู่ในขอบเขตสร้างฐานรากระดับต้นเท่านั้น!


    ซึ่งเป็นขอบเขตที่ต่ำกว่าเขามากนัก


    จึงไม่ได้สนใจพวกเขาในวันที่ไปทำลายค่ายกลพันปี


    “อืมสงสัยว่าในกล่องไม้นั่น อาจมีเม็ดยาอยู่ ถึงได้ทำให้พวกองค์กรซีเคร็ตโผล่มาตอนนี้”


    หลิวเย่ลูบคางครุ่นคิดคาดเดาถึงความลับของตระกูลจ้าวที่เขายังไม่รู้?!


    ..........


    เช้าวันอังคารก่อนเข้าเรียน


    หลิวเย่ไปแผนกวิชาการเพื่อยื่นขอลาเรียนในวันพรุ่งนี้


    เนื่องจากเขาจะเข้าร่วมงานพิธีเปิดร้านอัญมณี“หรงเหยา”


    และกังวลใจหากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นโดยที่เขาไม่ได้อยู่ที่นั่น!


    เย็นวันนี้หลิวเย่ไปดูความเรียบร้อยของสถานที่ร้านอัญมณี“หรงเหยา”


    และเมื่อทุกคนกลับบ้านไปหมดแล้ว


    เขาได้จัดรูปแบบประติมากรรมตามแบบร่างที่เคยให้ไว้กับฟู่หยาง


    วันพรุ่งนี้ที่จะเป็นพิธีเปิดร้าน


    ทุกคนที่ได้เข้าร่วมงานจะต้องตื่นตะลึงกับความสวยงามอลังการของอัญมณีล้ำค่ามากมายที่เขาจัดแสดง


    หลิวเย่ใช้พลังปราณเข้าช่วยในการจัดเรียงตามแบบ


    สุดท้ายนำหินพลังงานมาจัดวางค่ายกลมังกรบิน


    เพื่อให้ป้องกันและโจมตีสะท้อนกลับสำหรับคนที่จะมาโจรกรรมอัญมณีเหล่านี้


    หลิวเย่พยักหน้าพอใจกับผลงานที่ออกมาสมบูรณ์แบบ


    “อืม ใช้ได้หวังว่าพรุ่งนี้จะไม่มีเหตุวุ่นวายจนเกินไปนัก!”


    เขากลับที่พักและตรวจสอบโทรศัพท์มือถือพบว่าไม่มีสัญญาณแจ้งเตือนจากตัวสอดแนมว่าพบคนตระกูลจ้าวแล้ว


    หลิวเย่ปล่อยวางเรื่องนี้ไปก่อน


    “สวัสดีกัปตัน!” เสียงทักทายจากหูตงรองหัวหน้าแผนกฝึกของกองกำลังพิเศษโทรมาตอนดึก


    “มีอะไร?” หลิวเย่ถามเสียงเรียบ


    “รายงานสถานการณ์! พวกเรากวาดล้างสมาชิกองค์กรซีเคร็ดได้มากกว่าครึ่งแล้วบางส่วนหลบหนีไปได้ แต่เรากำลัง

    ติดตามอย่างใกล้ชิด มีเรื่องแปลกเกิดขึ้นที่วิลล่าหลังที่เจ็ดในเขตปินไห่”หูตงกล่าวด้วยความสงสัย


    “หืม มีอะไรเหรอ?” หลิวเย่ถามอย่างเป็นธรรมชาติ


    “พวกเราพบร่องรอยศพของสมาชิกองค์กรซีเคร็ตบางคนและวิลล่านั้นมีเหตุปะทะกันอย่างรุนแรง แต่อีกฝ่ายไม่ทราบว่าเป็นใคร?” หูตงคาดเดาจากหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ


    “อืม ไม่ต้องสนใจมากนักตามหานักฆ่าระดับสูงที่เหลือให้เจอโดยเร็ว” เขารู้ว่าเป็นฝีมือของพวกโจวเริ่น


    ดังนั้นเขาแค่สั่งให้กองกำลังพิเศษตามหาตัวคนสำคัญดีกว่า


    “รับทราบ!”


    หลิวเย่สบายใจเปลาะหนึ่งอย่างน้อยก็กำจัดสมาชิกองค์กรซีเคร็ตได้หลายคน


    ..........


