ตอนที่55 ความโด่งดังของร้านอัญมณี
เสียงร้องด้วยความตื่นตระหนกจากจ้าวเชิงชุนและจ้าวหวางห่าว
พวกเขาไม่พบหลิวเย่มาทานอาหารเช้า!
จึงคิดไปว่าหลิวเย่อาจมาที่ค่ายกลพันปีนี้!
พวกเขาพร้อมด้วยชายฉกรรจ์อีกนับสิบคนได้เร่งรุดมาด้วยความเป็นห่วง!
แต่ภาพที่ปรากฏต่อหน้าทำให้พวกเขาตื่นตระหนก!
จากเดิมที่เป็นป่ารกชัฏมีต้นไม้และเถาวัลย์ปกคลุมไปทั่วบริเวณ!
แต่ในตอนนี้ป่าเสาหินเป็นเหมือนสวนพฤกษาที่มีเสาหินประดับเพื่อความสวยงามอย่างเป็นระเบียบ
ความรกรุงรังจากหายไปอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง!
“โอ้ นี่ใช่ฝีมือคุณหลิวไหม?” เสียงพึมพำด้วยความสงสัยของจ้าวหวางห่าว
“อืมน่าทึ่งเสียจริงที่นายหลิวสามารถแก้ไขค่ายกลพันปีได้!”จ้าวเชิงชุนพยักหน้าอย่างตื่นเต้นดีใจ
ทันใดนั้นมีแสงวูบดำโฉบลงมาจากท้องฟ้าและชะลอตัวลงจอดบนพื้นห่างจากจุดที่พวกยืนราวครึ่งลี้
“โอ๊ะ นั่นคุณหลิวนี่!” จ้าวหวางห่าวมองเห็นหลิวเย่ที่ลงยืนกับพื้นพลางตะโกนด้วยความแปลกใจ
“จริงด้วย เขามาแล้ว!” จ้าวเชิงชุนดีใจและเดินนำหน้าทุกคนไปหาหลิวเย่
เมื่อเข้ามาใกล้ๆพวกเขาเห็นหลิวเย่มีอาการหน้าซีดและอ่อนเพลีย
“คุณหลิวเป็นอย่างไรบ้าง?” น้ำเสียงที่ห่วงใยของจ้าวหวางห่าวถามขึ้นมา
“ไม่เป็นไรนี่ของพวกคุณ!” หลิวเย่โบกมือปฏิเสธและนำกล่องไม้ขนาดย่อมออกมาจากมิติพื้นที่โดยตรง
“ห๊ะ!” จ้าวเชิงชุนและทุกคนตื่นตะลึงตัวแข็งทื่อที่เห็นกล่องไม้จู่ๆโผล่ออกมาจากอากาศ
“นี่นี่คือของพวกเรา?”น้ำเสียงไม่แน่ใจมาจากจ้าวเชิงชุน
“.....” หลิวเย่พยักหน้าแทนคำตอบ
ในเวลานี้เขารู้สึกอ่อนเพลียมากเสียจนพร้อมจะล้มลงกับพื้น!
การทำลายค่ายกลพันปีที่ต้องใช้พลังปราณและความมุ่งมั่นมหาศาล!
ได้เผาผลาญพลังปราณไปเป็นจำนวนมาก!
เนื่องจากเสาหินแต่ละต้นถูกฝังและยึดเหนี่ยวจากคาถาของผู้ฝึกฝนขอบเขตแกนเทพไม่ใช่แกนสวรรค์
และนั่นเป็นขอบเขตที่เหนือกว่าเขามากมายนัก!
“ฉันต้องการพักผ่อน!” หลิวเย่ฝืนพูดบอกพวกเขาก่อนจะเหินตัวก้าวกระโดดอย่างรวดเร็วไปยังห้องพัก
“ทุกคนกลับไปเฝ้ายามคุณหลิวและรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด” น้ำเสียงเฉียบขาดของชายชราสั่งการกับชายฉกรรจ์ที่ยืนอยู่ตรงนั้น
“รับทราบ!” เสียงหนักแน่นดังพร้อมกัน
จากนั้นพวกเขาหันหลังวิ่งกลับไปทางวิลล่า
จ้าวเชิงชุนประครองกล่องไม้อย่างทะนุถนอมโดยมีจ้าวหวางห่าวเดินตามหลัง
..........
