มู่จื่อรั่วยังอยากจะเยาะเย้ยอีกเสียหน่อยแต่จู่ๆ ไป๋เซียงจู๋ก็ลุกขึ้นมายืนเบื้องหน้านางดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเย็นชาอันน่าสยดสยอง ทำเอามู่จื่อรั่วหวั่นใจฉับพลันริมฝีปากสั่นเทาเผยความขลาดกลัวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีลำพอง “เจ้าคิดจะทำอะไร เมื่อครู่เจ้าหยาบคายกับองค์หญิง ราชองครักษ์จะมาในไม่ช้า!”
ไป๋เซียงจู๋แสยะยิ้มเยือกเย็นมู่จื่อรั่ว ดีมาก ดียิ่งนัก บัดนี้เจ้ารนหาที่เองการแข่งขันเมื่อครู่คงยังไม่สาแก่ใจเจ้า แล้วข้าจะไม่มอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้ได้อย่างไรเล่า มู่จื่อรั่วยุยงองค์หญิงให้ข่มเหงตู้เจวียนเหยียบย่ำคนของไป๋เซียงจู๋ ไม่รู้หรือไรว่าได้แตะต้องเกล็ดมังกร [1] ของนางเข้าแล้ว!
คนที่นางอยากจะปกป้องไม่ว่าใครก็อย่าบังอาจแตะต้องแม้แต่เส้นผม เตรียมตัวรับโทษได้เดี๋ยวนี้เลย!
“เจ้าใช้ชีวิตอยู่ในจวนเหิงชินอ๋องอย่างสุขสบายเป็นที่รักใคร่ทะนุถนอม ไม่เคยโดนเฆี่ยนตีใช่หรือไม่” แววตาของไป๋เซียงจู๋เลือดเย็นน้ำเสียงยิ่งราวกับวิญญาณร้ายที่คลานขึ้นมาจากนรก แลดูอำมหิตจนทำให้มู่จื่อรั่วขวัญเสีย
“เจ้า...เจ้าคิดจะทำอะไร” มู่จื่อรั่วตะโกนออกมาโดยสัญชาตญาณทันทีที่เห็นแววตาเหี้ยมเกรียมของไป๋เซียงจู๋ “ใครก็ได้มานี่ที มีนักฆ่าอยู่ตรงนี้ มีคนคิดปลงพระชนม์องค์หญิง—อุ๊บ!”
มู่จื่อรั่วพยายามสลัดไป๋เซียงจู๋เพื่อวิ่งหนีทว่าวิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวขาก็พลันชา จากนั้นจึงถูกอุดปากไว้อย่างแน่นหนา
“มู่จื่อรั่วมันผู้ใดที่ล่วงเกินข้าไป๋เซียงจู๋จะมีจุดจบอันเลวร้ายอย่างแน่นอนเจ้าควรจำใส่ใจให้ดี อย่าได้เอาลูกไม้พวกนั้นของเจ้ามาใช้กับข้า!” ดวงตาคู่งามทว่าเย็นชาของไป๋เซียงจู๋สะท้อนชัดในดวงตาของมู่จื่อรั่วนางต้องการให้มู่จื่อรั่วจดจำวันนี้ให้ขึ้นใจ จดจำไว้ไปตลอดกาล!
ไป๋เซียงจู๋จะทำให้นางหวาดกลัวตนจากก้นบึ้งของจิตใจ!
“เจ้าจะทำอะไร ข้า... ข้าขอเตือนเจ้าไว้ก่อน ข้าเป็นธิดาเอกแห่งจวนเหิงชินอ๋องนะ...” เสียงของมู่จื่อรั่วสั่นเครือจนแปร่งหู ม่านตาหดตัวด้วยความหวาดผวาภายในนั้นมีอารมณ์จงเกลียดจงชังอยู่เต็มเปี่ยม รวมไปถึงความกลัวที่ปกปิดไม่มิด
“ธิดาเอกแห่งจวนเหิงชินอ๋อง? หึหึ สิ่งที่เจ้าหวงแหน ข้าจะชิงมันมาทีละน้อยทีละอย่างทั้งหมดมู่จื่อรั่ว ข้าไป๋เซียงจู๋มิใช่คนดีผู้ที่ทำข้าเจ็บช้ำน้ำใจต้องชดใช้คืนเป็นพันเท่า!”
