หลินอวี่ที่กำลังหลับลึกถูกปลุกให้ตื่นขึ้น เขาลืมตาขึ้นมองยอดเขาที่ตั้งตระหง่าน แล้วเงยหน้ามองท้องฟ้าด้านนอกพลางบ่นในใจ ปกติเฉินฟางจวี๋ี้เีเหมือนหมู หากข้าวไม่อยู่บนโต๊ะนางก็ไม่ยอมตื่น แต่เื่ที่คอยหาทางโกงคนอื่นนี่กลับกระตือรือร้นเสียจริง
"เจียวเหนียง เ้ากับเสี่ยวเวยนอนพักต่อเถอะ ข้ากับพี่ซานจะไปเอาโฉนดที่นาของบ้านเราคืนมา"
หนี้ของพวกนั้นที่ติดค้างเ้าของร่างเดิมไว้ ถึงเวลาต้องสะสางให้สิ้นซากเสียที!
...
ณ ทางเข้าหมู่บ้านทางทิศตะวันออก เฉินฟางจวี๋ตบขาตัวเองพลางแผดเสียงด่าทออย่างยาวเหยียด
"เฉินเจียวเหนียงมันเป็ตัวซวย ติดภาษีคนโสด แต่ไม่ยอมจ่ายให้ที่ว่าการอำเภอ แถมยังหอบหนี้แต่งงานเข้ามาในบ้านของเ้าอวี่ น่าสงสารหลานชายปัญญาอ่อนของข้านัก วันนี้ถ้าส่งภาษีไม่ได้ก็ต้องถูกลากไปใช้แรงงาน ข้าเองก็ไม่มีทางเลือก จึงต้องขายนาลุ่มของบ้านเขา เพื่อแลกเป็เงินมาจ่าย"
ชาวบ้านหลายคนแม้จะรู้ว่าเฉินฟางจวี๋ฉวยโอกาสในยามลำบาก ใช้เงินเพียงหนึ่งตำลึงเงินซื้อนาลุ่มชั้นดีสองหมู่ของบ้านหลินอวี่ ซึ่งเป็การกระทำที่ไม่ซื่อตรง ทว่าต้นเหตุของเื่นี้มาจากตัวเฉินเจียวเหนียง เมื่อเทียบกับการล่วงเกินภรรยาของผู้นำหมู่บ้าน พวกเขาจึงเต็มใจที่จะตำหนิสะใภ้จากต่างถิ่นมากกว่า
"นางตัวซวยนี่ร้ายกาจจริง ๆ โชคดีที่เมื่อวานซืนข้าไม่ได้ไปส่งของขวัญที่บ้าน ไม่อย่างนั้นวันนี้ต้องโชคร้ายแน่ ๆ "
"นั่นสิ เ้าอวี่ก็น่าสงสาร กว่าจะได้แต่งภรรยามาสักคน ผลสุดท้ายกลับได้เ้าหนี้มาแทน"
ท่ามกลางคำพูดถากถางของฝูงชน รถวัวที่หลินซีเฟิงเช่ามา ซึ่งบรรทุกเ้าหน้าที่ทางการสองคนที่เคยมาครั้งก่อน กำลังมุ่งหน้ามายังทางเข้าหมู่บ้านอย่างเร่งรีบ
"ฮี้..." หลินซีเฟิงดึงบังเหียนให้รถวัวหยุด แล้วแก้เชือกปล่อยวัวเหลืองให้ไปเล็มหญ้าที่ริมนา เขาปั้นหน้ายิ้มประจบพลางนำทางเ้าหน้าที่ทางการทั้งสองไปยังทิศทางของนาลุ่ม
"ใต้เท้าทั้งสอง ข้าเตรียมเงินไว้พร้อมแล้ว ประเดี๋ยวพวกท่านแวะไปที่บ้านหลินอวี่เป็พิธี จากนั้นเราค่อยกลับเข้าเมืองเพื่อเปลี่ยนโฉนดที่ดินกันขอรับ"
เ้าหน้าที่ทางการทั้งสองที่ได้รับผลประโยชน์ ย่อมยินดีที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ ทว่าเมื่อเห็นนาลุ่มชั้นดีสองหมู่ ก็อดไม่ได้ที่จะเกิดความคิดชั่วร้ายขึ้นมา
"ผู้นำหมู่บ้านหลิน หลานปัญญาอ่อนของท่านมีนาลุ่มแค่สองหมู่นี้หรือ?"
"ใต้เท้าถามเื่นี้ไปเพื่ออะไรหรือขอรับ?"