เวลา 13.00 น.ของวันรุ่งขึ้น
หลิวเย่ค่อยๆลืมตาขึ้นในห้องนอนรับแขกของวิลล่าตระกูลจ้าว
เขาลุกขึ้นนั่งและทบทวนเหตุการณ์เมื่อวานนี้!
นิ้วโป้งมือซ้ายลูบนิ้วชี้ด้วยความรู้สึกประหลาดใจ!
“ฉันมีแหวนไหม? ทำไมมันรู้สึกคล้ายกับมีวงแหวนอยู่บนนิ้วนี้”ความรู้สึกคลุมเครือเกิดขึ้นในใจของเขา
พลันเสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น
หลิวเย่หยิบมาออกมาจากกระเป๋าเป้และพบเบอร์โทรของเจ้าอ้วน
“สวัสดี”เขารับสายทันที
“รายงาน! กัปตัน!”เจ้าอ้วนทักทายเขาด้วยเสียงเคร่งเครียด
“อืม ว่ามา?”
“สายข่าวรายงานมาว่าสมาชิกองค์กรซีเคร็ตหลายคนทยอยเข้ามากบดานอยู่ในเมืองเทียนจินพวกมันเหมือนมีจุดประสงค์
บางอย่าง แผนกข่าวกรองกำลังตามสืบเรื่องนี้อยู่” เจ้าอ้วนสรุปรายงานให้เขาฟัง
“หืมพวกมันคิดจะทำอะไรกันแน่? คุณตรวจสอบข้อมูลต่อไปพบสิ่งใดที่ผิดปกติรีบรายงานฉัน!”หลิวเย่แปลกใจที่พวก
องค์กรซีเคร็ตมีการเคลื่อนไหวในเมืองและเวลานี้
“รับทราบ!”
จากนั้นเขาส่งข้อความถึงทุกคนในทีมกองกำลังพิเศษเพื่อเฝ้าระวังเหตุฉุกเฉิน
เขาไม่ได้กังวลหากพวกมันมาหาเรื่องพวกเขา!
แต่เขากังวลหากเหตุร้ายใดๆเกิดขึ้นกับประชาชนผู้บริสุทธิ์
หลังจากพักผ่อนอย่างเต็มที่และรับประทานอาหารเสร็จแล้ว
หลิวเย่เดินทางกลับเมืองเทียนจินตามลำพัง
จ้าวหวางห่าวขอโทษเขาที่ไม่สามารถเดินทางกลับด้วย
..........
เวลา 21.00 น.หลิวเย่เดินทางถึงสนามบินเมืองเทียนจิน
เขาไม่ได้เดินทางกลับห้องพักที่อพาร์ตเมนท์ทันที!
แต่มุ่งหน้าไปยังวิลล่าของหานจง!
ถึงเวลาจัดการกับความโลภของหานจงแล้ว!
ในตอนนี้หานจงยังทำงานอยู่ในห้องหนังสือโดยมีหานเฉินและหานจูลูกชายทั้งสองคนของเขา
ขาดแต่หานเล่ยที่ไม่ได้อยู่ในห้องด้วยกัน
“พ่อต่อไปพวกเราไม่มียาอายุวัฒนะแล้ว ยอดขายสินค้าจะลดลงอย่างมาก!” น้ำเสียงกังวลของหานเฉินดังขึ้น
“เราสามารถปรับปรุงสูตรยาเสริมความงามเพื่อลดต้นทุนได้”หานจูแสดงความคิดเห็นออกมา
“พวกเราไม่เคยต้องก้มหัวให้ใครในเมื่อนายหลิวทำเช่นนี้ก็ใช่ว่าเราจะล้มลง อาจูไปจัดการเรื่องปรับปรุงสูตรยาเสริมความงาม”หานจงครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนสบตาลูกชายทั้งสองคนและตัดสินใจทันที
“พ่อสูตรใหม่มันอันตรายมากนะ!” หานเฉินพยายามท้วงติงพ่อตนเอง
“ทำเลย!” หานจงโบกมือปฏิเสธข้อโต้แย้งของหานเฉิน
หลิวเย่ที่นั่งอยู่บนหลังคาวิลล่าใช้สัมผัสสวรรค์ดูและฟังการสนทนาของพวกเขาแล้วส่ายหน้าเบาๆ
“พวกคุณโลภมากเกินไปและไม่เห็นคุณค่าของคนที่ซื้อสินค้าไปเลย”
จากนั้นรอยยิ้มโหดแสยะขึ้น“ฉันจะลงโทษพวกเขาสถานเบาก็แล้วกัน!”