    รุ่งเช้าหลิวเย่ขับรถไปยังร้านอัญมณี“หรงเหยา”


    วันนี้เวลา 09.09น. จะมีพิธีเปิดร้านอย่างเป็นทางการ


    หลิวเย่ใช้สัมผัสสวรรค์สำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบ


    พบพวกของโจวเริ่นที่กระจายกำลังครอบคลุมทุกจุดที่สำคัญ


    ไม่เว้นแม้แม้บริเวณหน้าห้องน้ำชายหญิง


    “อืม เตรียมการได้ดีหวังว่าจะไม่มีเรื่องวุ่นวายนัก!”หลิวเย่พยักหน้าอย่างพึงพอใจกับประสิทธิภาพการทำงานของพวก  โจวเริ่น


    เวลา 08.45 น.ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาร่วมงานจำนวนมาก ทำให้การจราจรติดขัด


    มีความโกลาหลเล็กน้อยบริเวณทางเข้าที่เปิดให้เข้าชมเฉพาะผู้ที่ได้รับบัตรเชิญ


    ส่วนผู้ที่ไม่มีบัตรเชิญแต่อยากเข้าไปชมต่างส่งเสียงโวยวายไม่พอใจ


    กลางห้องโถงมีซุ้มมังกรและหงส์ร่ายรำด้วยกันประดับประดาไปด้วยหินหยกเจ็ดสี หินหยกสีต่างๆ ไข่มุกราตรีไข่มุก

    ธรรมดา เพชรและพลอยโดยมีเหรียญทองคำจัดเรียงเป็นฐานด้านล่าง


    แสงนวลตาจากหินหยกแสงสว่างเจิดจ้าจากเพชรพลอย แสงนวลอบอุ่นจากไข่มุกราตรี แสงทองทรงพลังจากเหรียญ

    ทองคำนับไม่ถ้วนและแสงแวววาวจากอัญมณีอื่นๆอีกมากมาย


    “โอ้นี่มันสวยมาก ฉันเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก!”


    “นี่ใช่ไข่มุกราตรีจริงไหม? ทำไมมีมากขนาดนี้!”


    “โอ๊ยแสงสว่างของความสวยงามมันแสบตาฉันไปหมด!”


    “อัศจรรย์เสียจริง! นี่คือหยกเจ็ดสีจริงเหรอ! ดูสิแกะสลักได้สวยงามมาก!”


    “โอ้นี่ช่างเหมือนอยู่ท่ามกลางสวนสวรรค์เลย!”


    “อ๊าฉันได้มาเห็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกแล้ว!”


    “นี่มันต้องเป็นฝีมือของศิลปินระดับปรมาจารย์ถึงจะสามารถสร้างสรรค์ผลงานอันวิจิตรเช่นนี้ได้”


    “เฮ้ ฉันต้องได้รางวัลพิเศษในวันนี้!”


    “ไม่ ฉันต่างหากที่จะเป็นผู้โชคดี!”


    เสียงชื่นชมและอิจฉาดังทั่วห้องโถงชั้นล่างที่จัดแสดงประติมากรรมข้างๆกับเวทีเปิดงาน


    ผู้คนแวะเวียนเข้ามาชื่นชมและอยากจะสัมผัสกับอัญมณีเหล่านั้น


    แต่ปรากฏว่าพวกเขาไม่สามารถเข้าถึงได้เลยแม้แต่ก้าวเดียว!


    “นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ฉันเหมือนจะสัมผัสไข่มุกราตรีได้แต่มีอะไรบางๆกั้นอยู่”เสียงอุทานด้วยความแปลกใจดังขึ้น


    “อืม เหมือนกันฉันอยากดูหยกเจ็ดสีใกล้ๆ แต่ฉันเข้าไปมากกว่านี้ไม่ได้!”


    “นั่นสิฉันก็เข้าไปไม่ได้ ได้แต่ยืนดูตรงนี้!”น้ำเสียงไม่พอใจมีจากบางคน


    “เฮ้อ เป็นธรรมดาต้องเข้าใจเขาสิ พวกคุณดู ราคารวมๆทั้งหมดในนี้ไม่ต่ำกว่าพันล้านหยวนแน่นอน แล้วจะมีใครกล้าให้

    พวกคุณจับได้ง่ายดายนักล่ะ”มีเสียงอธิบายจากหญิงวัยกลางคนที่แต่งตัวหรูหรา


    “อืม นั่นสิแค่ได้มองด้วยตาก็พอแล้ว!” อีกเสียงยอมรับอย่างไม่เต็มใจนัก


    คล้ายกับเรื่องฉันมีเทเลพอร์ตสุดเจ๋ง(ทั้งเรื่องติดหัวใจแค่4ตอน) ที่คุณอ่าน