พอตู้เจวียนเห็นไป๋เซียงจู๋เป็นแบบนี้แล้วมีหรือจะไม่เข้าใจว่าเจ้านายตนหมายถึงอะไร นางรีบร้องทัดทานด้วยความตื่นตระหนก “คุณหนูหุนหันพลันแล่นไม่ได้นะเจ้าคะ ที่นี่คือวังหลวง...”
หากสองคนนี้มีอันเป็นไปคุณหนูของนางย่อมยากที่จะพ้นภัย
เป็นเพราะนางทั้งนั้นที่ทำให้คุณหนูลำบากเช่นนี้คุณหนูเห็นอกเห็นใจนาง ออกหน้าเพื่อนาง การทำร้ายมู่จื่อรั่วช่วยระบายอารมณ์ได้ก็จริงแต่สิ่งนี้จะผลักตัวคุณหนูเองไปสู่อันตรายอันใหญ่หลวง ทั้งหมดเป็นความผิดของนางหากนางสามารถบรรเทาความกังวลเพื่อคุณหนูได้บ้างคุณหนูก็จะไม่ต้องเป็นห่วงจนเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
ไป๋เซียงจู๋กลับไม่หวั่นเกรงโดยสิ้นเชิงท่าทางไม่ยี่หระแม้แต่น้อย “ตู้เจวียนเจ้าจำไว้นะ ต่อจากนี้ไปใครรังแกเจ้า เจ้าก็ไม่ต้องปรานีข้าจะรับผิดชอบทุกอย่างที่ตามมาแทนเจ้าเอง!”
ความทะนงตนที่แฝงอยู่ในวาจานั้นมากล้นจนราวกับว่าอำนาจราชวงศ์ทั้งหมดไม่มีค่าในสายตาของไป๋เซียงจู๋แม้แต่นิดเดียวกระทั่งองค์ฮ่องเต้เองก็อาจไม่กล้ากล่าวคำอวดโอ้ใหญ่โตปานนี้ทว่าไป๋เซียงจู๋กลับลั่นออกมาหน้าตาเฉย ซ้ำยังให้สัตย์สัญญากับสาวใช้ธรรมดาคนหนึ่งอยากรู้ว่าเจ้านายคนไหนจะปฏิบัติเช่นนี้กับบ่าวของตนบ้าง
มู่จื่อรั่วเบิกตาโพลงนางอยากจะกระเสือกกระสน อยากจะร้องเรียกแต่เหมือนตัวเองกลายเป็นคนใบ้กะทันหันเสียอย่างนั้นทำได้เพียงปล่อยให้ไป๋เซียงจู๋ใช้เสื้อผ้าปิดหน้านางและทุบตีอย่างเต็มแรง
นางไม่มีโอกาสจะร้องโอดโอยด้วยซ้ำนอกจากเจ็บปวดเพราะถูกไป๋เซียงจู๋ทำร้ายจนสลบไปอย่างนั้น
เมื่อเห็นมู่จื่อรั่วสลบไปตู้เจวียนก็ค่อยๆ สงบสติอารมณ์อย่างน้อยตอนนี้มู่จื่อรั่วจะไม่ตะโกนร้องเรียกคนมาที่นี่ ตอนนี้ยังพอเหลือเวลาหากคุณหนูรีบหนีไปก็น่าจะทันท่วงที
“คุณหนูรีบไปเถิด อย่ากลับมานะเจ้าคะ” ตู้เจวียนเร่งเร้านายของตนด้วยความร้อนรน
“เด็กโง่เจ้าคิดว่าข้าทำเช่นนี้เพียงเพราะหาญกล้าผดุงความยุติธรรมหรือ วางใจเถิด คุณหนูของเจ้าจะไม่ปล่อยให้พวกเราตกที่นั่งลำบาก เจ้าเชื่อข้าหรือไม่” ไป๋เซียงจู๋คลี่ยิ้มละไมและรามือ ร่างกายนี้ช่างอ่อนแอเหลือเกินต้องฝึกฝนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น มิเช่นนั้นคงไม่มีเรี่ยวแรงพอต่อยตีคนอีกทั้งเหนื่อยแทบขาดใจแบบนี้
