ห้องเล็กภายในเรือนบ่าวรับใช้่กลางวันเป็เวลาที่ทุกคนทำงาน บ่าวใช้ต่างแยกย้ายกันไปตามเรือนต่างๆเพื่อทำหน้าที่ของตน หลี่ซิ่วอิงกลับจวนเว่ยอ๋องก่อนหนึ่งวันทำให้มีเวลาได้ยืดเส้นยึดสายจากการเดินทางที่เหน็ดเหนื่อย ภาพเ้าของจวนนี้ที่นางพึ่งพบเมื่อสักครู่ยังตราตรึงจนไม่สามารถสลัดออกไปจากความคิดได้ เล่นทำเอาขนมที่ท่านแม่ห่อมาให้ไม่กล้ากินมันเลย เพราะกลัวว่าจะอาเจียนออกมาอีกครั้ง
ตุบๆ
มือบางทุบกำปั้นไปที่หน้าอกเบาๆอย่างปลอบใจตนเอง เมื่อสักครู่นางแทบช็อกนึกว่าตนเองเจอผีกลางวันแสกๆเสียแล้ว หนังหรือซีรี่ย์แนวซอมบี้ผีดิบอะไรทำนองนั้นในโลกเก่า นางก็ดูมาเสียเยอะซะด้วยสิ สภาพเขาเช่นนั้นใครเห็นแบบนางเข้าอาจทำให้หัวใจหยุดเต้นก็ได้
“อิงอิง เ้ากลับมาแล้วหรือ “
เสียงคุ้นเคยเอ่ยทักหญิงสาวที่นั่งเหม่ออยู่คนเดียวที่ข้างหน้าต่าง
” มีหมี่ ทำข้าใรอบสองรู้หรือไม่ “
หลี่ซิ่วอิงเอ่ยตำหนิ ทั้งคู่ตอนนี้กลายเป็สหายสนิทกันเสียแล้ว คิดว่าชื่อที่ใช้เรียกกันนั้นยาวเกินไป เลยตั้งชื่อใหม่จากชื่อเดิมของทั้งคู่เพื่อใช้เรียกกัน
“รอบสองหรือ เช่นนั้นผู้ใดทำเ้าให้ใก่อนข้ากัน แล้วใจที่ใยังอยู่ที่เ้าหรือเปล่า หรือว่ามันวิ่งไปอยู่ที่ผู้อื่นแล้ว”
แววตาเ้าเล่ห์หลี่มองหลี่ซิ่วอิงอย่างจับพิรุจ ก่อนที่จะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ
“เ้าอย่าให้ข้านึกถึงมันสิ ข้ายังสยองไม่หายเลย”
หลี่ซิ่วอิงไม่พูดเปล่าแต่ยังทำท่าขนลุกซู่ จนทำให้เสี่ยวหมี่อยากรู้เสียยิ่งกว่าเดิม แต่สุดท้ายก็ไม่ได้คำตอบจากสหาย
“ว่าแต่ที่เท้าเ้าเป็เช่นไรบ้าง”
“ก็ดีขึ้นแล้วล่ะ แต่ยังเจ็บอยู่คงต้องทำแผลทุกวันและเดินให้น้อยหน่อย่นี้”
“เช่นนั้น พรุ่งนี้เ้าจะทำงานได้หรือเปล่า”
“สบายมาก งานที่เรือนตำรามิต้องเดินมากนัก แค่ทำความสะอาดเสร็จข้าก็มิต้องทำอันใดแล้วล่ะ”
หลี่ซิ่วอิงเอ่ยอย่างอธิบาย ชีวิตของนางราบรื่นมาตลอด ไม่มีเื่ต้องให้เจออันตราย แต่ออกไปนอกจวนเพียงครั้งเดียวก็แทบเอาชีวิตไม่รอดกลับมา หากบ่าวรับใช้ที่ออกไปข้างนอกมิใช่นางจะเกิดอุบัติเหตุเช่นนี้หรือไม่ แล้วเนื้อเื่จะเป็เช่นไรกันนะ ตอนนี้นางคาดเดาไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เหตุการณ์ใหญ่ๆในนิยายก็ยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆและยังคงมีอยู่ ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง แต่การใช้ชีวิตประจำวันแต่ละวันนี่สิ นางคาดเดาไม่ได้เลย
“เช่นนั้นก็ดี ไว้ข้านำอาหารมื้อค่ำมากฝากเ้านะ เจ็บเช่นนี้อย่าเดินเยอะเลยตั๋วตูไม่ว่าเ้าหรอก”
เสี่ยวหมี่เอ่ยอย่างอาสา ตั๋วตูคือหัวหน้าพ่อครัวของจวนแห่งนี้
