“เด็กนี่มันฟลุ๊กมาได้ไงวะ? รอบที่แล้วก็ข้าวผัด รอบนี้ก็ต้มยำ”เสียงซุบซิบดังขึ้นจากกลุ่มผู้ชม “สงสัยกรรมการลำเอียง!”
“นั่นสิ! หรือว่ามันเล่นของวะ?” อีกคนเสริม “อยู่ๆก็เก่งขึ้นมาแบบผิดหูผิดตา!”
พิธีกรปรากฏตัวบนเวทีอีกครั้งใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มอย่างเห็นได้ชัด “พี่น้องทุกท่านครับ!เราได้ผู้ชนะการแข่งขันทำอาหารระดับตำบลแล้วครับ!”
เสียงฮือฮาดังขึ้นผู้เข้าแข่งขันทุกคนรวมถึงไท ต่างยืนรอฟังผลด้วยความลุ้นระทึก
“และผู้ชนะเลิศการแข่งขันทำอาหารระดับตำบลได้แก่... นายไท!”
สิ้นเสียงประกาศเสียงปรบมือดังกระหึ่มจากส่วนหนึ่งของผู้ชมแต่ก็มีเสียงโห่ร้องและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังตามมาอย่างต่อเนื่อง
“ไม่จริง! เป็ไปไม่ได้!”เจ๊น้อยะโเสียงแหลม ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ“ไอ้เด็กนั่นน่ะนะจะชนะ! มันต้องโกงแน่ๆ!”
“ใช่แล้ว! ไม่ยุติธรรม!” คู่แข่งคนอื่นๆต่างพากันะโสนับสนุนเจ๊น้อย “ไอ้เด็กบ้านนอกนั่นจะไปเอาอะไรมาสู้พวกเราได้! มันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่!”
ไทยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ได้แสดงความยินดีหรือใกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์เ่าั้เขามองไปยังกลุ่มคนที่ะโด่าทอด้วยแววตาที่สงบนิ่ง แต่แฝงไว้ด้วยความมุ่งมั่นเขาเคยชินกับคำดูถูกเหล่านี้เสียแล้ว มันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกท้อแท้เลยแม้แต่น้อยกลับกัน มันยิ่งตอกย้ำความตั้งใจที่จะพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนเห็น
สารวัตรมาโนชและชาวบ้านบางส่วนที่เคยเป็เพื่อนบ้านของไทเดินเข้ามาแสดงความยินดีกับเขา
“ยินดีด้วยนะไท!พ่อของแกต้องภูมิใจในตัวแกแน่ๆ” ลุงสมเอ่ยด้วยน้ำเสียงชื่นชมดวงตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
“ขอบคุณครับลุง” ไทตอบด้วยรอยยิ้มบางๆ
แต่ในขณะที่ไทกำลังพูดคุยกับลุงสมก็มีนักข่าวท้องถิ่นสองสามคนเดินเข้ามาหาไททันทีพวกเขาถือกล้องและไมโครโฟนจ่อมาที่ไท
“คุณไทครับ!คุณคิดว่าอะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้คุณชนะการแข่งขันครั้งนี้ได้ครับในเมื่อคุณดูเหมือนจะไม่มีประสบการณ์มากนัก?”นักข่าวสาวสวยคนหนึ่งถามด้วยรอยยิ้มที่เคลือบแคลง
“ผม...แค่ทำอาหารด้วยใจครับ” ไทตอบสั้นๆ
“แล้วคุณคิดยังไงกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ว่าคุณชนะด้วยความฟลุ๊กหรืออาจจะมีคนอยู่เื้ัครับ?” นักข่าวอีกคนถามทันทีด้วยน้ำเสียงที่จี้จุด
ไทมองนักข่าวคนนั้นนิ่งดวงตาของเขาฉายแววเ็าเล็กน้อย “ผมไม่จำเป็ต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยคำพูดครับผมจะพิสูจน์ด้วยการกระทำ”
คำพูดของไททำให้รอบข้างเงียบไปชั่วขณะ
ทันใดนั้นกรรมการคนที่สามผู้เฒ่าผู้แก่ที่เคยชื่นชมต้มยำกุ้งของไท ก็เดินเข้ามาเขามองนักข่าวด้วยสายตาตำหนิ ก่อนจะหันมามองไทด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
“ฝีมือการทำอาหารน่ะมันไม่ได้อยู่ที่ประสบการณ์หรือชื่อเสียงหรอกนะหนู”ท่านกรรมการเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความน่าเชื่อถือ “แต่มันอยู่ที่ จิติญญา ที่ใส่ลงไปในอาหารอาหารของหนูไทมันมีจิติญญาของความบริสุทธิ์ ความเข้าใจในวัตถุดิบและความตั้งใจจริง”