ทันใดนั้นหลิวเย่ล่องหนเข้าไปในห้องหนังสือ
แล้วใช้การสะกดจิตด้วยทักษะจิตวิญญาณชูราทำให้ชายทั้งสามคนในห้องกลายเป็นคนปัญญาอ่อน
คล้ายกับที่เขาทำกับญาติที่ไร้ค่านั่น!
นี่คือบทลงโทษสถานเบาสำหรับพวกเขา!
การฆ่าให้ตายมันง่ายเกินไป!
หลิวเย่จะปล่อยให้พวกเขาได้ลิ้มรสชาติของการอยู่ไม่สู้ตาย!
เขาใจดีมีเมตตาแล้วที่ไม่ทำให้พวกเขาเจ็บปวดทรมานแสนสาหัส!
..........
บ่ายวันจันทร์เจ้าอ้วนโม่หยานไป๋โทรหาหลิวเย่
“กัปตัน! มีข่าวรายงาน!”น้ำเสียงกระหายการต่อสู้ดังมาตามสาย
“อืม ว่าอย่างไร?”
“สายข่าวรายงานแหล่งกบดานของพวกองค์กรซีเคร็ตแล้วพวกมันกระจายตัวอยู่ทั่วเมือง และเข้ามามากถึงหนึ่งร้อยคน มี
นักฆ่าฝีมือระดับสูงของพวกมันเข้ามาสองคน”
“เป้าหมายพวกมัน?” หลิวเย่ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจกับจำนวนที่เข้ามามากผิดปกติ
“พวกมันต้องการยาเม็ดเลื่อนระดับความแข็งแกร่ง!” น้ำเสียงไม่แน่ใจของเจ้าอ้วนดังขึ้น
“หือ?” คำตอบของเจ้าอ้วนทำให้หลิวเย่ตกตกตะลึง
ใครกันที่เป็นผู้ฝึกฝนและมียาเม็ดเลื่อนระดับนั่น!
และใครกันที่ต้องการมันขนาดที่ทุ่มเทกำลังคนมากเช่นนี้!
หลิวเย่หรี่ตาลงอย่างครุ่นคิดแล้วถามเจ้าอ้วน
“แหล่งกบดานของนักฆ่าอยู่ที่ไหน?” เขาต้องการตรวจสอบสถานการณ์กับนักฆ่ามากกว่า
เป็นเพราะว่าเขาไม่แน่ใจว่าสมาชิกคนอื่นๆจะมีใครรู้ข้อมูลของยาเม็ดเลื่อนระดับ
“วิลล่าหลังที่เจ็ดในเขตปินไห่”เจ้าอ้วนตอบอย่างมั่นใจเพราะนี่เป็นผลงานการแฮ็คข้อมูลของเขาเอง
“อืม ดีมาก! พวกคุณควรไปทักทายพวกที่เหลือสักหน่อยเขาอุตส่าห์มาเยี่ยมแล้ว ส่วนนักฆ่าฉันจะจัดการเอง”
หลิวเย่ยิ้มเหี้ยมเกรียมพลางออกคำสั่งให้ทีมกองกำลังพิเศษกวาดล้างพวกมันก่อน
แทนที่จะปล่อยให้อาชญากรเหล่านี้สร้างปัญหา
“รับทราบ!” น้ำเสียงตื่นเต้นของเจ้าอ้วนดังขึ้น
หลิวเย่โทรแจ้งข่าวนักฆ่าขององค์กรซีเคร็ตกับโจวเริ่น
“บอสหลิวพวกมันบังอาจเข้ามาในเมืองนี้แล้ว?”น้ำเสียงเคียดแค้นของโจวเริ่นดังก้อง
“ใช่หากคุณต้องการมีส่วนร่วม! เจอกันที่วิลล่าหลังที่เจ็ดในเขตปินไห่!”หลิวเย่ต้องการให้พวกเขาได้มีโอกาสชำระหนี้