“ขอบใจเ้า”
หลี่ซิ่วอิงเอ่ยพร้อมยิ้มให้สหาย ก่อนที่พลอยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า
……
เช้าวันถัดมา
ณ เรือนตำรา
บรรยากาศวันนี้ดูอึมครึ้มเหมือนเคย นางได้ยินจากท่านพ่อมาว่าปีนี้ฝนจะมากกว่าทุกปี หากถามว่าท่านรู้ได้เช่นไรนั้นหรือ ท่านบอกแค่ว่าเป็ความสามารถของคนล่าสัตว์ที่เดินป่า วันนี้เรือนตำราแห่งนี้ไม่มีผู้ใดมาเยือน ซึ่งเป็สิ่งที่หญิงสาวปรารถนามากที่สุด เพราะแขกคนเดียวของเื่ตำรามีเพียงคนผู้เดียว และเป็คนผู้เดียวที่นางมิอยากเจอมากที่สุด จนกระทั้งต้นยามซื่อหลังหลี่ซิ่วอิงทำความห้องตำราเสร็จก็มานั่งนวดเท้าของตนเอง อาการาเ็ที่คิดว่าไม่เป็ไรมากเมื่อวานนี้ พอวันนี้เดินเยอะขึ้นทำให้รู้สึกฟกช้ำยิ่งกว่าเดิมไม่หายสักที กองตำราเกี่ยวกับแผ่นที่ในเมืองหลวงทั้งหมดถูกนางนำมาวางไว้ที่โต๊ะเขียนตำรา จากนั้นหยิบสมุดบันทึกส่วนตัวของตนเองออกมา ด้านในยังคงไม่มีสิ่งใดขีดเขียนลงไปเนื่องจากนางทำสมุดตนหาย หาเท่าไหร่ก็หามิเจอ ข้อมูลจากหลายตำราถูกสรุปและรวบรวมเป็ข้อมูลที่เข้าใจง่าย
“เ้าทำอันใด”
เสียงหนึ่งดังขึ้นเรียกความสนใจ หลี่ซิ่วอิงรีบวางตำราที่ตั้งใจอ่านในมือลงด้วยความใ
“คารวะท่านอ๋องเ้าค่ะ“
“ข้าถามว่าเ้าทำอันใด”
“ขออภัยท่านอ๋องที่ข้าอ่านตำราพวกนี้ก่อนได้รับอนุญาต ข้าจะรีบนำมันไปเก็บเดี๋ยวนี้เ้าค่ะ”
หลี่ซิ่วอิงตัวเล็กรีบไปทันที วันนี้นางได้ข่าวว่าเขาเข้าวังมิใช่หรือ เหตุใดถึงมาอยู่ที่นี่ได้ มิเช่นนั้นนางคงไม่นำตำรามาอ่านเช่นนี้ เพราะคิดว่าจะไม่มีแขกที่ใดมาเยือน อีกทั้งที่ผ่านมาข่าวที่นางได้รับก็มิเคยผิดเพี้ยน เว่ยตงหยางเดินมายังโต๊ะเขียนตำราของนางก่อนที่มือหนาจะก้มลงไปหยิบตำราขึ้นมาดู
“แผ่นที่ในเมืองหลวง เ้าอยู่ที่นี่มายี่สิบปียังต้องอ่านอีกหรือ “
” ร…เรียนท่านอ๋อง ข้าอยู่แต่เรือนวันๆไม่ได้ออกไปไหนเ้าค่ะ เลยอยากศึกษาเส้นทางเอาไว้ “
” ศึกษาไว้…ทำไม“
” หากเกิดเหตุการณ์เช่นคราวก่อน ข้าจะได้เอาตัวรอดได้เ้าค่ะ “
ป๊อก! เสียงหนึ่งกระทบโต๊ะไม้ดัง หลี่ซิ่วอิงมองไปที่สิ่งของนั้นและสลับกับชายหนุ่มอย่างรอคำอธิบาย
"ทายานี่ที่เท้าซะ ข้าอยากได้บ่าวที่ทำงานได้ดี มิใช่เดินพิการเช่นนี้"
หลี่ซิ่วอิงมองมาทางิเพ่ยผู้ช่วยของเขาที่ยืนข้างๆ ก่อนที่จะได้รับสายตาที่บงบอกว่าให้นางรีบรับยานั่นไป
"ขอบคุณเว่ยอ่องเ้าค่ะ"
หญิงสาวเอ่ยขอบคุณชายหนุ่มที่เดินไปนั่งอ่านตำราด้วยท่าทีนิ่งเงียบเช่นเคยไม่ได้สนใจนางอีก จากนั้นเก็บบายาสมานแผลเข้าที่แขนเสื้ออย่างดี นางไม่คิดว่าเขาจะมีมุมเป็ห่วงเป็ใยผู้อื่นเช่นนี้ด้วย หรือนี่เป็วิธีการขอบคุณของเขาเื่ที่แม่น้ำลิ่งชวนนั้นกันนะ