“ผมเป็คนหนึ่งที่ตัดสินการแข่งขันมาหลายสิบปีผมรับรองได้เลยว่าเด็กคนนี้มีพร์ที่หาได้ยาก! เขาไม่ใช่แค่ฟลุ๊ก!” คำพูดของท่านกรรมการทำให้เสียงวิพากษ์วิจารณ์เงียบลงไปบ้าง
เชฟภูมิที่ยืนมองอยู่ห่างๆก็เดินเข้ามาหาไท เขาไม่ได้แสดงความไม่พอใจเหมือนคู่แข่งคนอื่นแต่กลับมองไทด้วยความทึ่งและยอมรับ “นาย...นายเก่งจริง ไท” เชฟภูมิเอ่ยขึ้น“ฉันยอมรับในฝีมือนายแล้วจริงๆ”
ไทพยักหน้ารับคำชมจากเชฟภูมิเล็กน้อย
หลังจากนั้นไม่นานก็มีการประกาศถึงการแข่งขันทำอาหารระดับอำเภอซึ่งเป็ก้าวต่อไปที่ผู้ชนะระดับตำบลจะต้องไปเข้าร่วมผู้คนต่างให้ความสนใจเป็อย่างมากเพราะนั่นคือการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในระดับภูมิภาคนี้
“และสำหรับผู้ชนะเลิศการแข่งขันทำอาหารระดับตำบล!เราขอเชิญคุณไทขึ้นรับรางวัลและบัตรเชิญเข้าร่วมการแข่งขันทำอาหารระดับอำเภอครับ!” พิธีกรประกาศเสียงดังกังวาน
ไทเดินขึ้นไปบนเวทีอย่างสง่างามท่ามกลางสายตาของทุกคน เขารับถ้วยรางวัลและเงินรางวัลจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบลก่อนที่จะได้รับบัตรเชิญเข้าร่วมการแข่งขันระดับอำเภอ
ไทรับบัตรเชิญมาพลิกดูบัตรเชิญทำจากกระดาษแข็งสีน้ำตาลเข้ม ดูเก่าแก่ผิดปกติมันไม่ใช่บัตรเชิญแบบที่พิมพ์ใหม่ๆ ทั่วไป แต่ดูเหมือนจะเป็ของที่เก็บไว้นานแล้วและทันใดนั้นเอง สายตาของไทก็สะดุดเข้ากับ สัญลักษณ์ ที่ประทับอยู่มุมหนึ่งของบัตรมันเป็สัญลักษณ์เดียวกับที่เขาเห็นข้างศพพ่อของเขา! สัญลักษณ์รูป มีดสามเล่มไขว้กัน ที่เขาเคยเห็นในตอนนั้น!
หัวใจของไทเต้นระรัวอย่างรุนแรงเขากำบัตรเชิญนั้นแน่น ความรู้สึกสับสนถาโถมเข้ามาอีกครั้งนี่มันไม่ใช่แค่การแข่งขันทำอาหารธรรมดาแล้ว สิ่งนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับการตายของพ่อเขาอย่างแน่นอน
"มันหมายความว่ายังไง...ทำไมสัญลักษณ์นี้ถึงมาอยู่ที่นี่?" ไทพึมพำกับตัวเอง
ในขณะที่ไทกำลังจ้องมองสัญลักษณ์นั้นอย่างพินิจพิเคราะห์เขาก็ััได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองมายังเขาจากมุมมืดของโรงเรียน ชายร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำสนิทใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยความมืดมิด ไทมองไม่เห็นใบหน้าของเขาชัดเจนแต่ััได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างนั้น
ชายชุดดำคนนั้นไม่ได้เดินเข้ามาหาแต่กลับชูมือขึ้นมาเล็กน้อย ในมือของเขาปรากฏวัตถุบางอย่างที่ไทเห็นไม่ชัดนักแต่เขามั่นใจว่ามันคือ เหรียญโลหะสีดำ ที่มีสัญลักษณ์เดียวกันกับในบัตรเชิญและในมือของไท
ชายคนนั้นค่อยๆหันหลังกลับและเดินหายไปในเงามืดอย่างเงียบงัน ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้นทิ้งไว้เพียงความหวาดระแวงและความไม่เข้าใจที่กัดกินหัวใจของไท
"การแข่งขันระดับอำเภอ...มันคืออะไรกันแน่?" ไทคิดในใจดวงตาของเขาฉายแววเคร่งเครียดและมุ่งมั่นเขาจะต้องเข้าไปในการแข่งขันครั้งนี้ให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตามเพราะเขาเชื่อว่าคำตอบที่รอเขาอยู่กำลังซ่อนอยู่ในสมรภูมิแห่งรสชาติที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้มากนัก