นับแต่เงามายาแห่งราชันย์เซียนปรากฏขึ้นจากเก้าชั้นฟ้า
เหล่าผู้ฝึกตนทั่วทั้งเมืองศักดิ์สิทธิ์ต่างล่วงรู้ถึงฐานะของเขา!
นั่นคือจ้าวแห่งท้องทะเลไร้สิ้นสุดผู้นำแห่งตระกูลมู่ มู่เสินฉวน!
ผู้ครอบครองกายาศักดิ์สิทธิ์เพียงหนึ่งเดียวแห่งยุค!
"หา...ไม่คิดว่าผู้นำตระกูลมู่จะยังเยาว์วัยถึงเพียงนี้"
"ดูท่าทางอายุยังไม่เกินยี่สิบปี!"
"นึกว่าจะต้องเป็นตาเฒ่าผมขาวเสียอีก"
"นั่นไม่ใช่ประเด็น!ประเด็นคือกายาศักดิ์สิทธิ์ของเขาบรรลุถึงขั้นสมบูรณ์แล้ว!"
"แถมยังประมือกับเทพสวรรค์ได้!"
เหล่าผู้ฝึกตนมากมายอุทานออกมาด้วยดวงตาที่แหงนหน้ามองท้องฟ้าด้วยความเหลือเชื่อ
เหล่าผู้อาวุโสสูงสุดจากตระกูลจีตระกูลเจียง ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวง ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือ และอื่นๆต่างก็ตกตะลึงเช่นกัน
เรื่องใหญ่ที่เกิดขึ้นในแดนใต้ช่วงหนึ่งสองปีมานี้พวกเขาพอจะรับรู้มาบ้าง
เริ่มจากศึกที่สำนักปรุงโอสถสังหารผู้ฝึกตนระดับไฟศักดิ์สิทธิ์สิบสี่ชีวิตด้วยระดับธรรมกาย
ต่อด้วยศึกที่ทะเลไร้สิ้นสุดสังหารเจ็ดเอกะด้วยระดับไฟศักดิ์สิทธิ์!
และบัดนี้เขากลับประลองยุทธ์กับเทพสวรรค์ได้แล้ว!
ความเร็วในการเติบโตนี่มันอันใดกัน?
หากให้เวลามู่เสินฉวนอีกเพียงสองปีจะไม่เทียบเท่ากับเหล่าผู้นำศักดิ์สิทธิ์และเหล่าราชันย์แล้วหรือ?
ยิ่งไปกว่านั้นกฎแห่งราชันของมหาจักรพรรดิรุ่นก่อนก็ใกล้จะจางหายไปกายาศักดิ์สิทธิ์ก็ขัดเกลาสำเร็จแล้วพลังยุทธ์ต้องห้ามและการผงาดขึ้นของชายหนุ่มจึงแทบจะไร้ผู้ใดขวางกั้นได้
หรือว่ากายาศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่กำลังจะปรากฏและครองพิภพหมื่นปีอีกครา?
เหล่าบุคคลสำคัญจากกองกำลังชั้นนำต่างมีสีหน้าเคร่งขรึม
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเริ่มให้ความสำคัญต่อกองกำลังในท้องทะเลไร้สิ้นสุดอย่างแท้จริง!
"จะเป็นเขาไปได้อย่างไร..."
"ไฉนถึงคุ้นเคยถึงเพียงนี้"
"ก่อนหน้านี้เขาคงปิดบังรูปลักษณ์ที่แท้จริงไว้สินะ?"
ร่างอรชรของเหยาซีสั่นเล็กน้อยในดวงตางามปรากฏร่องรอยแห่งความซับซ้อนนานัปการ
วาจาที่ปรมาจารย์หยั่งรู้ต้นกำเนิดของตระกูลมู่ได้กล่าวไว้ก่อนจากไปราวกับยังก้องกังวานอยู่ในหู ทำให้นางยากจะลืมได้
กายาศักดิ์สิทธิ์…แข็งแกร่งถึงเพียงนี้แล้วหรือ!
……
ตูม!
ร่างมายาสองร่างปะทะกันราวอุกกาบาตการโจมตีครั้งนี้สะท้านสะเทือนฟ้าดิน ก่อให้เกิดแสงที่ส่องสว่างราวกับดวงดาวแตกดับเก้าชั้นฟ้ากลายเป็นศูนย์กลางพายุ โหมกระหน่ำไปทั่วสารทิศ
สายฝนโลหิตโปรยปรายเผ่าราชันย์เนตรเงินผมเผ้ารุงรัง มือที่ปะทะกันกลับเต็มไปด้วยโลหิตกระดูกตรงกำปั้นบิดเบี้ยวเสียรูป ท่าทีก็ดูทุรนทุรายเกินควบคุม
โลหิตไหลทะลักจากมุมปากความเจ็บปวดแสนสาหัสทำให้ใบหน้าบิดเบี้ยวจนต้องส่งเสียงคลั่ง
"ราชันย์เซียนจุติลงเก้าฟ้ากายาศักดิ์สิทธิ์!"