หลี่วิ่วอิงนำตำราไปเก็บเข้าชั้นเช่นเคย ถึงเขาจะไม่ได้ว่าที่นางอ่านตำราของเขา แต่ตอนนี้ผู้เป็นายอยู่ที่นี่นางต้องคอยรับใช้เขาให้ดี
"ท่านอ๋องขอรับ คุณหนูจางเซียวเหยียน มาขอพบขอรับ"
อี้เฉินมารายงานผู้เป็นายที่เรือนตำรา ครานี้ไม่ใช่แค่เว่ยตงหยางที่แปลกใจ แต่เป็หลี่ซิ่วอิงด้วยอีกคน เป็ไปไม่ได้เลยที่จะเป็เช่นนี้ ในนิยายจางเซียวเหยียนมิได้สนใจตัวร้ายอย่างเขาเลยแม้แต่น้อย มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ หรือว่าเป็เพราะของขวัญครั้งก่อน นางเลยเปลี่ยนมาสนใจตัวร้ายเช่นเขา ไม่สินางเอกของเราชมชอบโจ้วยู่ร์เฟิงอยู่ก่อนแล้วมิใช่หรือ หญิงสาวเกิดคำถามนับไม่ถ้วนพุดขึ้นมา กริยาของสาวใช้ที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากเขานัก แสดงความเป็กังวลอย่างปิดไม่มิด
"ไปเถิดอย่าให้นางคอยนาน"
เว่ยตงหยางลุกขึ้นเต็มความสูงก่อนที่จัดอาภรณ์ของตนเองให้ดูดีที่สุด และเดินผ่านหน้าหญิงสาวไป แต่เมื่อเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดชะงัก
"เหตุใดยังมิไปอีก"
"ขะ...ข้าต้องไปด้วยหรือ"
หลี่ซิ่วอิงชี้มาที่ตนเองด้วยใบหน้าที่มีแต่คำตาม นอกจากเรือนตำรานางก็ไม่เคยไปทำงานที่ใดเพิ่มอีกเลย แล้วถ้าเกิดนางไปทำพลาดพ่อบ้านตู๋จะไม่ว่าข้าหรอกหรือ นางไม่มีเวลาคิดอะไรไปมากกว่านี้เนื่องจากร่างใหญ่เดินนำออกไปแล้ว นางทั้งขาสั้นทั้งาเ็ทำได้เพียงวิ่งตามหลังเขาไป หากใครมาเห็นตอนนี้คงกล่าวได้ว่านางเป็บ่าวรับใช้ที่มิมีความเรียบร้อยดั่งสาวใช้คนอื่นเลยแม้แต่น้อย
"คารวะท่านอ๋องเ้าค่ะ"
ใบหน้าหวานหยดย้อยย่อกายและยิ้มหวานส่งมาให้ชายหนุ่ม หลี่ซิ่วอิงที่ตามหลังมาเมื่อได้รู้ว่านางผู้นี้เป็ใครก็ได้แต่ตกตะลึง นางมิเหมือนมีอยู่จริง นางมิใช่มนุษย์ทั่วไปเสียด้วยซ้ำ ความงามราวนางฟ้านาง์เช่นนี้มีด้วยหรือ พอเห็นด้วยตาของตนเองเช่นนี้แล้ว มิแปลกใจเลยว่าทั้งตัวร้ายและพระเอกต่างแย่งนางเพื่อมา ผู้หญิงด้วยกันยังอดที่จะมองจนละสายตาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
"คารวะแม่นางจาง เชิญ"
เว่ยตงหยางเอ่ยตอบก่อนที่จะเชื่อเชิญให้นั่งด้วย หลี่วิ่วอิงเข้าไปรินน้ำชาให้ผู้เป็นายและถอยกรูออกไปยืนอยู่ด้านหลังด้วยท่าทีสุภาพ
"ข้าและท่านพ่อได้ยินมาว่าท่านอ๋องเกิดเหตุรถม้าตกแม่น้ำลิ่งชวน วันที่มางานวันเกิดข้าทำให้รู้สึกไม่ดีนัก"