แค้น
หลิวเย่เหินบินตรงไปยังวิลล่าหลังที่เจ็ดในเขตปินไห่
เขายืนเฝ้าสังเกตการณ์ภายในวิลล่าหลังนั้น
และรอเวลาให้ทีมของโจวเริ่นเดินทางมาถึง
สิบนาทีต่อมา
โจวเริ่นและลูกทีมอีก6 คน เชาต้าซี คังหยาง ก้วยหยง อ้ายเฟย หลินฟ่าน และเป่ยเซียง
ทุกคนยืนต่อหน้าหลิวเย่ด้วยแววตาและสีหน้าที่กระหายเลือดและต้องการแก้แค้น
“ในนั้นมีนักฆ่าจากองค์กรซีเคร็ตฝีมือเหนือกว่าพวกคุณคนหนึ่งแต่ที่เหลือฉันคิดว่าพวกคุณสามารถจัดการได้”
หลิวเย่บอกข้อมูลสำคัญและเขาไม่ต้องการให้ทีมของโจวเริ่นเสี่ยงมากเกินไป
“หากเป็นพวกมันไม่ว่าชายหรือหญิงล้วนแต่โหดเหี้ยมอำมหิต และพวกเราจะไม่ละเว้นพวกมันแม้แต่คนเดียว”
โจวเริ่นพูดอย่างจริงจัง
“อืม ไปเถอะ”หลิวเย่พยักหน้าและส่งสัญญาณให้พวกเขาบุกเข้าไป
สำหรับหลิวเย่เขาพุ่งตรงไปยังตำแหน่งของหญิงสาวสวยคนหนึ่งซึ่งเธอมีขอบเขตแกนเสมือนระดับกลาง
มันสูงกว่าพวกของโจวเริ่นมากนักและเธอน่าจะมีข้อมูลสำคัญสำหรับเขา
เธอนั่งจิบชาบนโซฟาในห้องโถงคนเดียว
“ห๊ะ!” ความรู้สึกถึงอันตรายทำให้จินอ้ายซัดมีดบินพลังปราณเข้าใส่ทิศทางที่รู้สึกถึงอันตรายนั้น
“โอ๊ย!” แต่มีดบินพลังปราณที่อ่อนด้อยไม่สามารถทำอันตรายอะไรหลิวเย่ได้เลย!
เขาโบกมือส่งมีดบินนั้นคืนให้เธอทำให้เธอกระเด็นและมีดกรีดตามร่างกายจนเลือดอาบทั่วร่าง
“อึ๊ก คุณเป็นใคร?” น้ำเสียงที่ข่มกลั้นความเจ็บปวดเงยหน้าถามหลิวเย่อย่างสงสัย
“.....”หลิวเย่ไม่อยากเสียเวลา เขากางมือคว้าหัวของเธอแล้วสืบค้นความทรงจำทันที
มีภาพชายหนุ่มสวมหน้ากากคนหนึ่งยืนมือไขว้หลังในห้องโถงแปลกตา
และจินอ้ายที่กำลังยืนอยู่ด้านล่าง
พวกเขากำลังพูดคุยกัน
“หมายเลข 2คุณมีหน้าที่นำยาเม็ดเลื่อนระดับแกนทองคำมาให้ฉัน!”เสียงสั่งการแหบต่ำดังขึ้น
“นั่นมันมีจริงเหรอเจ้านาย?” จินอ้ายถามด้วยความสงสัย
เธอรู้มาว่าผู้ที่สามารถปรุงยาเลื่อนระดับแกนทองคำได้นั้นหายสาบสูญไปมากกว่าสิบปี
และคนสุดท้ายที่ได้รับยาเม็ดนั้นคือรุ่นพี่ของเธอเองหม่าเหยียน
“อืมมันเป็นสมบัติตกทอดของตระกูลจ้าว!”