"ร่างกายเช่นเจ้า จมดิ่งมานับหมื่นปีไฉนจึงปรากฏอีกครา!"
"ระดับพลังของเจ้าเพียงแค่เอกะขั้นหนึ่งไฉนร่างกายถึงแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้!"
เหล่าราชันย์บรรพกาลเช่นพวกเขามิเคยละทิ้งการบ่มเพาะกายเนื้อเมื่อเทียบกับผู้ฝึกตนระดับเดียวกัน จึงแข็งแกร่งกว่ามาก
แต่การโจมตีเมื่อครู่แทบจะทำให้กระดูกของเขาแตกออกเป็นเสี่ยงๆความแข็งแกร่งของร่างกายทั้งสอง ห่างชั้นกันชัดๆ!
"หึ"
"ไม่เจียมตัว"
บนใบหน้าของมู่เสินฉวนปรากฏรอยยิ้มเหยียดหยัน
ร่างกายของเขาผ่านการชะล้างด้วยเจตจำนงแห่งเซียนโอสถเซียนเทพนิพพานและการต่อสู้ข้ามระดับ!
บรรลุถึงความสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ!
ก้าวต่อไปคือการบรรลุสู่กายาศักดิ์สิทธิ์!
ในโลกนี้ตราบใดทีผู้ฝึกตนที่อยู่เหนือสามระดับไม่ปรากฏก็ไม่มีผู้ใดเทียบเขาได้ในด้านพละกำลัง!
เมื่อผนวกเข้ากับวิชาเทพคุนเผิงที่ควบคุมความเร็วสูงสุดก็แทบจะทำให้เขายืนอยู่เหนือจุดที่ไม่มีผู้ใดเอาชนะได้!
มู่เสินฉวนไม่ให้โอกาสเขาได้หายใจหายคอตามติดด้วยร่างแปลงเป็นลำแสง พุ่งสังหารไปยังเบื้องหน้าเผ่าราชันย์เนตรเงิน
เคล็ดวิชาศักดิ์สิทธิ์ถูกกระตุ้นในทันทีส่งผลให้ตราผนึกภูผาวารีออกมานับสิบ แล้วเข้ากระหน่ำซัดอย่างต่อเนื่อง!
ตูม!
เผ่าราชันย์เนตรเงินเตรียมพร้อมรับมือกับความเร็วอันสุดขีดนี้มาแล้วในมือพลันปรากฏธงบัญชา ทุกครั้งที่โบกสะบัด จะมีคลื่นสีม่วงไร้สิ้นสุดพลังแข็งแกร่งราวกับภูผาทลาย เคลื่อนออกไปทำลายภูเขาทั้งลูกให้แตกกระจาย!
ธงบัญชานี้คือสมบัติล้ำค่าจัดอยู่ในอาวุธระดับศักดิ์สิทธิ์!
เสียงคลื่นที่อยู่ภายในแฝงไว้ด้วยความเข้าใจแห่งวิถี
เขาเคยเสียท่าให้กับการปะทะร่างกายโดยตรงมาแล้วจึงไม่มีทางที่จะสู้ระยะประชิดกับมู่เสินฉวนอีกต้องสู้ด้วยวิถีแห่งเต๋าและเล่ห์กล!
กร๊อบ!
กระดูกของเผ่าราชันย์เนตรเงินส่งเสียงดังกร๊อบกระดูกที่แตกหักบริเวณหมัดขวากลับคืนสภาพเดิมอย่างรวดเร็ว
นี่คือปรากฏการณ์พิเศษของการก้าวเข้าสู่ระดับเทพสวรรค์
สามารถสร้างแขนขาใหม่ได้ในเลือดเนื้อผสมผสานอักขระแห่งวิถี เพียงแค่หยดโลหิตก็สามารถบดขยี้ขุนเขา!
ตูม!
ตราผนึกภูผาวารีนับสิบก็พลันกลายเป็นผุยผงในชั่วพริบตามู่เสินฉวนสีหน้าไม่เปลี่ยน ยังคงกระตุ้นเคล็ดวิชาศักดิ์สิทธิ์สองมือตบไปเหนือห้วงอากาศ
ฟ้าดินพลันแปรเปลี่ยนแผนภาพแห่งวิถีต้นกำเนิดปรากฏขึ้นกลางอากาศทิ้งโซ่ศักดิ์สิทธิ์สีทองนับสิบทอดตัวลงมา แล้วเข้าจู่โจมเผ่าราชันย์เนตรเงิน!