เสียงหวานเอื้อนเอ่ยด้วยใบหน้ารู้สึกผิด หลี่ซิ่วอิงหลี่ตามองดูนางอย่างไม่อยากเชื่อ เล่ห์เหลี่ยมและเสน่ห์ที่แผ่ออกมาจากตัวนางนั้น เหมือนมีแสงสปอตไลน์เสียอย่างนั้น ในนิยายจางเซียวเหยียนมิได้เป็คนดีขนาดนั้น แต่นางทำเพื่อส่วนรวมทำเพื่อครอบครัว นับว่าเป็หญิงงามที่ฉลาดผู้หนึ่ง ถึงบทที่นางมาจวนสกุลเว่ยครั้งนี้จะไม่มีในนิยาย หลี่ซิ่วอิงก็คิดว่านางต้องมีแผนอันใดเป็แน่ ว่าแต่ตัวร้ายของเราที่หลงหญิงงามจนมิลืมหูลืมตานี่สิจะรู้ตัวหรือไม่
"ข้าหายดีแล้วล่ะ รบกวนแม่นางจางต้องเป็กังวลแล้ว"
เสียงทุ่มเอ่ยอย่างอบอุ่นแบบไม่เคยเป็นมาก่อน ทำเอาหลี่ซิ่วอิงไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง สาบาลได้เลยว่าั้แ่นางมาอยู่ที่จวนแห่งนี้เกือบสองเดือน นี่คือครั้งแรกที่เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนี้ ความรักมันทำให้คนเราเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้เลยหรือ
"ท่านพ่อบอกว่าวันนั้นท่านมิได้ตกไปผู้เดียว"
"บ่าวรับใช้นั้นวันนั้นนางก็ตกลงไปด้วย"
"ตายจริง เช่นนั้นนางรอดหรือไม่เ้าคะ"
จางเซียวเหยียนอุทานด้วยความใพลางยกมือขึ้นป้องปากเรียว
"นางเองก็รอดมาได้เช่นกัน
"แล้วท่านหาตัวคนร้ายเจอหรือไม่เ้าคะ"
"...."
เว่ยตงหยางส่ายหัวเป็นคำตอบ
"เช่นนั้นข้าจะให้ท่านพ่อช่วยหาคนที่คิดทำร้ายท่านอีกแรงนะเ้าคะ แต่บ่าวรับใช้ที่ไปกับท่านวันนั้นก็น่าสงสัย ข้าได้ข่าวมาว่าท่านมักไปกับผู้ช่วยข้างกายตลอด มิเคยเกิดเื่เช่นนี้แต่เหตุใดวันนั้นถึงเกิดเื่จนท่านต้องตกอยู่ในอันตราย”
จางเซียวเหยียนเอ่ยอย่างใช้ความคิด ร่างใหญ่เหลือบตามองไปยังคนที่ยืนคอยฟังทั้งคู่ก็ไม่ได้พูดอะไร
"ไว้ข้าจะสืบเื่นี้อย่างละเอียด ขอบคุณคุณแม่นางที่เป็ห่วง"
"ข้ายินดีเ้าค่ะ"
"เ้าทานอันใดมาหรือยัง จะร่วมทานอาหารกลางวันที่จวนข้าด้วยหรือไม่"
"ขอบคุณท่านอ๋องที่เมตตา ผิดที่ข้านัดสหายไว้ก่อนแล้ว หากพบกันคราหน้าหวังว่าข้าจะมีโอกาสได้ชดใช้นะเ้าค่ะ"
"ย่อมได้"
"เช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อนเ้าค่ะ"
"เชิญ"
เว่ยตงหยางไม่พูดเปล่ายังเดินไปส่งหญิงสาวถึงหน้าจวนด้วย จางเซียวเหยียนยิ้มให้ชายหนุ่มก่อนที่จะจากกัน รถม้าเคลื่อนตัวออกจากหน้าจวนเว่ยอ๋องด้วยด้วยความเร็วสม่ำเสมอ
"เหตุใดท่านถึงปฏิเสธเว่ยอ๋องล่ะเ้าคะ"
"ผู้ชายมิชอบสิ่งใดที่ได้มาง่ายๆ โดยเฉพาะเว่ยอ๋องผู้นี้ดูก็รู้ว่าเขามิใช่คนที่ใครจะยุ่งก็ยุ่งได้ จะเข้าหาเขาต้องเตรียมแผนรับมือให้ดีเสียหน่อย"
"บ่าวเข้าใจแล้วเ้าค่ะ"
"บ่าวรับใช้สาวที่คอยรับใช้ท่านอ่องนั้นคือผู้ใดกัน ฝากเ้าตามสืบให้ข้าที นางมีท่าทีแปลกๆรู้สึกว่าจะมีความสัมพันธ์กับท่านอ๋องมิธรรมดา อีกทั้งใบหน้านางยังงดงามแปลกตามิเหมือนบ่าวรับใช้ทั่วไป"
"เ้าค่ะ แต่ถึงอย่างไรนางก็มิงดงามเท่าคุณหนูหรอกเ้าค่ะ"
.......