"เดือนนี้ยังมีแม่นางโสดที่ไม่มีใครเอาเหลืออยู่อีกไม่น้อย ไม่สู้เดือนหน้าส่งภรรยาให้คนปัญญาอ่อนเพิ่มอีกสักสองสามคน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของพวกเรา"
เบื้องบนได้กำหนดจำนวนการจับคู่ให้กับเ้าหน้าที่ทางการที่รับผิดชอบเื่นี้ ประกอบกับนายอำเภอเร่งรัดการเก็บภาษีอย่างหนัก เ้าหน้าที่ทางการทั้งสองจึงคิดจะยัดเยียดหญิงสาวที่ไม่มีใครเอาทั้งหมดให้กับคนปัญญาอ่อน ไม่แน่ว่าอาจจะเลียนแบบหลินซีเฟิง ที่ใช้วิธีซ้ายย้ายขวาเพื่อเฉือนเนื้อคนปัญญาอ่อนมาเป็ของตน
หลินซีเฟิงมองทะลุความคิดของพวกเขา เขายกแขนเสื้อขึ้นเช็ดเหงื่อพลางยิ้มแห้ง ๆ อย่างกระอักกระอ่วน
"บ้านเ้าอวี่มีนาลุ่มแค่สองหมู่นี้เท่านั้น ไม่มีมากกว่านี้แล้วขอรับ"
"หึ แล้วยังจะมัวโอ้เอ้ทำไม รีบจ่ายภาษีแล้วรับที่ดินเสีย พวกข้ายังมีงานยุ่งอีกเยอะ"
เมื่อเห็นว่าไม่มีผลประโยชน์ให้กอบโกย เ้าหน้าที่ทางการทั้งสองก็เปลี่ยนสีหน้าเร็วยิ่งกว่าพลิกหน้าหนังสือ โดยไม่รอให้หลินซีเฟิงนำทาง ทั้งคู่ก็เดินมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกทันที
เดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ก็เห็นเด็กหนุ่มในชุดยาวสีน้ำเงินที่มีท่าทางเหมือนบัณฑิต และชายหนุ่มร่างผอมดำเดินสวนมา เนื่องจากเด็กหนุ่มมีสง่าราศีไม่ธรรมดา ทั้งสองจึงอดไม่ได้ที่จะมอง เพียงแวบเดียว ทั้งคู่ก็ต้องใ
นี่ไม่ใช่หลานปัญญาอ่อนของผู้นำหมู่บ้านหลินหรอกหรือ!
หลินอวี่เดินย้อนแสงทำให้มองเห็นใบหน้าไม่ชัด แต่เขามั่นใจว่าเครื่องแบบที่เด่นชัดบนตัวเ้าหน้าที่ทางการนั้นไม่ผิดแน่ จึงเดินเข้าไปหาเพื่อชิงเป็ฝ่ายพูดก่อน
"ใต้เท้าทั้งสอง ท่านมาเก็บภาษีคนโสดของภรรยาข้า เฉินเจียวเหนียงและหยางเวยใช่หรือไม่ขอรับ?"
"ใช่..." ทั้งสองเห็นหลินอวี่พูดจาคล่องแคล่ว ไม่มีท่าทางเลอะเลือนแม้แต่น้อย ก็รู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง
"หลินอวี่ เ้าหายบ้าแล้วหรือ?"
"ต้องขอบคุณใต้เท้าทั้งสองที่ส่งภรรยามาให้ข้าถึงสองคน ความเป็สิริมงคลมาเยือน อาการปัญญาอ่อนจึงหายเป็ปลิดทิ้งขอรับ"
หลินอวี่ประสานมือคำนับ โดยจงใจใช้ท่าคำนับแบบบัณฑิต เ้าหน้าที่ทางการทั้งสองตกตะลึงจนลนลานประสานมือคำนับตอบ ทันใดนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อก่อนหลินอวี่เคยเป็ถงเซิง สีหน้าจึงเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เมื่อวันก่อนพวกเขาเพิ่งจะยัดเยียดตัวซวยและเด็กสาวที่ไม่มีใครเอาจากอ่าวตงหูให้มาเป็ภรรยาของหลินอวี่ หากเ้าเด็กนี่หายบ้าแล้ว เกรงว่าคงจะมาคิดบัญชีกับพวกเขา
ไม่แน่ว่าอาจจะส่งภรรยาทั้งสองคนกลับไปยังอ่าวตงหูก็ได้!