พอตู้เจวียนเห็นแววตาอันมุ่งมั่นของไป๋เซียงจู๋พลันพยักหน้าคล้อยตามโดยไม่รู้ตัว คุณหนูของนาง นางย่อมเชื่อมั่นได้
“ถ้าอย่างนั้นก็ทำตามที่ข้าบอกนะ” ไป๋เซียงจู๋มองอย่างปลอบโยน นัยน์ตาส่องประกายความคิดบางอย่างเดินไปหามู่จื่อรั่วที่สลบเหมือดดึงปิ่นดอกบ๊วยแปดสหายซึ่งแทบจะเหมือนกับของตนเว้นแต่เป็นดอกไม้คนละชนิดจากศีรษะนางกัดฟันแล้วใช้มันกรีดลงบนข้อศอกเนียนนุ่มให้เกิดบาดแผล
หยาดโลหิตละม้ายคล้ายลูกปัดกัลปังหา [2] ไหลออกมาเมื่อตัดกับผิวขาวใสของนางแล้วดูน่าหวาดเสียวยิ่งนักและยังมีเลือดอีกมากมายเปรอะเปื้อนบนเสื้อผ้า ประหนึ่งถูกย้อมด้วยสีแดงจนทั่ว
ถึงกระนั้นไป๋เซียงจู๋ก็ไม่ส่งเสียงใดๆตั้งแต่ต้นจนจบ
“คุณหนู!” ตู้เจวียนไม่คาดคิดว่าจะเห็นไป๋เซียงจู๋ทำแบบนี้ นางตกอกตกใจจนอยากจะเข้าไปห้าม “นี่คุณหนู...” ปิ่นนั่นคมเสียขนาดนั้นหากออกแรงกรีดลงไปอย่างนี้จะทิ้งรอยแผลเป็นได้!
คุณหนูเป็นหญิงสาวโสภาผิวพรรณก็ผุดผ่องนุ่มเนียน ถ้าทิ้งรอยแผลจะทำเช่นไร
“ไม่เป็นไร!” ไป๋เซียงจู๋ยัดปิ่นปักผมที่เปื้อนเลือดตนชิ้นนั้นไว้ในแขนเสื้อขององค์หญิงหยวนจิ่นจากนั้นจึงหยิบปิ่นดอกไห่ถังแปดสหายที่อยู่กับตัวออกมาปักบนมวยผม
ตู้เจวียนไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าไป๋เซียงจู๋จะทำอะไรคุณหนูไม่ชอบเครื่องประดับหรูหราฉูดฉาดแบบนี้มิใช่หรือ ไยจู่ๆ จึงนำออกมาใช้ ที่สำคัญคือทำไมต้องทำเช่นนี้
ในขณะที่ตู้เจวียนยังคิดไม่ออกไป๋เซียงจู๋ข่มเสียงกระซิบบอกนาง “เร็วเข้า รีบตะโกนว่ามีนักฆ่า ยิ่งดังยิ่งดี”
หลังไป๋เซียงจู๋พูดจบก็แสร้งอ่อนแรงล้มลงตรงนั้นเสื้อผ้าสีชิงของนางพลันเต็มไปด้วยรอยเลือดและคราบฝุ่นละอองสภาพสุดแสนจะยับเยินย่ำแย่
ส่วนตู้เจวียนนั้นตื่นตระหนกแล้ว “แต่...” หากตะโกนเรียกคนมาตอนนี้ มิใช่การรนหาที่ตายหรอกหรือ
“ตะโกนเร็วเข้า!” น้ำเสียงของไป๋เซียงจู๋หนักแน่นบ่งบอกว่าอย่ากังขา
ตู้เจวียนเองก็ไม่มีปัญญาจะรับผิดชอบมากขนาดนี้นางหลับตาและอ้าปากตะโกนร้องเรียกปนสะอึกสะอื้น “ใครก็ได้ ใครก็ได้รีบมาที่นี่ที มีนักฆ่า มีมือสังหารมาที่นี่ช่วยด้วย...”