หม่าจงตอบคำถามของจินอ้ายด้วยความรู้สึกหลากหลาย
บันทึกของอาจารย์พวกเขาระบุไว้ชัดเจนว่ายาเม็ดเลื่อนระดับถูกเก็บไว้โดยตระกูลจ้าว
ทาสรับใช้ที่ซื่อสัตย์ของอาจารย์ที่เป็นศัตรูคู่แค้นของอาจารย์พวกเขา!
แต่ทว่าตระกูลจ้าวในเวลานี้ตกต่ำลงมาก!
ดังนั้นพวกเขาไม่สมควรที่จะใช้ยาเม็ดเลื่อนระดับนั้นอย่างสิ้นเชิง
“รับคำสั่งเจ้านาย!” จินอ้ายก้มหัวคำนับชายสวมหน้ากากอย่างเคารพ
เมื่อเขารับรู้ข้อมูลและเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว
หลิวเย่ส่งมีดบินพลังปราณพุ่งเข้าตัดเส้นชีพจรของจินอ้ายทันที
“โอ๊ย! อ๊าก!”เสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดดังสนั่น
ครู่หนึ่งพวกของโจวเริ่นวิ่งเข้ามาในห้องโถง
ตามร่างกายของพวกเขามีเลือดสาดกระเซ็นทั่วร่าง
ไม่รู้ว่าเป็นเลือดของพวกเขาเองหรือเลือดฝ่ายตรงข้าม
“นี่ใช่หนึ่งในคนที่พวกคุณต้องการหรือไม่?” หลิวเย่หันมาถามพวกของโจวเริ่น
เขาต้องการให้โอกาสพวกเขาได้ลงมือแก้แค้นเองหากไม่ใช่ เขาจะสังหารเธอเสีย
“ใช่!” เสียงโกรธแค้นและแววตาเคียดแค้นมาจากพวกเขาทุกคน
“อืม จัดการตามสบายและเคลียร์ที่นี่ด้วยฉันจะไปก่อน”หลิวเย่สั่งการกับพวกเขาเสร็จแล้วเขาเหินตัวบินกลับที่พักอพาร์ต
เมนท์โดยตรง
เขาไม่ได้สนใจเหตุการณ์ต่อจากนั้นว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับจินอ้าย
ให้พวกของโจวเริ่นเป็นคนตัดสินใจเองแล้วกัน
..........
เมื่อหลิวเย่กลับมาถึงอพาร์ตเมนท์แล้ว
เขากังวลใจเพราะยังมีนักฆ่าเหลืออีกคนหนึ่งจากองค์กรซีเคร็ต
จึงนำตัวสอดแนมที่เหลืออยู่สิบตัวออกมาติดตั้งระบบตามหาจ้าวเชิงชุนและจ้าวหวางห่าว
หากองค์กรซีเคร็ตต้องการยาเม็ดเลื่อนระดับแกนทองคำนั้นจริง!
ตระกูลจ้าวที่ชายสวมหน้ากากพูดน่าจะหมายถึงตระกูลจ้าวของชายชรา จ้าวเชิงชุน!
เนื่องจากเขาพบร่องรอยของพลังปราณจากชายชราที่อยู่ในขอบเขตสร้างฐานรากระดับปลาย!
ส่วนจ้าวหวางห่าวอยู่ในขอบเขตสร้างฐานรากระดับต้นเท่านั้น!
ซึ่งเป็นขอบเขตที่ต่ำกว่าเขามากนัก
จึงไม่ได้สนใจพวกเขาในวันที่ไปทำลายค่ายกลพันปี
“อืมสงสัยว่าในกล่องไม้นั่น อาจมีเม็ดยาอยู่ ถึงได้ทำให้พวกองค์กรซีเคร็ตโผล่มาตอนนี้”
หลิวเย่ลูบคางครุ่นคิดคาดเดาถึงความลับของตระกูลจ้าวที่เขายังไม่รู้?!