"หลินอวี่ ไม่ว่าเ้าจะบ้าหรือไม่ แต่งภรรยาเข้าบ้านแล้วไม่มีเหตุผลที่จะส่งคืน ภาษีที่ภรรยาเ้าติดค้าง เ้าต้องเป็ผู้ชำระ"
"หากบังอาจก่อเื่ เชื่อหรือไม่ว่าพวกข้าจะจับเ้าส่งเข้าคุกที่ว่าการอำเภอ!"
คำข่มขู่ของเ้าหน้าที่ทางการทำให้สือซานที่มาแจ้งข่าวกำหมัดแน่น แล้วก้าวออกมาขวางหน้าหลินอวี่ไว้
"เ้าหน้าที่ทางการเก็บเงินไม่ได้จะจับคนในหมู่บ้านสือหลินแล้ว! ชาวบ้านทั้งหลายรีบมาดูเร็ว!"
หลินอวี่เป็คนปัญญาอ่อน หลายปีมานี้จึงไม่มีความสัมพันธ์กับคนในหมู่บ้าน เมื่อเกิดเื่จึงไม่มีใครช่วยเหลือ ทว่าพอสือซานะโขึ้น ชาวบ้านที่มุงดูอยู่รอบ ๆ ซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ต่างก็พากันกรูเข้ามา จนล้อมเ้าหน้าที่ทางการทั้งสองไว้ตรงกลาง
เมื่อพบว่าชาวบ้านจำนวนมากไม่มีเงินจ่ายภาษีคนโสด และมีพวกมากที่ยินดีจะเผชิญหน้ากับที่ว่าการอำเภอ เ้าหน้าที่ทางการจึงไม่กล้าปะทะโดยตรง ทำได้เพียงยอมทนโดนท่านนายอำเภอด่าที่เก็บเงินไม่ได้ ดีกว่าต้องโดนไม้ฟาดจนน่วม
ตอนแรกที่ยัดเยียดหญิงสาวที่แต่งออกยากสองคนจากอ่าวตงหูให้คนปัญญาอ่อน ก็เพราะมั่นใจว่าคนปัญญาอ่อนไม่มีใครช่วยเหลือ ผลสุดท้ายกลับกลายเป็ยกหินทุ่มใส่เท้าตัวเอง เ้าหน้าที่ทางการทั้งสองจึงะโใส่หลินซีเฟิงด้วยความโกรธแค้น
"ผู้นำหมู่บ้านหลิน ท่านเป็คนเชิญพวกข้ามาเก็บภาษี ถึงเวลาแบบนี้ท่านไม่พูดอะไร ทำเป็ใบ้ไปได้!"
หลินซีเฟิงตกตะลึงกับข่าวที่ว่าหลินอวี่หายโง่จนทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าบรรพบุรุษรุ่นไหนทำบุญมาถึงได้เกิดเื่แบบนี้ขึ้น ขณะที่กำลังนึกถึงเื่ที่เคยทารุณหลินอวี่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เสียงร้องขอความช่วยเหลือของเ้าหน้าที่ทางการทำให้เขาได้สติ และรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
หลินอวี่หายโง่แล้ว นาลุ่มสองหมู่ก็สูญเปล่า หากภาษียังเก็บไม่ได้ ทางอำเภอคงจะตำหนิว่าเขาบริหารจัดการไม่ดี และยังต้องล่วงเกินเ้าหน้าที่ทางการอีก
ในขณะที่หลินซีเฟิงกำลังลำบากใจ เฉินฟางจวี๋ที่เดินตามเข้ามาในวงล้อม ก็แผดเสียงะโยกยอเพื่อกดดัน
"ติดภาษีก็ต้องจ่ายเงิน เป็เื่สมเหตุสมผล เ้าอวี่ของพวกเราเคยสอบได้เป็ถงเซิง ย่อมไม่ไร้เหตุผล ใช่หรือไม่ เ้าอวี่?"
เพราะกลัวว่าหลินอวี่จะขอถอนหมั้น เฉินฟางจวี๋จึงไม่ลืมที่จะข่มขู่
"เ้าอวี่ เ้าแต่งภรรยาเข้าบ้านแล้ว ตอนมีชีวิตนางเป็คนของเ้า ตายไปก็เป็ผีของเ้า หากเ้าไม่ดูแลพวกนาง ก็เท่ากับบีบบังคับให้พวกนางไปตาย เงินหนึ่งตำลึงเงินแลกภรรยาสองคน คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม"
ไม่ว่าจะอย่างไร วันนี้เฉินฟางจวี๋ต้องทำให้เ้าหน้าที่ทางการเก็บภาษีที่ค้างอยู่ให้ได้ เพื่อที่จะได้นาลุ่มชั้นดีสองหมู่ที่นางหมายปองมานาน เพื่อเอาไว้หาภรรยาให้ลูกชายคนที่สามของนาง!