ไม่นานหลังจากนั้นเหล่าราชองครักษ์ นางกำนัล และขันทีรีบยกโขยงมา พวกเขาตะเบ็งเสียงด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง
“รีบมาที่นี่เร็ว! องค์หญิงโดนลอบโจมตี!”
“รีบไปทูลเชิญพระสนมเสียนเฟยกับองค์ชายมา!”
ผ่านไปไม่นานนักเหล่าขันทีและนางกำนัลก็คุกเข่าคารวะ
“พระสนมเสียนกุ้ยเฟย—”
เสียนกุ้ยเฟยหน้าซีดเผือดตามนางกำนัลมาอย่างรีบร้อนโดยไม่สนกองกำลังคุ้มกันด้วยซ้ำกวาดสายตามองมู่จื่อรั่วที่สลบอยู่บนพื้นไวๆ ตลอดจนเยียนหยวนจิ่นและยังมีไป๋เซียงจู๋ที่โลหิตโทรมกาย พระสนมตาพร่ามัวเหมือนจะหมดสติไปอีกคน “เกิดอะไรขึ้น?!”
เหล่าองค์ชายและองค์หญิงที่มาเยือนหลังทราบข่าวล้วนตกตะลึง
“ไปไปตามหมอหลวงมา!” เสียนกุ้ยเฟยเดือดดาลแทบอดกลั้นไม่ไหวมือที่จับนางกำนัลสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ดวงตาเรียวตวัดมองไป๋เซียงจู๋ตะคอกตำหนิดังลั่น “ไป๋เซียงจู๋ ดูสิ่งที่เจ้าทำสิ! เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงคิดทำร้ายองค์หญิง ทำร้ายมู่จื่อรั่ว! เจ้าเบื่อจะมีชีวิตยืนยงหรือ หรือว่าไม่เห็นหัวข้า! ข้าขอเดิมพันด้วยตำแหน่งกุ้ยเฟยนี่ข้าไม่เชื่อว่าจะกำราบลูกสาวพ่อค้าวาณิชกระจ้อยร่อยอย่างเจ้าไม่ได้!”
พอได้ยินคำของเสียนกุ้ยเฟยไป๋เซียงจู๋ลอบยิ้มเยาะในใจ มือที่กุมบาดแผลค่อยๆ คลายออก นางไม่กลัวว่าบาดแผลนี้จะทิ้งรอยติดตัวแต่อย่างใดเดิมทีโลหิตของตนก็ทนทานต่อสารพัดพิษอยู่แล้ว แค่ห้ามเลือดไว้เป็นพอ
ในขณะที่เสียนกุ้ยเฟยผู้นี้ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะเล่นงานนางถึงตาย
ยังไม่ทันได้ตรวจอาการว่าเป็นอย่างไรองค์หญิงกับมู่จื่อรั่วบาดเจ็บร้ายแรงหรือไม่ก็รีบร้อนจะโยนข้อกล่าวหาให้นางเสียแล้ว สมกับเป็นเสียนกุ้ยเฟยจริงๆวิธีการสามานย์เป็นเลิศ หลักแหลมเหลือร้ายยิ่งนักนะ
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์มิอาจปกปิดความตื่นตกใจบนใบหน้าได้เลย
เชิงอรรถ
[1]逆鳞 เกล็ดมังกรความหมายดั้งเดิมคือ เกล็ดบริเวณใต้คอมังกรซึ่งขึ้นเรียงย้อนจากเกล็ดอื่น นับเป็นจุดอ่อนของมังกรหากโจมตีโดนจุดนี้จะทำให้มังกรพิโรธ จึงถูกนำมาเปรียบเทียบถึงจุดอ่อนใดๆก็ตามที่เจ้าของไม่ต้องการให้ผู้อื่นแตะต้องเป็นอันขาด
[2]珊瑚珠 ลูกปัดกัลปังหา คือลูกปัดที่ทำจากกัลปังหา มีสีแดง ใช้สำหรับทำเครื่องประดับต่างๆ