..........
เช้าวันอังคารก่อนเข้าเรียน
หลิวเย่ไปแผนกวิชาการเพื่อยื่นขอลาเรียนในวันพรุ่งนี้
เนื่องจากเขาจะเข้าร่วมงานพิธีเปิดร้านอัญมณี“หรงเหยา”
และกังวลใจหากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นโดยที่เขาไม่ได้อยู่ที่นั่น!
เย็นวันนี้หลิวเย่ไปดูความเรียบร้อยของสถานที่ร้านอัญมณี“หรงเหยา”
และเมื่อทุกคนกลับบ้านไปหมดแล้ว
เขาได้จัดรูปแบบประติมากรรมตามแบบร่างที่เคยให้ไว้กับฟู่หยาง
วันพรุ่งนี้ที่จะเป็นพิธีเปิดร้าน
ทุกคนที่ได้เข้าร่วมงานจะต้องตื่นตะลึงกับความสวยงามอลังการของอัญมณีล้ำค่ามากมายที่เขาจัดแสดง
หลิวเย่ใช้พลังปราณเข้าช่วยในการจัดเรียงตามแบบ
สุดท้ายนำหินพลังงานมาจัดวางค่ายกลมังกรบิน
เพื่อให้ป้องกันและโจมตีสะท้อนกลับสำหรับคนที่จะมาโจรกรรมอัญมณีเหล่านี้
หลิวเย่พยักหน้าพอใจกับผลงานที่ออกมาสมบูรณ์แบบ
“อืม ใช้ได้หวังว่าพรุ่งนี้จะไม่มีเหตุวุ่นวายจนเกินไปนัก!”
เขากลับที่พักและตรวจสอบโทรศัพท์มือถือพบว่าไม่มีสัญญาณแจ้งเตือนจากตัวสอดแนมว่าพบคนตระกูลจ้าวแล้ว
หลิวเย่ปล่อยวางเรื่องนี้ไปก่อน
“สวัสดีกัปตัน!” เสียงทักทายจากหูตงรองหัวหน้าแผนกฝึกของกองกำลังพิเศษโทรมาตอนดึก
“มีอะไร?” หลิวเย่ถามเสียงเรียบ
“รายงานสถานการณ์! พวกเรากวาดล้างสมาชิกองค์กรซีเคร็ดได้มากกว่าครึ่งแล้วบางส่วนหลบหนีไปได้ แต่เรากำลัง
ติดตามอย่างใกล้ชิด มีเรื่องแปลกเกิดขึ้นที่วิลล่าหลังที่เจ็ดในเขตปินไห่”หูตงกล่าวด้วยความสงสัย
“หืม มีอะไรเหรอ?” หลิวเย่ถามอย่างเป็นธรรมชาติ
“พวกเราพบร่องรอยศพของสมาชิกองค์กรซีเคร็ตบางคนและวิลล่านั้นมีเหตุปะทะกันอย่างรุนแรง แต่อีกฝ่ายไม่ทราบว่าเป็นใคร?” หูตงคาดเดาจากหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ
“อืม ไม่ต้องสนใจมากนักตามหานักฆ่าระดับสูงที่เหลือให้เจอโดยเร็ว” เขารู้ว่าเป็นฝีมือของพวกโจวเริ่น
ดังนั้นเขาแค่สั่งให้กองกำลังพิเศษตามหาตัวคนสำคัญดีกว่า
“รับทราบ!”
หลิวเย่สบายใจเปลาะหนึ่งอย่างน้อยก็กำจัดสมาชิกองค์กรซีเคร็ตได้หลายคน
..........