ปากของหญิงปากจัดร้ายกาจยิ่งกว่ามีดฆ่าคน หลินซีเฟิงเพิ่งจะรู้สึกชื่นชมในความปากกล้าของภรรยาตนเองเป็ครั้งแรก เขาจึงรีบเออออตาม
"เ้าอวี่ เ้าเป็ผู้มีความรู้ จะรู้กฎหมายแต่กลับทำผิดกฎหมายไม่ได้ พวกอารู้ว่าที่บ้านเ้าไม่มีเงินจ่ายภาษี เ้าไม่ต้องกังวล พวกอาจะจ่ายแทนเ้าเอง"
"อาสาม อาสะใภ้ พวกท่านไม่ได้ให้เปล่า ๆ แต่้าใช้เงินภาษีหนึ่งตำลึงเงินแลกกับนาลุ่มราคาสิบตำลึงเงินของพวกข้า นี่ต่างหากคือจุดประสงค์ที่แท้จริงของพวกท่าน"
หลินอวี่พูดจี้จุดแผนการของสองสามีภรรยาอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่เหลือทางถอยให้แม้แต่นิดเดียว สายตาของชาวบ้านที่มองไปยังคู่สามีภรรยาหลินซีเฟิง เต็มไปด้วยความเหยียดหยามและรังเกียจ
หากรู้แต่แรกว่าครอบครัวนี้รับเงินฝากดูแลเด็กกำพร้ามาแต่ไม่ทำตามหน้าที่ แถมยังยักยอกเงินแล้วยังคิดจะโกงทรัพย์สินของคนปัญญาอ่อนอีก ต่อไปใครจะกล้าเป็ญาติกับคนประเภทนี้?
แม้ชาวบ้านจะเกรงกลัวอำนาจของผู้นำหมู่บ้านจนไม่พูดอะไรออกมา แต่การประณามผ่านสายตาก็ทำให้หลินซีเฟิงรู้สึกหน้าร้อนผ่าว และเปลี่ยนความอับอายให้เป็ความโกรธ
"เื่ในบ้านค่อยคุยกันทีหลัง แต่ถ้าวันนี้เก็บเงินภาษีไม่ได้ เ้าอวี่ เ้าต้องตามเ้าหน้าที่ทางการไปทำการซ่อมถนนบนเขา!"
จะยอมเสียนาลุ่มสองหมู่ หรือจะยอมเสียชีวิต หากเป็คนปัญญาอ่อน เขาคงกังวลว่าหลินอวี่จะไม่รู้ว่าควรเลือกสิ่งใด แต่ตอนนี้หลินอวี่หายบ้าแล้ว เขากลับไม่กังวลเลย
เมื่อมีหลินซีเฟิงคอยสนับสนุน เ้าหน้าที่ทางการทั้งสองจึงเอามือแตะดาบที่ข้างเอว ทำท่าทางดุร้าย ราวกับว่าขอเพียงหลินอวี่พูดคำว่า 'ไม่' คำเดียว ก็จะจับกุมตัวทันที!
หลินอวี่เห็นว่าหลินซีเฟิงไม่เหลือศักดิ์ศรีแล้ว และชาวบ้านก็เข้าใจถึงความชั่วร้ายของสามีภรรยาคู่นี้ เมื่อบรรลุจุดประสงค์แล้ว เขาจึงยิ้มอย่างใจเย็นให้กับเ้าหน้าที่ทางการทั้งสองที่กำลังทำท่าข่มขู่
"ในเมื่อข้ามีความสามารถพอที่จะแต่งภรรยาได้ ย่อมมีความสามารถพอที่จะจ่ายภาษีแทนพวกนางได้เช่นกัน อย่าว่าแต่หนึ่งตำลึงเงินเลย ต่อให้สิบตำลึงเงินข้าก็หามาจ่ายได้"
"คางคกอยากกินเนื้อหงส์ ช่างโอหังนัก!" เฉินฟางจวี๋พูดเยาะเย้ย "บ้านเ้าจนจนแม้แต่เปลือกผนังยังถูกหนูแทะจนโล้น จะเอาเงินมาจากไหนกัน?"
ต่อให้ไปกู้ยืม ในเวลาอันสั้นเช่นนี้ย่อมไม่มีทางรวบรวมเงินได้ทันแน่นอน