"อะไร!"
"แผนภาพแห่งวิถีต้นกำเนิด!"
"เป็นไปไม่ได้!"
ดวงตาของเผ่าราชันย์เนตรเงินหดเล็กลงทว่าในชั่วพริบตาเขาก็นึกถึงวิชามารที่สาบสูญไปนานของตงฮวงเคล็ดวิชาอักษรสัประยุทธ์!
นี่จะต้องเป็นวิชาสังหารที่พัฒนามาจากวิชาลับทั้งเก้าไม่ใช่การจุติแห่งเจตจำนงแห่งวิถีที่แท้จริง!
วาบ!
ทั่วร่างเขาเปล่งประกายสีม่วงกระตุ้นธงบัญชาในมืออย่างเต็มกำลังพลังอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ขยายออกมาจากความว่างเปล่าต้านทานกับโซ่ศักดิ์สิทธิ์เก้าวิถี
ตูม! ตูม!
การประลองครั้งนี้ช่างน่าหวาดหวั่นยิ่งนักเพียงแค่พลังที่กระจายออกไป ก็สามารถทำให้ผู้ฝึกตนเอกะทั่วไปโลหิตสาดกระเซ็น
เพียงชั่วครึ่งก้านธูปทั้งสองก็ต่อสู้กันไปแล้วนับสิบกระบวนท่า
ตูม!
ในขณะนั้นเองมู่เสินฉวนกระตุ้นเคล็ดวิชามังกรสวรรค์ เสียงคำรามดังกึกก้องสะท้านสะเทือนพัดคลื่นที่อยู่เบื้องหน้าให้สลายไปในพริบตาคลื่นเสียงที่มิได้ตั้งตัวทำให้เผ่าราชันย์เนตรเงินเสียสมาธิไปบ้าง
เขาฉวยโอกาสนี้ชูโซ่ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นภายในมือ ระเบิดพลังศักดิ์สิทธิ์ แล้วเหวี่ยงออกไปข้างหน้า!
ฉัวะ!
โซ่ศักดิ์สิทธิ์ทะลวงผ่านอกของเผ่าราชันย์เนตรเงินราวกับหอกรบแม้แต่ธงบัญชาสมบัติล้ำค่าก็ยังถูกแทงทะลุในพริบตาเขาสำรอกโลหิตออกมาคำใหญ่และหยุดอยู่กับที่ประหนึ่งถูกตรึงไว้กลางอากาศ
มู่เสินฉวนไม่มีทางปล่อยโอกาสนี้ไปแปลงร่างเป็นลำแสง ความเร็วและพละกำลังทำให้อากาศใต้เท้าแตกออกเป็นเสี่ยงๆพุ่งสังหารไปยังเบื้องหน้าต่อไป!
"อ๊าก!" เผ่าราชันย์เนตรเงินร้องคำรามเสียงดังกึกก้องราวคนคลั่งในดวงตาเงินปรากฏอักขระโบราณสำแดงแสงสีเงินอันแข็งแกร่ง!
แสงสีเงินพุ่งออกมาราวสายฟ้าฟาดฟันด้วยความเร็วสูง ทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า
นี่คือพรสวรรค์ของเผ่าราชันย์เนตรเงินมีผู้แข็งแกร่งมากมายที่ตายตกภายใต้การโจมตีนี้!
ฉัวะ!
ดวงตาของมู่เสินฉวนหดเล็กลงในทันทีเขามีเคล็ดวิชาอักษรสัประยุทธ์ สามารถหยั่งรู้ถึงอนาคตอันใกล้และมีสัญชาตญาณเฉียบคมถึงอันตราย!
ทว่าความเร็วของแสงสีเงินนี้ช่างรวดเร็วเหลือเกินเขาเกือบหลบเลี่ยงไม่ทัน
ในเสี้ยวอึดใจมู่เสินฉวนรีบตัดสินใจนำต้นพฤกษาโลหิตโบราณออกจากมิติระบบ แล้วปะทะเข้ากับแสงเงิน!
ตูม!
"อะไรน่ะ!"
เผ่าราชันย์เนตรเงินตกตะลึงพรสวรรค์ที่ไร้ผู้ต้านทาน ไฉนจึงสร้างความเสียหายให้กับต้นไม้นั้นไม่ได้!
ในขณะเดียวกันเสียงคำรามกึกก้องก็ดังมาจากพฤกษาโลหิตโบราณ
"โอ๊ย!"
"ข้าเจ็บไปทั้งต้นแล้ว!"