รุ่งเช้าหลิวเย่ขับรถไปยังร้านอัญมณี“หรงเหยา”
วันนี้เวลา 09.09น. จะมีพิธีเปิดร้านอย่างเป็นทางการ
หลิวเย่ใช้สัมผัสสวรรค์สำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบ
พบพวกของโจวเริ่นที่กระจายกำลังครอบคลุมทุกจุดที่สำคัญ
ไม่เว้นแม้แม้บริเวณหน้าห้องน้ำชายหญิง
“อืม เตรียมการได้ดีหวังว่าจะไม่มีเรื่องวุ่นวายนัก!”หลิวเย่พยักหน้าอย่างพึงพอใจกับประสิทธิภาพการทำงานของพวก โจวเริ่น
เวลา 08.45 น.ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาร่วมงานจำนวนมาก ทำให้การจราจรติดขัด
มีความโกลาหลเล็กน้อยบริเวณทางเข้าที่เปิดให้เข้าชมเฉพาะผู้ที่ได้รับบัตรเชิญ
ส่วนผู้ที่ไม่มีบัตรเชิญแต่อยากเข้าไปชมต่างส่งเสียงโวยวายไม่พอใจ
กลางห้องโถงมีซุ้มมังกรและหงส์ร่ายรำด้วยกันประดับประดาไปด้วยหินหยกเจ็ดสี หินหยกสีต่างๆ ไข่มุกราตรีไข่มุก
ธรรมดา เพชรและพลอยโดยมีเหรียญทองคำจัดเรียงเป็นฐานด้านล่าง
แสงนวลตาจากหินหยกแสงสว่างเจิดจ้าจากเพชรพลอย แสงนวลอบอุ่นจากไข่มุกราตรี แสงทองทรงพลังจากเหรียญ
ทองคำนับไม่ถ้วนและแสงแวววาวจากอัญมณีอื่นๆอีกมากมาย
“โอ้นี่มันสวยมาก ฉันเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก!”
“นี่ใช่ไข่มุกราตรีจริงไหม? ทำไมมีมากขนาดนี้!”
“โอ๊ยแสงสว่างของความสวยงามมันแสบตาฉันไปหมด!”
“อัศจรรย์เสียจริง! นี่คือหยกเจ็ดสีจริงเหรอ! ดูสิแกะสลักได้สวยงามมาก!”
“โอ้นี่ช่างเหมือนอยู่ท่ามกลางสวนสวรรค์เลย!”
“อ๊าฉันได้มาเห็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกแล้ว!”
“นี่มันต้องเป็นฝีมือของศิลปินระดับปรมาจารย์ถึงจะสามารถสร้างสรรค์ผลงานอันวิจิตรเช่นนี้ได้”
“เฮ้ ฉันต้องได้รางวัลพิเศษในวันนี้!”
“ไม่ ฉันต่างหากที่จะเป็นผู้โชคดี!”
เสียงชื่นชมและอิจฉาดังทั่วห้องโถงชั้นล่างที่จัดแสดงประติมากรรมข้างๆกับเวทีเปิดงาน
ผู้คนแวะเวียนเข้ามาชื่นชมและอยากจะสัมผัสกับอัญมณีเหล่านั้น
แต่ปรากฏว่าพวกเขาไม่สามารถเข้าถึงได้เลยแม้แต่ก้าวเดียว!
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ฉันเหมือนจะสัมผัสไข่มุกราตรีได้แต่มีอะไรบางๆกั้นอยู่”เสียงอุทานด้วยความแปลกใจดังขึ้น
“อืม เหมือนกันฉันอยากดูหยกเจ็ดสีใกล้ๆ แต่ฉันเข้าไปมากกว่านี้ไม่ได้!”
“นั่นสิฉันก็เข้าไปไม่ได้ ได้แต่ยืนดูตรงนี้!”น้ำเสียงไม่พอใจมีจากบางคน
“เฮ้อ เป็นธรรมดาต้องเข้าใจเขาสิ พวกคุณดู ราคารวมๆทั้งหมดในนี้ไม่ต่ำกว่าพันล้านหยวนแน่นอน แล้วจะมีใครกล้าให้
พวกคุณจับได้ง่ายดายนักล่ะ”มีเสียงอธิบายจากหญิงวัยกลางคนที่แต่งตัวหรูหรา
“อืม นั่นสิแค่ได้มองด้วยตาก็พอแล้ว!” อีกเสียงยอมรับอย่างไม่เต็มใจนัก