ทางด้านหลี่ซิ่วอิงหลังจากที่จางเซียวเหยียนกลับไปแล้ว แต่คำพูดของนางยังคงติดอยู่ในหู นางมิรู้ว่าบ่าวที่ตกแม่นำ้ไปกับท่านอ๋องคือคนที่อยู่ตรงนี้ด้วย และได้ฟังสิ่งที่ทั้งคู่สนทนากันทั้งหมด ตอนนี้หลี่ซิ่วอิงพราวนาอย่างเดียวขอให้ตัวร้ายแบบเขา ไม่หลงหญิงงามจนเชื่อคำพูดจางเซียวเหลียน คนตัวเล็กเดินตามหลังเขาหรือหากจะเรียกว่าวิ่งตามเลยก็ได้ ขายาวที่ก้าวไม่หยุดจู่ๆก็ปรับความเร็วลงเมื่อนึกขึ้นได้ว่าผู้ที่เดินตามอยู่นั้นยังาเ็ที่ขา
"มีอันใด"
เว่ยตงหยางเอ่ยเหมือนรู้ว่าหญิงสาวมีเื่จะพูดกับเขาแต่ไม่กล้าพอ
"เรียนเว่ยอ๋อง เื่ที่แม่น้ำลิ่งชวนข้ามิรู้เื่นะเ้าคะ วันนั้นข้าไม่รู้มาก่อนว่าท่านจะให้ข้าคอยรับใช้ท่านด้วยซ้ำเ้าค่ะ"
"เ้าจะพิสูจน์เช่นไร"
เว่ยตงหยางยกยิ้มที่มุมปากเ้าเล่ห์ ขณะที่ยังหันหลังให้หญิงสาว
"ข้า...."
หลี่ซิ่วอิงยังไม่ทันได้เอ่ยตอบร่างใหญ่ก็เดินออกไปจากตรงนั้นเสียแล้ว ิเพ่ยหันมามองหญิงสาวอย่างให้กำลังใจ
"โถ่ว หากรู้เช่นนี้ข้าจะปล่อยให้นอนตายในป่านั้น พอรอดมาแล้วมาสงสัยข้าเช่นนี้"
หลี่ซิ่วอิงเอ่ยตามหลังชายหนุ่มที่เดินได้ไปไกลพอสมควรแล้ว และก็ไม่ได้เอ่ยเสียงดังจนทำให้ใครได้ยิน ใบหน้างามยับยู่ยี่ด้วยความโกรธก่อนที่จะเดินตามหลังเขาไป
แต่คำพูดดของหญิงสาวคนตัวโตกลับได้ยินทุกประโยค เขาไม่ได้สงสัยในตัวนางเลยแม้แต่น้อย เพียงรู้สึกอย่างแกล้งนางเท่านั้น มุมปากหนาโค้งขึ้นอย่างพอใจกับการกระทำที่ตอบสนองมาเมื่อสักครู่ ช่างเป็บ่าวที่กล้าเสียจริง นางไม่เหมือนผู้ใดอันนี้เขายอมรับ อีกทั้งไหวพริบ ความสามารถ ความฉลาดนางมิได้ด้อยไปกว่าคุณหนูในห้องหอจวนอื่นๆเลยด้วยซ้ำ
……
ผู้ชายแกล้งแปลว่าผู้ชายรักหรือเปล่านะ อิอิ
ปุกาศๆ วันนี้ไรต์จะมา 2 ตอนน๊าาาาาา ชดใช้ที่เมื่อวานไรต์ไม่ได้มา ให้อภัยกันน๊าทุกค๊นนนนนนนน
———-
ไรท์จะพยายามลงทุกวันฝากทุกคนกดหัวใจที่หน้าปก ติดตาม คอมเม้นเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊าาา???? ไรท์จะลงวันละ 1 ตอน เวลาประมาณ 1 ทุ่มของทุกวันน๊าาา
---------
1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร 2 ลี้ เท่ากับ 1 กิโลเมตร
ยามจื่อ คือ 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว คือ 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
วสันต์ = ฤดูใบไม้ผลิ คิมหันต์= ฤดูร้อน สารท= ฤดูใบไม้ร่วง เหมันต์= ฤดูหนาว
——————————